- หน้าแรก
- ในเมื่อผมครองพลังแห่งเงา ก็ขอสร้างจักรวาลขึ้นมาใหม่เลยแล้วกัน
- บทที่ 11: ผู้ทรงธรรมและราชาเงือก
บทที่ 11: ผู้ทรงธรรมและราชาเงือก
บทที่ 11: ผู้ทรงธรรมและราชาเงือก
บทที่ 11: ผู้ทรงธรรมและราชาเงือก
ราชาเงือกเซนี่รู้ดีว่าลูกชายคนโตคิดอะไรอยู่
แต่เขาไม่มีวันปล่อยให้แผนการของอีกฝ่ายสำเร็จ
เซนี่เชื่อมั่นว่า ในบรรดามนุษย์เงือกทั้งหมด มีเพียงเขาเท่านั้นที่คู่ควรกับตำแหน่งราชา
ก็เพราะเขาคือ 'ผู้ทรงธรรม' ที่ทูตสวรรค์เลือกมากับมือ
'ข้าเป็นมนุษย์เงือกเพียงตนเดียวที่ได้เห็นทูตสวรรค์ถึงสองครั้งและยังมีชีวิตอยู่'
'ลูกรักของพ่อ เจ้าอยากเป็นราชาองค์ที่สองงั้นรึ?'
'รอให้ข้ากลายเป็นทูตสวรรค์ แล้วขึ้นสวรรค์ไปกับทูตสวรรค์แห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ก่อนเถอะ ค่อยมาฝันถึงมัน'
เซนี่ไม่ได้พูดออกมา
แต่เขาเชื่อว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่จ้องจะงาบบัลลังก์ต้องรู้ทันความคิดเขาแน่
ถ้าไม่ใช่เพราะไลล์ยังพอมีความฉลาดและใช้งานได้คล่องมืออยู่บ้าง... เซนี่คงสั่งเก็บเงียบไปนานแล้ว
ครู่ต่อมา ไลล์ก็รู้ตัว
เขารีบเร่งพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ในตัว ทำให้โกเลมมนุษย์เงือกที่สวมใส่อยู่เปล่งแสงสว่างวาบ
เงาที่พาดทับใบหน้าของเขาจึงเลือนหายไป
"ฝ่าบาท!"
"โกเลมที่สามารถ 'แปลงร่าง' เป็นทูตสวรรค์ได้ ยังเพาะพันธุ์ไม่สำเร็จพะยะค่ะ"
ไลล์กล่าว พลางบังคับโกเลมไททันให้ยกแขนขึ้น
วินาทีต่อมา แอปเปิลสีทองที่กำลังเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นข้างกายราชาเซนี่
"แต่แอปเปิลที่เปล่งพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ได้ ข้าเพาะพันธุ์สำเร็จแล้ว"
"ท่านสามารถนำเมล็ดไปปลูกในเมืองหลวงได้เลย บางทีเมื่อทูตสวรรค์เสด็จลงมาคราวหน้า ท่านอาจจะประทาน 'พร' ให้มากขึ้นก็ได้"
"ดี! ดี! ดีมาก!"
เซนี่กล่าวชมสามครั้งซ้อน
ดูเหมือนเขาจะพอใจกับของขวัญที่ลูกชายนำมาถวายมาก
แต่ก่อนที่เซนี่จะใช้พลังแสงศักดิ์สิทธิ์ดึงแอปเปิลจากมือโกเลมไททัน ไลล์ก็ชิงถามคำถามที่เตรียมมานาน
"ฝ่าบาท!"
"ถ้าข้าเพาะพันธุ์แอปเปิลทองคำของจริงได้สำเร็จ..."
"ข้าจะมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นราชาเงือก เหมือนกับท่านหรือไม่พะยะค่ะ?"
สิ้นเสียงไลล์ ราชาเงือกเซนี่เข้าใจทันทีว่าทำไมลูกชายถึงกล้าถามคำถามนี้ต่อหน้าธารกำนัล
มันกำลังเตรียมการล่วงหน้าเพื่อจะขึ้นเป็นราชาองค์ต่อไป
'ถ้าข้าตอบว่า ได้ ไอ้ลูกรักนี่คงแอบไปซ่องสุมกำลังกับพวกมนุษย์เงือกกลุ่มอื่นแน่'
'อีกไม่นาน พวกมนุษย์เงือกก็จะเริ่มกังขาในคำทำนายของข้า'
'แอปเปิลทองคำจะไม่ใช่ของวิเศษที่ทำให้เป็นทูตสวรรค์อีกต่อไป แต่จะเป็นแค่แอปเปิลเรืองแสงโง่ๆ'
'และเมื่อถึงตอนนั้น ใจของประชาชนก็จะเทไปหาไลล์กันหมด!'
ใบหน้าของเซนี่บิดเบี้ยวไปชั่วขณะ
ความคิดที่จะฆ่าลูกชายตัวเองผุดขึ้นมาในใจ
แต่เซนี่ทำแบบนั้นไม่ได้
ถึงจะเป็นราชา แต่เขาก็ไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จขนาดจะกดหัวมนุษย์เงือกทุกตัวได้
บัลลังก์ของเขามั่นคงอยู่ได้เพราะเสาหลักสองต้น
หนึ่งคือฉายา 'ผู้ทรงธรรม' ที่ทูตสวรรค์ตั้งให้
สองคือ 'วัตถุปาฏิหาริย์ - ขนนกทูตสวรรค์' ที่ได้รับมา
ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้
ถ้าเสียขนนกทูตสวรรค์ เขาก็จะสูญเสียแหล่งพลังงานแสงศักดิ์สิทธิ์มหาศาล
และถ้าเขาฆ่าลูกชายตัวเอง เซนี่ก็คงเรียกตัวเองว่า 'ผู้ทรงธรรม' ไม่ได้อีกต่อไป
'ข้าลงมือเองไม่ได้ จะสั่งกองอัศวินไปลอบสังหารก็ไม่ได้'
เซนี่นึกเสียใจที่ตอนส่งไลล์ออกไปเพาะพันธุ์แอปเปิล ดันส่งวิคเตอร์และกองอัศวินไปด้วย
เขาไม่แน่ใจว่าวิคเตอร์ยังภักดีกับเขาอยู่ หรือแปรพักตร์ไปแล้ว
ขืนสั่งให้วิคเตอร์ลอบสังหาร แล้วความแตกขึ้นมา...
ตอนนั้นเซนี่คงหมดสภาพความเป็น 'ผู้ทรงธรรม' ในสายตาทูตสวรรค์แน่
วินาทีต่อมา เซนี่ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
"ไลล์ ลูกรักของพ่อ ว่าที่ราชาองค์ต่อไป"
"ทำไมเจ้าถึงถามคำถามไร้สาระแบบนั้นล่ะ?"
เซนี่เลี่ยงที่จะตอบคำถามของไลล์ตรงๆ
เขารู้ว่าไม่ว่าจะตอบ 'ได้' หรือ 'ไม่ได้' ก็มีกับดักรออยู่ทั้งนั้น
เซนี่เลยเลือกที่จะเมินคำถามนั้นไปดื้อๆ
"นี่ก็ดึกแล้ว"
"ตอนที่พ่อออกไปล่าปีศาจกับพวกอัศวิน พ่อเจอพืชชนิดใหม่ด้วยนะ รสชาติใช้ได้เลย"
"ถ้าเจ้ายังไม่รีบกลับนครแอปเปิล มาทานมื้อค่ำด้วยกันหน่อยไหม?"
"เป็นเกียรติอย่างยิ่งพะยะค่ะ"
"อยู่ข้างนอกมาตั้งหลายปี นอกจากแอปเปิลแล้ว ลูกก็ไม่ได้กินอย่างอื่นเลย"
เห็นดังนั้น ไลล์ก็หยุดการลองเชิง
แค่ประโยคเมื่อกี้ เขาก็หยั่งเชิงพ่อตัวเองได้แล้ว
ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความอีก
ไลล์ออกจากโกเลมไททัน เดินตามราชาเข้าสู่พระราชวังพร้อมเหล่าอัศวิน
เขาไม่กลัวว่าพ่อจะวางยาพิษ เหมือนที่เขากำลังแอบทดลองอยู่
เพราะด้วยพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ ไลล์สามารถต้านทานพิษได้สบายๆ
หลังจากเล่นบทพ่อลูกผูกพันกันอยู่ไม่กี่วัน ไลล์ก็ออกจากเมืองหลวงพร้อมเมล็ดพันธุ์พืชใหม่ๆ
ทันทีที่พ้นประตูเมือง สีหน้าของไลล์ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
'กะแล้วเชียว เสด็จพ่อไม่คิดจะสละบัลลังก์ให้ข้าเป็นราชาองค์ต่อไปแน่ๆ'
แม้ราชาเซนี่จะไม่ได้ตอบปฏิเสธตรงๆ แต่ไลล์ก็เข้าใจความหมายที่พ่อสื่อ
เหมือนกับที่เซนี่รู้ทันความคิดของไลล์นั่นแหละ
'ในเมื่อเป็นแบบนี้ แผนสองคงต้องเร่งมือหน่อยแล้ว'
คิดได้ดังนั้น ไลล์หันไปมองมนุษย์เงือกอีกคนที่ขับโกเลมไททันตามมา
วิคเตอร์ หัวหน้ากองอัศวินเพียงหนึ่งเดียวใต้บังคับบัญชาของเขา
ก่อนหน้านี้ ไลล์เคยวาดฝันให้วิคเตอร์ฟังว่า เขาจะได้เป็น 'ผู้บัญชาการอัศวินทุกกองร้อยในอนาคต'
แต่พอดูทรงแล้วว่าราชายังไม่ยอมลงจากอำนาจ วิคเตอร์ก็เริ่มลังเล
ไลล์เตรียมจะดึงวิคเตอร์มาเป็นพวกให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
'ขอแค่คุมวิคเตอร์ได้ ข้าก็สั่งให้อัศวินใต้สังกัดไปช่วยเพาะพันธุ์พืชพิษได้มากขึ้น'
'แบบนี้ข้าจะได้วางยาพิษราชาเงือกได้เร็วขึ้น'
ขณะที่ไลล์กำลังคิดหาวิธีซื้อใจวิคเตอร์ เสียงกระซิบแผ่วเบา ขาดๆ หายๆ ก็ดังเข้ามาในหัว
"เจ้าไม่อยากได้พลังที่มากพอจะเป็นราชาเงือกคนใหม่รึ?"
"แค่เจ้าหลอมรวมผลึกนี้เข้ากับร่างกาย เจ้าก็จะกลายเป็น 'สายเลือดแห่งโลหิต' ที่แท้จริง!"
"ได้รับพลังทัดเทียมกับราชาเงือก!"
มันคือเสียงจากผลึกแวมไพร์
ผลึกแวมไพร์ไม่ได้มีความนึกคิด
แต่มันมีพลังในการล่อลวงที่ทำให้คนได้ยินเสียงความปรารถนาลึกๆ ของตัวเอง
และเพราะความปรารถนาของไลล์ ผลึกจึงส่งเสียงกระซิบโดยใช้คำว่า 'ราชาเงือก'
'สายเลือดแห่งโลหิต... คืออะไร?'
ไลล์ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
ขณะที่กำลังพยายามค้นความทรงจำ เสียงล่อลวงนั้นก็ดังขึ้นอีก
"เจ้าเต็มใจจะเป็น 'เจ้าชายรัชทายาท' ไปตลอดชีวิตงั้นรึ?"
"เจ้าเต็มใจจะปลูกพืชวิเศษงกๆ เงิ่นๆ ไปจนตายงั้นรึ?"
"เจ้า... ไม่อยากเป็นราชาเงือกหรือไง?"
อยากสิ!
แน่นอนว่าข้าอยาก!
ไลล์คำรามก้องในใจ
ภายใต้อิทธิพลของการล่อลวง ไลล์ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในห้องนักบินโกเลมไททัน มีแค่ไลล์คนเดียวที่ได้ยินเสียงนี้ชัดเจน
ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เสียงล่อลวงของผลึกแวมไพร์จึงดังก้องในหูของไลล์
ในขณะที่มนุษย์เงือกคนอื่นๆ ได้ยินเพียงเสียงแว่วๆ เบาหวิว
แถมยังถูกเสียงข้อต่อโกเลมกลบจนแทบไม่ได้ยิน
ครู่ต่อมา จากการสื่อสารกับเสียงปริศนา ไลล์ได้รับข้อมูลสำคัญ
พิกัดที่ตั้งของผลึกแวมไพร์
เขาหาข้ออ้างปลีกตัวออกมา แล้วทิ้งโกเลมไททันไว้
หลังจากดำผุดดำว่ายสำรวจพื้นที่รกร้างอยู่พักใหญ่ ไลล์ก็พบต้นตอของเสียงนั้น
ผลึกคริสตัลขนาดยักษ์ที่มีหมอกโลหิตหมุนวนอยู่ภายใน
"กินข้าสิ กินข้าสิ กินข้าสิ..."
"กินข้าเข้าไป แล้วเจ้าจะได้พลังทัดเทียมกับ 'ราชาเงือก'!"