เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - ภารกิจเชือดไก่ให้ลิงดู

บทที่ 13 - ภารกิจเชือดไก่ให้ลิงดู

บทที่ 13 - ภารกิจเชือดไก่ให้ลิงดู


บทที่ 13 - ภารกิจเชือดไก่ให้ลิงดู

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น มิยาโมโตะเดินหน้าจ๋อยมาเคาะประตูบ้านหลินเจ๋อ เพื่อขอขมาลาโทษเรื่องเมื่อคืน

หลินเจ๋อฉีกยิ้มกว้าง ตบไหล่เพื่อนรักอย่างเข้าอกเข้าใจ "มิยาโมโตะซัง เราเป็นเพื่อนกัน ผมกับมิเอะโกะก็เป็น... เพื่อนกัน คนกันเองทั้งนั้น อย่าเก็บมาใส่ใจเลยครับ"

มิยาโมโตะน้ำตาซึม ซาบซึ้งในน้ำใจอันประเสริฐ "ใช่ครับ! เพื่อนย่อมต้องให้อภัยกัน!"

เรื่องของเรื่องคือเมื่อเช้าพอเขาลืมตาตื่น ก็เห็นเมียรักนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น พอซักไซ้ไล่เลียงก็ได้ความว่า เมื่อคืนเขาเมาอาละวาดหนัก นอกจากจะโม้ว่าจะพาหลินเจ๋อไปรวยแล้ว ยังจะแนะนำเพื่อนในกองสารวัตรทหารให้รู้จักอีก

มิยาโมโตะแทบกุมขมับ ปกติเขาเป็นคนระวังตัวแจ ทำไมเมาแล้วปากเปราะแบบนี้ เขาพยายามจะกอดปลอบมิเอะโกะ แต่กลับโดนเธอสะบัดหนี

"เมื่อคืนคุณยังไม่ทันรอให้แขกกลับก็เริ่มลวนลามฉัน พอแขกกลับไปคุณก็... ฮือ... คุณทำรุนแรงกับฉันจนเนื้อตัวเขียวช้ำไปหมด เดินแทบไม่ไหวแล้วเนี่ย!"

มิยาโมโตะถึงกับอึ้ง... นี่เมื่อคืนกูคึกขนาดนั้นเลยเหรอวะ?

เขารีบฉีกยิ้มประจบ "โธ่ที่รัก ก็ผมคิดถึงคุณนี่นา..."

มิเอะโกะเชิดหน้า "ไม่ต้องมาแก้ตัว! รีบไปขอโทษคุณหลินเดี๋ยวนี้ แล้วกลับมาทำมื้อเช้าให้ฉันกินเป็นการไถ่โทษ!"

มิยาโมโตะตะเบ๊ะท่าสวย "รับทราบครับ! ท่านผบ.มิเอะโกะ!"

......

หลังจากแสดงละครฉากใหญ่จบ หลินเจ๋อก็ออกไปหาอะไรกินรองท้องด้วยขนมเปี๊ยะไส้เนื้อกับเต้าหู้ทรงเครื่อง

เดินผ่านร้านขนมเปี๊ยะซูโจวเจ้าประจำ เห็นป้ายแขวนหน้าร้านว่า "ขนมเปี๊ยะซูโจว อบสดใหม่ รีบซื้อก่อนหมด"

เขาจำใส่ใจไว้แล้วเดินตีหน้าตายเข้าป้อมตำรวจ สั่งการให้ลูกน้องออกตรวจตราตามปกติ แล้วกำชับหวังเสียวโส่วให้กระจายสายข่าวคอยสอดส่องพวกต่อต้านญี่ปุ่นในพื้นที่

สั่งงานเสร็จก็หันมาบอกหวังเสียวโส่ว "เที่ยงนี้จองโต๊ะที่ร้านต้าหว่านจวีให้ด้วยนะ อั๊วอยากกินหัวปลาต้มกินกับแผ่นแป้ง"

หวังเสียวโส่วตะเบ๊ะรับคำ "รับทราบครับลูกพี่!"

