เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 เมืองเซี่ยว

บทที่ 24 เมืองเซี่ยว

บทที่ 24 เมืองเซี่ยว


บทที่ 24 เมืองเซี่ยว

เซินถังโยนมีดที่ใช้ขุดหลุมลงพื้น

ก่อนจะเอ่ยอย่างหัวเสีย "ข้าจะไปเมืองเซี่ยวด้วยเหตุอันใด? ไปให้เขาจับใส่ตะกร้าล้างน้ำหรือ? อีกอย่าง ไอ้ที่พรรค์นั้นมันมีอะไรน่าไปกัน?"

'ช่วยเคารพคาแรคเตอร์นักโทษหลบหนีของนางหน่อย!' เซินถังบ่นอุบ

"คุณชายน้อยเซินไม่เป็นห่วงญาติพี่น้องคนอื่นๆ บ้างหรือ?"

เซินถังชะงักเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ฉีซ่านผู้นี้พูดจี้ใจดำของนางเข้าพอดี

ไม่ว่าจะอย่างไร ตอนนี้นางอาศัยอยู่ในร่างนี้ ก็ควรจะทำความเข้าใจอดีตของเจ้าของร่างเดิมสักหน่อย เผื่อวันหน้าเจอคนรู้จักของเจ้าของร่างจะได้ไม่เผยพิรุธ สร้างปัญหาให้ตัวเองเปล่าๆ

ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมมีญาติพี่น้องหรือไม่ หากพวกเขารอดพ้นจากการเนรเทศมาได้ นางก็จะได้แอบดูแลอยู่ห่างๆ แต่ถ้าพวกเขาโชคร้ายทนไม่ไหวตายไป อย่างน้อยก็ยังช่วยเก็บศพให้ ไม่ต้องกลายเป็นศพไร้ญาติกลางป่าเขา

ความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเซินถังตกอยู่ในสายตาของฉีซ่าน ดวงตาของเขาฉายแววพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด 'กะแล้วว่าการตัดสินใจของเซินถังต้องเป็นไปตามที่เขาต้องการ!'

"ฉีผู้นี้พอมองออกว่า คุณชายน้อยเซินมีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา วันหน้าย่อมต้องสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ตัวข้าฉีผู้นี้แม้จะไร้ความสามารถ แต่ก็พอจะเรียกได้ว่าเป็นปัญญาชน แม้จะเทียบไม่ได้กับปราชญ์ผู้เลื่องชื่อที่มีลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมือง แต่ถ้าจะให้สอนพื้นฐานให้คุณชายน้อยเซิน ก็ยังถือว่าเหลือเฟือ..."

เซินถังมีแผนการในใจแล้ว แต่ไม่พูดออกมา นางแกล้งพูดว่า "ตำราพวกนั้นของหยวนเหลียง ข้าจำได้หมดแล้ว"

ฉีซ่านหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ยกนิ้วชี้ไปที่สมองของตนเอง แล้วกล่าวอย่างมั่นใจว่า "คุณชายน้อยเซิน เนื้อหาที่ล้ำค่าจริงๆ อยู่ที่ตรงนี้ หากแค่อ่านตำราวาจาสิทธิ์ไม่กี่เล่มก็สามารถเชี่ยวชาญการควบคุมแก่นปราชญ์ได้ เช่นนั้นการแอบขโมยเรียนรู้วิชาก็คงจะง่ายดายเกินไปแล้ว"

"คำพูดของหยวนเหลียงก็มีเหตุผล แต่ว่าเมืองเซี่ยวเนี่ย..." นางอุตส่าห์ลงแรงแทบตายกว่าจะหนีออกมาได้ แล้วจู่ๆ ก็วิ่งแจ้นกลับไป ถ้าซวยไปเจอกับผู้คุมนักโทษที่คุมตัวนางเข้า นางคงทำตัวไม่ถูก

"ท่านต้องมีหลักประกันให้ข้าบ้าง"

"เช่น?"

เซินถัง "เช่น…วาจาสิทธิ์ที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาได้"

ฉีซ่าน "..."

