เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: ที่การ์ปเรียกพวกเผ่ามังกรฟ้าว่าขยะ

บทที่ 25: ที่การ์ปเรียกพวกเผ่ามังกรฟ้าว่าขยะ

บทที่ 25: ที่การ์ปเรียกพวกเผ่ามังกรฟ้าว่าขยะ


บทที่ 25: ที่การ์ปเรียกพวกเผ่ามังกรฟ้าว่าขยะ

เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เจ็ดวันแล้วนับตั้งแต่สงครามมารีนฟอร์ดสิ้นสุดลง

ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา ทั่วทั้งโลกต่างพากันพูดถึงแต่เรื่องของ เซี่ยอวี่ จอมพลเรือแห่งยุคสมัยเก่า บางคนถึงขั้นฟันธงว่าเซ็นโงคุจะต้องลาออกจากตำแหน่งเพราะเหตุการณ์ในสงครามมารีนฟอร์ด และเซี่ยอวี่ที่หวนคืนมาจะกลับมามีอำนาจในกองทัพเรืออีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่มีปัญญาและวิเคราะห์สถานการณ์เป็นกลับมองว่า เป็นไปไม่ได้ที่เซี่ยอวี่จะกลับมาควบคุมกองทัพเรือ เหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก เพราะหลังจากที่พวกเขาใช้เวลาหลายวันค้นคว้าบันทึกประวัติศาสตร์ต่างๆ กลับไม่พบข้อมูลหรือข่าวหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวกับเซี่ยอวี่เลยแม้แต่น้อย

การที่ไม่มีข่าวคราวหรือข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเซี่ยอวี่หลงเหลืออยู่ หมายความว่าบันทึกทั้งหมดในช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งจอมพลเรือถูกจงใจลบหายไป องค์กรเดียวที่มีอำนาจลบข้อมูลของอดีตจอมพลเรือได้ก็คือรัฐบาลโลก ไม่มีใครอื่นอีกแล้วที่สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้

นั่นหมายความว่า ในอดีตจะต้องมีเหตุการณ์ไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างจอมพลท่านนี้กับรัฐบาลโลก

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การที่เซี่ยอวี่จะกลับมามีอำนาจในกองทัพเรือจึงแทบเป็นไปไม่ได้

ท่ามกลางการคาดเดาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ จากทั่วโลก กองทัพเรือที่เพิ่งผ่านพ้นสงครามมารีนฟอร์ดกลับเลือกที่จะนิ่งเงียบไม่ออกแถลงการณ์ใดๆ แม้แต่หนังสือพิมพ์ภายในของกองทัพเรือก็งดตีพิมพ์ในช่วงเวลานี้

หลังจากทำพิธีฝังศพนายทหารที่พลีชีพและจัดการดูแลทหารที่บาดเจ็บจนเรียบร้อย การซ่อมแซมมารีนฟอร์ดแบบเร่งด่วนก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มกำลังทันที

ทว่าการจะบูรณะมารีนฟอร์ดให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน การซ่อมแซมเร่งด่วนนี้จึงเป็นเพียงการทำให้ระบบงานภายในของกองทัพเรือยังคงดำเนินต่อไปได้ ก่อนที่จะมีการสรุปสถานที่ตั้งใหม่ของศูนย์บัญชาการ

มารีนฟอร์ด ห้องประชุมชั่วคราวศูนย์บัญชาการกองทัพเรือ

เซ็นโงคุนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะประชุมด้วยความรู้สึกไม่สงบใจนัก

เมื่อสงครามสิ้นสุดลง เดิมทีเขาควรต้องรีบเดินทางไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อรายงานต่อผู้บัญชาการสูงสุดโคซึมิ และวางแผนการทำงานขั้นต่อไปของกองทัพเรือโดยละเอียด แต่เนื่องจากมีคำสั่งลงมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงเลือกที่จะอยู่ที่มารีนฟอร์ดเพื่อร่วมซ่อมแซมฐานทัพและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

นั่นทำให้เขายุ่งจนหัวหมุนตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา

หลังจบการประชุมนี้ เขาจะต้องออกเดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อเข้าพบผู้บัญชาการสูงสุดโคซึมิ รวมถึงห้าผู้เฒ่าในปราสาทพันเจีย

แน่นอนว่าเรื่องงานไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เขากระวนกระวายใจ

ความกังวลทั้งหมดของเขามาจากการที่เซี่ยอวี่จะต้องเดินทางไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วยต่างหาก

ทันใดนั้น สามพลเรือเอก ซากาซึกิ, โบซาริโน่ และคุซัน ก็เดินเคียงข้างกันเข้ามาในห้อง พวกเขาตรงไปนั่งที่เก้าอี้ว่างทางฝั่งขวาของเซ็นโงคุทันที

ตามมาด้วยการ์ป, สึรุ, กิออน, คาเค และพลเรือโทคนอื่นๆ ที่ทยอยเดินตามเข้ามา

การ์ปดูมีท่าทีหดหู่อย่างเห็นได้ชัด ปกติเขาจะไม่ยอดปล่อยมือจากขนมเซมเบ้แม้แต่ในเวลาประชุม แต่วันนี้เขากลับไม่ไปนั่งที่โต๊ะประชุม แต่เดินเลี่ยงไปนั่งที่โซนของนายทหารระดับรอง ข้างๆ สโมกเกอร์และฮินะแทน

"คุณการ์ป เป็นอะไรไปคะเนี่ย? หลายวันมานี้ดูซึมๆ ไปนะ ฮินะงงมากเลย!"

