- หน้าแรก
- ฮันนะ จอมราชันย์คืนชีพ
- บทที่ 5 - พ่อเมตตาลูกกตัญญู
บทที่ 5 - พ่อเมตตาลูกกตัญญู
บทที่ 5 - พ่อเมตตาลูกกตัญญู
บทที่ 5 - พ่อเมตตาลูกกตัญญู
มนุษย์คนนี้ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นปีศาจฮันนะที่แม้แต่ผียังต้องหนีหัวซุกหัวซุนได้ล่ะ!
"แม่" กับ "น้องสาว" ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ทั้งจากผลของ "รอยยิ้มสยองขวัญ" ที่ทำให้ชะงักงัน และจากสมองอันน้อยนิดของวิญญาณร้ายที่ประมวลผลไม่ทัน
วิญญาณร้ายกึ่งโปร่งแสงทั้งสองตนอยากจะหันหลังหนีออกจากบ้านผีสิงหลังนี้เดี๋ยวนี้ แต่กลับทำได้แค่มองอุเอสึกิ โทรุ เดินเข้ามาหาช้าๆ ขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
"แม่ครับ ไม่เจอกันนานเลยนะ"
อุเอสึกิ โทรุ กอดวิญญาณร้ายรูปร่างเหมือนแม่ของร่างเดิมไว้อย่างรักใคร่ สองแขนรัดแน่น พลังเทพอสูรในกายพลุ่งพล่าน บิดร่างวิญญาณร้ายให้กลายเป็นเกลียวโปเต้ทีละนิด
"อึก... อึก อือ..."
ภายใต้สายตาหวาดผวาของ "น้องสาว" "แม่" ที่ถูกอุเอสึกิ โทรุ กอดไว้ทนรับแรงกดดันไม่ไหว ระเบิดโพละกลายเป็นหมอกสีเทากองอยู่กับพื้น
[คุณสังหารวิญญาณเร่ร่อนระดับศูนย์ดาว ได้รับเถ้าวิญญาณ 10 แต้ม]
อุเอสึกิ โทรุ ส่ายหน้าอย่างเสียดาย "โธ่ป้า ประกันสังคมส่งไม่ครบยี่สิบปีเหรอครับ ทำไมดรอปเงินมาแค่นี้เอง"
"งั้นต่อไปก็..."
จ้องมอง "น้องสาว" ที่เริ่มขยับตัวได้บ้างแล้วและกำลังสั่นเทา อุเอสึกิ โทรุ ถามด้วยความสงสัย "น้องสาวจ๊ะ พี่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอยากใช้ชีวิตคนเดียวเงียบๆ ทำไมยังมาสมรบกวนพี่อีกล่ะ?"
"ไป... ไปแล้ว! หนูจะไปเดี๋ยวนี้!"
"น้องสาว" เลือดไหลออกจากเบ้าตา ร้องไห้กระซิกๆ รีบหันหลังจะลอยหนีออกจากบ้านอย่างลนลาน
"มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ"
กรงเล็บสีเขียวคล้ำวางบนไหล่ของ "น้องสาว" แรงกดมหาศาลทำให้วิญญาณร้ายที่อ่อนแอไม่อาจดิ้นรนหนีได้เลย
มองดูท่าทางดิ้นรนไม่หยุดของ "น้องสาว" อุเอสึกิ โทรุ ก็ครุ่นคิด
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ ดูเหมือนจะไม่ต้องกลัวพวก "วิญญาณเร่ร่อน" ระดับศูนย์ดาว หรือก็คือพวกวิญญาณสัมภเวสีที่คนทั่วไปมักเจอกันบ่อยๆ อีกต่อไปแล้ว
ผลของรอยยิ้มสยองขวัญก็ไม่เลว สามารถสตั๊นวิญญาณเร่ร่อนระดับศูนย์ดาวได้นานเกือบสิบห้าวินาที แถมยังเป็นสกิลหมู่ด้วย
งั้นลองอีกหน่อยซิ...
อุเอสึกิ โทรุ สั่งการในใจ ติดตั้งดวงตาเฮียคุเมะลงในการ์ด [ฮันนะหน้ายิ้ม]
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกตาพร่าไปวูบหนึ่ง
พอมองเห็นชัดอีกครั้ง อุเอสึกิ โทรุ ก็พบว่ามุมมองสายตาของเขาขยายจาก 180 องศา เป็นประมาณ 270 องศา!
ความรู้สึกคลื่นไส้นิดๆ ตีตื้นขึ้นมา
เจอมุมมองที่เพิ่มขึ้นกะทันหันแบบนี้ ต่อให้อยู่ในร่างฮันนะหน้ายิ้ม อุเอสึกิ โทรุ ก็ยังมึนหัวตึ้บ
แต่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ปรับตัวสักพักเดี๋ยวก็ชิน
หลังจากยืนหมุนสายตามองไปรอบๆ สักพัก อุเอสึกิ โทรุ ก็อดผิดหวังไม่ได้ หรือว่าประโยชน์ข้อที่ 1 ของดวงตาเฮียคุเมะจะมีแค่นี้?
