เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 47 แข่งกันจับคนร้าย

CD บทที่ 47 แข่งกันจับคนร้าย

CD บทที่ 47 แข่งกันจับคนร้าย


จ้าวหยู่หัวเราะออกมาอย่างไร้เหตุผล ทำให้หวังเฟ่ยที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานต้องหยุดการทำงานลงเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

“เชิญหัวเราะไปให้พอใจเลยนะ!” หลิวชางฮู ยังคงตีหน้าขรึมตำหนิจ้าวหยู่ต่อ “ฉันอย่างจะรู้ว่าแกจะหัวเราะไปได้อีกนานแค่ไหน จ้าวหยู่!!”

คูปิงทำท่าไม่สนใจและเตรียมหันหลังกลับไปปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองต่อแม้ว่าเธอจะไม่ชอบจ้าวหยู่เท่าไหร่นักแต่เธอก็ไม่ชอบหลิวชางฮูด้วยเช่นกัน

ขณะที่เธอกำลังจะเดินจากไป จ้าวหยู่กลับเรียกตัวเธอเอาไว้เสียก่อน “เฮ้ อย่าเพิ่งไปสิ หัวหน้าทีมคู!” จ้าวหยู่พูดพร้อมหัวเราะไปด้วย “คุณต้องมาเป็นพยานให้กับผมก่อน!”

“อะไรนะ?” คูปิงหันกลับมาสนใจพร้อมใบหน้างุนงง “หมายความยังไง?”

“เห้ย หลิว!” จ้าวหยู่หันกลับไปพูดกับหลิวชางฮูพร้อมหัวเราะอีกครั้ง “เรื่องการพนันของเรานะ แบบไหนนับว่าได้หรือไม่ได้?”

หลิวชางฮูกรอกตาขณะตอบ “ทำไม มีปัญหาอะไร ถ้าแกสามารถไขคดีมือที่หายไปนี่ได้ ฉันจะจ่าย 1,800 หยวนให้แทน แต่ไหนล่ะคนร้าย? ถ้าไม่มีคนร้าย แกจะปิดคดีนี้ลงได้อย่างไรกัน!”

“แหม่ เร่งรีบจังเลยนะ” จ้าวหยู่เอียงศีรษะยียวน “เราไม่ได้กำหนดกันไว้ว่า 7 วันหรอกหรือ นี่เพิ่งผ่านมาแค่ 5 วันเองนะ ฉะนั้นฉันก็ยังมีเวลาอยู่ถูกไหม?”

“ใช่ ใช่แล้ว! แกยังมีเวลาอยู่!” หลิวชางฮูหัวเราะใส่ “ยังมีหน้าอยากจับคนร้ายให้ได้อยู่อีกหรือ? หึ เอาอย่างนั้นก็ได้! งั้นฉันจะพูดไว้ตรงนี้เลยนะว่าการเดิมพันจะเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อแกสามารถจับคนร้ายตัวจริงมาได้เท่านั้น! คนอื่นไม่นับ!”

“หึ ฉันแค่อยากได้ยินคำนี้แหละ!” จ้าวหยู่หันหน้าไปคุยกับคูปิง “ได้ยินแล้วใช่ไหมครับ หัวหน้าทีมคู คุณต้องเป็นพยานให้กับฉันด้วยนะ หลังจากนี้ผมจะไปตามจับตัวคนร้ายให้ได้ด้วยตัวฉันเอง แล้วเรามาดูกันสิว่าใครจะสามารถจับคนร้ายได้ก่อนกัน ฟังดูเป็นยังไง?”

เมื่อจบประโยคเหล่าตำรวจที่ได้ยินเรื่องการเดิมพันต่างพากันซุบซิบจนเกิดความวุ่นวายไปหมด ในสายตาของพวกเขามองว่าจ้าวหยู่กำลังขุดหลุมฝังตัวเองอยู่ชัด ๆ คูปิงมีอำนาจเข้าถึงหน่วยเฝ้าระวังและหน่วยลาดตระเวนต่าง ๆ มากมาย ถ้าเทียบกันแล้ว จ้าวหยู่ที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายด้วยตัวเขาเองสำเร็จ!

