เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 การเนรเทศ

บทที่ 1 การเนรเทศ

บทที่ 1 การเนรเทศ


บทที่ 1 การเนรเทศ

"อย่าแกล้งตาย รีบลุกขึ้นมา!"

ท่ามกลางความมึนงง เซินถังรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเตะเข้าที่ตัวเธอหนึ่งที เตะอย่างเดียวไม่พอ อีกฝ่ายยังก่นด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย

'ไอ้บ้าเอ๊ย! ใครเตะฉันวะ?' เธอเจ็บจนต้องงอขาทั้งสองข้าง ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง

โลกเบื้องหน้าดูเหมือนถูกใครบางคนกระชากผ้าบางๆ ที่พยายามปกปิดความจริงออก เปลี่ยนจากภาพมัวหมองแบบกระจกฝ้ากลายเป็นภาพกระจ่างใสราวกับผลึกแก้ว

'เกิดอะไรขึ้น?' ความเจ็บปวดที่แทบจะระเบิดออกมาทำให้เธอสูดลมหายใจหนาวเหน็บเข้าปอด จ้องมองทุกสิ่งแปลกตาตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน

'เมื่อคืนไม่ได้ดวลเหล้าอยู่กับใครสักคนหรอกเหรอ?' ดูเหมือนว่าพอดื่มไปถึงครึ่งหลัง บรรณาธิการยังโทรมาทวงต้นฉบับ เธอจำต้องฝืนความเมาลุกไปหยิบพู่กันวาดรูป...

ส่วนเรื่องหลังจากนั้น จะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก แต่ที่แน่ใจได้คือ มันไม่ควรจะเป็นภาพตรงหน้านี้อย่างแน่นอน!

เซินถังแอบหยิกตัวเองอย่างแรง จนกระทั่งความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจากผิวหนังตรงนั้น ทำลายความหวังลมๆ แล้งๆ ของเธอจนหมดสิ้น

เมื่อเห็นมือแปลกตาคู่นั้นของตนเอง ในหัวก็พลันผุดคำสามคำขึ้นมาทันที--- เธอทะลุมิติแล้ว!

พร้อมกันนั้นยังเข้าใจความหมายของคำว่า "ทะลุมิติ" อย่างลึกซึ้ง

'แค่ไม่รู้ว่าดื่มเหล้าจนตาย หรือโหมงานดึกปั่นต้นฉบับจนหัวใจวายตายกันแน่' ยิ่งคิดหัวก็ยิ่งปวด ราวกับมีคนตัวจิ๋วถือค้อนคอยทุบตีอยู่ข้างใน เซินถังเจ็บจนต้องรีบหยุดความคิด

"รีบกินซะ กินเสร็จจะได้รีบออกเดินทาง"

ขณะที่เธอกำลังกุมศีรษะเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด แสงแดดเหนือหัวก็ถูกเงาร่างสูงใหญ่บดบัง

ผู้มาเยือนสวมรองเท้าฟางที่เปรอะเปื้อนโคลนสีน้ำตาลดำ โยนแผ่นแป้งขนาดเท่าฝ่ามือที่มีผิวเกรียมไหม้และหยาบกร้านลงมาอย่างส่งๆ แผ่นแป้งตกลงบนพื้นโคลนนอกชายกระโปรงของเธอ

เขาไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าแผ่นแป้งที่เปื้อนโคลนนั้นเซินถังจะกินลงหรือไม่ แล้วเดินดุ่มๆ ไปแจกจ่ายให้คนถัดไปทันที

ชั่วขณะถัดมา ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นมาข้างกายเธอรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ พลันคว้าแผ่นแป้งชิ้นนั้นแล้วหดกลับไป

เซินถังช้าไปหนึ่งจังหวะ ได้แต่มองตามไปอย่างฉงน ซึ่งคนที่แย่งแผ่นแป้งไปคือหญิงสาวผมเผ้ารุงรังใบหน้ามอมแมม อีกฝ่ายกำลังใช้สองมือยัดแผ่นแป้งเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม ราวกับผีอดโซมาเกิด

เพราะกลัวว่าเซินถังจะแย่งคืน นางจึงไม่แม้แต่จะปัดโคลนที่ติดอยู่บนแผ่นแป้ง เพียงครู่เดียวก็ยัดแผ่นแป้งที่ไม่ใหญ่นักเข้าปากจนหมด สุดท้ายยังดูดเศษแป้งที่ติดนิ้วมืออย่างอาลัยอาวรณ์

เซินถัง "......"