ถ้างั้นสู้ปล่อยให้บินเป็นหน่วยลาดตระเวนยังดีกว่าอีก
เขาส่ายหน้า แต่พอมองกลับไปที่ "น้องสาว" ก็ต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย
เพราะตอนนี้เหนือหัวของ "น้องสาว" มีกลุ่มหมอกสีขาวจางๆ ปนเหลืองเล็กน้อยลอยอยู่
หมอกก้อนนี้ตอนที่ยังไม่ใส่ดวงตาเฮียคุเมะไม่เห็นมีเลย
แล้วหมอกนี่มันหมายความว่ายังไงนะ...
อุเอสึกิ โทรุ ครุ่นคิด หยิบตุ๊กตาผ้าที่เขา "บังเอิญ" เอาทิชชู่ก้อนใหญ่พันรอบตาไว้ระหว่างทางออกมาจากกระเป๋า แล้วมองไปที่เหนือหัวมัน ไม่เห็นอะไรเลย
กับสิ่งไม่มีชีวิต ต่อให้เป็นของวิเศษก็ไม่มีผลสินะ
"เธอยืนอยู่ตรงนี้ อย่าเพิ่งไปไหน"
บอก "น้องสาว" ที่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงให้รับรู้ อุเอสึกิ โทรุ เดินไปที่ระเบียง มองลอดช่องว่างระหว่างผ้าม่านออกไปที่ถนน
ประจวบเหมาะกับที่มีเงาร่างเลือนรางร่างหนึ่งลอยผ่านใต้โคมไฟถนนไม่ไกล เหนือหัวของมันก็มีหมอกสีขาวลอยอยู่เช่นกัน แต่จางกว่า "น้องสาว" มาก และไม่มีสีเหลืองปนอยู่ด้วย
อย่างนี้นี่เอง
"น้องสาว ลำบากเธอแย่เลยนะ"
หลังจากส่ง "น้องสาว" ไปสู่สุขคติและรับเถ้าวิญญาณมาอีก 10 แต้ม อุเอสึกิ โทรุ ก็คิดในใจ
ผลอย่างที่สองของการติดตั้งดวงตาเฮียคุเมะให้ร่างจำแลงปีศาจ น่าจะเป็นการแยกแยะความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย
ถึงตอนนี้จะยังไม่รู้ว่า "ความแข็งแกร่ง" นี้เป็นค่าพลังสัมบูรณ์เหมือนการแบ่งระดับดาว หรือเป็นความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตัวเขาเอง
แต่สรุปแล้ว ผลของดวงตาเฮียคุเมะก็ทำให้เขาพอใจมากทีเดียว
เก็บหน้ากากฮันนะหน้ายิ้ม อุเอสึกิ โทรุ เอนตัวลงบนโซฟานุ่มๆ
เถ้าวิญญาณ 20 แต้มที่เพิ่งได้มา เขาไม่คิดจะเอาไปสุ่มในตู้ระดับครึ่งดาว [ป่าไผ่อันเงียบงัน] ทันที แต่กะว่าจะดองไว้ก่อน รอปลดล็อกตู้ระดับหนึ่งดาวในอนาคตค่อยสุ่ม
เพราะเรตออกของตู้ระดับครึ่งดาวมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินจริงๆ
ต่อให้ฟลุ๊คสุ่มได้ฮันนะหน้ายิ้มหรือดวงตาเฮียคุเมะที่เป็นการ์ดดีมีประโยชน์หลากหลาย แต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าส่วนใหญ่เขาเปิดได้แต่ [เถ้าธูปส่งวิญญาณ (จิ๋ว)]
หรือก็คือขวดประสบการณ์ใบจิ๋วที่เอามาถล่มตู้กาชาเล่นนั่นแหละ
ส่วนวิธีปลดล็อกตู้ระดับหนึ่งดาว...
