เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - ผมไว้ใจคุณมาก

บทที่ 32 - ผมไว้ใจคุณมาก

บทที่ 32 - ผมไว้ใจคุณมาก


บทที่ 32 - ผมไว้ใจคุณมาก

การจับกุมนักเรียนอีกสองคนที่เหลือก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเช่นกัน

คนหนึ่งอ้างว่าลาป่วย อีกคนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

คนที่ลาป่วยดันเป็นลูกหลานผู้หลักผู้ใหญ่ ทางบ้านบอกว่าจะไปเคลียร์กับญี่ปุ่นเอง เกาเซิงผิงก็ทำอะไรไม่ได้

สรุปว่างานนี้เกาเซิงผิงพาทีมกลับกองบัญชาการสารวัตรทหารด้วยสภาพสะบักสะบอม ทั้งตกใจ เหนื่อย และโมโห

ยังไม่ทันได้นั่งพักจิบชา ก็โดนญี่ปุ่นเรียกไปประชุมด่วน

การประชุมกินเวลานานโข พอกลับมา เกาเซิงผิงดูเหนื่อยล้าแต่แววตากลับมีความยินดีแฝงอยู่

เขาเรียกหลินเจ๋อเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูล็อค

"กลุ่มอื่นมันพวกขี้ข้าชัดๆ! ฮ่าๆๆ กลุ่มสองจับใครไม่ได้เลยสักคน!"

"ถึงเราจะพลาดพวกนักเรียนสี่คนนั้น แต่เราก็ได้ตัวที่ถูกวงกลมแดงมาตั้งสองคนนะเว้ย!"

"ร้อยเอกไซโตะพอใจมาก พันตรีคิตาฮาระยังเอ่ยปากชมฉันด้วยซ้ำ!"

เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง เอามือลูบหน้าแรงๆ แล้วจุดบุหรี่สูบเพื่อคลายความล้า

"นายท่านญี่ปุ่นสงสัยว่ามีเกลือเป็นหนอน... แม่งเอ๊ย ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ!"

"ไอ้อาจารย์หนุ่มนั่นเหมือนยืนรอพวกเราอยู่เลย ระเบิดลูกนั้นมันเตรียมไว้ต้อนรับพวกเราชัดๆ!"

หลินเจ๋อฟังแล้วขำในใจ แต่แสร้งทำหน้าเครียด

"ใครจะไปนึกว่าพวกมันจะอำมหิตขนาดนี้ ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ปาระเบิดใส่ ถ้าไม่ใช่ท่านสารวัตรนำทีมเอง ป่านนี้คงตายกันเกลื่อนแล้วครับ!"

เกาเซิงผิงรู้สึกกระดากใจเล็กน้อยเรื่องเมื่อวาน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาอยากจะยืนเก๊กท่าที่หน้าประตู แล้วบุกเข้าไปชาร์จตัวทันที ไอ้หมอนั่นคงไม่มีจังหวะโขกระเบิดกับโต๊ะหรอก

แต่พอฟังหลินเจ๋อพูด เขาก็รู้สึกว่ามีเหตุผลขึ้นมาทันที

ถ้าให้พวกสวะกลุ่มอื่นไปทำ คงตายกันเป็นเบือแน่ๆ!

ส่วนเรื่องหวังเทียนเฉิงที่ตายไป... ลืมไปได้เลย

"เซิงหมิน ในเมื่อนายท่านสงสัยและให้เราตรวจสอบกันเอง เราก็ต้องทำ"

"เริ่มจากให้ทุกคนเขียนรายงานกิจวัตรในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แล้วให้พยานยืนยัน จากนั้นก็เปิดโอกาสให้แจ้งเบาะแสลับหลังกันได้ ได้ข่าวว่าทางโทโคจะส่งคนมากำกับดูแลด้วย"

"เซิงหมิน ฉันแก่แล้ว เรี่ยวแรงไม่ค่อยดี นายช่วยรับภาระคุมการตรวจสอบภายในกลุ่มเราหน่อยนะ จะได้สร้างผลงานให้ญี่ปุ่นเห็นด้วย"

หลินเจ๋อคิดในใจ นี่มันให้ลิงเฝ้าสวนท้อชัดๆ ไม่เห็นกูเป็นคนนอกเลยนี่หว่า!

