เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 หวนคืนอาชีพเก่า (ตอนกลาง)

บทที่ 34 หวนคืนอาชีพเก่า (ตอนกลาง)

บทที่ 34 หวนคืนอาชีพเก่า (ตอนกลาง)


บทที่ 34 หวนคืนอาชีพเก่า (ตอนกลาง)

"เถ้าแก่" นางผูกเจ้ามอเตอร์ไซค์ไว้ที่หน้าหอตำรา แล้ววิ่งเหยาะๆ เข้าไปด้านใน

เถ้าแก่หอตำรากำลังก้มหน้าก้มตาดีดลูกคิด เมื่อได้ยินเสียงใสกระจ่างของเด็กหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้น กวาดสายตามองไปรอบหนึ่งอย่างแนบเนียน แล้วก้มหน้าลงดีดลูกคิดดังเปรี้ยงปร้างต่อ

เอ่ยถามเสียงเรียบ "คุณชายต้องการซื้อตำราเล่มใด?"

เซินถังยกนิ้วชี้ไปที่ป้ายรับซื้อภาพวาดหน้าหอตำรา บนนั้นมีประกาศรับซื้อภาพวาดต้นฉบับในราคาสูงติดอยู่ จากนั้นเอ่ยถาม "ที่นี่รับซื้อภาพวาดหรือ? ให้ราคาเท่าไร?"

สิ้นเสียงของเซินถัง นิ้วมือของเถ้าแก่ที่กำลังดีดลูกคิดอย่างคล่องแคล่วก็ชะงักกึก เสียงลูกคิดกระทบกันดัง 'เปรี้ยง' หยุดลงกะทันหัน ทิ้งเสียงสะท้อนที่แฝงความนัยยาวนาน

เขาเงยหน้าขึ้น หยุดสายตาพิจารณาใบหน้าของคุณชายน้อยเพื่อยืนยันบางสิ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างมีความนัย "คุณชายอยากจะขายภาพหรือ?"

เซินถังพยักหน้าหงึกหงัก "ใช่ๆ ข้าอยากจะลองดู"

ใครจะรู้ว่าเถ้าแก่กลับส่ายหน้า "คุณชาย ภาพที่หอตำราเล็กๆ ของเราต้องการ เกรงว่าท่านคงจะวาดให้ไม่ได้ ไม่เหมาะสมหรอกขอรับ ลองไปดูหอตำราอื่นเถิด"

"ข้าวาด เถ้าแก่ซื้อ ยังมีสิ่งใดไม่เหมาะสมอีกหรือ?"

เถ้าแก่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก คิดว่าคุณชายอายุยังน้อยคงฟังไม่เข้าใจ จึงเปลี่ยนมาใช้คำพูดที่อ้อมค้อมกว่าเดิม "งานนี้... โดยปกติทางหอตำราจะหาจิตรกรที่มีอายุและออกเรือนไปแล้ว เรื่องฝีมือวาดภาพไม่ได้ต้องการสูงส่งอะไร แค่พอดูได้ก็พอ อายุและประสบการณ์ต่างหากที่สำคัญที่สุด"

ตอนแรกเซินถังยังตามไม่ทัน แต่พอได้ยินคำใบ้ว่า "อายุและประสบการณ์สำคัญที่สุด" สีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นพิกล

คิ้วของนางกระตุกยิกๆ ก่อนจะบอกใบ้กลับไปอย่างอ้อมค้อมเช่นกัน "อ๋อๆ ที่แท้ก็หมายความเช่นนี้ อะแฮ่ม! เถ้าแก่หมายความว่าอย่างไรข้าเข้าใจดี แต่บางครั้งอายุและประสบการณ์ก็ไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้นหรอก ข้าคิดว่าคลังความรู้และการที่ได้ 'เปิดหูเปิดตา' มามากสำคัญกว่านะขอรับ"

เถ้าแก่ชะงักไปครู่หนึ่ง "ท่านเข้าใจหรือ?"

เซินถังย้อนถาม "ไยข้าจะไม่เข้าใจ?"