ไม่รู้ว่าคนผู้นี้ไม่ได้ทำความสะอาดร่างกายมาแล้วกี่วัน ผมยาวที่ควรจะดำขลับเงางามกลับมันเยิ้มจับตัวเป็นก้อน หากมองดูรอยแสกผมที่เปิดเผยให้เห็นชัดๆ ยังมีคราบไคลสีเหลืองเหนียวเหนอะหนะสะสมอยู่เป็นชั้น

พอลองดมดูดีๆ ยังได้กลิ่นเหม็นคาวประหลาดโชยมาจากตัวนาง คล้ายกับเอาถุงเท้าเหม็นอับที่หมักหมมไว้สามถึงห้าสัปดาห์มาตำรวมกับดอกสือหนานจนได้น้ำข้นคลั่ก และสิ่งเดียวที่พอจะดูได้ ก็คือเครื่องหน้าทั้งห้าที่งดงามโดดเด่นแม้อยู่ภายใต้ความสกปรกมอมแมมนั้น

เซินถังพยายามใช้เหตุผลกับอีกฝ่ายด้วยอารมณ์เย็น "คุณผู้หญิง นั่นมันแผ่นแป้งของฉันนะ"

ทว่าหญิงผู้นั้นกลับทำราวกับหูหนวก ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย เอาแต่เดาะลิ้นลิ้มรสชาติที่หลงเหลือของแผ่นแป้ง

ตอนนั้นเองเซินถังถึงสังเกตเห็นว่า ข้อนิ้วที่หญิงผู้นั้นเพิ่งดูดเลียมีสีขาวสะอาดกว่าส่วนอื่นของมืออยู่มากนัก ลูกกระเดือกของเธอขยับเกร็งโดยควบคุมไม่ได้

เธอไม่ได้เป็นโรคอนามัยจัด แต่การต้องมาเจอภาพกระแทกตาในระยะประชิดขนาดนี้ ร่างกายมันก็เกิดปฏิกิริยาต่อต้านโดยสัญชาตญาณ

หางตาเหลือบเห็นสีหน้าของเซินถังเปลี่ยนไป หญิงผู้นั้นกลัวว่าเจ้าทึ่มนี่จะคลั่งขึ้นมาทุบตีตน จึงขยับก้นถอยหนีไปในทิศตรงกันข้าม

ลำพังไม่ขยับยังพอว่า พอขยับตัวทีก็ดึงรั้งเซินถังให้เซตามไปด้วย

เธอก้มลงมองต้นตอของแรงดึงที่เอว มันคือเชือกป่านเส้นหนามาก ซึ่งเชือกเส้นนี้ผูกหญิงผู้นั้น และหญิงสาวคนอื่นๆ ที่ผมเผ้ารุงรังอายุคละกันไว้ด้วยกันราวกับพวงตั๊กแตน

เมื่อเงยหน้ามองไปรอบทิศ สิ่งที่เห็นล้วนเป็นคนชรา เด็ก และหญิงสาวที่สวมชุดนักโทษผ้ากระสอบหยาบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า มีทั้งชายและหญิง

นอกจากนี้ยังมีชายฉกรรจ์อีกนับสิบคนที่แต่งกายค่อนข้างเป็นระเบียบ เอวห้อยดาบ บ้างยืนยาม บ้างคอยจับตาดูนักโทษ แต่สายตาของพวกเขามักจะหยุดมองนักโทษหญิงสาวรูปร่างดีนานเป็นพิเศษ

นี่... นี่มัน---

ครอบครัวใหญ่ทำผิดกฎหมายแล้วถูกลากไปลานประหารเพื่อคัดชื่อออกจากทะเบียนราษฎร์ทั้งตระกูล? หรือมีความเป็นไปได้ว่ากำลังอยู่ระหว่างทางเนรเทศ

ข้อแตกต่างก็มีแค่ตายเร็วได้ไปผุดไปเกิดเร็ว หรือตายช้าได้ไปผุดไปเกิดช้าเท่านั้นเอง