แต่ปากกลับแสร้งลังเล

"จะดีเหรอครับ? ตามหลักแล้วผมเองก็ต้องถูกตรวจสอบด้วย อีกอย่างเพื่อนร่วมงานคนอื่นอาจจะไม่พอใจ งานนี้เสี่ยงโดนเกลียดขี้หน้าเอาง่ายๆ นะครับ"

เกาเซิงผิงหัวเราะ

"อย่าว่าแต่นายเลย ฉันเองก็ต้องโดนตรวจสอบเหมือนกัน ส่วนคนอื่นไม่ต้องห่วง ฉันจะออกคำสั่งเอง ใครจะเกลียดก็ช่างหัวมัน พอจบภารกิจกลุ่มเฉพาะกิจนี้ยุบไป จะได้เจอกันอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้!"

หลินเจ๋อพยักหน้า

"งั้นผมจะทำตามคำสั่งท่านสารวัตรครับ"

เกาเซิงผิงฝืนความง่วง เรียกทุกคนไปรวมตัวที่ห้องประชุมมุมตึกแล้วประกาศคำสั่ง

เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที โดยเฉพาะเหยากั๋วเฉวียนกับกงฟู่กุ้ยที่พักห้องเดียวกับหลินเจ๋อ ต่างคิดในใจว่า 'พี่หลินของกูเส้นใหญ่จริงๆ!'

เกาเซิงผิงทำเสียงเข้ม

"หวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือกับหลินเจ๋อ นี่เป็นความต้องการของนายท่านญี่ปุ่น ใครกล้าขัดขืนหรือเล่นลูกไม้ ผมขอเตือนไว้ก่อน ถึงจะเป็นคนกันเอง แต่คุณก็มีสิทธิ์ถูกสงสัยว่าสมคบคิดกับศัตรู ถึงตอนนั้นโดนญี่ปุ่นลากไปปรับทัศนคติ คงไม่ต้องให้ผมบรรยายนะว่าจะเจออะไรบ้าง?"

คราวนี้เงียบกริบ ทุกคนรับปากว่าจะทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

เกาเซิงผิงพอใจมาก เดินกลับไปนอน หลินเจ๋อเตรียมกระดาษปากกา ให้ทุกคนกลับไปรอที่ห้องพัก แล้วทยอยเรียกมาคุยทีละคน

เนื้อหาที่รายงานไม่มีอะไรน่าสนใจ ส่วนใหญ่ซ้ำไปซ้ำมา

ก็แหงล่ะ ตั้งแต่ถูกเกณฑ์มา ทุกคนกินนอนอยู่ด้วยกัน แทบไม่มีใครได้ฉายเดี่ยว

มีเพียงคนเดียวที่แยกไปตรวจสอบรายชื่อที่โรงเรียน แต่เขาก็ยืนยันว่านั่งรถของสารวัตรทหารไปและขลุกอยู่ที่ห้องธุรการตลอด มีครูที่นั่นเป็นพยานได้

หลินเจ๋อปลอบใจ

"ไม่ต้องห่วงน้องชาย ผมบันทึกตามจริง ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง ตรวจสอบง่ายนิดเดียว"

ชายคนนั้นกลัวจนตัวสั่น

"นายท่านหลิน ผมนี่มันดวงซวยจริงๆ ที่ต้องไปคนเดียวก็เพราะคนไม่พอ หัวหน้าเกาสุ่มเลือกผมไปแท้ๆ!"

หลินเจ๋อโยนบุหรี่ให้

"วางใจเถอะ หัวหน้าเกาต้องช่วยพูดให้คุณแน่"

พอถึงคิวพวกเพื่อนร่วมห้อง กงฟู่กุ้ยรายงานเสร็จ จู่ๆ ก็พูดโพล่งขึ้นมา

"ผมขอแจ้งเบาะแส! ไอ้ซุนตัวโย่งที่นอนห้องเดียวกับผม ทุกคืนชอบบ่นงึมงำ ด่าญี่ปุ่นว่าเห็นคนจีนเป็นหมา บอกว่าไอ้พวกนี้ทำไมไม่กลับไปอยู่บ้านตัวเอง มารุกรานปักกิ่งทำไม มันมีแนวโน้มจะต่อต้านครับ!"

