- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 37 - สมองเท่าเม็ดถั่วแต่ริอ่านทำเรื่องชั่ว
บทที่ 37 - สมองเท่าเม็ดถั่วแต่ริอ่านทำเรื่องชั่ว
บทที่ 37 - สมองเท่าเม็ดถั่วแต่ริอ่านทำเรื่องชั่ว
บทที่ 37 - สมองเท่าเม็ดถั่วแต่ริอ่านทำเรื่องชั่ว
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
สีหน้าท่าทางของหรงเยียนที่แสดงออกมาในสายตาของตำรวจทั้งสองนายนั้น
มันคือความเจ็บปวดและสิ้นหวังของผู้เสียหายที่ขาดหลักฐานเอาผิดคนร้าย
เลือดรักความยุติธรรมของหลินจวินพุ่งพล่านขึ้นมาทันที
เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง "สหายหรง คุณวางใจได้เลย เรื่องนี้ผมจะต้องสืบหาความจริงให้กระจ่างและคืนความเป็นธรรมให้คุณแน่นอน"
แม่สาวคนนี้น่าสงสารจริงๆ ทำไมเรื่องซวยๆ ถึงได้ประดังประเดเข้ามาหาเธอคนเดียว?
คงเป็นเพราะเธอซื่อและจิตใจดีเกินไปนั่นแหละ
หรงเยียนได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้น แววตาเป็นประกายวิบวับเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ... ฉันนึกว่า..."
ถึงพูดไม่จบประโยค แต่หลินจวินกับเสี่ยวหวังก็เข้าใจความหมายได้ทันที
โถ แม่คุณ เอ๊ย เธอคงคิดว่าพอไม่มีหลักฐานก็ต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมไปเงียบๆ สินะ
"เสี่ยวหวัง พายัยคนที่กองอยู่บนพื้นขึ้นรถไปก่อน"
เสี่ยวหวังรับคำ กำลังจะเดินเข้าไปแบกร่างคน
ตอนนั้นเองหรงเยียนก็พูดขัดขึ้น "หัวหน้าหลินคะ เดี๋ยวก่อนค่ะ ให้ฉันลองปลุกเธอดูก่อนดีกว่า"
"...งั้นก็รบกวนด้วยครับ!" คนที่รีบขอบคุณก่อนใครเพื่อนคือเสี่ยวหวัง ให้ผู้ชายอกสามศอกไปอุ้มสาวรุ่นๆ มันก็ดูไม่งามเท่าไหร่
ท่ามกลางสายตาของชายหนุ่มทั้งสอง หรงเยียนย่อตัวลงนั่ง
เธอยื่นมือไปจิกที่จุดร่องจมูกของสวีเข่ออย่างแรง... ได้ผลทันตาเห็นยิ่งกว่ายาเทวดา
สวีเข่อเจ็บจนสะดุ้งตื่นลืมตาโพลง
พอเห็นหน้าหรงเยียนลอยเด่นอยู่ตรงหน้า สัญชาตญาณก็สั่งให้เธอยกมือฟาดออกไปทันที "นังแพศยา แกจะทำอะไร?"
การกระทำของเธอทำให้ตำรวจทั้งสองนายหน้าเปลี่ยนสี
โชคดีที่หรงเยียนหลบได้ทันท่วงที พวกเขาถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
สีหน้าของหลินจวินดูไม่ดีเลย เสี่ยวหวังเองก็เหมือนกัน เขาตะคอกใส่ทันที "นี่คุณสหาย ทำตัวยังไงของคุณ? ทำไมจู่ๆ ถึงจะตบตีชาวบ้านเขา?"
ความประทับใจที่มีต่อผู้หญิงคนนี้ดิ่งลงเหวทันที
ขนาดยังมีเจ้าหน้าที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ยังกล้าลงไม้ลงมือ... แล้วลับหลังจะกร่างขนาดไหน?
สวีเข่อได้ยินเสียงตวาดก็หน้าถอดสี โดยเฉพาะพอเห็นว่ามีตำรวจสองนายยืนทะมึนอยู่ เธอก็ยิ่งลนลานทำอะไรไม่ถูก
เธอรีบละล่ำละลักอธิบาย "...ฉะ ฉัน ไม่ใช่นะ ฉันนึกว่าหล่อนจะตบฉัน..."
ใครมันจะไปตั้งสติทันตอนลืมตามาเจอหน้าศัตรู? แถมเธอยังสะดุ้งตื่นเพราะความเจ็บอีกต่างหาก
คิดได้แบบนี้ สวีเข่อก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเหลือเกิน ทำไมตำรวจสองคนนี้ถึงได้เข้าข้างนังหรงเยียนนัก?
เสี่ยวหวังถ้าไม่ได้เห็นกับตาเมื่อกี้ คงหลงเชื่อคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ นี่ไปแล้ว "สหายหรงเขาเห็นคุณเป็นลมไป ก็เลยหวังดีช่วยปลุกให้ต่างหาก"
หลินจวินตัดบท "เอาล่ะ คุณสหายสวีเข่อใช่ไหม ตอนนี้มีคดีวางยาวันสอบเอนทรานซ์ที่เรากำลังสืบสวนอยู่ ขอเชิญคุณไปให้ความร่วมมือในการสอบสวนด้วย"
เลือดฝาดบนหน้าสวีเข่อหายวับไปจนหมดสิ้น ความหวังเล็กๆ สุดท้ายพังทลายลง
"ไม่นะ ฉันไม่ได้ทำ..." วางยาบ้าบออะไรกัน เธอแค่ใส่สลอดลงไปนิดเดียวเอง
เป็นเพราะนังหรงเยียนร่างกายอ่อนแอเองถึงได้ท้องเสียจนหมดสภาพ เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย?
"พวกเราแค่เชิญตัวไปให้ปากคำ คุณจะลนลานทำไม? หรือว่า..." สายตาของหลินจวินคมกริบ รังสีตำรวจแผ่ออกมากดดันทันที "คุณคือคนวางยาคนนั้น?"
สวีเข่อกลัวจนตัวสั่น หน้าซีดเผือด ความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้า เธอส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ "มะ ไม่ ไม่ใช่ฉัน..."
ถ้าก่อนหน้านี้หลินจวินยังเผื่อใจไว้บ้าง เพราะการทำคดีต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ใช้อารมณ์
แต่พอเห็นพิรุธของสวีเข่อตอนนี้ เขาก็มั่นใจแล้ว
ผู้หญิงตรงหน้านี้ต้องเป็นคนลงมือแน่ๆ
"เสี่ยวหวัง คุมตัวเธอขึ้นรถ"
ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เสี่ยวหวังเห็นอาการของสวีเข่อแล้วก็คิดเหมือนกับลูกพี่ไม่มีผิด
"รับทราบ!"
เขาเดินเข้าไปหิ้วปีกสวีเข่อให้ลุกขึ้น แล้วดันตัวเธอเข้าไปในรถ
[จบแล้ว]