'โครกคราก...' ท้องไส้ภายในที่หิวโหยเริ่มประท้วงไม่ดูเวลา เสียงดังลั่นจนคนอื่นได้ยิน

เซินถังยกมือกุมท้องที่เริ่มปวดเกร็ง ความหิวทำให้เธอน้ำลายสอออกมาไม่หยุด แต่ยิ่งกลืนน้ำลาย ความหิวก็ยิ่งชัดเจน รุนแรงจนไม่อาจเมินเฉยได้อีกต่อไป

เซินถังขมวดคิ้วในใจ ทำได้เพียงเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อหนีจากความทรมานของความหิว และในระยะสายตา มีนักโทษคนหนึ่งกินมูมมามเกินไป ประกอบกับแผ่นแป้งที่แห้งผาก จึงทำให้ติดคอ

เขาเอาแต่ทุบอกตัวเองพยายามให้แผ่นแป้งที่จุกอยู่ตรงคอหลุดลงไป ใบหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ทุกคนมองดูอย่างเฉยชา ไม่มีใครเข้าไปช่วยตบหลัง และไม่มีใครยื่นน้ำให้

เขาถีบขาตะเกียกตะกายอย่างยากลำบาก พยายามคลานไปหาคนแต่งกายคล้ายผู้คุมของหน่วยราชการ ยื่นมือขวาออกไปสุดแรงเพื่อขอความช่วยเหลือ

แต่จวบจนสิ้นลม มือขวาก็ตกลงอย่างหมดแรง อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะช่วย แถมยังเตะซ้ำไปสองที พอพบว่าคนตายแล้วจริงๆ ก็บ่นพึมพำว่า "ซวยชะมัด!"

จากนั้นก็ชักมีดสั้นที่เอวออกมา ก้มตัวลงเฉือนหนังหน้าซีกขวาใกล้ใบหูของชายผู้นั้นออกมา แล้วโยนใส่ถุงผ้าสกปรกๆ อย่างไม่ใส่ใจ

เซินถัง "......"

"ออกเดินทางได้แล้ว! ขยับให้มันไวๆ หน่อย! ลุกขึ้น อย่าให้ข้าต้องลงแส้!"

เหล่านักโทษสวมใส่ตรวนพันธนาการอันหนักอึ้งอีกครั้ง

ตรวนของนักโทษหญิงมีขนาดเล็ก หนักประมาณสามสิบห้าชั่ง ส่วนตรวนของนักโทษชายใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักไม่แปดสิบก็ต้องมีห้าสิบชั่งเป็นอย่างต่ำ

ชายฉกรรจ์สวมชุดเครื่องแบบสิบกว่าคนนั้นปากก็เร่งเร้า เท้าก็ไล่เตะถีบนักโทษที่ตอบสนองช้า หากเตะถีบแล้วยังไม่ลุกก็จะลงแส้ทันที แรงหวดนั้นหนักหน่วง ฟาดลงไปทีเดียวก็ได้แผลเลือดซิบกว้างเท่าหนึ่งนิ้วมือ เป็นภาพที่น่าหวาดเสียว

เซินถังก้มหน้าก้มตาเดินเงียบๆ พยายามค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับร่างกายนี้…แต่ผลลัพธ์ช่างโชคร้าย

นอกจากเธอจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษของผู้ข้ามมิติแล้ว ร่างนี้ก็ไม่มีความทรงจำหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย ซ้ำร้ายบ้านยังถูกขโมยขึ้นอีก นอกจากรู้ว่าตัวเองชื่อเซินถัง มีนามปากกาว่า "โย่วหลี" อาศัยการวาดรูปหาเลี้ยงชีพ และกลัวบ.ก.ทวงงานแล้ว ความทรงจำอื่นๆ ล้วนเลือนราง!!!

เธอแอบชำเลืองมองนักโทษและผู้คุมนักโทษ แล้วถอนหายใจ 'ซวยฉิบหาย นี่มันระดับความยากโหมดนรกแตกเลยไม่ใช่เหรอไง?'

นี่มันโคตรแห่งความซวยจริงๆ ซวยจนไม่รู้จะซวยยังไงแล้ว! ช่างหัวจุดเริ่มต้นมันเถอะ ชีวิตน้อยๆ สำคัญที่สุด

จะเลือกหนีกลางทาง? หรือเลือกตามขบวนไปถึงจุดหมาย แล้วค่อยหาโอกาสหนี? แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ว่าทางเลือกไหนก็ดูไม่สดใสทั้งนั้น

ต้องเดินฝ่าแดดเปรี้ยงตลอดทาง ระหว่างทางมีนักโทษเป็นลมล้มพับไปอีกหลายคน จนกระทั่งแสงสายัณห์ย้อมขอบฟ้า จึงได้รับอนุญาตให้หยุดพักค้างแรมได้

ผูู้คุมนักโทษจับกลุ่มกันก่อกองไฟ หยิบเนื้อตากแห้งออกมาจากสัมภาระใส่ลงในหม้อดินเผาเพื่อต้ม ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อยก็ได้น้ำแกงเนื้อมาหนึ่งหม้อ

คราวนี้เซินถังตอบสนองไว จึงรักษาแผ่นแป้งเอาไว้ได้

เธอนั่งแปะลงกับพื้น ค่อยๆ เคี้ยวแผ่นแป้งที่ทั้งแข็งทั้งเย็นอย่างละเอียด ใช้น้ำลายทำให้นิ่มจนพอจะกลืนลงคอได้ สมาธิจดจ่ออยู่กับกลุ่มผู้คุมนักโทษที่คุยกันเสียงเบา

แม้บทสนทนาของพวกเขาจะกระท่อนกระแท่น แต่ก็พอจะปะติดปะต่อข้อมูลได้บางส่วน

นักโทษเหล่านี้เป็นครอบครัวเดียวกัน แซ่กง ทั้งคนชราลูกเล็กเด็กแดงในตระกูล แม้แต่บ่าวไพร่สาวใช้ก็หนีไม่พ้น ล้วนถูกจับกุมทั้งหมด แบ่งเป็นสามกลุ่ม ทยอยคุมตัวไปยังจุดหมาย

ฝ่ายชายถูกส่งไปเป็นทหารใช้แรงงานหนักที่ชายแดน ส่วนฝ่ายหญิงส่งเข้าสำนักสังคีตเมืองเซี่ยว

ขบวนที่เซินถังอยู่เป็นกลุ่มที่สอง ส่วนใหญ่เป็นสตรีในเรือนของสกุลกง สาวใช้ รวมถึงผู้อาวุโสหญิงที่มีศักดิ์ฐานะสูงสุด ฮูหยินน้อยที่กำลังสาวสะพรั่ง อนุภรรยาหน้าตางดงาม บุตรหลานหลากหลายวัย ที่เหลือก็เป็นบ่าวไพร่ที่คอยรับใช้

เธอกะเกณฑ์ว่าร่างกายนี้ถ้าไม่ใช่สาวใช้ก็คงเป็นลูกหลานสักคน และพอลองคลำกระดูกดู อายุน่าจะราวๆ สิบเอ็ดสิบสองปี

ชายจะถูกสักหน้าประจาน ส่วนหญิงจะถูกสักตราที่หลังหู

หากนักโทษคนไหนขาดใจตายกลางทาง ก็จะถูกเฉือนหนังหน้าที่มีรอยสักหรือใบหูเก็บไว้เป็นหลักฐานยืนยันจำนวนคน

เธอจึงยกมือคลำใบหู แล้วก็สัมผัสได้ถึงก้อนเลือดที่แห้งกรังอยู่หลังใบหูข้างซ้ายจริงๆ

เซินถัง "......ไอ้บ้าเอ๊ย!"

—-----------

ปล. สวัสดีค่ะ นักอ่านที่น่ารักทุกท่าน ราตรีเสมือนฝัน คนดีคนเดิม มาเปิดเรื่องใหม่แล้วค่า ยังไงก็ขอฝากน้องเซินถัง หญิงสาวข้ามมิติ ตัวแทนของคนสู้ชีวิต (แต่ชีวิตดันสู้กลับ) ด้วยนะคะ

ด้วยรัก…ราตรีเสมือนฝัน

จบบทที่ บทที่ 1 การเนรเทศ

คัดลอกลิงก์แล้ว