'ของพรรค์นั้นเขาจะมีได้อย่างไร และในความเข้าใจของเขา วาจาสิทธิ์นอกรีตแบบนั้นก็ไม่มีอยู่จริง ซึ่งวาจาสิทธิ์ในใต้หล้า ล้วนมีไว้เพื่อ อำนาจ กลยุทธ์ และการรบ ทั้งสามประการเท่านั้น สมองของคุณชายน้อยเซินเหตุใดถึงได้แปลกประหลาดนัก?'

ถึงจะไม่มีวาจาสิทธิ์ แต่เขาก็มีของอย่างอื่น

"นี่คืออะไร?" เซินถังรับขวดเล็กๆ ที่เขาโยนมาให้ พอเปิดขวดออก หรี่ตามองเข้าไปข้างใน ก็เห็นผงสีดำละเอียดๆ ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร

ฉีซ่านเฉลยคำตอบ "เขม่าก้นหม้อ"

เซินถัง "..."

"เอามาทาหน้าสักหน่อย หรือไม่ก็วิ่งเยอะๆ ตากแดดเยอะๆ ให้เหงื่อออกมากๆ ไม่ต้องอาบน้ำล้างหน้าสักเจ็ดแปดวัน ใครจะไปจำเจ้าได้กัน?"

เซินถังจินตนาการภาพตัวเองเหงื่อท่วมตัวเจ็ดแปดวันโดยไม่อาบน้ำ ราวกับจะได้กลิ่นเปรี้ยวเหม็นเขียวชวนคลื่นไส้ลอยออกมา

"ความคิดบรรเจิดของท่านมีแค่นี้หรือ?"

"นี่จะเรียกว่าความคิดบรรเจิดได้อย่างไร?" รอยยิ้มบนหน้าฉีซ่านจางลงสามส่วน ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก "นี่เขาเรียกว่าพูดจากประสบการณ์"

เซินถังประหลาดใจเล็กน้อย 'พูดจากประสบการณ์?'

แต่ฉีซ่านดูเหมือนไม่อยากจะขยายความในจุดนี้ จึงพูดเสียงสูงขึ้นอีกครั้ง "จริงๆ แล้วคุณชายน้อยเซินไม่จำเป็นต้องกังวลเช่นนั้น ผู้คุมที่คุมตัวนักโทษพวกนั้นละเลยหน้าที่ยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก"

"กล้าปล่อยให้นักโทษหลบหนี ความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะรายงานเบื้องบนมีน้อยมาก ความเป็นไปได้สูงสุดคือเฉือนหูคนอื่นมาสวมรอยแทนที่เจ้า ดังนั้น เจ้าไม่ต้องกังวลว่าจะเห็นภาพประกาศจับของตัวเองแปะอยู่ที่หน้าประตูเมืองเซี่ยว"

ต่อให้ผู้คุมนักโทษไม่ละเลยหน้าที่หรือหมกเม็ด แล้วรายงานเรื่องที่เซินถังหนีไป หากจิตรกรวาดภาพประกาศจับ แล้วจะอย่างไร?

ด้วยระดับความนามธรรมของภาพวาดฝีมือจิตรกรพวกนั้น เว้นแต่ใบหน้าจะมีจุดเด่นชัดเจนมากๆ ไม่อย่างนั้นต่อให้มารดาแท้ๆ มาเห็นก็จำไม่ได้ อย่าว่าแต่ทหารเฝ้าประตูเมืองที่มีชาวบ้านผ่านเข้าออกทุกวันเลย

โอกาสที่ความลับเรื่องตัวตนของเซินถังจะแตกมีน้อยนิดจนแทบไม่มี โดนคำพูดชุดใหญ่เข้าไปทำให้เซินถังคลายกังวลลงได้ "ได้ ไปก็ไป"

นางลงมือขุดหลุมขนาดใหญ่อย่างขะมักเขม้น จากนั้นก็โยนศพลงไปทีละศพแล้วกลบดิน กว่าจะเสร็จงานดวงจันทร์ก็ลอยเด่นกลางฟ้าแล้ว

