เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ช่วยข้าด้วย!

บทที่ 30 ช่วยข้าด้วย!

บทที่ 30 ช่วยข้าด้วย!


บทที่ 30 ช่วยข้าด้วย!

ภายในลานบ้าน ชายสองหญิงหนึ่งถูกมัดมือไพล่หลัง

ทั้งสามคุกเข่าพร้อมเพรียงกันอยู่แทบเท้าเซินถัง ตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกตกน้ำ

"เมื่อครู่ผู้ใดที่บอกว่าตัวเองคือฟ้าดิน?" เซินถังใช้ไม้ที่ถืออยู่ในมือเชยคางคนผู้หนึ่งขึ้น

แล้วยิ้มถาม "ใช่เจ้าหรือไม่?"

คนที่ถูกถามส่ายหน้าดิกราวกับกลองป๋องแป๋ง ส่ายไปพลางถอยหลังหนีไปพลาง พยายามหลบไม้ของเซินถังด้วยความหวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะคลั่งขึ้นมาอีก

พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวกลับกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร อีกทั้งยังโดนซ้อมจนน่วม สมองจึงมึนงงไปหมดแล้ว

เซินถังใช้ไม้เชยคางอีกคนหนึ่งขึ้นมา "เช่นนั้น เจ้าหรือ?"

คนที่ถูกถามคือไล่โถวที่ไปหลอกล่อเซินถังมานั่นเอง

"ม่ะช่าย ม่ะช่าย---" เสียงของเขาสั่นเครือเจือสะอื้น พูดจาลมรั่วเพราะฟันหลอ น้ำตาแทบจะพุ่งออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

จะโทษว่าเขาขี้ขลาดก็ไม่ได้ ลูกถีบเหินเวหาไต่กำแพงของเซินถังเมื่อครู่ เขาแทบยังไม่ทันรู้สึกเจ็บ ฟันบนล่างก็ถูกเตะร่วงไปสี่ห้าซี่ ที่เหลือก็โยกคลอน เลือดจากเหงือกไหลอาบไปครึ่งหน้า

เหตุการณ์หลังจากนั้นเหมือนฝันร้าย คนตัวโตๆ ถึงสามคนถูกเด็กสาวตัวกะเปี๊ยกจัดการจนหมอบราบคาบ…ไร้ทางสู้โดยสิ้นเชิง! จึงเกิดเป็นภาพเหตุการณ์ในตอนนี้

"ก็ไม่ใช่เจ้าอีกหรือ?" หางตาของเซินถังเจือรอยยิ้ม ปลายไม้ยาวเชยคางคนที่สาม ซึ่งเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่ม "เช่นนั้น คงเป็นเจ้าแล้ว?"

หญิงสาวซัดทอดไล่โถวทันทีโดยไม่ลังเล กรีดร้องเสียงแหลม "ข้าไม่ได้พูด ข้าสาบานว่าไม่ได้พูด! เจ้าไล่โถวเขาเป็นคนพูด!"

สายตาของเซินถังตวัดกลับไปที่ไล่โถว หรี่ตาลงเล็กน้อย "ความตายมาเยือนตรงหน้ายังกล้าโกหก โทษหนักเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว!"

พอได้ยินคำว่า 'ตาย' ไล่โถวก็กลัวจนน้ำมูกน้ำตาไหลพราก โขกศีรษะกับพื้นรัวๆ ขอชีวิตจากเซินถัง

โขกไปได้แค่สามทีก็ถูกไม้ตากผ้าในมือเซินถังยันเอาไว้ นางเอ่ยเสียงเรียบ "เห็นแก่ที่เจ้ายังพอสำนึกผิดอยู่บ้าง ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าทำคุณไถ่โทษ บอกมา…นอกจากข้าแล้ว พวกเจ้าใช้วิธีนี้หลอกหญิงบริสุทธิ์ไปไว้ที่ใดหมด?"

นางลองค้นดูแล้วในลานบ้านไม่มีเหยื่อคนอื่นเลย ถ้ารู้แต่แรก นางจะเปลืองแรงเช่นนี้ไปเพื่อเหตุใด?

"ขะ ขะ…ขายไปหมดแล้ว" ไล่โถวกลัวจนลิ้นพันกัน พูดติดอ่างไม่หยุด

"ขายไปแล้ว? ขายไปที่ใด? ขายไปกี่คน? ได้เงินมาเท่าไร? สารภาพมาให้หมดทุกเม็ด!" เซินถังนั่งอยู่บนตั่งตัวเล็ก ขาซ้ายวางราบ ขาขวาตั้งชันขึ้น เพื่อให้มือที่ถือไม้พาดบนหัวเข่าได้ถนัด

คำถามรัวเป็นชุดของคนตรงหน้าทำเอาทั้งสามคนอยากจะร้องไห้แต่ไร้ซึ่งน้ำตา แล้วคำถามพวกนี้จะให้ตอบอย่างไร?

ไม่ตอบก็ตาย ตอบไปก็ยิ่งตายเร็วขึ้น

ชายสองคนมืดแปดด้าน กลัวว่าตอบผิดจะโดนเซินถังทุบกบาล แต่หญิงสาวกลับเริ่มคาดเดาในใจ นางคิดว่าเซินถังคงอ่านนิยายประโลมโลกมากเกินไป ฝันอยากเป็นจอมยุทธ์ผดุงคุณธรรม ปากยังไม่ทันสิ้นกลิ่นน้ำนม ก็ริจะออกมาผดุงความยุติธรรม

แต่หากจะรับมือกับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพรรค์นี้ ใช่ว่าจะไร้หนทาง

นางบีบน้ำตาทำท่ารันทด "แม่นางน้อยเข้าใจพวกเราผิดแล้ว พวกเราเพิ่งทำผิดไปแค่สองสามครั้ง ไม่เคยทำเรื่องชั่วช้าสามานย์อื่นใดเลยจริงๆ"

เซินถังแค่นหัวเราะ "สองสามครั้ง? แล้วหนึ่งในนั้นก็มาแจ็คพ็อตแตกที่ข้าเนี่ยนะ พวกเจ้าดวงดีเช่นนี้เหตุใดไม่ไปซื้อลอตเตอรี่ล่ะ?"

ถึงจะมีคำที่ฟังไม่ค่อยเข้าใจ แต่หญิงสาวยังคงยืนกรานคำเดิม "พวกเราขายไปหลายคนก็จริง... แต่ที่ทำไปก็เพื่อช่วยคนนะ"

นางลอบชำเลืองมองสีหน้าเซินถัง เห็นว่าอีกฝ่ายไม่โกรธจึงพูดต่อ "คนที่พวกเราขายไปล้วนเป็นสินค้าที่ซื้อมาอย่างถูกต้อง พ่อแม่พวกเขารับเงินไปแล้วทั้งนั้น ยุคสมัยนี้ ซื้อคนผู้หนึ่งใช้เงินไม่กี่อีแปะ พวกเราแค่หน้ามืดตามัวชั่ววูบถึงได้ทำผิดครั้งใหญ่ ต่อไปจะไม่หลอกผู้ใดอีกแล้ว!"

เซินถังฟังแล้วหัวเราะ "ช่วยคนหรือ?"

หญิงสาวเห็นว่าเซินถังเริ่มคล้อยตาม ก็บังเกิดความหวัง รีบแก้ตัว

"ปีนี้มีสงคราม ไม่ว่าผู้ใดก็ลำบาก บ้านที่มีลูกเยอะปากท้องรอให้ป้อนมีตั้งเท่าไร แล้วจะเลี้ยงไหวได้อย่างไร ถ้าพวกเราไม่รับซื้อไว้ เด็กพวกนั้นไม่อดตาย ก็คงหนีไม่พ้นถูกจับแลกลูกกันกิน แต่ถ้าถูกขายไป อย่างน้อยก็มีที่ไป มีข้าวกิน"

เซินถังหัวเราะด้วยความโมโหกับตรรกะวิบัติกลับดำเป็นขาวเช่นนี้

ปลายไม้จี้ที่คอหอยพวกเขา ยื่นคำขาดพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือก "เลิกแก้ตัวแล้วสารภาพมา! ไม่เช่นนั้น ไม้นี้จะแทงทะลุคอพวกเจ้า แรงมือของข้าพวกเจ้าคงซาบซึ้งดีแล้ว รับรองว่าไม้นี้แทงทะลุจากหน้าไปหลังเสียบพวกเจ้าสามคนเป็นลูกชิ้นปิ้งไม้เดียวได้แน่นอน"

นางแค่ออกแรงเพียงนิด ก็ทิ้งรอยช้ำสีม่วงคล้ำไว้ที่ลูกกระเดือกของหญิงสาว ทำเอาอีกฝ่ายร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

"ข้าบอกแล้ว! ข้าบอกแล้ว! ท่านจอมยุทธ์ไว้ชีวิตด้วย!"

เซินถังถึงจะพอใจขึ้นมาบ้าง

คนขายเนื้อชะเง้อมองดูดวงอาทิตย์เป็นระยะ ยิ่งดูก็ยิ่งร้อนใจ ถูมือไปมาด้วยความกังวล ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ตาเฒ่าเอ๊ย ที่เจ้าพูดมามันจะเป็นจริงอย่างนั้นหรือ?"

ใครจะรู้ว่าลูกค้ากลับยิ้ม พลางชูห่อใบบัวที่ห่อไว้อย่างดีขึ้น บุ้ยใบ้ไปทางสุดถนน แล้วเอ่ยว่า "ตานี้ ข้าชนะ"

คนขายเนื้อชะโงกหน้า หรี่ตามองไปทางทิศนั้นอยู่นานสองนาน ด้วยอาชีพที่ต้องตื่นมาเชือดหมูตั้งแต่ไก่โห่ นานวันเข้าสายตาก็เริ่มแย่ มองสิ่งใดไกลๆ ก็เห็นเป็นภาพมัวๆ เขาหรี่ตาจนแทบจะเป็นตะคริว ก็ยังไม่เห็นสิ่งใด

