- หน้าแรก
- ฮันนะ จอมราชันย์คืนชีพ
- บทที่ 30 - ไอเบทสึริ
บทที่ 30 - ไอเบทสึริ
บทที่ 30 - ไอเบทสึริ
บทที่ 30 - ไอเบทสึริ
แต่เขตอารากาวะในโตเกียว ไม่มีขบวนแห่ร้อยอสูร
การรวมกลุ่มกันเป็นนิสัยของผู้อ่อนแอ ผู้ล่าที่ดุร้ายอย่างแท้จริงย่อมมีอาณาเขตกว้างใหญ่ ผู้บุกรุกที่ล่วงล้ำเข้ามาต้องชดใช้
นิอิจิมะ ยูตะ คือผู้ล่าแบบนั้น เขาเคยบุกเดี่ยวเข้าไปในสำนักงานใหญ่แก๊งคู่อริ ฟันคนล้มคว่ำไปหลายสิบคน หลังจากคืนนั้น เพียงแค่เอ่ยชื่อเขา ยากูซ่าในเขตอารากาวะต่างก็กลัวจนหัวหด
ว่ากันว่าเพราะเลือดศัตรูในคืนนั้นสาดกระเซ็นเต็มหน้าอกที่สักลายเสือโคร่งของเขา ในฐานะหัวหน้าแก๊งนิอิจิมะ เขาจึงได้รับฉายาว่า "พยัคฆ์โลหิต"
แต่ผู้ล่าที่ดุร้ายปานนั้น ในเวลานี้กลับกำลังก้มหัวด้วยความเคารพ... หรืออาจจะเรียกว่ายำเกรง ให้กับผู้หญิงที่นอนเอกเขนกอยู่บนโต๊ะทำงานตัวโปรดของเขาอย่างสบายใจ
ไอเบทสึริ
นั่นคือชื่อที่สัตว์ประหลาดบนโต๊ะเรียกตัวเอง
อาจจะมองดูเป็นผู้หญิงที่สวยจนแทบหยุดหายใจ แต่แวบแรกที่เห็นกลับรู้สึกว่า มันไม่ใช่คน ไม่ใช่ปีศาจ หรือแม้แต่ภูตผีปีศาจ
นิอิจิมะ ยูตะ รู้ดีว่า สิ่งที่เขาเห็น คือสิ่งที่ไอเบทสึริอยากให้เขาเห็นเท่านั้น
"นิอิจิมะเจ้ารู้ไหม?"
เสียงหัวเราะเบาๆ ของไอเบทสึริดังก้องในห้องทำงานของแก๊งนิอิจิมะ "คนเราทุกคน ย่อมมีการเติบโต"
"หากมอบความหวังที่อบอุ่นและความรักที่สวยงามให้ใครสักคน ดำเนินไปอย่างยาวนาน แล้วจู่ๆ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ก็ทำลายทุกอย่างให้พังพินาศ"
ไอเบทสึริที่มีผมสีขาวสลวยยาวสยายหันหน้ามา จ้องมองนิอิจิมะ ยูตะ ที่ตัวสูงใหญ่ด้วยแววตาเวทนา
"ในวินาทีนั้น ความงดงามทั้งหมดจะแตกสลาย กลายเป็นความทุกข์จากการพลัดพราก และการเติบโตของมนุษย์ก็ถือกำเนิดขึ้นจากสิ่งนั้น"
ไอเบทสึริถอนหายใจแผ่วเบา "ดังนั้น สรรพสัตว์ล้วนเป็นทุกข์"
เธอลุกขึ้นนั่ง พนมมืออย่างศรัทธา "การที่ข้ามาในครั้งนี้ ก็เพื่อช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ให้แก่สรรพสัตว์"
นิอิจิมะ ยูตะ ฟังแล้วขนลุกซู่ เขาพบว่าแม้แต่ตัวเองที่ฆ่าคนตาไม่กะพริบ ก็ยังไม่เข้าใจความคิดของสัตว์ประหลาดตัวนี้เลยสักนิด
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังสั่งให้ฆ่าทุกคนที่ขวางทาง แถมยังสะกดจิตลูกน้องทุกคน แต่ตอนนี้กลับมาทำหน้าเมตตาธรรมค้ำจุนโลก พูดเรื่องโปรดสัตว์ซะงั้น
ถ้าไม่ใช่เพื่อพลังของยักษ์มารในตำนาน เขาไม่มีทางทนอยู่ต่อหน้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้เกินวินาทีที่สองแน่
"ท่านครับ สาขาของคลับถูกนันโจ มานามิ ทำลายไปอีกแห่งเมื่อเช้านี้ สาวกและผู้ศรัทธาข้างในตายเรียบ ตอนนี้ทั้งเขตอารากาวะเหลือแค่สี่สาขาแล้วครับ"
เขาก้มหัว เตรียมใจรับพายุอารมณ์ของไอเบทสึริ
เพราะถ้าเป็นเขา เขาคงอาละวาดไปแล้ว
แต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นเสียงหัวเราะอย่างเบิกบานของไอเบทสึริ
"นิอิจิมะ นี่เป็นเรื่องดีนะ มีสหายมากมายขนาดนี้ได้เดินทางไปสู่ดินแดนสุขาวดีที่ไร้ความทุกข์ เต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพและความรัก เจ้าควรจะดีใจสิ"