ฉีซ่านก่อกองไฟ ย่างแป้งจี่ที่เซินถังสร้างขึ้นมาจากวาจาสิทธิ์ พออีกฝ่ายนั่งลงก็ได้กินของร้อนๆ ทันที

"ร้อน!" อุณหภูมิแป้งจี่ร้อนเกินไป เกือบลวกลิ้น

แป้งจี่แบบนี้ไม่มีรสชาติอะไร นอกจากส่วนที่ไหม้เกรียมจะมีกลิ่นหอมไหม้เล็กน้อย ส่วนอื่นก็เหมือนกันหมด ยิ่งกินยิ่งหิวน้ำ กินสองคำต้องดื่มน้ำตามหนึ่งอึก รสชาติช่างจืดชืดสิ้นดี

ในใจนางอดบ่นไม่ได้ว่าเหตุใดถึงใส่ไส้ไม่ได้กันนะ เช่น ไส้ผักกาดดองหมูสับ

ไม่รู้เพราะเหตุใด คืนนี้ฉีซ่านถึงเข้านอนเร็วกว่าปกติ เขาไม่อ่านตำราทบทวน แล้วก็ไม่ฝึกฝนวาจาสิทธิ์ ส่วนเซินถังไม่ง่วง เฝ้ากองไฟนั่งเหม่อลอย

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใด หูแว่วเสียงฝีเท้าเหยียบย่ำใบหญ้าเบาๆ มีคนกำลังค่อยๆ เข้ามาใกล้นาง แต่ไม่มีเจตนาร้าย นางจึงไม่สนใจ

คนผู้นั้นนั่งลงไม่ไกล อาศัยแสงไฟส่องดู ก็เห็นว่าเป็นบุตรชายจอมทึ่มของอวี้สื่อจงเฉิงนั่นเอง เขาจ้องนางอย่างตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด อ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนอยากจะยืนยันอะไรบางอย่าง

อ้าปากอยู่หลายครั้งแต่ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน เซินถังรอจนรำคาญ สุดท้ายเลยเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาเอง "ท่านจงเฉิงหลับแล้วหรือ?"

คนผู้นั้นชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนคาดไม่ถึงว่าเซินถังจะเป็นฝ่ายชวนคุย "อืม... ท่านพ่อหลับไปแล้ว เพียงแต่หลับไม่ค่อยสนิท ตัวรุมๆ มีไข้ ตลอดทางมานี้ท่านบาดเจ็บเยอะมาก แผลเริ่มอักเสบแดง พรุ่งนี้คงต้องหาทางหาสมุนไพรสักหน่อย"

พูดไปพูดมา ขอบตาของชายหนุ่มก็เริ่มแดงก่ำ ร่างกายของบิดาแข็งแรงกว่าคนทั่วไปมาก แต่ด้วยอายุอานามขนาดนั้น ย่อมทนต่อความยากลำบากและการทรมานหนักๆ ไม่ไหว

เซินถังกล่าว "แถวนี้น่าจะมีหมู่บ้าน พวกท่านลองไปขอสมุนไพรจากชาวบ้านดูสิ ว่าแต่ ข้ายังไม่ได้ถามชื่อแซ่ของคุณชายเลย ไม่ทราบว่าต้องเรียกขานอย่างไร?"

"ผู้น้อยเถียนจง นามรองโส่วอี้"

"แล้วเมื่อครู่ท่านเถียนจง จ้องหน้าข้าด้วยเหตุใด?"

"ผู้น้อยรู้สึกว่าท่านหน้าตาเหมือนคนผู้หนึ่งที่ผู้น้อยเคยพบ เว้นแต่เรื่องหญิงชายแล้ว แทบจะเหมือนกันทุกประการ อีกทั้ง ได้ยินบทสนทนาของท่านกับท่านฉีเมื่อตอนกลางวัน บอกว่าท่านเป็น..." เถียนจงกลืนคำว่า 'นักโทษหนีคดี' ลงคอ "ข้าเลยคิดว่าท่านกับนางอาจจะมีความเกี่ยวข้องกัน"

เซินถัง 'ลางสังหรณ์ไม่ดีมักแม่นยำเสมอ นี่นางเจอคนรู้จักของเจ้าของร่างเดิมเข้าแล้วหรือ?'