“ได้!” คูปิงหันกลับมาตอบพลางเยาะเย้ยเขาด้วยการพูดอีกว่า “ดูเหมือนว่าฉันคงได้แต่พูดคำว่า ขอให้นายโชคดีสินะ”

สิ้นเสียงของคูปิง สมาชิกในทีม B ต่างพากันทำสีหน้าเยาะเย้ยจ้าวหยู่ด้วยเช่นกันแต่จ้าวหยู่กลับผายมือเอาพร้อมกวักมือเรียกทุกคนบริเวณนั้นให้เข้ามาใกล้ ๆ

“มานี่มาทุกคน เข้ามา ๆ ดูเหมือนว่าทุกคนจะให้ความสนใจกับเรื่องนี้กันดีจังนะ เอางี้ ใครที่พนันว่าฉันจะชนะ ฉันจะจ่ายให้คนนั้นเลยสิบเท่าของเงินเดิมพัน! แต่ถ้าไปพนันฝั่งหัวหน้าคูแล้วเธอชนะ ก็จะได้รับเงินคืนสองเท่าจากที่วางไว้เป็นไง? สนใจกันไหม?”

คำพูดของจ้าวหยู่สร้างความอึดอัดให้กับทุกคนไปหมด พวกเขาคิดว่าจ้าวหยู่ต้องบ้าไปแล้วจริง ๆ ที่กล้ามาพนันอะไรแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เป็นตำรวจแท้ ๆ เขากลับกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน? ทุกคนได้ทำแค่มุงดู แต่ไม่มีใครสักคนที่จะกล้าร่วมวงเดิมพันนี้ด้วยเลย

“เหอะ!” เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้ามาร่วมพนันกับเขาด้วยเลย จ้าวหยู่โบกมือไปมาเล็กน้อยด้วยความเบื่อหน่าย “ช่างเถอะ ช่างมัน กลับไปทำงานไป ยังมีอาชญากรรอให้ฉันไปตามจับตัวอยู่! คอยดูก็แล้วกัน!” จ้าวหยู่เดินกลับไปทางสุสานทันทีที่เขาพูดเสร็จ จากนั้นคนอื่น ๆ ก็พากันแยกย้ายกลับไปทำหน้าตัวเองตามเดิม

“รุ่นพี่คะ รุ่นคงไม่หลงทางใช่มั้ยคะ?” หลี่เบ่ยหนีคือบุคคลหนึ่งเดียวที่กำลังเป็นกังวลกับจ้าวหยู่ เธอโบกมือเรียกเขาแต่จ้าวหยู่กลับโบกมือตอบกลับไปให้อย่างสบาย ๆ

“ไม่เป็นไร ฉันจะทำมันด้วยตัวฉันเอง รอบนี้เธอไม่ต้องเข้ามาช่วยหรอก จะได้ไม่มีใครมาดูถูกอะไรได้อีก!”

“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีหยุดฝีเท้าของเธอลงด้วยความคับข้องใจ “ฉันหมายความว่าคุณกำลังเดินไปผิดทางค่ะ มันต้องไปทางนี้ต่างหากค่ะ!”

ปรากฏว่าจ้าวหยู่กำลังเดินลึกเข้าไปในสุสานและนั่นไม่ใช่ทางออกอย่างแน่นอน

“อ้าว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จ้าวหยู่ทำได้แค่หัวเราะตอบกลับไป

สมาชิกทีม B คิดว่า จ้าวหยู่คงยังมึนกับฤทธิ์ยาที่ตกค้างในตัวอยู่ จึงทำให้เขาไม่สามารถคุมตัวเองเอาไว้ได้ ขณะที่เขากำลังก้มตัวลงเพื่อหัวเราะ

ทางด้านหลิวชางฮูถ่มน้ำลายลงพื้นพร้อมบ่นงึมงา ในคอตัวเองว่า “แค่ทางออกยังไม่มีปัญญาหาให้เจอได้ แล้วจะไปจับตัวคนร้ายได้อย่างไรกัน เหอะ!”

