- หน้าแรก
- ระบบจอมเวทหนึ่งธาตุ หนึ่งพรสวรรค์
- บทที่ 35 - ครอบครองเพลิงกุหลาบ
บทที่ 35 - ครอบครองเพลิงกุหลาบ
บทที่ 35 - ครอบครองเพลิงกุหลาบ
บทที่ 35 - ครอบครองเพลิงกุหลาบ
ถังเยว่ตัวสั่นเทาด้วยความอับอาย พยายามข่มกลั้นความรู้สึกไว้อย่างสุดความสามารถ
ทว่าเจ้าเฉาเฮ่อกลับยังคงใช้วาจาลวนลามไม่หยุด "ส่งผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มปานนางฟ้ามาไล่ล่าข้าแบบนี้ สงสัยเจ้านายของเจ้าคงเห็นข้าต้องนอนกลางดินกินกลางทรายคนเดียวเปลี่ยวใจ เลยส่งเจ้ามาช่วยคลายเหงาให้ข้ากระมัง ไม่รู้ว่าเจ้าชอบท่วงท่าแบบไหนกันล่ะ?"
"เพลิงวิหค - หมัดเปลวเพลิง - เก้าวัง!"
ถังเยว่ไม่อาจทนรับความอัปยศนี้ได้อีกต่อไป ร่างระหงระเบิดเปลวเพลิงสีแดงฉานออกมา มือขวายกขึ้นสูงก่อนจะทุบลงบนพื้นดินอย่างแรง
คลื่นความร้อนระเบิดออกอย่างเกรี้ยวกราด!
พื้นดินที่แห้งแล้งอยู่แล้วบัดนี้กลับแตกระแหงราวกับถูกสัตว์ร้ายนับหมื่นเหยียบย่ำ
รอยแยกบนพื้นดินระเบิดออก เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง!
ทะเลเพลิงโหมกระหน่ำ ราวกับวิหคเพลิงนับร้อยตัวกำลังเริงระบำและระบายโทสะลงบนผืนดินเล็กๆ แห่งนี้!
เพียงชั่วพริบตา ร่างของเฉาเฮ่อก็ถูกกลืนหายไปในทะเลเพลิง
ถังเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าเสียงของจียงหยวนกลับดังขึ้นจากด้านหลัง
"หอกน้ำแข็งเก้าชั้น!"
เธอหันขวับไปมอง จียงหยวนเดินออกมาจากที่ซ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แพรน้ำแข็งเก้าสายหมุนวนอยู่เบื้องหน้าเขาก่อนจะหลอมรวมกันเป็นหอกน้ำแข็งที่แผ่ไอเย็นยะเยือก
แม้จะสร้างขึ้นจากน้ำแข็ง แต่กลับสัมผัสได้ถึงเจตนาสังหารอันเข้มข้น
"เก็บเวทมนตร์กลับไปเถอะ นักโทษคนนั้น... ถูกหมัดเปลวเพลิงของครูเผาเป็นจุนไปแล้ว" ถังเยว่หอบหายใจพลางกล่าว
จียงหยวนส่ายหน้า "มันฆ่าคนมาตั้งมากมายแต่ยังลอยนวลอยู่ได้ แสดงว่าไม่ได้จัดการง่ายขนาดนั้นหรอก เป็นไปได้สูงว่ามันมีอุปกรณ์เวทมนตร์ป้องกันตัว จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด"
เขาไม่สัมผัสถึงความรอบคอบและระแวดระวังที่สมาชิกศาลวินิจฉัยความผิดควรจะมีจากตัวถังเยว่เลย
บางทีถังเยว่อาจไม่เหมาะที่จะเป็นผู้คุมกฎ
เธอใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผล และบางครั้งความคิดก็ดูไร้เดียงสาเกินไป
ในสายตาคนจำนวนมาก สิ่งนี้เรียกว่าความโง่เขลาอย่างแท้จริง
ซึ่งสำหรับเจ้าหน้าที่ศาลวินิจฉัยความผิดแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย
เจตนาของเธออาจจะดี แต่การกระทำหลายอย่างกลับดูโง่เขลาจนเกินเยียวยา
ในขณะนั้นเอง เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำเริ่มสงบลง
และก็เป็นไปตามคาด ภายใต้เปลวเพลิงนั้นปรากฏกำแพงหินรูปร่างคล้ายกระดองเต่า
เมื่อชั้นหินค่อยๆ หลุดร่อนออก ร่างของเฉาเฮ่อที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ปรากฏขึ้น "นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะทำลาย 'เกราะเวทศิลา' ของข้าได้! ข้าจะทรมานเจ้าให้เป็นบ้า แล้วจับแก้ผ้าโยนไว้กลางถนนให้คนรุมประณาม..."
วาจายังไม่ทันสิ้นสุด หอกน้ำแข็งเก้าชั้นก็พุ่งมาจ่ออยู่ตรงหน้าในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตร
ระยะประชิดขนาดนี้ จอมเวทระดับกลางอย่างมันจะเอาปัญญาที่ไหนมาป้องกันทัน
เสียง 'ฉึก' ดังขึ้น หอกน้ำแข็งพุ่งทะลุหัวไหล่ของมันอย่างจัง
"แก..." เฉาเฮ่อมองจียงหยวนที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมาด้วยสายตาเหลือเชื่อ เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากปาก
จียงหยวนยกมือขึ้นเบาๆ หอกน้ำแข็งอีกสี่เล่มก็ปรากฏขึ้น ก่อนจะพุ่งเสียบแขนขาของเฉาเฮ่อจนทะลุ
แรงกระแทกมหาศาลตอกร่างของมันติดกับพื้นดินอย่างแน่นหนา ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านกัดกินเข้าไปในอวัยวะภายใน
ภายนอกดูเหมือนเฉาเฮ่อจะแค่หมดสติไป แต่ความจริงแล้วพลังชีวิตของมันถูกน้ำแข็งกัดกินจนสิ้นใจไปแล้ว
จียงหยวนยังไม่อยากเปิดเผยตัวตนในสภาวะ 'โอเวอร์คล็อก' ที่มองเห็นชีวิตคนเป็นเพียงผักปลา
แต่เมื่อจิตสังหารบังเกิด ก็ต้องไม่มีคำว่าออมมือ ต้องจัดการศัตรูให้เร็วที่สุด และอย่าลืมซ้ำให้แน่ใจว่าตายสนิท
"ตอนนี้ถึงจะปลอดภัยของจริง" จียงหยวนเอ่ยเสียงเรียบ
ถังเยว่จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา
ดวงตาของจียงหยวนไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก ราวกับหุบเหวลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
แต่เพียงชั่วพริบตา ดวงตาคู่นั้นก็กลับมาเป็นปกติ
ถังเยว่คิดว่าตัวเองคงตาฝาดไปเพราะพิษยา จึงกัดริมฝีปากล่างแน่นแล้วเอ่ยว่า "โชคดีที่เธอลงมือ ไม่อย่างนั้นเมื่อกี้คงเกิดเรื่องใหญ่แน่ ครั้งนี้ถือว่าครูติดหนี้บุญคุณเธอ"
ทั้งที่เป็นบทสนทนาปกติแท้ๆ แต่น้ำเสียงของเธอกลับเต็มไปด้วยความยั่วยวน
ขาของถังเยว่อ่อนแรงจนยืนไม่อยู่ ร่างกายโอนเอนไปพิงก้อนหินข้างกาย
จียงหยวนเห็นท่าไม่ดีจึงทำท่าจะเข้าไปช่วยพยุง
"ยะ... อย่าเข้ามานะ!" ถังเยว่ร้องเสียงหลง ภาพเหตุการณ์วาบหวามใต้เงาไม้ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
จียงหยวนชะงักฝีเท้า วิถีดวงดาวธาตุน้ำปรากฏขึ้น สายน้ำรวมตัวกันรอบกายถังเยว่
เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง ถังเยว่ก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง
แต่นี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ พอร่างกายปรับตัวเข้ากับความเย็นได้ ความรุ่มร้อนก็จะกลับมาเล่นงานอีก
เว้นแต่จะปล่อยให้ไอเย็นแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย แต่นั่นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ถังเยว่สูดหายใจลึก "คะ... ครูต้องการพักผ่อนสักหน่อย เธอไปเก็บกู้เมล็ดพันธุ์ธาตุไฟก่อนเถอะ วิธีเก็บกู้... เธอยังจำได้ใช่ไหม?"
อืม...
จียงหยวนพยักหน้า เข้าใจสถานการณ์ของถังเยว่ดี
ถึงแม้ว่าถ้าเขาเดินเข้าไปหาตอนนี้ มีโอกาสสูงมากที่ถังเยว่จะโถมตัวเข้าใส่อ้อมอกเขาเอง
แต่เขาไม่ใช่คนฉวยโอกาส
จากนั้นเขาก็เดินไปยังใจกลางอ่างเก็บน้ำ ใช้เวทคลื่นยักษ์กระแทกก้นบ่อจนเป็นรู ทันใดนั้นไฟใต้พิภพก็พุ่งขึ้นมากลายเป็นเสาเพลิงเสียดฟ้า
ไฟใต้พิภพสีแดงกุหลาบ... เพลิงกุหลาบ!
เมล็ดพันธุ์แห่งจิตวิญญาณมีจิต เมล็ดพันธุ์แห่งวิญญาณมีวิญญาณ
หากคิดจะครอบครองพวกมัน ก็ต้องได้รับการยอมรับเสียก่อน
ไม่ว่าจะด้วยจิตใจ พลัง หรือความเข้ากันได้ จะต้องมีสักอย่างที่เข้าตาพวกมัน
อย่างเช่นเมล็ดพันธุ์แห่งวิญญาณ 'อัสนีบาตทรราช' ก็ต้องแสดงความแข็งแกร่งให้มันเห็น ต้องสยบมันให้ราบคาบ ยิ่งโหดมันยิ่งเชื่อง
แต่เพลิงกุหลาบนั้นต่างออกไป มันเหมือนภรรยาตัวน้อยที่ว่านอนสอนง่าย แค่กระดิกนิ้วเรียกก็ยอมตามมาแล้ว แถมยังพร้อมมอบกายถวายชีวิตให้อีกต่างหาก
เช่นเดียวกับตอนนี้ จียงหยวนเพียงแค่โบกมือให้เพลิงกุหลาบ มันก็หดเสาเพลิงที่พุ่งเสียดฟ้าลง กลายสภาพเป็นกลุ่มเปลวเพลิงสีแดงกุหลาบน่าหลงใหล ลอยลงมาอยู่บนฝ่ามือของเขาอย่างว่าง่าย
เมื่อสัมผัสได้ว่าจียงหยวนไม่ใช่จอมเวทธาตุไฟ เพลิงกุหลาบก็สั่นระริกเล็กน้อย
ราวกับกำลังตัดพ้อว่า 'คนใจร้าย ไม่เหมาะสมกันแท้ๆ แต่ยังจะมาครอบครองข้าอีก'
จียงหยวนมองดูเพลิงกุหลาบในมือ
ต้องไปขอภาชนะสำหรับใส่เมล็ดพันธุ์จากถังเยว่เสียแล้ว
คิดได้ดังนั้น เขาก็หันหลังเดินกลับไปหาถังเยว่
"อาจารย์ครับ เมล็ดพันธุ์นี้ต้องใช้ภาชนะเฉพาะในการเก็บครับ"
"ตกลง... เธอกลับไปที่ตำบลพร้อมกับครูก่อน ที่นี่เดี๋ยวครูจะแจ้งให้ศาลวินิจฉัยความผิดมาจัดการต่อ" ถังเยว่กล่าว น้ำเสียงดูเหมือนจะสงบลงแล้ว แต่ลึกๆ ในดวงตาคู่นั้นกลับซ่อนเร้นความปรารถนาบางอย่างเอาไว้
ความปรารถนาที่อยากจะกลืนกินคนตรงหน้า
"ได้ครับ" จียงหยวนรับคำ แล้วเดินกลับไปที่ริมอ่างเก็บน้ำอีกครั้ง
ถังเยว่สงสัยว่าเขาจะทำอะไร
แต่แล้วแผนภาพดวงดาวก็ปรากฏขึ้นรอบกายจียงหยวน
"คลื่นยักษ์ - เกลียวน้ำแข็งบดขยี้!"
ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนตาเห็น...
บนรถขากลับ ทั้งสองนั่งคนละฝั่งของเบาะหลัง
ไม่มีใครปริปากพูดอะไร
แม้ถังเยว่จะห่อหุ้มร่างกายด้วยเสื้อผ้าจนมิดชิด แต่ก็ยังสังเกตเห็นอาการสั่นเทาของเธอได้
เธอกำลังจะคุมสติไม่อยู่แล้ว ในหัวคิดแต่เพียงอยากจะรีบกลับไปให้ถึงโรงเตี๊ยม แล้วระบายความต้องการที่อัดอั้นอยู่ในร่างกายออกมาให้หมด
อีกด้านหนึ่ง
จียงหยวนใช้น้ำแข็งห่อหุ้มเพลิงกุหลาบไว้ชั่วคราว พอจะยื้อเวลาไปจนถึงในเมืองได้
สีหน้าของเขาดูซีดเซียวเล็กน้อย เมื่อครู่เขาใช้พลังไปกับการเร่งเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำ จนพลังเวทธาตุน้ำแห้งเหือดไปกว่าครึ่ง
ยังดีที่ลำธารเริ่มกลับมาไหลรินอีกครั้ง
พืชผลเหล่านั้น ก็น่าจะไม่แห้งตายแล้วสินะ?
"เฮ้อ ช่วงนี้หากินลำบากชะมัด ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเลย เป็นเพราะอากาศแล้งๆ นี่แท้ๆ" คนขับรถบ่นพึมพำกับตัวเอง
"อีกเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้วครับ" จียงหยวนเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
คนขับรถเหลือบมองกระจกหลังแวบหนึ่ง
ก่อนจะยิ้มกว้าง "พวกคุณสองคนดูบุคลิกไม่ธรรมดา จากประสบการณ์ขับรถมาหลายปี เดาว่าคงเป็นจอมเวทสินะครับ? สมาคมเวทมนตร์จะมาทำฝนเทียมเร็วๆ นี้หรือเปล่าครับ"
"ใช่ครับ เป็นจอมเวท" จียงหยวนนึกครู่หนึ่งก่อนตอบ "เราหาสาเหตุของความแห้งแล้งเจอแล้ว อีกไม่นานความแห้งแล้งก็จะหมดไปครับ"
"เยี่ยมไปเลย แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าข่าวดี!"
คนขับรถยิ้มแก้มปริ
[จบแล้ว]