- หน้าแรก
- วาจาประกาศิต สยบปฐพี
- บทที่ 33 หวนคืนอาชีพเก่า (ตอนต้น)
บทที่ 33 หวนคืนอาชีพเก่า (ตอนต้น)
บทที่ 33 หวนคืนอาชีพเก่า (ตอนต้น)
บทที่ 33 หวนคืนอาชีพเก่า (ตอนต้น)
ฉีซ่านพอจะมีความเข้าใจในตัวเซินถังอยู่บ้าง เพียงเห็นแววตาไหวระริกของอีกฝ่ายก็รู้ทันทีว่าในท้องนั้นกำลังหมักบ่มแผนการร้ายกาจเอาไว้ "นั่นมันเรื่องเก่าคร่ำครึไปแล้ว หากวันหน้ามีโอกาสบางทีข้าอาจจะเล่าให้เจ้าฟัง"
ความนัยคือ เขาพูดได้ แต่เซินถังห้ามสืบ
เซินถังส่งเสียง 'ชิ' ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะปลดไม้ค้ำหน้าต่างออก บานหน้าต่างแบบเปิดขึ้นลงก็ตกลงมากระแทกปิดดังปัง!
ยังแว่วเสียงคุณชายน้อยเซินบ่นพึมพำแว่วมา "ไม่พูดก็ไม่ต้องพูด ผู้ใดจะไปอยากรู้เรื่องเน่าๆ ของท่านกัน" ฉีซ่านได้แต่ส่ายหน้าขำๆ
"คุณชายน้อยเซิน... ยังคงมีนิสัยเด็กน้อยจริงๆ" ฉีซ่านทอดถอนใจพลางลงมือแก้ห่อสัมภาระ แต่เพิ่งจะจัดของไปได้เพียงครึ่งเดียว เงาร่างของหญิงชราก็ปรากฏขึ้นที่ประตู
นางยกมือเคาะเบาๆ สามครั้ง ฉีซ่านจึงเอ่ยขึ้น "เชิญเข้ามา"
หญิงชราผลักประตูเข้ามา พร้อมยกตั่งวางอาหารเตี้ยๆ ที่มีมื้อเย็นจัดวางอยู่และน้ำมันตะเกียงสำหรับใช้ในค่ำคืนเข้ามาด้วย ฉีซ่านเห็นดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นเดินไปต้อนรับ "เรื่องพวกนี้ให้ท่านทำได้อย่างไร? ส่งมาให้ข้าเถิด"
หญิงชราเอียงตัวหลบพร้อมรอยยิ้ม "คุณชายฉีนั่งเถอะ ยายแก่อย่างข้าแข้งขายังคล่องแคล่ว เหตุใดจะทำไม่ได้เล่า?"
นางวางตั่งอาหารลง แล้วช่วยปูที่นอนให้
รอนางทำเสร็จ ฉีซ่านก็ล้วงเศษเงินก้อนใหญ่หลายก้อนออกมาจากถุงเงิน ยัดใส่มือหญิงชราพลางกล่าวว่า "นี่เป็นค่ากินอยู่สำหรับพวกเราสองคนที่มาขออาศัย ขอท่านป้าโปรดรับไว้ด้วย"
"รับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ---" หญิงชราผลักเงินกลับไปโดยไม่ต้องคิด
หากไม่มีชายหนุ่มตรงหน้านี้ สองตายายคงกลายเป็นศพเย็นชืดไปตั้งแต่สี่ห้าปีก่อนแล้ว ไหนเลยจะมีชีวิตสงบสุขอาศัยอยู่ที่นี่ได้?
มิหนำซ้ำ อนาคตของชายผู้นี้ก็พลอยพังทลายไปด้วย
นางกล่าวว่า "เงินพวกนี้รับไว้ไม่ได้เด็ดขาดเจ้าค่ะ"
ใครจะรู้ว่าฉีซ่านกลับมีท่าทีหนักแน่น ดันเงินกลับไปให้ "บุญคุณส่วนบุญคุณ เงินทองส่วนเงินทอง หากท่านป้าไม่รับไว้ พวกเราสองคนก็คงละอายใจที่จะหน้าด้านพักอยู่ต่อ"
พูดพลางทำท่าจะเก็บข้าวของที่รื้อออกมากลับเข้าห่อ พูดหว่านล้อมอยู่นาน หญิงชราถึงยอมรับเงินไว้
นางมองดูเงาร่างของชายหนุ่มที่สะท้อนบนประตูไม้ แล้วถอนหายใจยาวด้วยความอาลัย
การเดินทางตอนกลางวันทำให้เหนื่อยล้าไม่น้อย เซินถังหัวถึงหมอนไม้ก็หลับเป็นตาย ไร้ฝันตลอดคืน ไม่รู้เลยว่าตะเกียงน้ำมันห้องข้างๆ จุดสว่างตลอดยามราตรี
วันที่สอง ตะวันโด่งฟ้า เซินถังลืมตาตื่นตรงเวลาตามนาฬิกาของชีวิต
นางค้นกระบอกไม้ไผ่ที่ทำขึ้นเองออกมา ไปตักน้ำสะอาดจากในลานบ้าน แล้วทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิที่ระเบียงทางเดิน เริ่มจัดการธุระส่วนตัว
ฉีซ่านเพิ่งกลับมาก็เห็นท่านั่งอันแสนห้าวหาญของคุณชายน้อยเซิน กำลังก้มหน้าแปรงฟันบ้วนปาก เขาจึงยื่นห่อของสิ่งหนึ่งให้
"เอ้า มื้อเช้า กินตอนร้อนๆ ยังอุ่นอยู่"
"ขอบใจ"
เซินถังวักน้ำเย็นล้างหน้า ความง่วงงุนที่หลงเหลือกระเจิงหายไปในความสดชื่น นางคาบแผ่นแป้งที่ยังมีไอร้อนกรุ่นไว้ในปาก หางตาเหลือบเห็นฉีซ่านนั่งลงข้างกาย จึงเอ่ยถาม "หยวนเหลียงรู้หรือไม่ว่าสำนักสังคีตของเมืองเซี่ยวอยู่ที่ใด?"
ฉีซ่านที่กำลังจะอ้าปากพูด "....???" ลมหายใจแทบจะติดขัด
เขาหน้าดำหน้าแดงถามกลับ "คุณชายน้อยเซินอายุเท่าไรเชียว ก็คิดจะไปหาความสำราญที่สำนักสังคีตเสียแล้ว? ที่นั่นไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรไป"
'มัวเมาในกามารมณ์จนเสียการใหญ่ ใช้ไม่ได้!'
"หยวนเหลียงคิดเรื่องอกุศลอะไรอยู่? ข้าแค่จะไปหาคนที่สำนักสังคีต ไปดูความเป็นอยู่ของนางเสียหน่อย"
เซินถังยิ้มตาหยี "จะว่าไปถ้าไม่มีคำพูดของนาง ข้าก็คงไม่เสี่ยงหนีออกมาเร็วขนาดนี้ แต่ก็ต้องขอบคุณนาง ที่ทำให้ได้มาเจอหยวนเหลียง"
ฉีซ่านไตร่ตรองเพียงครู่เดียวก็เข้าใจความหมายของเซินถัง "เจ้าจะไปหาเรื่องรึ?"
คงหนีไม่พ้นไปหาเรื่องพวกสตรีตระกูลกงที่ถูกเนรเทศกลุ่มนั้น
เขาเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี กลัวว่าเซินถังจะบุ่มบ่ามจนเรือล่มในร่องน้ำ "เท่าที่ข้ารู้ ตระกูลกงยังมีอู่ต้าฟูผู้หนึ่งหลบหนีการจับกุม ตราบใดที่เขายังไม่ติดร่างแห นักโทษตระกูลกงที่ถูกเนรเทศก็จะถูกสายลับจับตาดูอยู่ทุกฝีก้าว หากผลีผลามเข้าไปใกล้ ไม่กลัวจะหาเหาใส่หัวหรือ?"