หลินเจ๋อทั้งขำทั้งสมเพช

เวลาคนเรารู้สึกไม่ปลอดภัย มักจะพยายามหาเกราะป้องกันตัว บางคนเลือกพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่บางคนเลือกที่จะเหยียบย่ำคนอื่นเพื่อแสดงความจงรักภักดี

แต่ในเมื่อเขาพูด หลินเจ๋อก็ต้องจด

กงฟู่กุ้ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยหมัดเด็ด

"ผมขอแจ้งอีกเรื่อง หวังเทียนเฉิงเคยแอบติดต่อกับคนภายนอกครับ!"

หลินเจ๋อชะงัก... เฮ้ย จริงดิ!

อย่าบอกนะว่ากูเผลอฆ่าพวกเดียวกัน?

แต่ดูทรงแล้วหวังเทียนเฉิงไม่น่าใช่สายลับ ถ้าเป็นคนของฟู่ซิงเซ่อหรือหน่วยงานอื่นจริง ก็ถือว่าแสดงละครเก่งระดับออสการ์

เขามีวิชาอ่านสีหน้า ไม่น่าจะโดนหลอกได้ง่ายๆ

กงฟู่กุ้ยเล่าต่อ

"ตอนที่ไปดักจับเป้าหมายรายที่สอง ระหว่างที่พวกผมดูต้นทาง เขาแอบวิ่งไปที่โรงน้ำชาใหญ่ ขอยืมโทรศัพท์ร้านโทรอยู่นานสองนาน คุยตั้งสองนาทีกว่า แถมยังซื้อบุหรี่มาปิดปากผมซองนึงด้วย"

หลินเจ๋อฟังแล้วสะดุ้ง... นี่มันมุกเดียวกับกูเลยนี่หว่า!

หรือว่าหวังเทียนเฉิงจะเป็นสายลับจริงๆ!

กว่าจะสอบสวนครบทุกคน ฟ้าก็เกือบสาง หลินเจ๋อตัดสินใจไปรายงานเกาเซิงผิง

เขายังเชื่อในสัญชาตญาณตัวเอง หวังเทียนเฉิงดูยังไงก็ไม่ใช่พวกเดียวกัน อีกอย่างตามคำบอกเล่า คุยโทรศัพท์ตั้งสองนาที สายลับที่ไหนเขาส่งข่าวด่วนกันเยิ่นเย้อขนาดนั้น?

ไอ้นี่ต้องมีลับลมคมในเรื่องอื่นแน่

เขาไปเคาะประตูห้องเกาเซิงผิง อีกฝ่ายงัวเงียมาเปิดประตู

"เซิงหมิน มาทำไมแต่เช้า?"

หลินเจ๋อทำหน้าเคร่งขรึม

"ท่านสารวัตรครับ เจอตัวปัญหาแล้ว!"

เกาเซิงผิงตาสว่างทันที

"กลุ่มเรามีสายลับจริงๆ เหรอ?"

หลินเจ๋อพยักหน้า (ในใจคิดว่าก็ถูกของมึง) เขาแทรกตัวเข้าไปในห้อง ล็อคประตู แล้วยื่นเอกสารให้

"ตอนไปจับคนร้ายรายที่สอง หวังเทียนเฉิงแอบไปโทรศัพท์ที่โรงน้ำชาครับ"

เกาเซิงผิงสมองยังเบลอๆ

"หวังเทียนเฉิง... คนไหนวะ?"

"ก็คนที่ตายเมื่อวานไงครับ"

เกาเซิงผิงทำปากจู๋ รู้สึกกระอักกระอ่วนบอกไม่ถูก

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 32 - ผมไว้ใจคุณมาก

คัดลอกลิงก์แล้ว