- หน้าแรก
- ฮันนะ จอมราชันย์คืนชีพ
- บทที่ 44 - ยินดีด้วย คุณปลดล็อกร่างสองแล้ว
บทที่ 44 - ยินดีด้วย คุณปลดล็อกร่างสองแล้ว
บทที่ 44 - ยินดีด้วย คุณปลดล็อกร่างสองแล้ว
บทที่ 44 - ยินดีด้วย คุณปลดล็อกร่างสองแล้ว
คิตาโนะ รูนะ เป็นคนไม่เชื่อในพระเจ้า
เพราะตั้งแต่จำความได้ เธอมักจะเห็นหรือได้ยิน "ความเคลื่อนไหวที่ไม่ใช่ของโลกนี้" ในที่ที่คนน้อย ที่ที่ดูน่ากลัว หรือสถานที่แปลกๆ อยู่เสมอ
แต่ไม่ว่าจะเห็นอะไร ได้ยินอะไร สุดท้ายมันก็แค่เรื่องตื่นตูม เหมือนเด็กน้อยที่หลอกตัวเองให้กลัวไปวันๆ
พอมาเรียนต่อที่โตเกียวคนเดียว คิตาโนะ รูนะ ก็มักจะตระเวนไปสำรวจสถานที่สยองขวัญยอดฮิต จัดอันดับความน่ากลัว หรือแม้กระทั่งไปนอนกลางป่าช้าที่มีคนตายเป็นหมื่นศพตามคำร่ำลือ
แต่ทว่า คิตาโนะ รูนะ มักจะไปคนเดียวเสมอ
เธอถือคติที่ว่า "ต่อให้มีผีจริงก็ขอให้ตายแค่ฉันคนเดียว อย่าได้ดึงเพื่อนฝูงหรือครอบครัวมาเกี่ยวข้อง" แล้วก็ลงมือทำตามนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ดังนั้นคิตาโนะ รูนะ จึงไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่าโลกนี้มีผีสางเทวดา
ช่วงก่อนหน้านี้ในทวิตเตอร์มีกระแส "ตามล่าเรื่องเล่าสยองขวัญ" ฮิตขึ้นมา เธอก็จดวิธีเรียกผีที่เห็นทั้งหมดลงสมุด แล้วลองทำตามทีละอย่างคนเดียวในบ้านเหมือนเคย
"ถ้ามีจริง ก็โผล่หัวออกมาให้เห็นหน่อยสิยะ!"
คิตาโนะ รูนะ ที่ทำพิธีเรียกผีไปสิบสี่รอบในคืนเดียวกล่าวท้าทาย
คืนนั้น เธอได้ยินเสียงประหลาดนับครั้งไม่ถ้วน เห็นเงาผิดปกติมากมาย แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวังเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง
เหมือนกับทุกครั้ง ราวกับมีใครบางคนกำลังปั่นหัวตัวตลกอย่างเธอเล่น
"ก็แค่โฆษณาชวนเชื่อ หลอกเอาลยอดวิวโดยใช้เรื่องผีบังหน้าอีกตามเคย" เธอคิดแบบนั้นหลังจากทำพิธีเรียกฮันนะขาวเป็นครั้งสุดท้าย
จนกระทั่งวันหนึ่งตอนเที่ยง เธอเห็นเพื่อนสนิทอย่างชิซึมะ มานัตสึ หยิบมือถือออกมาโชว์รูปเซลฟี่คู่กับฮันนะขาว
"ตัดต่อชัวร์" คิตาโนะ รูนะ คิดในใจ
แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เห็นริริโกะกับคุณอุเอสึกิทำหน้าเครียดพร้อมกัน แล้วตอนบ่ายก็พาคนที่ดูเหมือนตำรวจมาหา
ประสบการณ์การดูอนิเมะมาหลายปีสอนให้รู้ว่า สถานการณ์แบบนี้ใครที่ขวางโลกทำตัวแปลกแยกมักจะได้รับแจกข้าวกล่องไปกินเป็นรายแรก
บนรถ พี่สาวในเครื่องแบบของมานัตสึเล่าอะไรให้พวกเธอฟังเยอะแยะ สรุปใจความได้ว่าโลกนี้มีผีสางอยู่จริง และอันตรายมาก
คิตาโนะ รูนะ ถึงจะเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า แต่เธอก็ไม่ได้โง่
เธอจึงเลือกที่จะเชื่อไว้ก่อน...
