- หน้าแรก
- ในเมื่อผมครองพลังแห่งเงา ก็ขอสร้างจักรวาลขึ้นมาใหม่เลยแล้วกัน
- บทที่ 8: ตลาดมืด
บทที่ 8: ตลาดมืด
บทที่ 8: ตลาดมืด
บทที่ 8: ตลาดมืด
เมื่อหลายปีก่อน จักรพรรดิเทพได้ก้าวข้ามขีดจำกัดจนกลายเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง
นับตั้งแต่นั้นมา อาณาจักรน้อยใหญ่ต่างเลือกที่จะสวามิภักดิ์และผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์ศักดิ์สิทธิ์
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเผ่าพันธุ์จะยอมก้มหัวให้
ยกตัวอย่างเช่น พวกแวมไพร์ส่วนใหญ่
หากพวกมันต้องการเข้าร่วมสหพันธ์ศักดิ์สิทธิ์ พวกมันจะต้องผ่านพิธีกรรมเวทมนตร์เพื่อเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น 'ค้างคาวกินผลไม้'
ถึงแม้พวกมันจะชอบเรียกตัวเองเท่ๆ ว่า 'สายเลือดแห่งโลหิต' แต่ก็คงไม่มีใครอยากกลายเป็นแวมไพร์มังสวิรัติที่ดูดเลือดไม่ได้หรอก
นอกจากนี้ ยังมีพวกที่เกลียดขี้หน้าสหพันธ์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยเหตุผลร้อยแปดพันเก้า
พวกออร์กสองหัวที่ไม่อยากเปลี่ยนรสนิยมการกิน
พวกดวาร์ฟสีเทาที่สอบใบรับรองช่างตีเหล็กไม่ผ่าน เลยไม่มีสิทธิ์ซื้อโลหะผสมเวทมนตร์เกรดสูง
และพวกกอบลินเนโครแมนเซอร์ ที่ฝีมือห่วยแตก ทำได้แค่เอากระดูกไก่มาต่อกับกระดูกจิ้งจก แล้วปลุกชีพหลอกขายชาวบ้านว่าเป็น 'มังกรกระดูกสายเลือดบริสุทธิ์'...
ด้วยเหตุนี้ คนพวกนี้เลยรวมตัวกันตั้ง 'ตลาดมืด' ที่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหพันธ์ขึ้นมา
ประจวบเหมาะที่คิโน่รู้มาว่า แถวๆ นี้มีตลาดมืดที่บริหารงานโดยพวกดวาร์ฟสีเทาอยู่พอดี
ที่นั่นนอกจากจะมีโลหะหายากและอัลลอยด์พิเศษขายเพียบแล้ว ยังมีสินค้าอื่นๆ อีกสารพัด
"ฉันน่าจะไปหาซื้อพืชเวทมนตร์ กับโลหะเวทมนตร์ที่เอามาทำโกเลมได้จากที่นั่น"
"ถ้าได้ของพวกนี้มา ความก้าวหน้าของพวกมนุษย์เงือกคงก้าวกระโดดไปอีกขั้น"
คิดได้ดังนั้น คิโน่ก็หันกลับไปมองที่โต๊ะซ่อมบำรุงโกเลม
ที่มุมโต๊ะติดกำแพง มีแหวนเปื้อนฝุ่นวงหนึ่งวางอยู่ หัวแหวนฝังด้วยคริสตัลใสไม่มีสี
คิโน่หยิบมันมาเช็ดฝุ่นออก แล้วกดคริสตัลนั้นเข้ากับโกเลมทูตสวรรค์
ทันทีที่สัมผัสกัน โกเลมทูตสวรรค์ตัวเบ้อเริ่มก็หายวับไป
พร้อมกันนั้น ภาพโกเลมทูตสวรรค์ขนาดจิ๋วก็ไปปรากฏอยู่ในคริสตัลหัวแหวนแทน
แหวนคริสตัลวงนี้คือ 'ไอเทมมิติ'
สมัยยังเรียนอยู่ที่สถาบันโกเลม คิโน่เคยลงแข่งจำลองสงครามโกเลม
ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องใช้โกเลมที่ตัวเองออกแบบเท่านั้น
และเขาก็ส่ง 'โกเลมแมลงวันสิ้นโลก รุ่นอัลฟ่า' ลงสนาม
ด้วยความสามารถในการแพร่พันธุ์แบบไร้ขีดจำกัด คิโน่เลยคว้าที่หนึ่งมาครอง และได้รางวัลเป็นแหวนมิติววงนี้
ในตลาดมืด การพกแหวนมิติไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร
คิโน่วางแผนจะเอาโกเลมบางส่วนที่พวกมนุษย์เงือกถวายมา ไปขายแลกเป็นสกุลเงินที่เรียกว่า 'เหรียญมานา'
เพื่อเอาเงินนั้นไปซื้อพืชเวทมนตร์และวัสดุวิเศษอื่นๆ
คิดแล้วคิโน่ก็กวาดเครื่องบรรณาการทั้งหมดของมนุษย์เงือกเข้าไปเก็บในแหวน
เขาไม่ได้กะจะขายโกเลมทั้งหมดหรอก
ที่ขนไปหมดก็เพื่อความอุ่นใจ เผื่อไปเจอศัตรูเข้าจะได้มีของป้องกันตัว
ยังไงซะ ตลาดมืดก็เป็นแหล่งรวมพวกร้อยพ่อพันแม่ ถ้าดวงซวยอาจจะไปเจอออร์กสองหัวที่กำลังหิวโซเดินหาของกินก็ได้
แต่คิโน่ก็ไม่ได้ไร้ทางสู้ซะทีเดียว
เขาพลิกดูองค์ความรู้ที่พวกมนุษย์เงือกส่งมาให้ แล้วเพ่งสมาธิไปที่แหวนคริสตัลอีกครั้ง
ตามความต้องการของคิโน่ ละอองแสงสายหนึ่งไหลออกมาจากโกเลมทูตสวรรค์ในแหวน
ไม่นานนัก ละอองแสงเหล่านั้นก็แทรกซึมเข้าไปใต้เสื้อผ้าของเขา ก่อตัวเป็น 'โล่แสงศักดิ์สิทธิ์' ส่วนตัว
หลังจากพลังวิญญาณเพิ่มขึ้น ประสาทสัมผัสและการเรียนรู้ของคิโน่ก็เฉียบคมขึ้นตามไปด้วย
แค่อ่านผ่านตาครั้งเดียว เขาก็เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดได้ทันที
ใช้เวลาทำความเข้าใจอีกนิดหน่อย เขาก็จดจำเทคนิคการใช้แสงศักดิ์สิทธิ์สารพัดรูปแบบที่พวกมนุษย์เงือกสรุปมาให้ได้จนหมด
จากนั้น คิโน่ก็เปลี่ยนไปสวมชุดคลุมสีเทาเก่าๆ ฝุ่นเขรอะ
แถมด้วยหน้ากากที่เขาเคยทำเล่นสมัยฝึกงาน
เมื่อเตรียมตัวพร้อม คิโน่ออกจากเขตที่พักอาศัย เดินตรงไปที่ริมถนน
แต่เขาไม่ได้จะเดินเท้าไปตลาดมืดดื้อๆ หรอกนะ
ตลาดมืดไม่ใช่ที่ที่ใครนึกจะเดินเข้าไปก็เข้าได้
คิโน่กวาดสายตามองรอบๆ
ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยคนขับรถที่ยืนรอผู้โดยสารอยู่ข้างโกเลมยานพาหนะ
นอกจากโกเลมแล้ว ยังมีรถที่ทำจากโครงกระดูกและซากศพเดินได้จอดอยู่เกลื่อนกลาด
แม้แต่ 'เรือผี' ที่เมื่อหลายปีก่อนถือเป็นของหายาก ก็ยังมีให้เห็นประปราย
คนขับรถพวกนี้แทบทั้งหมดคือบัณฑิตจบใหม่จากสาขาผู้สร้างโกเลมและสาขาเนโครแมนเซอร์
พอยุคมหาการสำรวจจบลง อาชีพพวกนี้ก็ตกกระป๋อง หางานตรงสายไม่ได้ เลยต้องมาขับแท็กซี่กันเกลื่อนเมือง
แต่คิโน่ไม่ได้จะใช้บริการรถพวกนี้
โกเลมยานพาหนะทั่วไปหรือรถโครงกระดูกพวกนี้ พาเขาไปตลาดมืดไม่ได้
เขาต้องการรถประเภทพิเศษ
คิโน่เดินทอดน่องไปตามถนน
ทำตัวเหมือนคนมาเดินเล่นทั่วไป
แม้จะใส่ชุดคลุมสีเทาและสวมหน้ากาก แต่เขาก็ไม่ได้ดูสะดุดตาเลยสักนิด
เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน เพิ่งมีการประกาศเตือนภัยแวมไพร์ระดับสอง
