- หน้าแรก
- วาจาประกาศิต สยบปฐพี
- บทที่ 21 วางยาพิษ (ตอนต้น)
บทที่ 21 วางยาพิษ (ตอนต้น)
บทที่ 21 วางยาพิษ (ตอนต้น)
บทที่ 21 วางยาพิษ (ตอนต้น)
ราชวงศ์แคว้นซินแซ่เซินหรือ?
เซินถังสะกดกลั้นความรู้สึกอยากกระอักเลือด ฝืนยิ้มที่มุมปากอย่างยากลำบาก "ถึงพูดไปท่านอาจจะไม่เชื่อ แต่ท่านคิดมากไปจริงๆ"
ฉีซ่านเอ่ยถาม "ฉีผู้นี้คิดมากไปหรือ?"
เซินถังพยักหน้าอย่างแรง "ใช่ ท่านคิดมากไปแล้ว"
'แซ่เซินของนางไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับราชวงศ์แคว้นซินแม้แต่วางแดงเดียว! มันก็แค่เป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้น!'
อีกอย่าง---
"หยวนเหลียงไม่รู้สึกว่ามันเหลวไหลไปหน่อยหรือ? หากข้าเป็นตัวตนอย่างที่ท่านคาดเดาจริง จะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร"
หากเซินถังไม่ใช่เจ้าตัว นางก็คงเชื่อไปแล้ว ซึ่งในการคาดเดาของฉีซ่านมีความเป็นไปได้สูง แต่ปัญหาก็คือข้อสันนิษฐานนี้มีเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่ง นั่นคือร่างนี้ต้องเป็นเด็กผู้ชาย แต่เซินถังมั่นใจว่าร่างกายของตนไม่ได้งอก 'เนื้องอก' แปลกปลอมออกมา
'นาง! เป็น! น้อง! สาว! ของ! แท้! แน่นอน!'
"ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นหรอก แค่ผู้คุมตัวนักโทษเนรเทศก็คงไม่ปล่อยข้าไว้แน่ คนตระกูลกงที่เดินทางมาด้วยกันก็คงไม่มองข้าเป็นอากาศธาตุเช่นนี้" ดังนั้นร่างนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นกงเฉิ่งอย่างที่เขาบอกกล่าว และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นลูกนอกสมรสที่ประมุขแคว้นซินฝากไว้กับตระกูลกง
ต่อให้เป็นเรื่องจริง เซินถังจะยอมรับหรือ?
องค์หญิงหรือองค์ชายแคว้นล้มสลาย จะมีทางรอดได้อย่างไร?
ฉีซ่านได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิด เพียงแต่สีหน้าภายนอกยังคงสงบนิ่ง เซินถังยากจะคาดเดาความคิดที่แท้จริงในใจของอีกฝ่าย สรุปแล้วเขาก็ถูกเซินถังเกลี้ยกล่อมสำเร็จ หรือยังคงยึดมั่นในจินตนาการบรรเจิดของตัวเอง
"ฉีผู้นี้เข้าใจแล้ว"
เซินถัง 'พ่อคุณเอ๊ย เขาเข้าใจอะไรอีกแล้วเนี่ย?'
เพียงชั่วพริบตา จู่ๆ นางก็มีความรู้สึกอยากเจาะรูบนกะโหลกศีรษะของฉีซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"ไปเอาน้ำชามากรอกใส่ถุงน้ำให้เต็ม พวกข้ากำลังรีบ"
"ของข้าด้วย..."
"ทางนี้ก็มี..."
เสียงตะโกนโหวกเหวกของเหล่าทหารดังขึ้นนอกเพิงพักน้ำชา เนื่องจากเส้นทางเนรเทศห่างไกลความเจริญ บวกกับอากาศร้อนจัด น้ำในถุงน้ำจึงแห้งขอดไปนานแล้ว
พวกเขาหัวเราะพลางขว้างถุงน้ำใส่หน้าเจ้าของร้าน เจ้าของร้านอดทนแล้วอดทนเล่า ใบหน้าที่ถูกตบจนหนังถลอกบวมแดงฝืนยิ้มอัปลักษณ์ออกมา ก้มหน้าค้อมเอวเก็บถุงน้ำขึ้นมากอดไว้ในอ้อมอก กล่าวอย่างนอบน้อมถ่อมตนว่า "ขอรับๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละขอรับ"
หางตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยยังคงชำเลืองมองภรรยาของตน
ทหารนายหนึ่งเห็นเขาชักช้าอืดอาด จึงถีบเข้าที่บั้นท้ายหนึ่งที เร่งเร้าว่า "มัวโอ้เอ้อะไรอยู่? ยังไม่รีบไปอีก!"
เจ้าของร้านเซถลา เกือบจะหัวทิ่มลงพื้น ภรรยาเจ้าของร้านที่ถูกทหารดึงตัวไว้โกรธจนตัวสั่นเทิ้มแต่ไม่กล้าขัดขืน
สีหน้ากล้าโกรธแต่ไม่กล้าพูด ยิ่งไม่กล้าขัดขืนของสองสามีภรรยาทำให้เหล่าทหารสำราญใจ เสียงหัวเราะโอหังเคล้าเสียงสะอื้นไห้ด้วยความหวาดกลัวของภรรยาเจ้าของร้านลอยเข้าหูแขกเหรื่อในร้านชาทุกคน
ผู้คนต่างโกรธแค้น กล้าโกรธแต่ไม่กล้าพูด แม้แต่เซินถังเองก็ยังท่องในใจว่า 'อดทนถอยก้าวหนึ่งเห็นทะเลกว้างท้องฟ้าแจ่มใส'
เมื่อท่องถึงรอบที่สามก็เลิกท่อง
"ไอ้พวกบ้าเอ๊ย! ไปลงนรกซะเถอะไอ้ทะเลกว้างท้องฟ้าแจ่มใส!"
ฉีซ่านที่ได้ยินคำหยาบของเซินถังอย่างชัดเจน "..."
'นึกไม่ถึงว่าคุณชายน้อยเซินที่ดูสุภาพสูงศักดิ์ จะมีกลิ่นอายโจรป่ารุนแรงเช่นนี้ คำหยาบคายเช่นนี้มีแต่พวกอันธพาลข้างถนน หรือคนหยาบช้าไร้มารยาทเท่านั้นที่จะพูดกัน'
เมื่อเห็นเซินถังลุกขึ้นยืน เขาจึงถามว่า "คุณชายน้อยเซินจะไปผดุงความยุติธรรมหรือ?"
เซินถัง "ข้าไม่ได้โง่นะ"
จะออกหน้าแทนคนอื่นก็ต้องมีกลยุทธ์ ลงมือซึ่งหน้ามันไม่สมจริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะเล่นสกปรกไม่ได้ เซินถังถลกแขนเสื้อขึ้น ปรับสีหน้าให้ดูไร้เดียงสาไม่มีพิษภัย แล้วเข้าไปช่วยงานเจ้าของร้าน
เจ้าของร้านรู้สึกตื่นตระหนกแกมซาบซึ้ง รีบปฏิเสธทันที "คุณชายน้อยทำไม่ได้นะขอรับ"
เซินถัง "มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้กัน? ถุงน้ำเกือบร้อยใบ จะกรอกเสร็จเมื่อไร? ข้าเห็นร้านชานี้มีแค่พวกท่านสองสามีภรรยา กลัวว่าจะทำไม่ทันแล้วจะโดนหาเรื่องอีก รีบทำให้เสร็จๆ แล้วไล่พวกเขาไป ก็ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กน้อยของข้า"
เจ้าของร้านฟังแล้วขอบตาร้อนผ่าว เขาเอ่ยเสียงสั่นเครือ "ขะ...ขอบคุณ"
สองสามีภรรยาถูกกลั่นแกล้ง ความรู้สึกโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งและสิ้นหวังนั้นมีเพียงตัวเองที่รู้ดี พวกเขารู้ดีว่าแขกในร้านไม่มีหน้าที่ต้องยื่นมือมาช่วย
ใครบ้างไม่รู้ว่าทหารแคว้นเกิงโอหังเพียงใด? เผาฆ่าปล้นชิง ฆ่าคนเพื่อความบันเทิง ทำชั่วสารพัด แล้วใครบ้างจะไม่กลัวตาย
ระหว่างนั้นมีทหารเดินมาตรวจตรา สายตากวาดมองเซินถังที่หดตัวทำงานงกๆ อยู่ในมุมมืดหลายครั้ง เนื่องด้วยอายุยังน้อย ทำงานคล่องแคล่ว แผ่นหลังบอบบาง จึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กรับใช้ในร้านชา จ้องอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าไม่มีปัญหาอะไรก็เดินออกไป
ทั้งสองช่วยกันทำงานอยู่นานหนึ่งเค่อ จนกระทั่งเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มหน้าผากจึงกรอกน้ำใส่ถุงน้ำทั้งหมดเสร็จสิ้น ส่งงานได้เรียบร้อย
ฉีซ่านเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ "เจ้าทำอะไรลงไป?"
เซินถังจิบชาคำหนึ่ง แม้แต่หว่างคิ้วยังเขียนคำว่า 'อารมณ์ดี' แปะไว้สี่คำ "รออีกเดี๋ยว หยวนเหลียงก็จะรู้เอง"
ฉีซ่านเลิกคิ้ว คาดเดา "วางยาพิษ?"
"ทายได้ถูกต้องแล้ว"
"เจ้าเอาพิษมาจากที่ใด?"
สิ้นเสียง ฉีซ่านก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามอีกว่า "วาจาสิทธิ์หรือ?"
เซินถังยิ้มรับ "ถูกต้อง"
ฉีซ่านสูดหายใจเข้าลึก "ประโยคใดกัน?"
'หรือจะพูดว่าไปย่ำยีหรือพลิกแพลงวาจาสิทธิ์บทใดอีก?'
เซินถังทำท่าทางลึกลับ เอื้อนเอ่ยบทกวีออกมาอย่างเชื่องช้า "ปากอสรพิษเขียวไผ่ เหล็กไนหางตัวต่อเหลือง"
ฉีซ่านขมวดคิ้ว "วาจาสิทธิ์บทนี้?"
เช่นเดียวกับประโยค 'ที่ราบโจวหยวนอุดมสมบูรณ์ ผักขมหวานปานน้ำตาลสด' ก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดเคยใช้ หรืออาจกล่าวได้ว่าถูกคนตัดสินไปแล้วว่าไม่มีคุณค่าในการศึกษาทางวาจาสิทธิ์
หากทำความเข้าใจเพียงแค่ตามตัวอักษร พิษก็น่าจะเป็นพิษงูและพิษเหล็กไนตัวต่อ
"อื้ม ข้ากลัวว่าจะวางยาไม่ตาย ก็เลยเติมสมุนไพรไปอีกหนึ่งขนาน หยวนเหลียงลองทายดูสิว่าเป็นสมุนไพรตัวใด?"
ฉีซ่านมีความสามารถในการจดจำสิ่งต่างๆ ได้อย่างแม่นยำเพียงผ่านตา สมุนไพรในปากของเซินถัง จะต้องอยู่ในม้วนคัมภีร์วาจาสิทธิ์ที่เขาคัดลอกไว้อย่างแน่นอน สิ่งที่พอจะเรียกว่ายาได้ก็มีเพียง...
เขาตอบโดยไม่ต้องคิด "หม่าเฉียนจื่อ?"
"ทายถูกแล้ว" น่าเสียดายที่ไม่มีรางวัล ซึ่งหม่าเฉียนจื่ออาจจะฟังดูไม่คุ้นหู แต่ถ้าพูดถึง 'ยาเชียนจี' อันโด่งดังล่ะก็คงจะเข้าใจ
ฉีซ่าน "..." สายตาที่มองไปทางเซินถังยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
'วิถีเจ้าแคว้นของคุณชายน้อยเซินผู้นี้ นอกจากจะเกี่ยวข้องกับ 'การเกษตร' ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังสามารถสร้างสมุนไพรขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้อีกด้วยหรือ?'
เซินถังเห็นสีหน้าประหลาดของอีกฝ่าย นึกว่าเขาไม่เห็นด้วย "หยวนเหลียงรังเกียจวิธีการนี้หรือ?"
วิญญูชนผู้เปิดเผย อาจจะไม่ชอบใจวิธีการวางยาพิษลอบกัด
ฉีซ่านส่ายหน้า "ไม่ใช่ จะใช้วิธีการใดสังหารคนพวกนี้ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือผลลัพธ์ต่างหาก"
ก่อนหน้านี้ที่เขาออกท่องเที่ยวเดินทาง ผ่านอำเภอและจังหวัดที่เสื่อมโทรมมากมาย สตรีในสถานที่เหล่านั้นที่ถูกย่ำยีจนตั้งครรภ์ หรือติดโรคร้ายมีมากจนน่าตกใจ ทุกบ้านทุกครัวเรือนล้วนมีงานศพ ซากศพแขนขาขาดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
ดูจากพฤติกรรมของทหารพวกนั้นเมื่อครู่ มือของพวกเขาจะขาวสะอาดได้หรือ? หากตายไปก็ถือว่าสมควรตายแล้ว
เพียงแต่---
"เจ้าใส่เข้าไปเยอะขนาดนั้น คิดจริงๆ หรือว่าคนอื่นจะชิมรสชาติไม่ออก?" พอดื่มเข้าไปแล้วรสชาติผิดเพี้ยนก็คงพ่นออกมาแล้ว
เซินถังหัวเราะ "ถ้าน้ำเปล่าล่ะก็ได้ แต่สิ่งที่พวกเขาใส่คือน้ำชา รสชาติแปลกไปบ้าง ก็คงคิดว่าเป็นเพราะอากาศร้อน"
ฉีซ่าน "..."
ระหว่างที่ทั้งสองคุยสัพเพเหระ ทหารนับร้อยนายก็จัดขบวนออกเดินทางไปแล้ว พวกเขาเอาเปรียบไปตั้งขนาดนั้นแต่กลับโยนเงินให้เจ้าของร้านแค่สามอีแปะ แถมยังโยนใส่หน้าคนอีกด้วย
ทว่าเจ้าของร้านกลับต้องกล้ำกลืนฝืนทน ปั้นหน้ายิ้ม ปากพร่ำขอบคุณรางวัล
เมื่อเห็นขบวนทหารลับตาไปแล้ว เซินถังก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ "หยวนเหลียง ไปกันเถอะ ไปดูละครสนุกๆ ตอนกำลังร้อนๆ กัน"
เซินถังจูงมอเตอร์ไซค์ออกมา พลิกตัวขึ้นขี่ล่อ ส่วนฉีซ่านยังคงเดินเท้าเช่นเดิม
ทั้งสองสะกดรอยตามไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว จู่ๆ เซินถังก็เอ่ยขึ้นว่า "หยวนเหลียง วางยาพิษลอบสังหารทหารแคว้นเกิง นี่เป็นโทษหนักเลยนะ"
"ในเมื่อรู้ว่าเป็นความผิด เจ้ายังจะทำอีก?"
เซินถังไม่ยี่หระ "เหามากไม่คันหัว! ข้ามันเป็นนักโทษหลบหนีที่อยู่ห่างจากความตายเพียงครึ่งก้าว มีชีวิตอยู่เพิ่มวันหนึ่งก็คือกำไร จะมีคดีติดตัวเพิ่มอีกสักคดี จะต้องกลัวสิ่งใดอีก? แต่ท่านเถอะหยวนเหลียง ท่านยังตามมาด้วย ไม่กลัวจะเดือดร้อนไปด้วยหรือ?"
ฉีซ่านปรือตาขึ้นเล็กน้อย เอ่ยเสียงเรียบ "ฉีผู้นี้ก็เคยบอกแล้ว ข้าไม่ใช่คนดีมีเมตตา"
เรื่องของชื่อแซ่ ขาดเหลือสิ่งใดก็มักตั้งชื่อเติมเต็มสิ่งนั้น
หากแม้นเป็นยุคสมัยแห่งความรุ่งเรือง...
ฉีซ่านมองดูคุณชายน้อยเซินที่ขี่ล่อสีขาวหัวเราะร่าเริง พลันถอนหายใจ 'นั่นคงจะเป็นวิถีเจ้าแคว้นที่เป็นประโยชน์ต่อใต้หล้าที่สุดแล้วกระมัง'
'แต่ช่างน่าเสียดาย เกิดผิดเวลาจริงๆ'