อย่าว่าแต่ไปหาเรื่องไม่สำเร็จเลย ดีไม่ดีตัวเองจะโดนจับไปด้วย
"แต่มีแค้นไม่ชำระไม่ใช่นิสัยของข้า" เซินถังขมวดคิ้วแน่น นางถามใจตัวเองดู ไม่ใช่คนประเภทต้องเอาคืนทุกเม็ด แต่ก็ไม่ใช่แม่พระใจกว้างที่โดนคนผลักลงหลุมไฟแล้วยังยิ้มระรื่นไม่ถือสา
นั่นไม่ได้เรียกว่าใจกว้าง เขาเรียกว่าโง่!
ฉีซ่านเสนอแนะ "เจ้าใช้วิธีอ้อมๆ ก็ได้นี่"
เซินถังถาม "เช่น?"
ฉีซ่าน "คิดเอาเอง"
เซินถังจะแก้แค้นไม่ใช่เขาจะแก้แค้น หากแม้แต่เรื่องแก้แค้นยังต้องให้ผู้อื่นวางแผนให้ ต่อให้แก้แค้นได้ก็คงไม่สะใจ
เซินถังครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าพึมพำ "ไม่ได้ไม่ได้ วิธีนี้ไม่ได้..."
"วิธีไหนไม่ได้?" ฉีซ่านถูกกระตุ้นต่อมความอยากรู้เข้าให้แล้ว เขาอยากรู้จริงๆ ว่าคุณชายน้อยแซ่เซินผู้นี้จะแก้แค้นคนอย่างไร
เซินถังหลบสายตาด้วยความกระอักกระอ่วน ไม่ยอมพูด 'ไม่ใช่ว่าวิธีนั้นไม่โหดเหี้ยมพอ แต่เพราะมันไม่เหมาะสม'
โดยเฉพาะในยุคสมัยที่กฎหมายไร้ความหมายเช่นนี้ การ 'ยืมหอกสนองคืนผู้ใช้' ทวงความยุติธรรมให้ตัวเองนับเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เรื่องเดียวกัน ไม่มีเหตุผลที่ผู้กระทำทำกับเหยื่อได้ แต่เหยื่อจะใช้วิธีเดียวกันโต้ตอบกลับไปไม่ได้
ผิดกฎหมายก็จริง แต่สะใจ! ติดตรงที่ศัตรูเป็นหญิงและเซินถังเองก็เป็นหญิง การใช้วิธีเดียวกันแก้แค้นกลับไป ออกจะดูต่ำช้าไปหน่อย
วิธีอะไรน่ะหรือ? ก็ต้องเป็นการใช้เงินจ้างคนไปอุดหนุนกิจการของนางอย่างไรเล่า แต่ปฏิบัติการนี้ยังมีปัญหาอยู่อีกข้อ นั่นก็คือเซินถังเป็นยาจก
สำนักสังคีตไม่เหมือนหอนางโลมทั่วไป ราคาเฉลี่ยไม่ใช่น้อยๆ ดังนั้น ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมาก็ถูกนางขยี้ทิ้งทันที
นางถอนหายใจ "ช่างเถอะ ปล่อยให้นางมีชีวิตต่ออีกสักกี่วัน รอให้อู่ต้าฟูตระกูลกงผู้นั้นถูกจับเมื่อไร ข้าค่อยบุกไปขอคำชี้แนะจากนางถึงที่"
ฉีซ่านยิ้มพลางส่ายหน้า อู่ต้าฟูคือผู้มีแก่นยุทธ์ขั้นเก้า ไหนเลยจะถูกจับตัวได้ง่ายดายปานนั้น?
พริบตาเดียวช่วงเช้าก็ผ่านไป เซินถังไม่มีสิ่งใดทำ ม้วนตำราของฉีซ่านพวกนั้นนางพลิกไปพลิกมาท่องจำได้จนหมดแล้ว ดูไปก็ไม่งอกเงยอะไรขึ้นมา
เมื่อไม่มีสิ่งใดทำ สำหรับคนที่เป็นโรคไฮเปอร์อย่างนางช่างทรมานเหลือเกิน แต่ความจริงแล้ว ไม่เพียงนางที่ทรมาน ฉีซ่านก็ทรมาน
"คุณชายน้อยเซินหากเบื่อนัก ก็ออกไปเดินเล่นที่ตลาดเถิด"
'เลิกเดินไปเดินมาถอนหายใจเฮือกฮากต่อหน้าเขาเสียที ตลอดช่วงเช้า เขาถูกรบกวนจนอ่านตำราไม่เข้าหัวสักตัวเดียว' ฉีซ่านบ่นในใจ
เซินถังได้ยินดังนั้นก็หูผึ่งทันที นั่นสินะ เมืองเซี่ยวทั้งเมืองสำหรับนางแล้วยังเป็นเรื่องแปลกใหม่
นางมักจะหาเรื่องสนุกฆ่าเวลาได้เสมอ จะมาอุดอู้อยู่ที่เดียวด้วยเหตุใด? นางปีนกลับเข้าไปในห้อง ควักคลังสมบัติใบน้อยของตัวเองออกมา ซึ่งเงินที่ได้จากการเร่ขายบ๊วยสด แผ่นแป้ง และตังเม ตามรายทางที่สะสมไว้ได้ก้อนเล็กๆ
ฉีซ่านทันแค่กำชับให้อีกฝ่ายระวังพวกเจ้าหน้าที่และอย่าหลงทาง คุณชายน้อยเซินก็วิ่งหายไปราวกับลมพัด
"หึ! ยังนิสัยเด็กจริงๆ"
ฉีซ่านนั่งลงอีกครั้ง เพ่งสมาธิครุ่นคิดอยู่หน้าโต๊ะเขียนอักษร บนโต๊ะมีม้วนกระดาษที่เต็มไปด้วยบันทึกความเข้าใจกางอยู่ พอมองเห็นคำว่า 'ตราลัญจกรแผ่นดิน', 'วิถีเจ้าแคว้น' ผ่านตาแวบๆ รวมถึงแผนผังการป้องกันเมืองบริเวณรอบเมืองเซี่ยวทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน เซินถังก็จูงมอเตอร์ไซค์ของนางวิ่งออกไปที่ถนน
กำแพงกั้นเพียงชั้นเดียว ด้านนอกเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่านับพันลี้ แต่ด้านในกลับคุกรุ่นด้วยควันไฟแห่งชีวิต เต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา ตลอดสองข้างทางมีแผงลอยส่งเสียงร้องเรียกลูกค้าทุกๆ ไม่กี่ก้าว
เซินถังเห็นอะไรก็สงสัยไปเสียหมด ทยอยซื้อของจุกจิกมาไม่น้อย รู้ตัวอีกทีถุงเงินก็แทบจะเกลี้ยง
"ยังไงก็ต้องหาทางปั๊มเงินสักหน่อยแล้วสิ" เซินถังกรีดร้องในใจ จนกรอบสภาพดูไม่ได้แบบนี้ ขายขี้หน้าสาวทะลุมิติรุ่นพี่หมด…น่าละอายจริงๆ
แต่เดินดูมาตลอดทาง ช่างไม่มีลู่ทางทำมาหากินดีๆ เอาซะเลย แผ่นแป้ง บ๊วยสด ตังเม ของพวกนี้เมืองเซี่ยวไม่ขาดแคลน คู่แข่งเยอะ ทำการค้ายาก
เซินถังจูงมอเตอร์ไซค์เดินวนไปรอบหนึ่ง หางตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง จึงรีบถอยกรูดกลับมา
"หอตำราเจิ้งกวง? รับซื้อภาพวาดต้นฉบับหรือ?"
ฮิฮิ… จู่ๆ นางก็ปิ๊งไอเดียทำเงินก้อนโตขึ้นมาแล้ว