'อย่างน้อยนางก็เป็นลูกเศรษฐีเสเพลที่เที่ยวหอคณิกา เคล้านารี เจ้าสำราญรักสนุก เล่นสนุกกับโลกมนุษย์' ตามคำนิยามของฉีซ่าน หากเรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจ ไม่เสียชื่อคาแรคเตอร์ที่ฉีหยวนเหลียงอุตส่าห์ยัดเยียดให้แย่หรือ?'

เซินถังรู้สึกว่าเมื่อก่อนร่างนี้น่าจะเคยหากินกับภาพวาดในห้องหอมาบ้าง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า ก่อนทะลุมิติมานางเป็นนักวาดภาพธรรมดาๆ เป็นสาวโอตาคุที่ใช้ฝีมือทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

ในความทรงจำอันน้อยนิดเท่าหางอึ่งของนาง ขอบเขตงานที่รับน่าจะกว้างขวางพอตัว ตั้งแต่รับจ้างวาดรูปโปรไฟล์ราคาถูกๆ ไปจนถึงงานคอมมิชชั่นเชิงพาณิชย์ราคาแพง เคยทั้งวาดสติกเกอร์มีมและงานโดจินชิ

ไม่ว่าจะเป็นงานประดับความรู้หรือประดับ 'ท่า' นางก็ล้วนเคยผ่านมาหมดแล้ว

หากวัดกันที่ฝีมือ คงเทียบไม่ได้กับพวกระดับเทพเจ้าที่ทำให้คนอยากคุกเข่าบูชา แต่ถ้าแค่หาข้าวประทังชีวิตก็คงไม่มีปัญหาอะไร นางมีความมั่นใจในทักษะวิชาชีพของตัวเองอย่างน่าประหลาด

เถ้าแก่ตะลึงงันไป หรือว่าเขาจะมองคนผิด?

พอคิดได้ว่าประกาศนี้ติดมาหลายวันแล้วก็ยังไม่มีผู้ใดมาเสนอตัว อีกทั้งทางลูกค้าก็เร่งเร้า ในเมื่อนานทีปีหนจะมีคนหลงมาสักคน สู้ให้ลองดูหน่อยจะเป็นไรไป

อย่างไรเสียก็ต้องส่งมอบต้นฉบับก่อนค่อยจ่ายเงิน หากวาดได้ไม่ดีหรือลูกค้าไม่พอใจ เขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรอยู่แล้ว

เถ้าแก่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจให้อีกฝ่ายลองดู แต่ต้องตกลงเรื่องน่าลำบากใจกันก่อน เช่น วิธีการจ่ายเงิน และข้อกำหนดของเนื้อหาภาพ

ลูกค้าที่สั่งวาด 'ภาพในห้องหอ' ครั้งนี้มีข้อกำหนดที่ชัดเจน ซึ่งลูกค้าก็คือ 'นายโลม' อันดับหนึ่งของหอเย่ว์หัว ต้องการให้วาดภาพชุด 'เสพสมในห้องหอ' โดยมีเขาเป็นบุรุษในภาพ เน้นความรู้สึกวาบหวามแต่ไม่หยาบโลน

เซินถังยังไม่ได้สนใจเนื้อหาส่วนอื่นชั่วคราว นางได้ยินเพียงคำว่า 'หอเย่ว์หัว'--- อะไรจะบังเอิญเช่นนี้ หอเย่ว์หัวก็คือสถานที่ทำงานของท่านผู้เฒ่าฉู่นั่นเอง

"หอเย่ว์หัว เขียนแบบนี้ใช่หรือไม่?"

นางใช้นิ้วต่างพู่กัน จุ่มน้ำชาบนโต๊ะแล้วเขียนคำว่า 'หอเย่ว์หัว' สามตัวลงไป ลายเส้นพริ้วไหวทรงพลัง กลิ่นอายความห้าวหาญปะทะใบหน้า บ้าคลั่งแต่ไม่สับสน ภาพรวมดูไหลลื่นงดงามตาสบายใจ

ดวงตาของเถ้าแก่เป็นประกายขึ้นมาทันที ความคาดหวังเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน ลายมือยังขนาดนี้ ฝีมือวาดภาพคงไม่ธรรมดา

"ใช่ๆๆ หอเย่ว์หัวแห่งนี้นี่แหละ" ทั่วเมืองเซี่ยวก็มีหอเย่ว์หัวอยู่เพียงแห่งเดียว

เซินถังถามต่อ "ภาพเสพสมบุคคลไม่ใช่ปัญหา ข้อเรียกร้องอื่นก็พอไหว เพียงแต่ข้าไม่เคยเห็นใบหน้านายโลมท่านนั้น"