สังเกตเห็นเพียงความวุ่นวายของฝูงชนในทิศทางนั้น จนกระทั่งเซินถังเดินเข้ามาใกล้ เขาถึงเห็นชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

เห็นเพียงแม่นางน้อยรูปงาม... อ้อ ไม่สิ คุณชายน้อย ขี่อยู่บนหลังล่อที่สวยงามตัวนั้น ปากเคี้ยวตุ้ยๆ อะไรบางอย่าง เดินทอดน่องกลับมาอย่างสบายอารมณ์

ในมือนางจูงเชือกเส้นหนึ่ง ปลายเชือกผูกโยงชายสองหญิงหนึ่ง และทั้งสามคนถูกซ้อมจนหน้าตาบวมปูด เดินกะเผลกทุลักทุเล

แต่ทว่า สำหรับคนที่ทำมาหากินในย่านนี้เป็นประจำ ต่อให้ทั้งสามคนกลายเป็นเถ้ากระดูกก็ยังจำได้อย่างแน่นอนว่าเป็นพวกอันธพาลตัวหายนะสามคนนั้น

เซินถังกลับมาที่ข้างร้านสุรา นั่งลงบนตั่งตัวเล็กเพื่อรอคนต่อ นิ้วดีดเม็ดบ๊วยที่แทะจนเกลี้ยงสามเม็ดออกไปดั่งกระสุน ทั้งสามคนเข่าอ่อนทรุดลงกระแทกพื้นดัง ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงเข่ากระแทกพื้นหนักแน่นทำเอาคนมุงดูหนังศีรษะชาวาบ เจ็บเข่าแทน

เซินถังชี้หน้าทั้งสาม แผ่รังสีอำมหิต "คุกเข่าไว้ให้หมด"

ทั้งสามตัวสั่นงันงก กลืนเสียงร้องครวญครางลงคอ ไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย

ลูกค้า "......" แววตาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง เขาคิดว่าเซินถังจะฆ่าพวกอันธพาลที่คิดร้ายทิ้งเสียอีก แล้วนี่เล่นอะไรกัน?

"ไฉนคุณชายน้อยจึงไม่ฆ่าพวกเขาทิ้งเสียเลยเล่า?" ชาวบ้านที่มุงดูเมื่อเสพเรื่องสนุกจนพอใจก็ทยอยกันแยกย้าย ลูกค้าผู้นั้นจึงเดินเข้ามาทักทายเซินถัง

เซินถังกำลังนั่งแทะบ๊วยแก้เซ็ง ปากก็บ่นงึมงำว่าเหตุใดฉีซ่านยังไม่มาเสียที ได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองผู้มาเยือน

นางชี้ที่ตัวเอง "ท่านเรียกข้าว่าคุณชายน้อยหรือ?"

ลูกค้า "มีอันใดไม่ถูกต้องหรือ?" สายตาหยุดอยู่ที่ตราประทับแก่นปราชญ์ที่เอวของเซินถังเพียงชั่วขณะแล้วเลื่อนออก

เซินถัง "มะ…ไม่ผิดหรอก พี่ชายสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก!"

'ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือตาถั่วเหมือนฉีซ่านเปี๊ยบ!'

ส่วนคำถามเมื่อครู่ของอีกฝ่าย---

"เหตุใดไม่ฆ่าสามคนนั้นน่ะหรือ? ก็เพราะฆ่าคนมันผิดกฎหมายน่ะสิ ข้าเป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมาย เป็นแค่จิตรกรพเนจรที่ไม่มีแรงจะไปเชือดไก่ จะไปทำเรื่องนองเลือดพรรค์นั้นได้อย่างไร? ต่อให้พวกเขาสมควรตายเพียงใดก็ต้องส่งให้ที่ว่าการเมืองเซี่ยวจัดการ"

ส่วนเหตุผลที่แท้จริง--- ' ลานบ้านนั่นเปลี่ยวเกินไป ร้างผู้คน ขืนฆ่าสามคนนี้ทิ้งไว้ที่นั่น ศพเน่าเปื่อยหนอนขึ้นไม่มีใครจัดการ จะกระทบต่อทัศนียภาพของเมืองเซี่ยวเปล่าๆ อีกอย่าง จิตรกรเอะอะก็ฆ่าแกงกัน ภาพลักษณ์มันดูไม่งาม' เซินถังคิดในใจ

ดังนั้นนางจึงตัดสินใจขัดเกลาจิตใจ เคารพกฎหมายบ้านเมือง

ลูกค้าพอจะฟังคำบ่นของเซินถังรู้เรื่องอยู่บ้าง จึงเอ่ยว่า "หากส่งให้ที่ว่าการ อีกไม่กี่วันพวกเขาก็คงเป็นอิสระ"

เซินถังชะงักมือที่กำลังจะหยิบบ๊วยเข้าปาก เอ่ยอย่างลังเลว่า "ถ้าเข่นนั้น เดี๋ยวข้าลากพวกเขาไปเชือดทิ้งนอกเมืองดีหรือไม่?"

จบบทที่ บทที่ 30 ช่วยข้าด้วย!

คัดลอกลิงก์แล้ว