ไอเบทสึริกล่าว "ถ้านันโจ มานามิ ชอบทำแบบนี้ ก็ปล่อยนางทำต่อไปเถอะ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าต้องมีคนตายอีกกี่คน ถึงจะสะท้อนอีกด้านในใจของนางออกมาได้"
สุขาวดีพ่องสิ
นิอิจิมะ ยูตะ คิดว่าถ้าเขาสู้ไหว คงชักดาบฟันยัยนี่ขาดสองท่อนไปแล้ว บังอาจมาเปลี่ยนชื่อแก๊งนิอิจิมะของเขาเป็นชมรมมิตรภาพบ้าบออะไรนี่ น่าอับอายชะมัด
แต่สัตว์ประหลาดตัวนี้... หรือเรียกว่าเทพเจ้าอสูรน่าจะเหมาะกว่า เพียงแค่พริบตาเดียวก็ฆ่าคนหลายสิบคนได้โดยไม่ต้องแตะตัว พลังระดับเทพเจ้าแบบนี้มันเกินความเข้าใจของนิอิจิมะ ยูตะ ไปไกลโข
แถมดูเหมือนว่ายิ่งเวลาผ่านไป พลังของสัตว์ประหลาดตัวนี้จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ...
"นิอิจิมะ เจ้ากำลังนึกถึงเรื่องของข้าอยู่เหรอ?"
ความคิดของนิอิจิมะ ยูตะ หยุดชะงัก
วินาทีนั้น เขารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะละลายกลายเป็นของเหลวไร้ความรู้สึก นั่นคือสภาพการตายของคนที่ขัดใจไอเบทสึริก่อนหน้านี้
นิอิจิมะที่กำลังตื่นตระหนกยังไม่ทันได้เอ่ยปากขอโทษ ก็สัมผัสได้ถึงมืออุ่นๆ ที่ประคองเขาขึ้นมา ตรงหน้าเขา ไอเบทสึริพูดด้วยรอยยิ้มตาหยี
"ข้ารู้ความคิดของพวกเจ้าได้นะ ถูกต้อง ข้าแข็งแกร่งขึ้นกว่าตอนแรกมากทีเดียว"
"ไม่ว่าจะเป็นความปิติ ความโศกเศร้า ความหวาดกลัว... ยิ่งอารมณ์ของมนุษย์แปรปรวนรุนแรงเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งเติบโตเร็วขึ้นเท่านั้น" พูดถึงตรงนี้ ไอเบทสึริมองเขาอย่างมีความหมาย "ดังนั้น มนุษย์มากมายในวินาทีแห่งความตาย จึงมีรสชาติอร่อยล้ำที่สุด"
นิอิจิมะ ยูตะ รู้สึกเหมือนตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง เริ่มรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาตงิดๆ
"ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว~"
ไอเบทสึริตบมือนิอิจิมะ ยูตะ เบาๆ
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าความกลัวและความกังวลในใจเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความกระหายในการทำลายล้างและความบ้าคลั่งอยากเห็นเลือดที่พลุ่งพล่านขึ้นมา
"แบบนี้สิถึงจะถูก"
ไอเบทสึริปรบมือ นั่งยองๆ มองนิอิจิมะ ยูตะ อย่างคาดหวัง "เจ้ายังมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกนี่นา รีบพูดมาสิ"
"ครับ"
พยัคฆ์โลหิตก้มหัวอย่างซื่อสัตย์ เก็บเขี้ยวเล็บต่อหน้าเจ้านายเพียงหนึ่งเดียว "กระดานสื่อวิญญาณที่ส่งออกไปเมื่อหลายวันก่อน ได้รับการยืนยันว่าได้ผล ผนึกคลายออกแล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์ครับ"
"แล้วไงต่อ?" ไอเบทสึริเบิกตากว้างถาม "คำว่า 'แต่' ของเจ้าล่ะ?"
นิอิจิมะ ยูตะ เงียบไปสองวินาที แล้วพูดว่า "แต่ กระดานสื่อวิญญาณก็ถูกนันโจ มานามิ ยึดไปแล้วครับ"
นันโจ มานามิ นันโจ มานามิ อีกแล้วเหรอ
ทั้งที่ดูเป็นคนน่าเบื่อแท้ๆ แต่กลับทำเรื่องน่าสนุกได้ตั้งเยอะแยะ
แล้วตอนที่อารมณ์ของนางพังทลาย ตอนที่ตัวตนพังพินาศ มันจะเจิดจ้าและหอมหวานขนาดไหนกันนะ?
ไอเบทสึริชักจะรอไม่ไหวซะแล้ว
เมื่อเทียบกันแล้ว แม้กระดานสื่อวิญญาณนั่นจะช่วยให้พลังของนางก้าวหน้าไปอีกขั้นในทันทีที่คลื่นลูกแรกมาถึง ฟื้นคืนจาก "ยักษ์มาร" เป็น "เทพเจ้าอสูร" แต่มันก็ดูจะไม่สำคัญเท่าไหร่แล้ว
"นอกจากนี้..."
"เดี๋ยวก่อนนะ"
ไอเบทสึริยกมือขึ้นยิ้มๆ จากนั้นท่ามกลางสายตางุนงงของนิอิจิมะ เธอก็ยื่นมือออกไปคว้าวิญญาณโปร่งแสงของหญิงสาวที่ถือกางร่มกระดาษ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและโศกเศร้าออกมาจากความว่างเปล่า
"อาเมะอนนะ (สาวฝน) นี่เอง อุตส่าห์ฝ่าฟันอุปสรรคข้ามมายังโลกปัจจุบัน ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ต้องตายกะทันหันก่อนจะได้เห็นหน้าสามีในอดีตเพียงก้าวเดียว มันจะเป็นยังไงนะ?"
พูดจบ ไอเบทสึริก็จับอาเมะอนนะที่กำลังร้องขอชีวิตยัดใส่ปาก เคี้ยวกรุบๆ สองสามทีก็กลืนลงท้อง
ลิ้มรสเสียงร้องไห้คร่ำครวญที่ค่อยๆ เลือนหายไปในท้อง ไอเบทสึริเผยสีหน้าเคลิบเคลิ้มอย่างอดไม่อยู่
นิอิจิมะทำเป็นมองไม่เห็น พูดต่อ "นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนสองคนที่รอดชีวิตหลังจากสัมผัสกระดานสื่อวิญญาณครับ"
"ใคร! ใครกัน!"
ไอเบทสึริหน้าตาตื่นเต้น
นิอิจิมะหยิบมือถือออกมา เปิดรูปอุเอสึกิ โทรุ กับโทกูงาวะ ริริโกะ ให้ไอเบทสึริดู
ไอเบทสึริจดจำใบหน้าของอุเอสึกิ โทรุ อย่างสนใจ แล้วพอเห็นริริโกะ เธอก็หรี่ตาลง "ข้าจำนางได้ เหมือนจะเป็นแชมป์การแข่งเคนโด้สินะ"
เธอพูดช้าๆ "ข้าเกลียดวิชาดาบ..."
นิอิจิมะตะโกนเรียกสมุนทันที สั่งให้ไปจับตัวริริโกะมา ถ้าจับเป็นไม่ได้ เอาศพมาก็ได้
ข้างนอกขานรับ "ครับ!" เสียงดังฟังชัด ฟังดูเปี่ยมพลัง
"ช่างเถอะ ข้าเริ่มสนใจนางขึ้นมาหน่อยแล้ว" ไอเบทสึริห้ามไว้
นิอิจิมะจึงโบกมืออีกครั้ง ให้สมุนที่มารวมตัวกันแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ เผยแพร่ลัทธิแห่งความรักผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไอเบทสึริดัดแปลงเป็นพิเศษ
แก๊งนิอิจิมะในตอนนี้... ไม่สิ ต้องเรียกว่าถ้ำปีศาจที่อัดแน่นด้วยความรัก มีระเบียบวินัยเคร่งครัดสุดๆ
"เด็กสองคนนี้ ดูน่าอร่อยมากๆ เลยนะเนี่ย"
ไอเบทสึริตบไหล่กว้างของนิอิจิมะ ยูตะ ให้เขาลุกขึ้น "ไม่ต้องสนใจหน่วยปฏิบัติการพิเศษกับนันโจ มานามิ ปล่อยพวกมันทำไป เจ้าแค่ทำตามที่ข้าบอก ตามหาคนที่มีความสุขที่สุดหรือเศร้าที่สุด แล้วหว่านเมล็ดพันธุ์ซะ"
จากนั้น ต่อหน้านิอิจิมะ ยูตะ ไอเบทสึริก็แยกร่างออกมาเหมือนแบ่งเซลล์ กลายเป็นสามคน ทั้งสามคนยิ้มและพูดพร้อมกันว่า
"ตัดสินใจแล้ว ก่อนจะกินจานหลัก ส่งร่างแยกไปทักทายเด็กสองคนนั้นหน่อยดีกว่า"
[จบแล้ว]