เถ้าแก่โบกมือกล่าวว่า "เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล"

โดยทั่วไปแล้ว เจ้าของภาพมักจะมาพบกับจิตรกรสักครั้ง หากไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังมากนักก็จะยอมลดตัวลงมา จัดแจงรูปโฉมและเครื่องแต่งกายอย่างบรรจง เพื่อมอบตนเป็นต้นแบบในการตวัดพู่กัน ขอเพียงวาดออกมาให้ดูดีเป็นพอ

ต้องรู้ก่อนว่าการจ้างจิตรกรมาวาดภาพในห้องหอนั้นไม่ใช่สิ่งที่นายโลมหรือแม่เล้าคนใดจะทำกันได้ง่ายๆ ตามธรรมเนียมแล้ว มีเพียงยอดบุปผา หรือดรุณีผู้กำลังเฉิดฉาย แห่งหอโคมเขียวเท่านั้นที่จะได้รับเกียรตินี้ ทั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมกิตติศัพท์ให้ขจรขจาย

ประการแรกเพื่อผูกมัดใจแขกประจำ ประการที่สองเพื่อเย้ายวนบุรุษหน้าใหม่

หากภาพวาดในห้องหอวาดออกมาดีเป็นที่เลื่องลือระบือไกล ในภายภาคหน้ายามสังขารร่วงโรย ไร้ซึ่งรูปโฉม ก็ยังพออาศัยสิ่งนี้แลกเศษเงินประทังชีวิตได้บ้าง

สรุปสั้นๆ ก็คือ--- คล้ายกับสมุดภาพโฟโต้บุ๊คส่วนตัวนั่นแหละ

เพิ่มท่าทางไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือต้องดึงความงามของตัวบุคคลออกมาให้โดดเด่น

เซินถังนับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว "หากเป็นเช่นนั้น รอให้ถึงยามพลบค่ำแล้วข้าค่อยย้อนกลับมาใหม่ ดีหรือไม่?

"ไยต้องรอถึงพลบค่ำ? ไปเสียยามนี้เหมาะเจาะที่สุด"

เซินถังเลิกคิ้วด้วยความฉงน หันมองแดดจ้าภายนอก "ยามนี้หรือ? ตะวันยังโด่งฟ้าเช่นนี้น่ะหรือ?" ต่อให้ความทรงจำนางจะมีไม่มาก แต่นางก็รู้ว่ากลางวันไม่ค่อยเหมาะเท่าไร

เถ้าแก่หัวเราะร่า "นายโลมท่านนั้นเป็นคนดัง หากคุณชายไปยามวิกาล เขาคงไม่มีเวลามาต้อนรับท่านหรอก อย่าว่าแต่จะให้วาดภาพเลย สถานที่แบบนั้นวุ่นวายจะตาย ไม่เหมาะให้คุณชายน้อยไปเหยียบย่างยามกลางคืนสักเท่าไร เวลานี้ถึงจะเหมาะสมที่สุดแล้ว"

เซินถังไม่มีข้อโต้แย้งในเรื่องนี้

เพียงแต่ "เถ้าแก่คุ้นเคยกับหอเย่ว์หัวดีหรือ?"

เถ้าแก่ตอบไปตามน้ำ "จะเรียกว่าคุ้นเคยก็ไม่เชิง หอคณิกาโรงละครในเมืองเซี่ยวมีตั้งมากมาย ก็เคยร่วมงานมาแล้วทุกที่ เพียงแต่หอเย่ว์หัวมีชื่อเสียงโด่งดัง กิจการดี เลยได้ติดต่อกันบ่อยครั้ง"

เซินถังทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนถามอีกว่า "หาก... ข้าอยากจะไถ่ตัวคนงานสักคนในหอเย่ว์หัว ต้องใช้เงินประมาณเท่าไร?"