ในเวลานั้น จ้าวหยู่ได้เดินจากไปไกลแล้ว แต่พวกเขายังคงเห็นการเคลื่อนไหวของจ้าวหยู่อยู่ อย่างไรก็ตามพวกเขาเห็นว่า จ้าวหยู่ไม่ได้เดินออกไปจากสุสานแต่อย่างใด แต่กำลังเดินวนรอบ ๆ ไปมาภายในสุสานนี่แทน

การเคลื่อนไหวแปลก ๆ ของจ้าวหยู่กำลังดึงความสนใจของเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคูปิงซึ่งก่อนหน้านี้เธอตั้งใจจะเดินออกจากสุสานไปแล้ว แต่เมื่อเห็นท่าทางแปลก ๆ ของจ้าวหยู่ที่เดินวนไปมา ใบหน้าของเธอก็แสดงความสงสัยออกมาให้เห็นในทันที

“จ้าวหยู่กำลังวางแผนอะไรไว้กันแน่?”

ขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงกับการกระทำของจ้าวหยู่ จู่ ๆ พวกเขาก็สังเกตเห็นว่าจ้าวหยู่หยุดอยู่ข้างหน้าหลุมศพเหมือนกับว่าเขากำลังเจออะไรบางอย่าง จากนั้นเขาก็เริ่มเตะที่หลุมฝังศพนั่น!

“เฮ้ย!!” เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ต่างพากันตกตะลึงและคิดกับตัวเองว่า

‘จ้าวหยู่คงบ้าไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?’

หลังจากที่เขาเตะหลุมฝังศพอยู่สอง สามรอบ จ้าวหยู่ก็กระโดดหายตัวไปในทันที

“เอ๊ะ? เขาหายไปไหนกัน”

“ไม่มีทางน่า”

“หรือว่าหมอนั่นจะเจอทางหนีแล้ว!”

“มุ่งหน้าไปทางนั้นเร็วทุกคน เร็วเข้า!”

คูปิงเพิ่งจะตระหนักอะไรได้ เธอรีบวิ่งตามที่ ๆ จ้าวหยู่ไปเป็นคนแรก หลังจากนั้นคนอื่น ๆ รวมทั้ง หลิวชางฮูและหวังเฟ่ยเองก็รีบตามไปเช่นกัน

เมื่อทุกคนพากันไปถึงด้านหน้าของหลุมฝังศพนั่นต่างก็ตกตะลึงและอยู่ในความเงียบ ด้านข้างหลุมฝังศพมีทางเข้าเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณครึ่งเมตรซ่อนอยู่!

ก่อนที่ทุกคนจะสามารถมองอะไรไปได้มากกว่านี้ จู่ ๆ จ้าวหยู่ก็โผล่พรวดขึ้นมาจากที่ซ่อนนั้นพร้อมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง!

เธอยังคงสวมใส่หมวกผ่าตัดพร้อมกับเสื้อกันลมอยู่เหมือนเดิมและเธอคือคนร้ายในคดีนี้ หลี่ดัน!

“เร็วเข้า!” จ้าวหยู่ดึงตัวหลี่ดันให้เข้ามาใกล้ ๆ ตัวเองและทำท่าชูสองนิ้วที่เป็นที่นิยมในการถ่ายรูปขึ้นมา “เร็วเข้าสิ ถ่ายรูปให้ฉันที!”

ไม่กี่นาทีต่อมา หลี่ดัน ก็ถูกใส่กุญแจมือและถูกนำตัวไปโรงพักโดยรถตำรวจในทันที ขณะที่เธอกำลังถูกดันตัวให้เข้าไปในรถ เธอส่งสายตาอาฆาตจ้องมองมาที่จ้าวหยู่ จนเขารู้สึกอึดอัด เมื่อคิดว่าเธอคือผู้หญิงตัวคนเดียวที่สามารถตัดข้อมือเหยื่อได้ถึงสามคน ข้อเท็จจริงนั้น ไม่ได้ทำให้รู้สึกจ้าวหยู่รู้สึกอะไร นอกไปจากที่กระดูกสันหลังสั่นวาบไปมาก็เท่านั้น

