เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 การสนทนา

บทที่ 32 การสนทนา

บทที่ 32 การสนทนา


บทที่ 32 การสนทนา

เสียงกระดิ่งของเจ้ามอเตอร์ไซค์ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

เซินถังสืบความเสร็จก็วิ่งเหยาะๆ กลับมา แสร้งทำท่าลึกลับ "เหตุใดหยวนเหลียงไม่ถามข้าเล่า? ไม่อยากรู้ข่าวคราวของท่านผู้นั้นหรือ?"

ฉีซ่านยังคงนิ่งสงบ เอ่ยประโยคที่ชวนให้คนกำหมัดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "โย่วหลีไม่ใช่คนที่เก็บความลับได้หรอก"

เซินถัง "......" 'อยากจะกระโดดถีบแล้วจับฉีซ่านมาผ่าเปิดกะโหลกดูวันละหลายรอบจริงๆ'

"มีปากเช่นนี้แล้วยังรอดชีวิตมาจนโตป่านนี้ได้ นับว่าหายากยิ่งนัก"

เซินถังกล่าวเหน็บแนมทว่าฉีซ่านกลับไม่ขมวดคิ้วเลยแม้แต่น้อย นางจึงได้แต่กล่าวต่อว่า "ฟังจากคนขายเนื้อบอกว่า ท่านผู้เฒ่าผู้นั้นยังเป็น 'คนดัง' ในละแวกนี้อีกด้วย แซ่เดิมคือ 'ฉู่'"

ฉีซ่านถาม "ตัวอักษรตัวใด?" ซึ่งแซ่ที่ออกเสียงเหมือนกันมีอยู่ไม่น้อย

เซินถังสอบถามจากคนขายเนื้อมาอย่างละเอียดแล้ว จึงตอบว่า "น่าจะเป็นตัว 'ฉู่' จากประโยคที่ว่า 'เก็บเสื้อผ้าใส่ถุงเรียกว่าฉู่' ตัวฉู่ที่แปลว่าถุงใส่เสื้อผ้านั่นแหละ"

ฉีซ่านขมวดคิ้วมุ่นลงเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกตเห็น ซึ่งเซินถังที่ยืนรั้งท้ายอยู่สองก้าวย่อมมองไม่เห็น

"ฉู่... แซ่นี้พบเห็นได้น้อยมากในแคว้นซินและแคว้นเกิง"

เซินถังถาม "แล้วพบมากในแคว้นใด?"

ฉีซ่านส่ายหน้า เลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้ แล้วเปลี่ยนเรื่องทันที "นอกจากแซ่แล้ว ยังได้ความอะไรมาอีก?"

เซินถังกล่าวว่า "คนขายเนื้อยังบอกอีกว่าท่านผู้เฒ่าฉู่ผู้นี้เป็นทาสที่ถูกส่งมาขายที่ตลาดเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นส่งมาสามสิบกว่าคน ได้ยินว่าเดิมทีมีทาสอยู่สองร้อยกว่าคน เตรียมจะขนไปขายที่อื่น แต่ระหว่างทางเกิดโรคระบาด ตายจนเหลือแค่นี้ เลยจำต้องขายทิ้งใกล้ๆ ที่เมืองเซี่ยว เพราะเคยติดโรคระบาดมาก่อน ราคาทาสพวกนี้เลยถูกมาก"

ฉีซ่านถาม "ห้าปีก่อน? แน่ใจหรือว่าเป็นเวลานั้น?"

เซินถังทบทวนคำพูดของคนขายเนื้ออย่างละเอียด "คนขายเนื้อก็จำได้ไม่แม่นนัก อาจจะเป็นห้าปีกับอีกไม่กี่เดือน... ท่านผู้เฒ่าฉู่ถูกหอเย่ว์หัวซื้อเหมาไปเป็นของแถม แล้วก็อยู่ที่นั่นเรื่อยมาจนถึงตอนนี้ ข้ายังอุตส่าห์ไปสืบมาด้วยว่าหอเย่ว์หัวคืออะไร..."

ยังพูดไม่ทันจบ ฉีซ่านก็กล่าวแทรกขึ้นมาว่า "คือหอนายโลม"

เซินถังชะงักฝีเท้า มองแผ่นหลังของฉีซ่านด้วยสายตาประหลาดพลางบ่นพึมพำ "เหตุใดท่านถึงรู้ดีนัก?"

หอนายโลมคือสถานที่แบบใด? ก็คือสถานที่ที่ทั้งชายและหญิงสามารถไปแสวงหาความสำราญได้

ฉีซ่านไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง เพียงแต่หันข้างมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนผู้ใหญ่สอนเด็กว่า "โย่วหลียังไม่ถึงวัยที่จะเข้าใจเรื่องพรรค์นี้"

เซินถัง "......" 'จริงๆ พี่สาวคนนี้บรรลุนิติภาวะมาแปดร้อยปีแล้วย่ะ ขอบใจ!'

ฉีซ่าน "ท่านผู้นั้นทำหน้าที่อะไรในหอเย่ว์หัว?"

เซินถังทำหน้ามึนงงแล้วกล่าวว่า "ก็ต้องเป็นงานจับกังในครัวอยู่แล้วสิ ท่านผู้เฒ่าฉู่อายุอานามขนาดนี้ เรี่ยวแรงก็ไม่มี งานหนักก็ทำไม่ไหว อย่างมากก็ช่วยล้างจานล้างชามยกกับข้าวที่เป็นงานทั่วไป อายุขนาดเขา ท่านว่ายังจะทำสิ่งใดได้อีก?"

ฉีซ่าน "......" เขาขอพนันสามอีแปะเลยว่า คุณชายน้อยเซินต้องคิดไปไกลแล้วแน่ๆ

อีกอย่าง--- ฉีซ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คนผู้นั้นมีความแปลกประหลาด ขัดแย้งในตัวเองอยู่มาก ก่อนหน้านี้ได้ประลองหมากกันกระดานหนึ่งก็พอมองออก ภูมิความรู้ด้านแก่นปราชญ์และวาจาสิทธิ์ของเขาไม่ใช่ต่ำต้อย อย่างน้อยก็ไม่ด้อยไปกว่าข้า เมืองเซี่ยวแห่งนี้ช่างเป็นเสือหมอบมังกรซ่อนจริงๆ น่าสนใจยิ่งนัก"

เซินถังประหลาดใจ "ไม่ด้อยไปกว่าท่านหรือ?"

"บางที อาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ" ฉีซ่านกล่าวต่ออย่างรวดเร็ว

เซินถังสับสนแล้ว "ในเมื่อมีความสามารถถึงเพียงนี้ ต่อให้ตกอับจนถูกหอนายโลมซื้อตัวกลับไป ก็ไม่น่าจะต้องไปทำงานจับกังในครัวไม่ใช่หรือ? หากเขาอยากจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก แต่ดูจากการแต่งตัวของเขาก็ไม่เหมือนคนมีความเป็นอยู่ที่ดีนัก"

ต่อให้เป็นทาส ก็ต้องเป็นทาสที่มีความสามารถพิเศษ

ฉีซ่านหลุบตาลงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ผู้ใดจะไปรู้ว่าเขาคิดสิ่งใดอยู่? ทว่า พอพูดถึงแซ่ 'ฉู่' ก็ทำให้ข้านึกถึงคดีเก่าแก่เรื่องหนึ่งขึ้นมา"

พอได้ยินเช่นนั้น จิตวิญญาณแห่งการเผือกของเซินถังก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทันที กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตา ซึ่งตามพล็อตนิยายทั่วไป ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "คดีเก่าแก่" ร้อยทั้งร้อยต้องมีความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับท่านผู้เฒ่าฉู่แน่ๆ

ต่อให้เขาไม่ใช่เจ้าทุกข์ ก็ต้องเป็นญาติสนิทมิตรสหายของเจ้าทุกข์ 'นี่มันสูตรสำเร็จชัดๆ!'

"คดีเก่าแก่อะไรหรือ?"

ฉีซ่านยิ้มกล่าว "ร้อยแคว้นทั่วหล้า ต่างมีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ เป็นดองกันไปทั่ว หลายปีก่อนแคว้นซินมีขุมกำลังเข้มแข็ง บรรดาแคว้นเล็กแคว้นน้อยรอบด้านต่างถือเอาแคว้นซินเป็นผู้นำ ไม่เสียดายที่จะส่งถวายองค์หญิงของแคว้นตนเข้าสู่ตำหนักในของแคว้นซิน และในจำนวนนั้นมีองค์หญิงแซ่ 'ฉู่' พระองค์หนึ่งได้ขึ้นเป็นพระสนม"

"อ้อๆ แล้วอย่างไรต่อ?"

ฉีซ่านเล่านิทานให้เซินถังฟังต่อ "องค์หญิงแซ่ 'ฉู่' จากต่างแคว้นผู้นี้เพิ่งเข้าตำหนักในของแคว้นซินได้ไม่นาน ก็ได้รับความโปรดปรานจากเจ้าแคว้นซินเป็นอย่างมาก รัศมีรุ่งโรจน์ไม่มีผู้ใดเทียมทาน แม้แต่เจิ้งเฉียวที่กำลังเป็นที่โปรดปรานในขณะนั้นยังต้องหลบฉากให้"

"ว่ากันว่าพระสนมผู้นี้แตกฉานคัมภีร์กวี มีจิตใจโอบอ้อมอารี ไม่นานนักก็ตั้งครรภ์ มีแนวโน้มจะได้ขึ้นเป็นหวางโฮ่วปกครองวังหลัง แต่ผลสุดท้ายตั้งครรภ์ได้เพียงห้าเดือนก็แท้ง และเสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ"

เซินถังตั้งใจฟังทุกถ้อยคำ กลัวว่าจะพลาดประเด็นสำคัญ "ข้าพนันเลยว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"

ฉีซ่านพยักหน้า "ย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ข่าวลือในตลาดมีมากมาย บ้างก็ว่าพระสนมลักลอบมีสัมพันธ์กับองครักษ์จนถูกเจ้าแคว้นจับได้ บ้างก็ลือกันว่าเด็กในท้องของพระสนมแท้จริงแล้วเป็นของเจิ้งเฉียว"

"และหลังจากนั้นไม่นาน เจิ้งเฉียวก็ได้กลับแคว้น แคว้นซินก็ส่งกองทัพไปทำลายแคว้นบ้านเกิดของพระสนม เล่าลือกันว่าตอนที่ทำลายแคว้น เจ้าแคว้นซินยังแอบสั่งการให้ฆ่าล้างเมือง ทรมานเชื้อพระวงศ์และขุนนางของแคว้นเล็กๆ นั้นอย่างหนักหนาสาหัส"

"ดูจากท่าทีของเจ้าแคว้นซินแล้ว คาดว่าข่าวลือพวกนั้นคงมีมูลความจริงอยู่บ้าง แน่นอน เป็นไปได้เช่นกันว่าเจิ้งเฉียวใช้อุบาย วางแผนใส่ร้ายสังหารพระสนมผู้นั้นเพื่อความราบรื่นในการกลับแคว้น"

เซินถัง "......" 'นี่สินะที่เขาเรียกกันว่า "กงเกวียนกำเกวียน"?'

'แคว้นซินก็เคยทำเรื่องฆ่าล้างเมือง ทรมานเชื้อพระวงศ์ของอีกฝ่าย ไม่ให้เกียรติเชลยศึก มาตอนนี้ถึงตาเจิ้งเฉียวทำลายแคว้นซินบ้าง ไม่เพียงเลียนแบบวิธีการอันต่ำช้าในอดีตของแคว้นซิน แต่ยังพลิกแพลงเล่นลูกไม้ใหม่ๆ ให้องค์หญิงแห่งราชวงศ์ซินต้องเปลือยกายยอมจำนน นี่เรียกว่า 'ศิษย์เก่งกว่าอาจารย์' ชัดๆ'

เซินถังคาดเดา "ความหมายของหยวนเหลียงคือ ท่านผู้เฒ่าฉู่ผู้นั้นอาจจะเป็นเชื้อพระวงศ์ของแคว้นเล็กๆ แคว้นนั้นหรือ?"

"เรื่องนี้พูดยาก อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ แคว้นเล็กๆ ที่ถูกทำลายนั้นมีแซ่ใหญ่ที่สุดคือ 'ฉู่' ขอบเขตกว้างเกินไป ระบุตัวตนได้ยาก แต่ที่แน่ๆ ต้องมีความแค้นกับแคว้นซิน"

ฉีซ่านค่อยๆ ผ่อนลมหายใจขุ่นมัวออกมา ระงับอารมณ์ซับซ้อนที่ปั่นป่วนอยู่ในอกชั่วคราว แล้วกล่าวต่อ "อย่าเพิ่งพูดเรื่องเหล่านี้เลย คุณชายน้อยเซิน พวกเราไปหาที่พักให้เรียบร้อยเสียก่อน เรื่องอื่นค่อยเป็นค่อยไป"

ช่วงเวลาต่อจากนี้คงต้องใช้เวลาขลุกอยู่ที่เมืองเซี่ยวอีกพักใหญ่

เซินถังยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "ทุกอย่างฟังหยวนเหลียงก็แล้วกัน"

'ไม่คุ้นเคยสถานที่ ก็ได้แต่พึ่งพา "เอ็นพีซีนำทาง" ท่านนี้แหละ' เซินถังคิดในใจ

ฉีซ่านพาเซินถังมายังบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่ในทำเลค่อนข้างห่างไกล แม้ตัวบ้านจะเล็กแต่มีข้าวของครบครัน ทุกมุมมองบ่งบอกถึงความใส่ใจอันประณีตของเจ้าของบ้าน

เจ้าของบ้านเป็นคู่สามีภรรยาชาวนาสูงวัย ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกน่าจะมีอายุราวห้าสิบปี และทันทีที่ทั้งสองปรากฏตัว หญิงชราก็ยิ้มต้อนรับและพาเซินถังไปที่ห้องพักของนาง

ห้องพักอยู่ติดกับลานบ้าน เมื่อเปิดประตูไม้ออกมาก็จะมองเห็นลานกลางบ้าน ส่วนฉีซ่านพักอยู่ห้องข้างๆ

รอจนสองสามีภรรยาชราเดินจากไป นางจึงถามว่า "หยวนเหลียงรู้จักกับสองท่านนี้หรือ?"

สองสามีภรรยาพูดคุยกับฉีซ่านด้วยความสนิทสนม ดูเหมือนคนคุ้นเคยกัน

ฉีซ่านตอบว่า "รู้จักกันมาห้าหกปีแล้วกระมัง..."

คิ้วของเซินถังเลิกขึ้น ไม่รู้ว่านางขี้ระแวงไปเองหรือไม่ แต่รู้สึกติดใจกับคำว่า 'ห้าหกปี' นี้อย่างบอกไม่ถูก

จบบทที่ บทที่ 32 การสนทนา

คัดลอกลิงก์แล้ว