ยามเห็นสีหน้าขึงขังของคุณชาย จินตนาการของเถ้าแก่ก็เตลิดไปไกลถึง เรื่องราวโศกศัลย์ทำนอง 'พี่น้องร่วมอุทรตกนรกทั้งเป็น จิตรกรตกยากจำต้องขายศิลปะแลกเงินไปไถ่ตัว'

เพราะนอกจากเหตุผลนี้แล้ว คนสติดีๆ ที่ไหนจะเอาเงินไปละลายแม่น้ำด้วยการซื้อคนงานในสถานที่แบบนั้นกัน

"เรื่องนี้... ปกติต้องดูว่าคนงานเป็นชายหรือหญิง แก่หรือหนุ่ม เงื่อนไขต่างกัน ราคาก็ย่อมต่างกัน"

หาจิตรกรที่พอใช้งานได้แล้วถือว่ามีผลงานไปตอบลูกค้า อารมณ์ของเถ้าแก่จึงเบิกบานยิ่งนัก ไม่ถือสาที่อีกฝ่ายจะซักไซ้ไล่เลียง "เพียงแต่พวกผู้ดูแลหอคณิกาพวกนี้ นอกจากหน้าขาวแล้วใจดำยิ่งนัก เรียกราคาโหดร้ายสุดๆ ไม่เห็นเนื้อไม่ยอมปล่อยเหยี่ยว ต่อให้เป็นแค่คนงานทั่วไปก็ยังโก่งราคาไปสามถึงห้าเท่าของราคาปกติ"

เซินถังพึมพำ "นั่นสินะ อยากจะหลุดพ้นจากสถานที่กินคนไม่คายกระดูกเช่นนี้ คงต้องยอมลอกคราบสักชั้น"

จู่ๆ นางก็มีความคิดบ้าบิ่นอย่างหนึ่ง หากท่านผู้เฒ่าฉู่ยินยอม นางอยากจะซื้อตัวเขา

'ฉีหยวนเหลียง เอ็นพีซีนำทางผู้นี้ไม่รู้จะบินหนีไปเมื่อไร หากซื้อตัวท่านผู้เฒ่าฉู่ไว้ไม่เท่ากับมีคนมารับช่วงต่อจากฉีซ่านหรอกหรือ? นางไม่รู้ที่อยู่ของท่านผู้เฒ่าฉู่ แต่ไปดักรอที่ทำงานของเขาต้องเจอตัวแน่ หนีหลวงพ่อได้แต่หนีวัดไม่ได้หรอก'

เซินถังหลงนึกว่าที่เถ้าแก่พร่ำบอกว่า 'เมืองเซี่ยวมากมีด้วยหอคณิกา' เป็นเพียงคำคุยโตโอ้อวดเสียอีก นึกไม่ถึงเลยว่าภาพที่เห็นจะสมจริงดังคำกล่าวทุกประการ

ย่านใจกลางเมืองเซี่ยว ถนนยาวเหยียดห้าสาย สองข้างทางล้วนเป็นประตูหอที่ทำธุรกิจประเภทนี้ทั้งสิ้น เพียงแต่ตอนนี้เป็นช่างเวลากลางวัน ท้องถนนจึงเงียบเหงาและดูเสื่อมโทรม

นางเดาะลิ้นกล่าวว่า "ยะ... เยอะขนาดนี้เชียวหรือ?"

เถ้าแก่ทำท่าทางเหมือนเห็นจนชิน "ที่ว่าการเมืองเขาสนับสนุนให้สร้าง จะไม่เยอะได้อย่างไร?"

"ที่ว่าการเมือง... สนับสนุนให้สร้างหรือ?" เซินถังมึนงงไปชั่วขณะ

เถ้าแก่พาเซินถังมาหยุดยืนหน้าหอเก๋งหลังหนึ่งที่ประดับประดาไว้อย่างวิจิตรตระการตา กำชับให้รออยู่ภายนอก ส่วนตนเดินเข้าไปแจ้งธุระ เพียงชั่วครู่ก็เดินกลับออกมากล่าวว่า

"ประจวบเหมาะพอดี ท่านผู้นั้นเพิ่งตื่น รอเพียงประทินโฉมและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่ก็ออกมาแล้ว พวกเราไปเปิดห้องส่วนตัวที่โรงน้ำชาฝั่งตรงข้ามรอกันเถอะ"

จบบทที่ บทที่ 34 หวนคืนอาชีพเก่า (ตอนกลาง)

คัดลอกลิงก์แล้ว