วางสายโทรศัพท์ที่ไม่รู้จะมีประโยชน์ไหม เหงื่อเย็นไหลย้อยลงมาตามขมับของเด็กสาวที่แนบหลังชิดมุมกำแพง
แต่ประสบการณ์การ "เห็น" และลองของมานับปีทำให้คิตาโนะ รูนะ ยังคงเยือกเย็นได้แม้ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้
เธอกำยันต์อำพรางกายที่ไหม้ไปกว่าครึ่งไว้แน่น ในใจคิดว่าเหลือเวลาอีกแค่สามสิบกว่าวินาที เธอก็ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าฮันนะขาวบัดซบนั่นอีกแล้ว
"ยังไงก็ต้องพาแม่หนีไปจากที่นี่ให้ได้"
คิตาโนะ รูนะ ละสายตาที่สั่นระริกจากร่างหญิงวัยกลางคนที่นอนสลบไสลอยู่บนพื้น เธอกัดฟัน ล้วงเอาสร้อยประคำเรืองแสงเส้นสุดท้ายออกมาจากแขนเสื้อ
อุปกรณ์ปราบมารพวกนี้ เธอแอบจิ๊กมาจากลิ้นชักของชิซึมะ มานัตสึ ก่อนจะออกมา
แม่ของเธออุตส่าห์เดินทางจากบ้านนอกมาหาที่โตเกียว แต่ดันมาแจ็กพอตเจอฮันนะขาวที่ยึดบ้านเธอเป็นรัง สาเหตุของเรื่องราวมันก็เรียบง่ายแค่นี้
คิตาโนะ รูนะ หาคนช่วยในหน่วยปฏิบัติการพิเศษไม่ได้ และไม่อยากลากชิซึมะ มานัตสึ มาซวยด้วย เลยตัดสินใจลุยเดี่ยวมาพร้อมกับอุปกรณ์จับฉ่ายพวกนี้
เธอกลั้นหายใจจนหน้าดำหน้าแดง สบตากับหน้ากากยักษ์สีขาวซีดที่กำลังมองหาเหยื่อ แต่ก็ยังไม่ยอมส่งเสียงใดๆ ออกมา
ใจเย็นไว้ คิตาโนะ รูนะ
เธอบอกตัวเองในใจ
เธอค่อยๆ คืบคลานไปหาแม่ แต่ในจังหวะที่จะแบกแม่ขึ้นหลัง คิตาโนะ รูนะ กลับลังเลไปชั่ววูบ
เด็กสาววัยสิบแปดจ้องมองสร้อยประคำในมือ ในใจนับถอยหลังเวลาของยันต์อำพรางกาย รู้ดีว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะหนีเอาตัวรอดคนเดียวได้
ทิ้งแม่ซะ เธอรอดแน่ๆ แต่ถ้าจะช่วยแม่ ทั้งคู่อาจจะตายอยู่ที่นี่
จะตัดสินใจยังไง...
"คำถามง่ายๆ แบบนี้ ต้องคิดด้วยเหรอวะ นั่นแม่กูนะโว้ย!"
คิตาโนะ รูนะ กระชากสร้อยประคำออกจากข้อมือ ขว้างสุดแรงไปที่ระเบียงโล่ง
ฮันนะขาวที่กำลังเดินวนเวียนอยู่ถูกแสงจากสร้อยประคำดึงความสนใจทันที มันพุ่งเข้าไปตะปบตรงนั้นอย่างบ้าคลั่ง!
ฉวยโอกาสนี้ เธอรีบแบกแม่ขึ้นหลัง กัดฟันวิ่งสุดชีวิตตรงไปยังประตูห้องที่เปิดอ้าอยู่
สัมผัสได้ถึงปอดที่ร้อนผ่าวแทบไหม้เพียงแค่ชั่วพริบตา โอตาคุตัวแม่อย่างคิตาโนะ รูนะ ตะโกนก้องในใจ
ถ้าคราวนี้รอดไปได้ แม่จะออกกำลังกายให้ดู!
"ซู้ด——!"
เสียงไหม้เกรียมดังแว่วมาจากระเบียง พร้อมกับเสียงคำรามเกรี้ยวกราดของฮันนะขาว
คิตาโนะ รูนะ เพิ่งก้าวขาพ้นประตูบ้าน ก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวข้างหลังเงียบหายไป
ชิบหายแล้ว
หัวใจของเด็กสาวเย็นเฉียบ เธอเพิ่งจะเดินมายังไม่ถึงบันไดด้วยซ้ำ ระยะทางสิบกว่าเมตรแค่นี้ สัตว์ประหลาดนั่นกระโดดทีเดียวก็ถึงตัวแล้วมั้ง
วางแม่ลงหลังบานประตูอย่างรวดเร็ว คิตาโนะ รูนะ วิ่งย้อนกลับไปคนละทาง ชูมือขึ้นฟ้า ตะโกนใส่ฮันนะขาวสุดเสียง "อยากกินฉันนักไม่ใช่เหรอ เข้ามาเลยสิวะ!"
พูดจบ เธอก็หันหลังวิ่งลงบันได อาศัยอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านกระโดดทีเดียวสิบขั้น ใช้ความเร็วสูงสุดในชีวิตเท่าที่จะทำได้
วินาทีนี้ คิตาโนะ รูนะ รู้สึกว่าตัวเองโคตรเท่ เหมือนฮีโร่ผู้โดดเดี่ยวที่หันหลังให้ทุกคนในอนิเมะ เท่จนระเบิดระเบ้อ!
แล้วเธอก็ถูกฮันนะขาวที่เร็วกว่าไม่รู้กี่เท่า ตบอัดก็อปปี้ติดกำแพง
"อั่ก——"
คิตาโนะ รูนะ รู้สึกชาไปทั้งตัว เหมือนกระดูกจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
มองดูฮันนะขาวที่ก้มลงมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม คิตาโนะ รูนะ เหม่อมองท้องฟ้าด้วยแววตาไร้ชีวิต พลางคิดว่าขี้ก้างอย่างเธอคงเท่ได้ไม่เกินสามวินาทีจริงๆ
จะตายแล้วสินะ
คิตาโนะ รูนะ คิดในใจ
ขณะที่เธอกำลังจะหลับตาลงรอความตายอย่างสงบ จู่ๆ ก็เห็นแสงประกายเย็นเยียบสายหนึ่งพาดผ่านกลางอากาศ
เอ๊ะ เดี๋ยว นั่นมันอะไร?
คิตาโนะ รูนะ มองตาค้าง ลืมไปเลยว่าไหล่ตัวเองโดนเล็บจิกจนเลือดสาด
ดาบ... บินอยู่บนฟ้า?
พริบตาถัดมา ประกายแสงอันหนาวเหน็บกับเสียงคำรามต่ำๆ แหบพร่าก็มาถึงตรงหน้าเธอพร้อมกัน ส่องสว่างในดวงตาที่ไร้แววของคิตาโนะ รูนะ
"ท่าทะลวงเขี้ยว!"
ปลายดาบที่สั่นระริกแทงทะลุอกของฮันนะขาวที่ดูเลือนรางไม่ชัดเจน หยุดการเคลื่อนไหวของยักษ์ร้ายไว้อย่างชะงัด คิตาโนะ รูนะ เอียงคอไปมองอย่างมึนงง พบกับใบหน้าเรียบเฉยของอุเอสึกิ โทรุ
เด็กสาวเห็นเขาก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วเป่าปากโล่งอก "โชคดี ที่มาช้าไปก้าวเดียว"
สิ้นเสียง สายลมกรรโชกจากเบื้องหลังของอุเอสึกิ โทรุ เพิ่งจะพัดมาถึง จนเส้นผมของคิตาโนะ รูนะ ปลิวไสว
เด็กสาวงงเป็นไก่ตาแตก... นี่มันชั้นสี่นะ เขาขึ้นมาได้ยังไง?
"แขกมาเยือนทั้งที ไม่คิดจะต้อนรับหน่อยเหรอ?"
อุเอสึกิ โทรุ ฟันสะพายแล่งซ้ำอีกดาบ ก่อนจะดึงดาบคากะ คิโยมิตสึออกจากร่างฮันนะขาว ตอนนั้นเอง เขาถึงเห็นข้อความเด้งขึ้นบนหัวมัน
[เงามายาฮันนะขาวบาดเจ็บเล็กน้อย (หนึ่งดาว)]
ที่แท้ก็ไม่ใช่ร่างจริงของฮันนะขาว มิน่าล่ะเขาถึงรู้สึกว่าต่อให้ไม่แปลงร่างก็พอจะฟัดเหวี่ยงไหว
อุเอสึกิ โทรุ ที่เพิ่งคลายร่างปีศาจหน้ากากยิ้มคิดในใจ
เพราะมีคิตาโนะ รูนะ อยู่ด้วย เขาเลยพยายามจะไม่เปิดเผยตัวตน ดาบทะลวงเขี้ยวที่ลอบโจมตีเมื่อกี้เลยเป็นดาบสุดท้ายในร่างปีศาจหน้ากากยิ้ม
แต่ดูจากสภาพมันแล้ว เหมือนดาบของเขาจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ อย่างมากก็แค่สร้างแผลถลอกให้มัน
วู่ว วู่ว วู่ว
ท่ามกลางเสียงประหลาด ฮันนะขาวค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นหน้ากากที่บิดเบี้ยวสยดสยอง
"ไม่ใช่ว่าอยากกินวิญญาณสดๆ ใหม่ๆ เหรอ?" อุเอสึกิ โทรุ กวักมือท้าทาย "เข้ามาสิ"
ฮันนะขาวที่ช่างตีเหล็กบอกว่าโง่เง่า พอโดนยุก็ของขึ้นทันที มันกรีดร้องเสียงแหลม ยกมือซีดขาวพุ่งเข้าใส่อุเอสึกิ โทรุ
เร็วมาก!
รูม่านตาของอุเอสึกิ โทรุ หดเกร็ง รีบถอยฉากไปที่โถงทางเดินกว้าง แต่ถึงอย่างนั้น ท่อนแขนของเขาก็ยังโดนข่วนเป็นแผลเล็กๆ
แผลรู้สึกคันยิบๆ อุเอสึกิ โทรุ เหลือบมองแผลด้วยหางตา พบว่าเลือดที่ไหลออกมาเป็นสีขาว
พิษสินะ
ดูท่าถ้าไม่แปลงร่าง สู้กับปีศาจหนึ่งดาวก็ยังตึงมือไปหน่อย
"น่ารำคาญชะมัด"
ใช้ลมปราณผนึกปากแผลชั่วคราวเพื่อชะลอพิษลาม อุเอสึกิ โทรุ ตะโกนถามคิตาโนะ รูนะ "ขยับไหวไหม หนีไปก่อนเลย!"
คิตาโนะ รูนะ กระอักเลือดออกมา "ยืน... ยืนไม่ไหว"
อุเอสึกิ โทรุ เดาะลิ้น ปัดป้องกรงเล็บคมกริบของฮันนะขาว คิดในใจว่าพวกโอตาคุสายสองมิตินี่ตัวบางร่างน้อยกันทุกคนจริงๆ ทั้งเจ้าของร่างเดิม ทั้งคิตาโนะ รูนะ
ขืนเป็นแบบนี้ สถานการณ์คงแย่ลงแน่
ไม่ลังเลอีกต่อไป อุเอสึกิ โทรุ เทหมอกวิญญาณปลุกตื่นเข้าปากหนึ่งหยด แล้วสูดหายใจลึก เร่งเร้าวิชาผสานลมปราณเต็มสูบ
เกราะลมปราณสีขาวจางๆ ห่อหุ้มร่างกายอุเอสึกิ โทรุ เขาเอียงคอหลบกรงเล็บฮันนะขาวได้แบบเฉียดฉิวราวกับหยั่งรู้อนาคต แล้วตวาดก้องฟันดาบผ่าลงมา
ท่าผ่าไม้ไผ่!
"โฮก——!"
เสียงร้องโหยหวนของฮันนะขาวดังลั่น
แต่ในพริบตาถัดมา ใบหน้าที่แตกไปครึ่งซีกของมันก็บิดเบี้ยวกลายเป็นหน้ากากที่กำลังร้องไห้อย่างเศร้าสร้อย
"ฮือ... ฮือ..."
เสียงร้องไห้โหยหวนดังก้อง อุเอสึกิ โทรุ รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ความคลื่นไส้แล่นพล่านไปทั่วร่าง จนแทบจะกำดาบไม่อยู่
ฉึก!
ความเจ็บปวดแสบร้อนแล่นขึ้นมาที่แขนอีกหลายจุด
แต่เสียงร้องไห้นั้นดังอยู่แค่ครู่เดียว พอกลับมาตั้งสติได้ อุเอสึกิ โทรุ ก็พบว่าคิตาโนะ รูนะ ที่นอนอยู่ตรงโถงทางเดินสลบเหมือดไปเพราะเสียงนั้นเรียบร้อยแล้ว
สถานการณ์พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือในพริบตาเพราะเงื่อนไขเล็กๆ น้อยๆ นี้
ละสายตากลับมา อุเอสึกิ โทรุ ค่อยๆ ฉีกยิ้มกว้างใส่ฮันนะขาวที่มีใบหน้าดุร้าย
"ยินดีด้วย แกปลดล็อกบอสร่างสองสำเร็จแล้ว"
[จบแล้ว]