“รุ่นพี่คะ!” หลี่เบ่ยหนีตบเข้าที่ไปแผ่นหลังของจ้าวหยู่ทำให้จ้าวหยู่สะดุ้งไปทั้งตัว

“พระเจ้า! โธ่ นึกว่าใคร เธอทำฉันตกใจนะเนี่ย!” จ้าวหยู่เอื้อมมือไปกุมหัวใจตัวเองเอาไว้ เธอทำเขารู้สึกกลัวขึ้นมาจริง ๆ

“อะไรนะ! คุณมุดลงไปที่หลุมฝังศพนั่นโดยไม่เกรงกลัวอะไรแต่กลับมากลัวฉันเนี่ยนะคะ!?” หลี่เบ่ยหนีหยอกล้อพร้อมกลับส่งรอยยิ้มกลับไป ขณะที่เธอนั่งข้าง ๆ จ้าวหยู่ เธอก็ไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเธอเอาไว้ได้เลย “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะคะว่ารุ่นพี่รู้ได้ยังไงเรื่องที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นน่ะ”

“เอ่อ คือ ฉันก็แค่” จ้าวหยู่ครุ่นคิดคำโกหกอยู่ขณะหนึ่ง “อ่อ ก็แม่ของหลี่ดันบอกว่าเธอต้องเดินทางไปกับพวกคณะโรงละครและจะไม่กลับบ้านประมาณ 5 วัน ก็หมายความว่าเธอจะยังไม่กลับบ้านไปในทันทีหลังจากลงมือแน่ ๆ หลี่ดันคงจะเตรียมการอะไรไว้อย่างแน่นอน” จ้าวหยู่เริ่มเล่าต่ออีกว่า “ยังจำคดีของปีที่แล้วได้อยู่ไหม ตอนที่เธอตัดมือของหยวนหลีลี่ไป เธอสามารถเลี่ยงกล้องวงจรปิดได้หมดและหลบซ่อนตัวอยู่บนดาดฟ้าได้นานถึง 7 วันเชียวนะ! ดังนั้นฉันก็เลยคิดว่าเธอคงจะทำการแบบเดียวกันอีกครั้งก็แค่นั้นเอง”

“ว้าว ก็ฟังดูเข้าท่าอยู่นะคะเนี่ย” หลี่เบ่ยหนีคิดตาม เธอแสดงความคิดเห็นอีกว่า “พื้นที่บริเวณนี้ก็ไม่มีกล้องวงจรปิดซะด้วย นอกจากถนนด้านนอกนั่น ถ้าเธอเลือกที่จะซ่อนตัวโดยไม่ทิ้งหลักฐานใด ๆ เอาไว้ การเลือกซ่อนตัวในหลุมฝังศพก็เป็นความคิดที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ นะคะเนี่ย ว้าว คนร้ายคนนี้ต้องใจถึงมากจริง ๆ ถึงจะทำอย่างนั้นได้!”

“ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นเธอคงไม่ลงมือก่อเหตุแบบนี้ได้ถึงสามครั้งหรอก จริงไหม?” จ้าวหยู่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเลย

“เอะ แต่เดี๋ยวนะคะ” ทันใดนั้น หลี่เบ่ยหนีเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “รุ่นพี่คะ? แม้ว่าคุณจะรู้ว่าคนร้ายจะต้องซ่อนตัวเองอยู่ที่หลุมฝังศพก็ตามแต่คุณรู้ตำแหน่งที่เธอซ่อนอย่างถูกจุดได้อย่างไรคะ?”

“เอ่อ…นั่นก็เพราะ…คือ” จ้าวหยู่ตกตะลึงไปกับคำถามที่ไม่คาดคิดมาก่อน ขณะนั้น เขาไม่สามารถหาข้ออ้างอะไรดี ๆ มาใช้ได้เลย

จบบทที่ CD บทที่ 47 แข่งกันจับคนร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว