- หน้าแรก
- เป็นสายลับกู้ชาติ แต่ระบบอันธพาลดันบังคับให้เป็นคนเลว
- บทที่ 31 - ญี่ปุ่นหน้าเหี่ยว
บทที่ 31 - ญี่ปุ่นหน้าเหี่ยว
บทที่ 31 - ญี่ปุ่นหน้าเหี่ยว
บทที่ 31 - ญี่ปุ่นหน้าเหี่ยว
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เกาเซิงผิงก็นำทีมอย่างฮึกเหิม พาหลินเจ๋อและหน่วยปฏิบัติการบุกไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อไล่ล่ารายชื่อที่เหลืออีกสี่คน
ใครจะคิดว่าแค่รายแรกก็เจอตอเข้าอย่างจัง
หน่วยข่าวกรองสืบทราบมาว่าเป้าหมายชื่ออวี๋ฉิน เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสองของโรงเรียนมัธยมหมายเลขสอง ปกติชอบทำตัวเด่นดัง เที่ยวป่าวประกาศเรื่องสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินอยู่เป็นประจำ
พอไปถึงโรงเรียน ทางโรงเรียนกลับแจ้งว่าหมอนี่ลาหยุดกลับบ้านไปแล้ว
พอถามว่าบ้านอยู่ที่ไหน คำตอบทำเอาเกาเซิงผิงสะดุ้งโหยง
อวี๋ฉินคนนี้ดันเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอวี๋หย่งเกอ นายธนาคารผู้ทรงอิทธิพลแห่งแผ่นดินผิงจิน!
เถ้าแก่อวี๋ผู้นี้ประวัติไม่ธรรมดา เคยไปเรียนเมืองนอกเมืองนาที่ญี่ปุ่น พอกลับมาก็สร้างโรงงาน เปิดธนาคาร สร้างอาณาจักรธุรกิจใหญ่โต
ธนาคารของเขามีลูกค้าเป็นทั้งพวกขุนนางเก่าตกยุค นายพลตกอับในเขตเช่าเทียนจิน แถมยังมีคู่ค้าเป็นห้างร้านญี่ปุ่นอีกเพียบ!
เมื่อสองเดือนก่อน เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการบริหารบ้านเมือง ตำแหน่งทางสังคมอื่นไม่ต้องพูดถึง ยาวเป็นหางว่าว
เกาเซิงผิงจำใจต้องบากหน้าไปเยือนคฤหาสน์ตระกูลอวี๋ด้วยตัวเอง
เถ้าแก่อวี๋ก็ไม่ได้วางก้าม ต้อนรับขับสู้เกาเซิงผิงเป็นอย่างดี แต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า
"อวี๋ฉินเป็นลูกชายของผมจริง แต่มันอกตัญญู ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ วันๆ เอาแต่ซ่องสุมทำเรื่องลับๆ ล่อๆ ผมตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับมันไปแล้ว เมื่อวานมันหนีลงใต้ไป นับจากนี้ผมถือว่าไม่มีลูกคนนี้อีก"
เกาเซิงผิงด่าในใจ ตัวพ่อเป็นคนขายชาติเบอร์ใหญ่ แต่ลูกชายดันไปเป็นแกนนำต่อต้านญี่ปุ่น นี่มันเล่นแทงกั๊กสองฝั่งชัดๆ!
แล้วไอ้ที่บอกว่าตัดขาดกันน่ะ ตอนนี้ด่านตรวจเข้มงวดจะตาย มันจะหนีออกจากเมืองลงใต้ไปได้ยังไงถ้าไม่มีคนช่วย?
ดูเหมือนจะอ่านใจเกาเซิงผิงออก เถ้าแก่อวี๋จึงพูดดักคอด้วยท่าทีสุขุม
"คุณเกา ผมรู้ว่าคุณมาทำตามหน้าที่ แต่สิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง เอาอย่างนี้ไหม ผมจะเขียนจดหมายอธิบายเรื่องราวเรียนพันเอกมัตสึซากิ นาโอโตะ ผู้บัญชาการสารวัตรทหารให้เอง คุณจะได้กลับไปรายงานถูก"
เกาเซิงผิงได้ยินชื่อถึงกับไปไม่เป็น
คนเขาสามารถเขียนจดหมายคุยกับผู้การมัตสึซากิได้โดยตรง ตัวเขาเองแค่ปลายเล็บผู้การยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสเลย!
จึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ "ท่านอวี๋ช่างมีเหตุผลและเข้าใจการทำงานของพวกเรา ดีที่สุดเลยครับแบบนี้"
ในใจแอบปลุกปลอบตัวเอง ก็แค่คนขายชาติที่รับใช้ญี่ปุ่นจนได้ดีไม่ใช่เหรอ?
ทำเก่งอะไรนักหนา ตัวเขาเองก็จะพยายามเป็นคนขายชาติที่เก่งกาจเหมือนกัน สักวันต้องยิ่งใหญ่แบบนี้ให้ได้!
เมื่อเรียกขวัญกำลังใจกลับมาได้ เขาก็พาทีมมุ่งหน้าไปยังจุดหมายถัดไป
เป้าหมายรายที่สองอยู่ที่มหาวิทยาลัยครู คนนี้แม้อายุยังน้อยแต่ความรู้อัดแน่น ได้เป็นถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย
ถ้าให้ไปจับสายลับฟู่ซิงเซ่อ เกาเซิงผิงอาจจะปอดแหก แต่ถ้าให้จับอาจารย์มหาวิทยาลัย เขาถือว่าเป็นงานหมูๆ
เมื่อกี้เพิ่งโดนเถ้าแก่อวี๋ข่มมา ตอนนี้ไฟในการทำงานกำลังลุกโชน อยากจะแสดงฝีมือจับกุมผู้ต่อต้านให้ญี่ปุ่นเห็นสักคน
คิดได้ดังนั้น เขาก็ถีบประตูห้องพักครูเข้าไปเต็มแรง
ภายในห้องมีชายหนุ่มนั่งอยู่เพียงลำพัง เกาเซิงผิงแสยะยิ้ม
"แกชื่ออะไร?"
ผิดคาด ชายคนนั้นไม่เพียงไม่ตกใจกลัว กลับเผยรอยยิ้มมุมปาก พลิกฝ่ามือขึ้นมา... ในมือคือลูกระเบิด!
เขาโขกลูกระเบิดกับโต๊ะเต็มแรง แล้วขว้างใส่ประตู ส่วนตัวเองกระโดดพุ่งออกทางหน้าต่าง
ด้วยความที่เกาเซิงผิงอยากโชว์พาว ยืนจังก้าขวางประตูเพื่อตะคอกถาม ลูกน้องทั้งหลายเลยออกันอยู่หน้าห้อง จะเข้าก็ไม่ได้จะถอยก็ไม่ทัน
มองดูลูกระเบิดที่ลอยละลิ่วเข้ามาหา เกาเซิงผิงยืนตัวแข็งทื่อ
ไหนว่าเป็นอาจารย์หนุ่มอนาคตไกลไงวะ?
อาจารย์บ้านไหนคุยกันไม่กี่คำก็ปาระเบิดใส่หน้า!
วินาทีชีวิต หลินเจ๋อตะโกนก้อง "หลบไป!"
พร้อมกับกระโดดถีบหวังเทียนเฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆ กระเด็นออกไป
หวังเทียนเฉิงผู้โชคร้าย หน้าไปรับลูกระเบิดเต็มๆ ก่อนจะล้มหน้าฟาดพื้น ทับลูกระเบิดไว้ใต้ร่าง
ชั่วพริบตา หลินเจ๋อกระชากคอเสื้อเกาเซิงผิงลากถอยออกมา พ้นกรอบประตูแล้วเหวี่ยงตัวหลบเข้ามุมกำแพง
ตูม!!!
เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาท ฝุ่นตลบอบอวล คนที่เหลือล้มระเนระนาด ร้องโอดโอยระงม
มีเพียงเกาเซิงผิงและหลินเจ๋อที่หมอบอยู่หลังกำแพงเท่านั้นที่ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
แต่กางเกงของเกาเซิงผิงเปียกชุ่ม ริมฝีปากสั่นระริก
ไม่ใช่แค่กลัวตาย แต่เขาเสียดายชีวิต!
กว่าจะตะเกียกตะกายมาถึงจุดนี้ได้ กว่าจะได้เป็นข้าราชการมีหน้ามีตา มีบ้านหลังใหญ่ มีเมียสวย มีบ้านเล็กบ้านน้อยอีกเพียบ
แถมเพิ่งจะเกาะขาญี่ปุ่นได้ อนาคตกำลังรุ่งโรจน์ จะมาตายตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
พอตั้งสติได้ เขาคว้าแขนหลินเจ๋อไว้แน่น
"เซิงหมิน... เซิงหมิน! นายช่วยชีวิตฉันไว้!"
หลินเจ๋อตอบเสียงเรียบ
"ท่านสารวัตรบุญญาบารมีสูงส่ง ต่อให้ผมไม่ดึง ท่านก็หลบได้เองอยู่แล้วครับ รีบไปดูคนร้ายเถอะ"
พอกลับเข้าไปดูในห้อง หน้าต่างแตกกระจาย คนร้ายหายตัวไปไร้ร่องรอย
เหลือเพียงซากของหวังเทียนเฉิงที่กระจายเกลื่อนพื้นห้อง
[ติ๊ง! ตรวจพบโฮสต์เจตนาฆ่าคน รางวัล: บุหรี่ต้าฉงจิ่ว 10 คอตตอน]
เกาเซิงผิงตะโกนลั่น "รีบตามไป! อย่าให้มันหนีไปได้!"
แต่เสียงระเบิดดังสนั่นขนาดนี้ นักเรียนอาจารย์แห่กันมามุงดูเต็มไปหมด ข้างนอกตึกคนแน่นเอี้ยด จะไปตามหาอาจารย์หนุ่มคนนั้นเจอได้ยังไง?
เกาเซิงผิงทั้งโกรธทั้งกลัวทั้งหดหู่ กำลังจะเดินออกไป หลินเจ๋อก็ถอดเสื้อคลุมส่งให้
"ท่านสารวัตรครับ เมื่อกี้ใครทำน้ำหกใส่ เอาเสื้อคลุมปิดไว้ก่อนเถอะครับ"
เกาเซิงผิงถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเยี่ยวราดกางเกง
............
กองบัญชาการสารวัตรทหาร
พันตรีคิตาฮาระ รันสุเกะ ผู้รับผิดชอบปฏิบัติการครั้งนี้กำลังประชุมเครียดกับเหล่าทหารญี่ปุ่น
คนนั่งข้างๆ คือร้อยเอกไซโตะ "เพื่อนรัก" ของเกาเซิงผิง
คิตาฮาระเสียงเข้ม "เราจับคนมาได้ตั้งเยอะ ใช้วิธีการติดต่อแบบเดิมของพวกมัน แต่ทำไมถึงไม่มีตัวเป้งโผล่มาเลยสักคน?"
ลูกน้องคนหนึ่งรายงาน "ฝ่ายศัตรูน่าจะรู้ตัวแล้วครับ การที่หัวหน้าชุดปฏิบัติการหายตัวไป คงทำให้พวกมันระวังตัวแจ"
คิตาฮาระหน้าทะมึน "จากวันที่ไอ้หัวหน้าชุดนั่นแปรพักตร์มาหาเรา จนถึงวันที่เราเริ่มจับกุม มันผ่านไปกี่วันเชียว? ผมไม่เชื่อหรอกว่าพวกคนจีนที่ซ่อนตัวเหมือนแมลงสาบพวกนั้นจะตัดสินใจเด็ดขาดขนาดนี้ สั่งเงียบทั้งระบบได้ทันทีที่เกิดเรื่อง"
ร้อยเอกไซโตะเอ่ยขึ้น "หรือจะมีคนคาบข่าวไปบอก?"
คิตาฮาระลุกพรวด "ต้องใช่แน่ๆ!"
ไซโตะครุ่นคิด "แต่เรื่องที่หมอนั่นแปรพักตร์ มีแค่นายทหารระดับสูงไม่กี่คนรู้เรื่อง พวกเขาคงไม่ไปบอกพวกจีนหรอก..."
เจ้าหน้าที่จากหน่วยโทโค (ตำรวจลับพิเศษ) ที่นั่งฟังอยู่พูดแทรกขึ้นทันที
"คนจีนที่มาร่วมจับกุมกับเรานั่นแหละที่ไว้ใจไม่ได้ ถึงจะคัดกรองมาแล้ว แต่ก็ต้องมีพวกปลาหลุดลอดแหเข้ามาบ้าง"
คิตาฮาระ รันสุเกะ ตบโต๊ะผาง
"เริ่มการตรวจสอบภายในเดี๋ยวนี้!"
[จบแล้ว]