- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 36 - ทักษะการแสดงของเจ๊หรงถือว่าผ่านฉลุย
บทที่ 36 - ทักษะการแสดงของเจ๊หรงถือว่าผ่านฉลุย
บทที่ 36 - ทักษะการแสดงของเจ๊หรงถือว่าผ่านฉลุย
บทที่ 36 - ทักษะการแสดงของเจ๊หรงถือว่าผ่านฉลุย
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
สวีเข่อยังขวัญหนีดีฝ่อ เมื่อกี้เธอเกือบจะโดนนังแพศยาหรงเยียนชนตายคาที่แล้ว
พอได้ยินคำพูดของหรงเยียน ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจก็ระเบิดออกมา
เธอตะคอกเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว "หรงเยียน หล่อนไปสถานีตำรวจมาใช่ไหม?"
หรงเยียน: ...
ยัยนี่ไอคิวต่ำเตี้ยเรี่ยดินจริงๆ
ร้อนตัวจนเผยพิรุธเองหมดเปลือก
มุมปากเธอกระตุกยิ้ม "กลัวเหรอ?"
สีหน้าสวีเข่อยิ่งดูแย่หนักเข้าไปอีก "ฉะ... ฉันจะมีอะไรต้องกลัว? แต่หล่อนไม่ควรรักษาสัจจะ..."
หรงเยียนทำท่าทางเย็นชาไร้เยื่อใย "ผิดสัจจะ? กับคนจิตใจอำมหิตอย่างเธอต้องรักษาคำพูดด้วยเหรอ?"
"แก..." สวีเข่อทั้งตกใจทั้งโกรธ ตอนนี้เธอมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์แล้วว่านังแพศยานี่ไปสถานีตำรวจมาจริงๆ
ความสิ้นหวังและความกลัวทำให้ความชั่วร้ายเข้าครอบงำจิตใจ
ในเมื่อเธออยู่ไม่เป็นสุข เธอก็จะไม่ยอมให้นังนี่ได้ตายดีเหมือนกัน
ขณะที่เธอยื่นมือออกไปหมายจะผลักจักรยานให้ล้ม จู่ๆ เสียงแตรถยนต์ก็ดังขึ้น
สวีเข่อมองข้ามไหล่หรงเยียนไป แล้วก็ต้องช็อกตาตั้งเมื่อเห็นรถตำรวจกำลังแล่นตรงมาทางนี้
รูม่านตาหดเกร็ง... เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
จบกัน ชีวิตเธอจบสิ้นแล้ว
ตอนนั้นเอง รถตำรวจก็มาจอดต่อท้ายจักรยานของหรงเยียนพอดี
หลักๆ คือถนนเส้นนี้มันแคบเกินไป รถสวนกันแทบไม่ได้
แล้วจักรยานของหรงเยียนก็ดันขวางทางอยู่
หลินจวินรู้อยู่แล้วว่าจะต้องตามทันแม่สาวคนนี้แน่ เพราะจักรยานต่อให้เร็วแค่ไหน จะไปสู้สี่ล้อติดเครื่องยนต์ได้ยังไง?
เขาเปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินตรงมาหาหรงเยียน
เสี่ยวหวังก็ลงจากรถเดินตามมาด้วย
"สหายหรง... นี่คือหัวหน้าทีมหลินของเรา คดีของคุณหัวหน้าหลินรับไปดูแลเองครับ"
สวีเข่อพอได้ยินคำว่า "คดี" เท่านั้นแหละ สติสตางค์กระเจิดกระเจิงทันที
เดิมทีก็หนาวสั่นจนตัวแข็งอยู่แล้ว เจอแบบนี้เข้าไปเลือดลมตีกลับ... หรืออาจจะแค่กลัวจนหัวหด
ร่างของเธอร่วงผล็อยลงไปกองกับพื้น หมดสติไปดื้อๆ
หรงเยียน: ...?
เธอถึงกับพูดไม่ออก
ผู้หญิงคนนี้ขวัญอ่อนขนาดนี้เลยเหรอ?
แต่สิ่งที่หรงเยียนไม่รู้คือ... ในยุคสมัยนี้ ชาวบ้านตาดำๆ โดยทั่วไปแค่เห็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ขาสั่นพับๆ กันหมดแล้ว
"เธอเป็นเพื่อนคุณเหรอครับ?" ในฐานะที่เคยเป็นทหารลาดตระเวนมาก่อน หลินจวินสังเกตเห็นความผิดปกติได้ทันที
ดูทรงแล้วไม่น่าจะใช่ลมจับเพราะป่วยไข้
"หัวหน้าหลินคะ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ คืนก่อนวันสอบเอนทรานซ์ฉันท้องเสียอย่างหนัก น่าจะเป็นเพราะโดนเธอวางยา ทำให้ร่างกายไม่ไหวจนสอบไม่จบ ฉันสงสัยว่าสวีเข่อเพื่อนร่วมห้องคนนี้แหละเป็นคนทำ แต่ติดที่ไม่มีหลักฐาน"
"เมื่อเช้านี้ฉันก็เลยลองหลอกถามเธอดู ไม่นึกว่าเธอจะนึกว่าฉันรู้ความจริงแล้ว..."
จากนั้นหรงเยียนก็เล่าเรื่องที่เธอรับเงินหนึ่งร้อยหยวนมาจากเย่ยวี่ รวมถึงเรื่องที่ให้ประกาศขอโทษผ่านเสียงตามสายในหมู่บ้านให้ฟังจนหมดเปลือก
"เงินอยู่ที่นี่ค่ะ" หรงเยียนล้วงปึกเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ส่งมอบให้ตำรวจเองกับมือ
"ตอนแรกฉันก็ไม่อยากจะรับเงินก้อนนี้หรอกค่ะ แค่พูดไปส่งๆ เพราะหนึ่งร้อยหยวนมันเป็นเงินจำนวนมหาศาล ถ้าพวกเขาบริสุทธิ์ใจจริง ก็คงไม่ยอมควักเงินจ่ายง่ายๆ แบบนี้หรอกค่ะ"
"แต่ผลลัพธ์มันดัน... ฉันกะว่าพรุ่งนี้จะเอาเงินไปคืนพวกเขาอยู่แล้ว ไม่คิดเลยว่าคนพวกนี้จะระแวงว่าฉันจะมาแจ้งความ ก็เลยมาดักรอฉันที่นี่..."
หลินจวินกับเสี่ยวหวังถึงกับตะลึง
ต้องเข้าใจก่อนว่าในยุคนี้ ใครที่สามารถควักเงินสดหนึ่งร้อยหยวนออกมาได้ทีเดียว บ้านนั้นต้องรวยระดับเศรษฐีเลยนะ
เงินแค่ห้าเฟินยังซื้อของได้ตั้งหลายอย่าง
ใครมันจะบ้าเอาเงินเยอะขนาดนี้มาให้คนอื่นง่ายๆ?
ชัดเจนว่าทำไปเพราะร้อนตัว ยอมเสียทรัพย์เพื่อปัดเป่าเรื่องร้าย
เสี่ยวหวังอดถามไม่ได้ "สหายหรง แล้วทำไมเมื่อกี้ตอนอยู่ที่โรงพักคุณถึงไม่แจ้งเรื่องนี้ด้วยล่ะครับ?"
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยคือเรื่องใหญ่ของชีวิต การทำลายอนาคตคนอื่นแบบนี้มันเลวทรามต่ำช้าที่สุด
หรงเยียนถอนหายใจเฮือก "ฉันก็แค่ใช้กลอุบายหลอกถามมา ไม่ได้มีหลักฐานคาหนังคาเขา ลำพังแค่ความสงสัยมันเอาผิดเธอไม่ได้หรอกค่ะ ฉันก็เลย..."
เธอก้มหน้าลง ทำตัวไหล่ตกดูห่อเหี่ยวสิ้นหวังแบบสุดๆ
[จบแล้ว]