จู่ๆ พลเรือโทอย่างการ์ปก็เดินมานั่งในโซนของนายทหาร ฮินะกระพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง ก่อนจะลดเสียงลงแล้วถามหยั่งเชิง "เป็นเพราะโคบี้เหรอคะ? หรือว่า... เพราะเอส?"

"เฮ้อ"

การ์ปถอนหายใจยาว น้ำเสียงฟังดูเศร้าหมอง "ถ้าตอนนั้นโคบี้ไม่ออกไปขวางซากาซึกิ ป่านนี้เขาคงได้กลายเป็นนายทหารเหมือนอย่างฮินะ แบกรับอนาคตของกองทัพเรือไปแล้ว!"

"ทำไมคุณการ์ปถึงคิดว่าโคบี้จะได้แบกรับอนาคตของกองทัพเรือแน่นอนล่ะคะ? ฮินะไม่เข้าใจ!"

ฮินะกระพริบดวงตาคู่สวย ก่อนจะพูดต่อ "ฮินะคิดว่าท่านจอมพลเซี่ยอวี่พูดถูกแล้วนะคะ การออกมายืนขวางผู้บังคับบัญชาในสนามรบแล้ววิจารณ์การกระทำเพื่อไม่ให้ไล่ล่าศัตรู มันก็เท่ากับเป็นการทรยศนั่นแหละ! ที่สำคัญที่สุด การได้ตายในสนามรบไม่ใช่เกียรติสูงสุดของทหารหรอกเหรอคะ?"

"โคบี้มีเหตุผลสองข้อที่เข้าไปขวางพลเรือเอกซากาซึกิ ข้อแรก เขาเชื่อว่าโจรสลัดหมดใจที่จะสู้แล้ว และการที่กองทัพเรือยังไล่ล่าพวกเขาในตอนนั้น มันจะทำให้พวกเราไม่ต่างอะไรจากโจรสลัด! ข้อสอง กองทัพเรือสูญเสียกำลังพลไปมากแล้ว การฝืนทำสงครามต่อมีแต่จะทำให้ทหารบาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้น!"

"อย่างนั้นเหรอคะ คุณการ์ป?"

"เหตุผลที่โจรสลัดหมดใจที่จะสู้ ไม่ใช่เพราะพวกมันกลับตัวกลับใจ แต่เพราะพวกมันกลัว หวาดผวา และรู้ว่าตัวเองกำลังจะตายต่างหาก! ถ้าปล่อยให้พวกมันหนีรอดจากมารีนฟอร์ดไปได้ พวกมันก็จะกลับไปเป็นโจรสลัดชั่วร้ายเหมือนเดิมทันที!"

"การปล่อยพวกมันหนีไป ก็เหมือนกับการปล่อยเสือเข้าป่า สนับสนุนให้พวกมันไปก่ออาชญากรรมต่อ! ดังนั้นที่ท่านจอมพลเซี่ยอวี่บอกว่าการกระทำของโคบี้เท่ากับการทรยศนั้น ฮินะว่าถูกต้องที่สุดแล้ว!"

การ์ปชะงักไปเมื่อได้ยินว่าแม้แต่ฮินะก็ยังคิดว่าการที่โคบี้ขวางซากาซึกิเป็นการทรยศ เขาหันขวับไปหาสโมกเกอร์แล้วโพล่งถามออกไปตามสัญชาตญาณ "สโมกเกอร์ แกก็คิดแบบนั้นเหมือนกันเรอะ?"

สโมกเกอร์พ่นควันซิการ์ออกมา แล้วพยักหน้าเงียบๆ

แม้ว่าความสูญเสียของกองทัพเรือจะหนักหนาสาหัสจริง และตอนนั้นเขาเองก็เคยแวบขึ้นมาว่าไม่มีประโยชน์ที่จะสู้ต่อ แต่หลังจากที่ใจเย็นลง เขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองถูกอารมณ์ของโคบี้ชักจูงไป เพราะแผนเดิมของเซ็นโงคุคือการกวาดล้างกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวให้สิ้นซาก

สาเหตุที่สถานการณ์สงครามพลิกผันไปมา เป็นเพราะตัวแปรอย่างหมวกฟางลูฟี่ หากไม่มีหมวกฟางลูฟี่และพวกนักโทษแหกคุกจากอิมเพลดาวน์มาร่วมวง การกวาดล้างกลุ่มหนวดขาวก็เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

แต่ถึงแม้จะมีตัวแปรอย่างหมวกฟางลูฟี่โผล่มา ก็ยังโชคดีที่จอมพลยุคเก่าอย่างเซี่ยอวี่ปรากฏตัวขึ้นทันเวลา!