เซินถังถาม "คนผู้นั้นเป็นผู้ใด? พวกท่านสนิทสนมกันมากหรือ?"

เถียนจงรีบโบกมือปฏิเสธ "ไม่สนิท ไม่สนิท แค่เคยเจอหน้ากันครั้งเดียว ถ้านับตามศักดิ์ นางน่าจะถือเป็นหลานสะใภ้ของข้า"

เซินถังตกตะลึงพรึงเพริด "หลาน... หลานสะใภ้?"

"ถ้าจะพูดให้ถูก ก็ยังไม่ถือว่าเป็น"

เขาอธิบายขยายความ "ผู้น้อยกับบิดาของอวิ๋นฉือเป็นทั้งสหายร่วมสำนักและสหายร่วมรุ่นที่สอบผ่านขุนนางพร้อมกัน จึงนับถือกันเป็นพี่น้องร่วมสาบาน อวิ๋นฉือก็ถือเป็นหลานชายของข้า หากทั้งสองเข้าพิธีแต่งงานกัน ตามศักดิ์แล้วก็ควรเรียกข้าว่า อาเถียน"

"แล้วอวิ๋นฉือคือผู้ใด?"

"กงเฉิ่งแห่งตระกูลกง นามรองอวิ๋นฉือ"

เซินถัง 'ให้ตายเถอะ! นางอยากจะอุทานออกมาดังๆ ว่าให้ตายเถอะโรบิ้น! ร่างนี้เพิ่งจะสิบเอ็ดสิบสองขวบเองนะ!'

"เหตุใดถึงยังไม่ถือว่าเป็น?"

"วันงานแต่งยังไม่ทันจะได้ไหว้ฟ้าดิน พิธียังไม่เสร็จสมบูรณ์ ก็มีเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาในจวนตระกูลกงจับกุมคน คนทั้งจวนรวมถึงนางผู้นั้นถูกคุมตัวเข้าคุก ไม่ถึงสองวันก็ถูกส่งตัวไปเนรเทศ ตอนนั้นผู้น้อยก็เป็นแขกในงานด้วย... ช่างน่าเสียดายจริงๆ" พูดจบเขาก็ถอนหายใจ

เขาเคยวิ่งเต้นช่วยเหลือเรื่องการเนรเทศของตระกูลกง คิดไม่ถึงเลยว่าผ่านไปแค่ไม่กี่วัน ครอบครัวของตัวเองจะประสบเคราะห์กรรมตามไปด้วย

เซินถังถามต่อ "ตอนนี้กงเฉิ่งอยู่ที่ใด?"

เขายิ้มขื่น "หากโชคดี ก็น่าจะอยู่ระหว่างทางไปสถานที่เนรเทศ หากโชคร้าย ก็น่าจะอยู่บนเส้นทางสู่ปรโลก"

เซินถังข่มเส้นเลือดที่เต้นตุบๆ บนขมับ พยายามเลียบเคียงถามเพื่อล้วงข้อมูลต่อ "แล้วว่าที่เจ้าสาวของกงเฉิ่ง เป็นลูกหลานผู้ใดหรือ?"

"นางเกิดในสกุลเซิน เพียงแต่..."

"เพียงแต่อะไร?"

เขากล่าวว่า "เพียงแต่สกุลเซิน หลังจากที่ตระกูลกงถูกเนรเทศได้ไม่ถึงสองวัน ก็ถูกเจิ้งเฉียวสั่งประหารเก้าชั่วโคตร ช่างน่าอนาถนัก"

เซินถัง "..."

'ประหารเก้าชั่วโคตร…'

'หมายความว่า บนโลกใบนี้ นอกจากกงเฉิ่งที่ยังไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ญาติพี่น้องที่เหลืออยู่ของเจ้าของร่างเดิมคือ---กำพร้า ของแท้?'

จบบทที่ บทที่ 24 เมืองเซี่ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว