- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 29 - ฝันกลางวันแสกๆ
บทที่ 29 - ฝันกลางวันแสกๆ
บทที่ 29 - ฝันกลางวันแสกๆ
บทที่ 29 - ฝันกลางวันแสกๆ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ทางด้านฉินอวี่วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาถึงบ้าน "พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ผมรู้แล้ว..."
ฉินเย่มองน้องรองที่หอบจนตัวโยน "สรุปว่าเกิดอะไรขึ้น?"
ฉินอวี่เล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเห็นมาให้ฟังจนหมดเปลือก
ดวงตาของฉินเย่ฉายแววเย็นเยียบ เงียบไปครู่ใหญ่ เขาถึงเอ่ยขึ้น "แกคอยดูต้นทางข้างนอกไว้ ถ้าตำรวจมา ให้รีบมาบอกฉัน"
ฉินอวี่: ...
มาบอกพี่แล้วจะมีประโยชน์อะไร?
พี่ลุกขึ้นมาไม่ได้สักหน่อย
เขาเริ่มรู้สึกจริงๆ แล้วว่าอาการบาดเจ็บของพี่ใหญ่นี่มันช่างไม่ถูกที่ถูกเวลาเอาซะเลย
"ผมรู้แล้วครับ"
อีกด้านหนึ่ง ครอบครัวยายเฒ่าหวังกลับมาถึงบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
"แม่ แล้วพวกเราจะยังไปกันอีกไหม?" ฉินฟู่กุ้ยลูกชายคนเล็กถามเสียงเบา
ตอนแรกที่แม่กลับมาบอกว่าโดนนังหรงเยียนตบ เขาไม่เชื่อหรอก ดูหุ่นแม่เขาสิ หรงเยียนตัวแค่นั้นจะไปสู้แรงแม่ได้ยังไง?
แต่เขารู้ดีว่าถ้าแม่พูดอะไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะพวกเขากำลังหาเรื่องไปรีดไถค่าเสียหายจากบ้านฉินเย่
โดยเฉพาะจักรยานคันนั้น ตั้งแต่เห็นเมื่อเช้า เขาก็หมายตาเอาไว้แล้ว
ของของบ้านฉินเย่... ก็เท่ากับของของบ้านเขานั่นแหละ?
ของดีมีราคาอย่างจักรยาน จะให้ไอ้ตัวซวยอย่างฉินเย่ใช้ได้ยังไง?
ยังไม่ทันได้ไปเข็นจักรยานกลับมา ก็ดันเกิดเรื่องนี้ขึ้นซะก่อน
สรุปแล้วยังจะไปกันอีกไหม?
ยายเฒ่าหวังถลึงตาใส่ลูกชายคนเล็กทันที
"แกนี่มันโง่หรือบ้า? ไม่เห็นเหรอว่านังหรงเยียนมันไปแจ้งความแล้ว? จะไปหาพระแสงอะไรตอนนี้?"
ฉินฟู่กุ้ยบ่นอุบอิบ "หล่อนอาจจะแค่ไปขี่รถเล่นในเมืองเฉยๆ ก็ได้ ผมไม่เชื่อหรอกว่าหล่อนจะกล้าไปแจ้งความจริงๆ..."
ใจกล้าขนาดนั้นเชียว? เขาไม่เชื่อเด็ดขาด!
อีกอย่าง เมื่อก่อนไม่เห็นเคยได้ยินกิตติศัพท์ว่าหล่อนใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้? ขืนเอะอะก็วิ่งไปหาตำรวจ ใครจะกล้าไปยุ่งด้วย?
นั่นมันหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ
"คงแค่ขู่ยัยผู้หญิงคนนั้นมากกว่า"
ยายเฒ่าหวังเองก็เห็นด้วยกับคำพูดลูกชาย
"ไม่ว่ามันจะไปแจ้งความจริงหรือไม่ เราค่อยไปดูทีหลังก็ยังไม่สาย ถ้าวันนี้ตำรวจไม่มา คืนนี้เราค่อยบุกไปก็ยังทัน อีกอย่าง ตอนนี้ไปก็เปล่าประโยชน์ จักรยานโดนมันขี่ไปแล้ว"
ฉินฟู่กุ้ยคิดว่าแม่ของเขานี่ช่างฉลาดปราดเปรื่องจริงๆ
แต่ทว่า เขาอดใจคิดถึงเนื้อที่บ้านฉินเย่ไม่ได้จริงๆ
มีคนตาดีเห็นว่า เมียเด็กของฉินเย่หิ้วเนื้อกลับมาตั้งห้าหกจินแน่ะ
เขาอยากกินคืนนี้เลย
ดวงตาของเขากลอกกลิ้งไปมา รีบเสนอไอเดีย "งั้นนอกจากจักรยานแล้ว ก็ยังมีเนื้ออีกไม่ใช่เหรอแม่? บ้านเราไม่ได้กินเนื้อมาตั้งหลายวันแล้ว ไปหยิบมาสักหน่อยดีไหม?"
"ต่อให้ตำรวจมา เราก็แค่บอกว่าเอาเนื้อมา... ปู่ย่าจะกินของหลานมันจะผิดตรงไหน? ตำรวจเขาไม่ยุ่งเรื่องในครอบครัวหรอก เป็นเด็กก็ต้องกตัญญูเอาของดีๆ มาให้ผู้ใหญ่กินสิถึงจะถูก"
ยายเฒ่าหวังตาลุกวาว กำลังจะพยักหน้าเห็นดีเห็นงาม ลูกชายคนโตอย่างฉินฟู่หลินก็พูดแทรกขึ้นมา
"แม่ อย่าไปฟังเจ้าฟู่กุ้ยมัน บ้านเรากับฉินเย่ตัดขาดกันไปนานแล้ว บ้านนั้นจะมีอะไรก็ไม่เกี่ยวกับบ้านเรา"
ยายเฒ่าหวังเกลียดนักไอ้ลูกคนโตที่ชอบเข้าข้างคนนอก คอยแต่จะปกป้องไอ้พวกเดรัจฉานนั่น
"อะไรคือไม่เกี่ยว? เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ บ้านมันมีเนื้อตั้งเยอะ แบ่งมาให้เรากินเพื่อแสดงความกตัญญูมันก็สมควรแล้วไม่ใช่เรอะ?"
ฉินฟู่กุ้ยเองก็ไม่พอใจ "นั่นสิ พี่รอง พี่อยู่ฝ่ายไหนกันแน่เนี่ย?"
ฉินฟู่หลินมองหน้าแม่กับน้องชาย แล้วสวนกลับไปประโยคหนึ่ง
"งั้นตอนนี้เขาขาหัก ต้องใช้เงินรักษา แถมฉินเหมยก็ป่วยต้องหาหมอ งั้นแม่ก็ออกเงินค่ารักษาให้พวกเขาด้วยสิ!"
[จบแล้ว]