หลินเจ๋อออกจากป้อม ตรงดิ่งไปร้านขายเสื้อผ้ามือสอง "เถ้าแก่ พอดีญาติบ้านนอกจะมาหา จัดชุดชาวบ้านๆ ให้สักสองสามชุดซิ"

ได้ของแล้วเขาก็แว้บไปที่บ้านลับหลังตลาดเสี่ยวซื่อโข่ว (บ้านที่ยึดมาจากแก๊งพนัน) ปีนกำแพงเข้าไปเปลี่ยนชุด

ขาออกมาจากบ้าน กลายสภาพเป็น "อาจารย์หลิน" สวมชุดยาวผ้าฝ้ายเนื้อละเอียด รองเท้าหนังขัดมัน สวมแว่นตากรอบกลม ดูเป็นปัญญาชนผู้ทรงภูมิ

โชคชะตาเล่นตลก พอเปิดประตูออกมาก็จ๊ะเอ๋กับเพื่อนบ้านแถวนั้นพอดี

"สวัสดีครับทุกท่าน!" หลินเจ๋อทักทายเสียงใส

ชาวบ้านพากันงงเป็นไก่ตาแตก คนดูดีมีสกุลขนาดนี้มาทำอะไรในย่านเสื่อมโทรมแบบนี้

หลินเจ๋อรีบไขข้อข้องใจ "ผมเพิ่งย้ายมาจากแมนจูเรียครับ มาเป็นครูสอนหนังสือที่นี่ เห็นทางการเขาประกาศขายบ้านหลุดจำนองหลังนี้ ผมยังหาที่พักไม่ได้เลยซื้อไว้ซุกหัวนอนไปก่อน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับเพื่อนบ้าน!"

ชาวบ้านร้องอ๋อในใจทันที... ไอ้ขายชาตินี่หว่า!

ญี่ปุ่นเพิ่งบุกยึดเมือง เอ็งก็ย้ายมาจากแมนจูเรีย (เมืองขึ้นญี่ปุ่น) จะเป็นอะไรไปได้นอกจากสมุนรับใช้ญี่ปุ่น!

แม้จะรังเกียจเดียดฉันท์ แต่ยุคนี้ใครกล้าหือกับคนของญี่ปุ่น ต่างคนต่างเลยเออออห่อหมกแล้วรีบเดินหนี

หลินเจ๋อในคราบอาจารย์ผู้คงแก่เรียนเดินไปเรียกรถลากที่ปากซอย

"แถวนี้มีร้านขนมเปี๊ยะอร่อยๆ บ้างไหม" เขาถามเสียงเนิบนาบ

คนลากรถอยากฟันค่ารถ เลยแนะนำร้านไกล "โอ้ยท่าน แถวนี้ไม่มีหรอกครับ ต้องไปนู่น หน้าสถานีตงเปี้ยนเหมิน ร้านขนมเปี๊ยะซูโจวเจ้านั้นเด็ดสุดยอด คนมีระดับอย่างท่านต้องกินของแบบนั้นถึงจะสมฐานะ!"

หลินเจ๋อโบกมืออนุญาต คนลากรถดีใจรีบออกวิ่งพาไปส่งถึงที่

เมื่อถึงร้านขนมเปี๊ยะซูโจว หลินเจ๋อทิปเงินไปหนึ่งเหมา แล้วเดินวางมาดเข้าไปในร้าน

"ขนมซูโจวนี่คนซูโจวทำเองหรือเปล่า"

เถ้าแก่ร้าน (คนเดิมที่เคยให้ซองแดง) รีบวิ่งออกมาต้อนรับ "ช่วงนี้บ้านเมืองวุ่นวาย ช่างซูโจวกลับบ้านไปเยี่ยมญาติครับ นี่เป็นฝีมือลูกศิษย์ที่เพิ่งรับมาทำครับ"

หลินเจ๋อทำท่าดมฟุดฟิด "หน้าตาก็พอได้ แต่วัตถุดิบสะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้"

เถ้าแก่ร้านรีบผายมือ "เชิญคุณท่านเข้าไปดูหลังร้านได้เลยครับ แป้งเอย น้ำมันเอย เราใช้ของดีทั้งนั้น ผมไม่กล้าโม้ว่าอร่อยเหาะ แต่เรื่องความสะอาดนี่รับประกันด้วยเกียรติ!"

หลินเจ๋อเดินตามเข้าไปจนถึงห้องเก็บของหลังร้าน

เมื่อประตูปิดลง บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที

"เถ้าแก่ เรียกผมว่าอะไรดี" หลินเจ๋อถามเสียงเรียบ

เถ้าแก่ร้านปรับสีหน้าเคร่งขรึม "ผมแซ่หม่า ได้รับคำสั่งให้มาเป็นผู้ติดต่อของท่าน เบื้องบนแต่งตั้งให้ท่านเป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการชุดนี้ ผมมีหน้าที่รับส่งข่าวสารและปฏิบัติตามคำสั่งท่านครับ"

หลินเจ๋อพยักหน้า "ไม่มีคำสั่งพิเศษอะไร เบื้องบนว่าไงก็ว่าตามนั้น มีวิทยุสื่อสารไหม"

"มีสองเครื่องครับ เครื่องหลักอยู่ที่บ้านคฤหบดีหวังจือยุ่นในเมืองชั้นใน อีกเครื่องซ่อนไว้ที่ต้าซิงเป็นเครื่องสำรอง พนักงานวิทยุปลอมตัวเป็นชาวนาอยู่ที่นั่น พร้อมใช้งานตลอดเวลา"

"ดีมาก กฎเหล็กคือห้ามพนักงานวิทยุเจอกับผม หรือเจอกันเอง ห้ามติดต่อสื่อสารเรื่องอื่นนอกจากภารกิจ ช่วงนี้ต้องระวังตัวให้มาก"

เถ้าแก่หม่าลอบชื่นชมในใจ รหัสลับ 'พระพุทธรูปทองคำ' (จินฝอ) ผู้นี้ดูเก๋าเกมสมคำร่ำลือ

"รับทราบครับ"

แม้แต่เถ้าแก่หม่าเองก็ไม่รู้ว่าตัวจริงของหลินเจ๋อเป็นใคร และทำอาชีพอะไร

"รอบนี้มีงานอะไร" หลินเจ๋อเข้าประเด็น

เถ้าแก่หม่ารายงาน "ในเมืองชั้นในมีนักเลงหัวไม้ชื่อ 'ถังซาน' หรือที่คนเรียกกันว่า 'ถังซานเย่' ก่อนญี่ปุ่นเข้าเมืองมันก็เป็นสายให้พวกขายชาติอยู่แล้ว พอญี่ปุ่นยึดเมืองได้ มันยิ่งได้ใจ รวบรวมพวกอันธพาลมาตั้งแก๊ง คอยไล่จับนักเรียน ครูอาจารย์ หรือข้าราชการที่มีท่าทีต่อต้านญี่ปุ่น"

เถ้าแก่หม่าเว้นจังหวะนิดหนึ่ง "กองสารวัตรทหารญี่ปุ่นเพิ่งตั้งใหม่ ข่าวกรองยังไม่แน่น แต่ไอ้พวกนักเลงเจ้าถิ่นพวกนี้แหละตัวดี มันรู้ลึกรู้จริง สัปดาห์ก่อนสมาชิก 'กลุ่มขจัดคนขายชาติ' ซึ่งเป็นนักศึกษาโดนมันจับไปหลายคน เบื้องบนสั่งมาว่า ให้สืบหากิจวัตรของมัน และถ้าเป็นไปได้... เก็บมันซะ"

หลินเจ๋อพยักหน้า "เข้าใจแล้ว"

กลุ่มขจัดคนขายชาติส่วนใหญ่เป็นปัญญาชนและลูกหลานตระกูลดัง การที่เบื้องบนสั่งเก็บถังซาน แสดงว่ามันสร้างความเสียหายหนักจริงๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 13 - ภารกิจเชือดไก่ให้ลิงดู

คัดลอกลิงก์แล้ว