- หน้าแรก
- ฮันนะ จอมราชันย์คืนชีพ
- บทที่ 41 - ท่านหญิงตัวจิ๋วสองศอกกับอีกสองนิ้ว
บทที่ 41 - ท่านหญิงตัวจิ๋วสองศอกกับอีกสองนิ้ว
บทที่ 41 - ท่านหญิงตัวจิ๋วสองศอกกับอีกสองนิ้ว
บทที่ 41 - ท่านหญิงตัวจิ๋วสองศอกกับอีกสองนิ้ว
สาวแปดศอกยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่าอยู่กับที่
เธิจ้องมองใบหน้าของยักษ์ร้ายที่โผล่ออกมาตรงหน้าอย่างกะทันหัน ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด
ทว่าอุเอสึกิ โทรุ ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย เขาเดาว่าอย่างน้อยท่านแปดศอกก็น่าจะมีระดับหนึ่งดาวขึ้นไป ถึงคิดจะจับมาเป็นภูตรับใช้ก็ต้องซัดให้หมอบก่อนแล้วค่อยว่ากัน
เขาเร่งเร้าวิชาผสานลมปราณอย่างเต็มกำลัง พร้อมตะโกนก้องและวาดดาบคากะ คิโยมิตสึจนเกิดภาพติดตาเป็นสาย
ดาบนี้มีความเร็วระดับค่าร่างกายสามสิบห้าแต้มเชียวนะ รับไหวก็ลองดู!
แต่คำตอบที่สาวแปดศอกมอบให้คือ...
นิ่งสนิท!
ใช่แล้ว ไม่มีการต่อต้าน ไม่มีการหลบหลีก แต่กลับยืนนิ่งยอมรับดาบนี้เข้าไปเต็มๆ ท่ามกลางรอยยิ้มสยองและเสียงคำรามกึกก้องที่กดดันให้เธอขยับไม่ได้
คมดาบกรีดผ่านหน้าท้องของสาวแปดศอกไปแทบจะไร้แรงต้าน ทำให้ร่างของเธอจางลงไปอีกหลายส่วน บางทีถ้าฟันซ้ำอีกสักสองสามดาบ ตำนานเมืองอย่างท่านแปดศอกคงได้สูญสลายไปจริงๆ
"โป... โป... โป...!"
สาวแปดศอกกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ส่วนอุเอสึกิ โทรุ ต้องรีบยั้งมือจากดาบต่อไปแบบหัวทิ่ม เขาจ้องมองท่านแปดศอกที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงด้วยความงุนงง
เดี๋ยวสิ นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?
อุเอสึกิ โทรุ เริ่มสับสน เขาเพิ่งเคยเจอเรื่องลึกลับที่ยืนให้คนฟันเล่นโดยไม่ตอบโต้เป็นครั้งแรก
หรือว่าเป็นเพราะค่าเสน่ห์ 9 แต้มของฉันกันนะ? หรือว่าท่านแปดศอกผู้โด่งดังจะเป็นพวกมาโซคิสม์สายรับ?
แต่พออุเอสึกิ โทรุ เลื่อนสายตาไปมองเหนือหัวของสาวแปดศอก เขาก็ถึงบางอ้อ
ที่แท้ดาวหนึ่งดวงครึ่งบนหัวของท่านแปดศอกตรงหน้ากลับกลวงเปล่าทั้งหมด ตอนนี้เธอแทบไม่ต่างอะไรกับวิญญาณเร่ร่อนระดับศูนย์ดาว การที่โดนดาบเมื่อกี้เข้าไปแล้วไม่ตายก็นับว่าอึดมากแล้ว
พอลองเพ่งดูดีๆ อุเอสึกิ โทรุ ถึงเห็นคำอธิบายระบุว่า [สาวแปดศอกผู้ใกล้สูญสลาย (ศูนย์ดาว)]
ทีนี้ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้ง
ที่ท่านแปดศอกไม่กล้าเข้ามาใกล้เมื่อครู่ ไม่ใช่เพราะจะมาไม้อ่อนก่อนไม้แข็ง แต่เพราะเจ๊แกรู้ตัวว่าอ่อนแอจนต้องรอจังหวะต่างหาก
เช่นเดียวกับตอนที่เขาแปลงร่างเป็นปีศาจหน้ากากยิ้มมาที่นี่ก่อนหน้านี้ ก็ไม่ใช่เพราะท่านแปดศอกรังเกียจค่าเสน่ห์ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่เป็นเพราะเจ๊แกไม่กล้าโผล่หัวออกมาเลยต่างหาก!
เมื่อคิดได้ดังนั้น อุเอสึกิ โทรุ ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเอาดาบพาดคอสาวแปดศอกไว้พลางเอ่ยว่า "ฉันถาม เธอตอบ ถ้าฉันนับถึงสิบแล้วยังตอบไม่ได้ ดาบนี้จะฟันลงไปทันที"
"ทำไมเธอถึงอ่อนแอขนาดนี้?"
สาวแปดศอกจ้องมองหน้ากากยักษ์อันน่าสยดสยองตรงหน้า นึกเสียใจในความประมาทของตัวเองจนส่งเสียงร้องไห้ออกมา "โป... โป... โป..."
"แปด!" คมดาบขยับเข้าใกล้คอเธออีกนิด ดาบคากะ คิโยมิตสึสั่นระริกอย่างเริงร่า
อุเอสึกิ โทรุ ตะคอก "ร้องไห้เหรอ? ร้องไห้ก็นับเวลานะโว้ย!"
สาวแปดศอกหยุดร้องทันควัน แล้วสะอื้นตอบทั้งน้ำตานองหน้าว่า "เพราะ... เพราะหลังจากโรงงานนั่นมาตั้งได้ไม่นาน คนในหมู่บ้านอาราคาวะก็แทบไม่มีใครจำฉันได้ แถมไม่มีใครแวะเวียนมาที่นี่นานแล้ว เรื่องเล่าสยองขวัญถ้าถูกคนลืมเลือนก็มีแต่จะสูญสลายไปเท่านั้นเอง"
โรงงานอีกแล้ว ไอ้โรงงานนรกที่กดขี่แรงงานนั่น เรียกได้ว่าเป็นต้นตอความชั่วร้ายของหมู่บ้านวิปลาสอาราคาวะเลยสินะ
อุเอสึกิ โทรุ หรี่ตาลง ถอยคมดาบออกมาสักสองนิ้ว "ให้เวลาอีกสิบวินาที เล่าเรื่องโรงงานต่อมาซิ"
ร่างของสาวแปดศอกสั่นเทา "ตั้งแต่โรงงานนั่นโผล่มา พื้นที่การเกษตรก็ปนเปื้อน ชาวบ้านถ้าไม่ตายก็หนี หรือไม่ก็กลายเป็นบ้า หมู่บ้านเดิมเลยรกร้างไปแบบนี้"
"เธอรู้อะไรเกี่ยวกับโรงงานนั่นบ้าง?"
"ก็พอรู้..."
"ข้างในมีใครอยู่บ้าง?"
"มีชาวนา พวกผู้คุมที่คอยจับตาดู แล้วก็เจ้าของโรงงาน"
"เล่าละเอียดๆ หน่อย"
"พวกชาวนาถูกบังคับจับตัวเข้าไปทำงาน ส่วนผู้คุมสี่คนนั่นแข็งแกร่งกว่าฉันในร่างเดิมแถมยังโหดเหี้ยมมาก ส่วนเจ้าของโรงงานที่น่ากลัวนั่นนานๆ จะกลับมาตรวจงานสักที"
"โรงงานแบบนี้มีเยอะไหม?"
"ได้ยินว่ามีอีกหลายร้อยแห่ง..."
คนงานระดับศูนย์ดาวนับร้อย ผู้คุมระดับหนึ่งดาวครึ่งขึ้นไปอีกสี่คน แถมยังมีเจ้าของโรงงานลึกลับ ดีไม่ดีเบื้องหลังอาจจะมีสมาคมนายทุนโลกวิญญาณหนุนหลังอยู่อีก
คำพูดของสาวแปดศอกทำให้อุเอสึกิ โทรุ ล้มเลิกความคิดที่จะไปบุกโรงงานชั่วคราว
ช่วงนี้เรื่องวุ่นวายเยอะอยู่แล้ว อย่าเพิ่งไปหาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า
แต่ดูไปดูมา ท่านแปดศอกนี่ก็น่าสงสารเหมือนกันนะ เป็นถึงตำนานเมืองที่ใครๆ ในโลกความจริงก็รู้จัก แต่ในโลกวิญญาณกลับตกอับถึงขั้นจะสูญสลายเพราะถูกลืมซะงั้น
อุเอสึกิ โทรุ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงสะอื้นของสาวแปดศอกดังขึ้นข้างๆ "รีบถามสิคะ ฉันยอมบอกทุกอย่างแล้ว"
อุเอสึกิ โทรุ รู้สึกขำนิดๆ เลยคลายร่างแปลง กลับมาใช้ใบหน้าที่มีค่าเสน่ห์ 9 แต้มแล้วถามว่า "งั้นฉันถามเธอ ต่อจากนี้ยินดีจะไปทำการใหญ่ด้วยกันกับฉันไหม?"
พอเห็นยักษ์หน้าดุเมื่อกี้กลายเป็นนักดาบหนุ่มรูปหล่อ สาวแปดศอกก็เผลมองตาค้างไปชั่วขณะ
อุเอสึกิ โทรุ เลิกคิ้ว นึกไม่ถึงว่าท่านแปดศอกแห่งหมู่บ้านอาราคาวะยุคเมจิ จะมีรูปลักษณ์แทบจะถอดแบบมาจากเวอร์ชันการ์ตูนที่แพร่หลายในยุคปัจจุบันเป๊ะๆ
หมวกขาว ผมดำ หน้าตาสะสวย
และที่สำคัญคือ... แพ้ทางค่าเสน่ห์
สาวแปดศอกหยุดร้องไห้ทันที ในใจคิดว่ามีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ จึงรีบพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าว "ยินดีค่ะ ฉันยินดี!"
ยังไงซะถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่นานเธอก็ต้องสลายไปอยู่ดี
แถมสาวแปดศอกประเมินแล้วว่าสู้เจ้านักดาบที่แปลงร่างเป็นยักษ์ได้คนนี้ไม่ไหวแน่ๆ งั้นสู้ยอมจำนนแล้วนอนรอรับความสบายไปเลยดีกว่า
ส่วนทำไมถึงคิดว่าเป็นนักดาบแปลงเป็นยักษ์ ไม่ใช่ยักษ์ปลอมตัวเป็นนักดาบ... คำตอบคือทัศนคติมันเปลี่ยนตามหน้าตานั่นแหละ
"แต่ว่า ฉันกลายเป็นวิญญาณติดที่ของหมู่บ้านอาราคาวะไปแล้ว" สาวแปดศอกชี้ไปที่รูปปั้นจิโซแตกหักที่ล้มอยู่ในศาลเจ้า "ถ้าไม่มี [วัตถุสิงสถิต] ฉันก็ออกจากเขตหมู่บ้านไม่ได้หรอกนะ"
"เรื่องนั้นง่ายมาก"
อุเอสึกิ โทรุ หยิบรูปปั้นจิโซฉบับมินิออกมาจากกระเป๋ามิติ วางลงตรงหน้าสาวแปดศอก แล้วแกว่งปลายดาบคากะ คิโยมิตสึวับวาวไปมาเบาๆ "จะเข้าไปเอง หรือจะให้ฉันช่วยยัดเข้าไป?"
"ไม่ต้องช่วยค่ะ หนูขยับเองได้!"
สาวแปดศอกยังไม่ทันจะได้ตกใจกับของวิเศษ ก็เห็นคมดาบที่แกว่งไปมาซะก่อน เลยรีบฉีกยิ้มแห้งๆ ให้เขา แล้วกลายร่างเป็นกลุ่มควันพุ่งเข้าไปในรูปปั้นจิโซทันที
วินาทีต่อมา ข้อความแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นตรงหน้าอุเอสึกิ โทรุ
[เรื่องเล่าขานระดับหนึ่งดาวครึ่ง "สาวแปดศอก" กำลังพยายามขอเป็นภูตรับใช้ของคุณ ยืนยันหรือไม่?]
[คุณเลือกยืนยัน]
[คุณได้รับ "สาวแปดศอก" เรื่องเล่าขานระดับหนึ่งดาวครึ่ง เป็นภูตรับใช้เรียบร้อยแล้ว!]
[คุณมีภูตรับใช้ตนแรกแล้ว ได้รับรางวัลไอเทม "แบบร่างวัตถุสิงสถิตอเนกประสงค์" x1!]
[ภารกิจย่อยที่ 1 - ความเสียหายของรูปปั้นจิโซ เสร็จสมบูรณ์!]
[คุณสามารถเลือกรับรางวัลภารกิจย่อยได้ทันที! หรือจะรอรับรางวัลสะสมหลังจากทำภารกิจอื่นเสร็จสิ้นก็ได้!]
[คุณเลือกสะสมรางวัลภารกิจ]
ประมาณหนึ่งหรือสองนาทีต่อมา รูปปั้นจิโซที่สั่นไหวก็หยุดนิ่ง เป็นสัญญาณว่าสาวแปดศอกยึดมันเป็น "วัตถุสิงสถิต" ได้สำเร็จ
โดยปกติแล้ว หากองเมียวจิจะจับภูตผีปีศาจมาเป็นภูตรับใช้ จำเป็นต้องใช้วิชาองเมียวทำสัญญาก่อน แล้วค่อยใช้วัตถุสิงสถิตที่เข้ากันได้เพื่อกักเก็บ
ในกระบวนการนี้ นอกจากวิชาจะเรียนยากแล้ว การหาวัตถุที่รองรับภูตผีตนนั้นๆ ได้ก็ยากแสนเข็ญ
นั่นเป็นเหตุผลที่องเมียวจิหลายคนยอมใช้ร่างกายส่วนหนึ่งของตัวเองเป็นที่สิงสถิต ยอมสละเลือดเนื้อและอายุขัยเพื่อแลกกับการใช้งานภูตรับใช้
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายใยบางอย่างที่เชื่อมโยงขึ้นในใจ เป็นความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนแต่เหนียวแน่น อุเอสึกิ โทรุ ก็ลองสื่อสารผ่านจิตใจดู
"ออกมาได้แล้ว ท่านแปดศอก!"
สิ้นเสียง รูปปั้นจิโซจิ๋วก็เรืองแสงจางๆ สาวแปดศอกที่กลายเป็นภูตรับใช้ของอุเอสึกิ โทรุ แล้วก็พุ่งออกมาอีกครั้ง
อุเอสึกิ โทรุ ยืนมองโลลิผมดำสวมหมวกขาวที่สูงยังไม่ถึงขาของเขา แล้วก็ถึงกับสตั้นไป
นี่คือ... ท่านแปดศอกคนเมื่อกี้เหรอ?
อุเอสึกิ โทรุ ลองกะความสูงดู พบว่าเธอย่อส่วนลงมาเหลือแค่ประมาณหนึ่งในสี่ของร่างเดิม
"นี่มันท่านสองศอกสองนิ้วชัดๆ!"
ตอนนั้นเอง ท่านแปด... โอ๊ะ ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าท่านสองศอกแล้ว
ท่านสองศอกเองก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง จนส่งเสียงร้องตกใจแบบนุ่มนิ่มว่า "โป โป โป๊?!"
ทันใดนั้น ก็มีข้อความโปร่งแสงปรากฏขึ้นข้างกายท่านสองศอก
[คลิกเพื่อดูข้อมูลภูตรับใช้]
อุเอสึกิ โทรุ ใช้วิจารณญาณคลิกดูทันที
[จบแล้ว]