เพื่อความปลอดภัย การปิดบังรูปลักษณ์และเผ่าพันธุ์ถือเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน
เขาเคยได้ยินมาว่า มีแวมไพร์บางพวกที่ไม่ยอมกินเลือดสัตว์ แต่ชอบจับคนหน้าตาดีไปทำ 'ทาสโลหิต' แล้วขายต่อให้แวมไพร์ตนอื่น
เดินมาได้หลายร้อยเมตร คิโน่ก็หยุดยืนอยู่หน้ารถรับจ้างประเภทอันเดดคันหนึ่ง
ต่างจากรถโครงกระดูกทั่วไป เจ้านี่คือ 'มังกรกระดูก' ที่มีความยาวเกือบห้าเมตร
แต่จะเรียกว่ามังกรกระดูกก็ไม่ถูกซะทีเดียว
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ากระดูกพวกนั้นมาจากกระดูกไก่และกระดูกจิ้งจกเอามาต่อกัน
ไม่นานนัก คนขับที่เป็น 'กอบลิน' ซึ่งนอนอู้อยู่บนหลังมังกรกระดูก โดยมีตุ๊กตาสไลม์ห้อยอยู่ที่เอว ก็ตื่นขึ้นมา
"ไปไหน?"
"ถนนสไลม์ เลขที่ 13"
คิโน่บอกรหัสลับสำหรับการไปตลาดมืด
มังกรกระดูกเทียมที่ต่อจากกระดูกไก่กับจิ้งจก บวกกับคนขับกอบลินหน้าตาเจ้าเล่ห์ที่พกตุ๊กตาสไลม์
เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้มารวมกัน พร้อมกับรหัสลับเฉพาะ... นี่คือกุญแจสู่ตลาดมืด
หลังจากโต้ตอบรหัสที่เหลือกับกอบลินเสร็จ คิโน่กระโดดเบาๆ ขึ้นไปนั่งบนหลังมังกรกระดูก
ภายใต้การควบคุมของกอบลิน เจ้ามังกรกระดูกเทียมก็กระพือปีกกระดูกไก่ยักษ์อย่างแรง แล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
หลังจากบินผ่านป่าคอนกรีตมาได้ครึ่งทาง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ามังกรกระดูกคือป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ รูป 'สร้อยคอน้ำตานางเงือก'
แต่มังกรกระดูกไม่ได้หลบ และกอบลินก็ไม่ได้เลี้ยวหนี
ไม่กี่วินาทีต่อมา หัวกะโหลกจิ้งจกที่เป็นส่วนหัวของมังกรก็พุ่งชนป้ายโฆษณา
วินาทีที่สัมผัสกัน มังกรกระดูกก็พุ่งทะลุผ่านเข้าไป
ตามด้วยกอบลินคนขับ และคิโน่ผู้โดยสาร
ทันทีที่ทะลุผ่านป้ายโฆษณา สภาพแวดล้อมรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆดำทะมึน คือซากปรักหักพังและซากศพไร้ค่าเกลื่อนกลาด
ตลาดหลายสิบประเภทกระจายตัวอยู่ตามซากปรักหักพังในโลกใบเล็กแห่งนี้
ตลาดโลหะ ตลาดพืช ตลาดโกเลม ตลาดไอเทมเวทมนตร์...
ยักษ์ใหญ่ที่สวมหน้ากากแบกสินค้าหรือกรงขังสัตว์สูงเป็นภูเขา เดินระวังๆ ไปมาระหว่างตลาดแต่ละแห่ง
คนอื่นๆ ก็เหมือนกับคิโน่ คือแต่งกายมิดชิดเพื่อปกปิดตัวตน
และเพื่อข่มขวัญศัตรู แทบทุกคนจะวางอาวุธไว้ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นดาบ คทาเวท หรือสมอเรือ...
มองดูภาพเบื้องหน้า คิโน่เผยสีหน้าคิดถึงความหลัง
'ไม่ได้มาเดินเล่นที่นี่ซะนานเลยแฮะ'