ขอแค่มีการ์ดร่างจำแลงปีศาจระดับหนึ่งดาวสักใบก็พอ
วิธีที่ง่ายที่สุดตอนนี้ คืออัปเกรดฮันนะหน้ายิ้มระดับครึ่งดาวให้เป็นหนึ่งดาว ส่วนเรื่องสุ่มหาการ์ดร่างจำแลงปีศาจระดับหนึ่งดาวมาโดยตรงนั้น โอกาสหนึ่งในพันทำให้อุเอสึกิ โทรุ ล้มเลิกความคิดไปเลย
อย่าว่าแต่เถ้าวิญญาณในมือไม่พอ ต่อให้มีพอ อุเอสึกิ โทรุ ก็ไม่เอามาผลาญเล่นแบบนี้หรอก
เอาการ์ดที่มีอยู่ในมือมาอัปดาวดูจะเป็นไปได้จริงกว่าเยอะ
เลือก [ฮันนะหน้ายิ้ม (วัยเยาว์)] ในหน้าเมนู
จากนั้นก็สามารถป้อน [เถ้าธูปส่งวิญญาณ (จิ๋ว)] ที่เรืองแสงอ่อนๆ ในกระเป๋าให้มันได้
อุเอสึกิ โทรุ ลองดูแล้ว ป้อนได้สูงสุดครั้งละ 10 ชิ้น ตอนนี้เขามีทั้งหมด 12 ชิ้น
["ฮันนะหน้ายิ้ม (วัยเยาว์)" กำลังอัปเกรด: 0%]
มองดูหน้ากากฮันนะหน้ายิ้มที่หมุนติ้วอยู่ในการ์ดวิจิตรบรรจง อุเอสึกิ โทรุ ก็อดทอดถอนใจไม่ได้
ไอ้ทีมงานเกมหน้าเลือด นี่คำนวณไว้หมดแล้วสินะ!
สุ่มกาชาได้เถ้าธูปมาเป็นกอง เอาเถ้าธูปไปป้อนร่างจำแลงปีศาจ แล้วเอาร่างจำแลงปีศาจที่อัปดาวแล้วไปเปิดตู้กาชาใหม่ที่แพงกว่าเดิม...
นี่มันระบบรีไซเคิลหมุนเวียนภายในที่สมบูรณ์แบบชัดๆ
แต่การได้เห็นฮันนะหน้ายิ้มค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นกับตาก็ให้ความรู้สึกดีไม่น้อย
เพราะฮันนะหน้ายิ้มเก่งขึ้น ก็เท่ากับเขา อุเอสึกิ โทรุ เก่งขึ้นไงล่ะ!
แค่ไม่รู้ว่าลำพังฮันนะหน้ายิ้มกินเถ้าธูป 10 ชิ้นนี้จะอัปดาวได้หรือเปล่า...
ดูแถบความคืบหน้าที่ผ่านไปหลายสิบวินาทียังไม่กระดิก อุเอสึกิ โทรุ ประเมินว่ากว่าจะกินเสร็จคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองสามวัน นานหน่อยก็อาจเป็นอาทิตย์
ดูจากเรื่อง "แม่" กับ "น้องสาว" โผล่มาที่บ้านคืนนี้ และคำพูดของนันโจ มานามิก่อนหน้านี้ แม้เหตุการณ์เหนือธรรมชาติจะไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่มีโอกาสเกิดน้อยขนาดนั้น
ดังนั้นช่วงที่ฮันนะหน้ายิ้มกำลังอัปเกรด เขาต้องรีบฟาร์มของ
พรุ่งนี้ถ้าเจอริริโกะต้องบอกเธอหน่อยว่าอย่าเพิ่งไปสืบเรื่องชมรมนั่น เดี๋ยวจะไปเรียกแขกมาซวยเปล่าๆ
ขณะที่อุเอสึกิ โทรุ กำลังวางแผน ข้างหูก็แว่วเสียงพากย์ฟุตบอลมาจากทีวี
เขาชะงักไปวูบหนึ่ง ในหัวพลันมีความทรงจำอบอุ่นระหว่างเขากับ "พ่อ" ผุดขึ้นมามากมาย
จากนั้น อุเอสึกิ โทรุ ก็หันไปยิ้มให้คนข้างๆ "พ่อครับ ดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอนอีก?"
ข้างกายอุเอสึกิ โทรุ ชายวัยกลางคนไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแค่จ้องมองการแข่งขันฟุตบอลในจอทีวีอย่างเงียบงัน
"เฮ้อ ช่างเถอะ" อุเอสึกิ โทรุ ส่ายหน้า "พ่อนั่งดูบอลโต้รุ่งไปเถอะ ผมไปนอนละ"
พูดจบ เขาก็ลุกเดินกลับเข้าห้องตัวเอง เดินไปได้ครึ่งทางก็นึกขึ้นได้ แก้มัดที่ "พันธนาการ" หน้าตุ๊กตาผ้าออก
แล้วหาเชือกเส้นเล็กๆ ในห้องมาแขวนตุ๊กตาไว้ที่หน้าประตูห้อง
ตุ๊กตาที่พี่นันโจให้มา เอามาเป็นเทพเฝ้าประตูแล้วกัน เวลาออกไปข้างนอกค่อยพกติดตัว
ปัง
อุเอสึกิ โทรุ จ้องมองตัวเลือก [เข้าสู่โลกนิรันดร์] ที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า แล้วรีบปิดประตูห้องทันที
นอกห้อง ตุ๊กตาผ้าที่แขวนอยู่กลางอากาศหมุนตัวเบาๆ ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพใบหน้าอันว่างเปล่าของชายวัยกลางคน
[จบแล้ว]