หากเซี่ยอวี่ไม่กลับมาที่มารีนฟอร์ด สงครามสุดยอดคงจบลงแบบค้างคาเพราะการขัดขวางของโคบี้และการปรากฏตัวของแชงค์สแน่ๆ

ถ้าเป็นแบบนั้น ต่อให้หนวดขาวตายและเอสถูกประหารโดยซากาซึกิ กองทัพเรือก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์

เมื่อเห็นสโมกเกอร์พยักหน้ายืนยัน การ์ปก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ คอตกพลางกล่าวว่า "จริงๆ แล้วทำไมฉันจะไม่รู้ว่าการกระทำของโคบี้มันหุนหันพลันแล่นแค่ไหน แต่ที่ฉันปล่อยวางไม่ได้ก็เพราะ... เฮ้อ ช่างมันเถอะ เริ่มประชุมกันดีกว่า!"

"ท่านจอมพลเซี่ยอวี่ยังไม่มาเลยค่ะ"

ฮินะเหลือบมองเก้าอี้ว่างข้างๆ เซ็นโงคุ ก่อนจะเอ่ยว่า "คุณการ์ป เล่าเรื่องวีรกรรมของท่านจอมพลเซี่ยอวี่ให้ฟังหน่อยสิคะ ฮินะอยากรู้มากเลย!"

พอได้ยินดังนั้น การ์ปก็ขยับตัวนั่งหลังตรงโดยอัตโนมัติ ความคิดหวนกลับไปสู่อดีตในยุคที่เซี่ยอวี่ยังบัญชาการกองทัพเรือ

หลังจากเงียบไปกว่าสิบวินาที การ์ปก็ดึงสติกลับมา กลับมามีท่าทีสบายๆ ตามปกติ เขาล้วงหยิบขนมเซมเบ้ที่ไม่ได้แตะต้องมาเจ็ดวันออกมาจากกระเป๋า แต่สีหน้ากลับดูจริงจังขึ้นขณะกล่าวว่า "ในช่วงปีกว่าๆ ที่เขาบัญชาการกองทัพเรือ กองทัพเรือได้รับความเคารพอย่างที่ควรจะได้รับ โดยเฉพาะกฎระเบียบที่ว่า หากเผ่ามังกรฟ้าตกอยู่ในอันตราย พลเรือเอกแห่งศูนย์บัญชาการต้องรีบรุดไปช่วยเหลือโดยไม่มีเงื่อนไข... กฎข้อนี้ถูกยกเลิกไปในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง!"

"นั่นเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่เขายื่นต่อห้าผู้เฒ่าหลังจากรับตำแหน่งจอมพล กองทัพเรือสามารถช่วยเหลือเผ่ามังกรฟ้าที่ตกอยู่ในอันตรายได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งแห่งความยุติธรรมเท่านั้น! หากเผ่ามังกรฟ้าใช้อภิสิทธิ์เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์จนถูกต่อต้าน กองทัพเรือสามารถปฏิเสธการช่วยเหลือได้โดยอ้างเหตุผลว่าขัดต่อความยุติธรรม!"

พูดมาถึงตรงนี้ อารมณ์ของการ์ปก็ค่อยๆ ดีขึ้น รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว "รู้ไหมทำไมฉันถึงกล้าด่าพวกเผ่ามังกรฟ้าว่าเป็น 'ขยะ' ได้อย่างหน้าตาเฉย? ฉันเรียนรู้มาจากท่านจอมพลเซี่ยอวี่ทั้งนั้นแหละ พอเรียนรู้มาแล้วมันก็ติดปากไปเอง วะฮ่าฮ่าฮ่า..."

"แล้วก็เรื่องการไล่ล่าโรเจอร์ในตอนนั้น ทั่วโลกรู้แค่ว่าฉันไล่ต้อนโรเจอร์ไปทั่วโลก แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า นั่นเป็นคำสั่งพิเศษที่ท่านจอมพลเซี่ยอวี่มอบหมายให้ฉันโดยเฉพาะ!"

เมื่อได้ยินการ์ปเล่าเรื่องราวในอดีตที่เกี่ยวกับเซี่ยอวี่ นายทหารทุกคนในห้องประชุมชั่วคราว รวมถึงซากาซึกิ ต่างก็หูผึ่งตั้งใจฟัง

ทันใดนั้นเอง ม่านประตูห้องประชุมก็ถูกผลักออก

ตามมาด้วยร่างของเซี่ยอวี่ที่เดินเข้ามา พร้อมกับฮอสเตอร์ที่เดินตามหลัง

จบบทที่ บทที่ 25: ที่การ์ปเรียกพวกเผ่ามังกรฟ้าว่าขยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว