เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 48 ชายผู้พิชิตสรรพสิ่ง

CD บทที่ 48 ชายผู้พิชิตสรรพสิ่ง

CD บทที่ 48 ชายผู้พิชิตสรรพสิ่ง


อันที่จริงแล้วจ้าวหยู่ไม่ได้พบตัวคนร้ายได้ด้วยตัวของเขาเองแต่ที่เขาสามารถระบุตำแหน่งที่ซ่อนของหลี่ดันได้ก็เนื่องมาจากอุปกรณ์ติดตามล่องหนที่เขาได้รับมาจากการผจญภัยครั้งก่อนต่างหาก

เมื่อตอนที่จ้าวหยู่ถูกยิงยาสลบจนหมดสติไป สติเขาก็พลันนึกถึงอุปกรณ์ติดตามล่องหนเข้า เขาใช้สติห้วงสุดท้ายที่มีทำการฝังอุปกรณ์ติดตามนั้นลงบนตัวหลี่ดัน มันเป็นอุปกรณ์ที่สุดยอดมาก ขนาดตัวหลี่ดันก็ยังไม่ทันสังเกต

เมื่อจ้าวหยู่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าในสมองของเขามีเรดาร์บางอย่างกำลังแสดงผลอยู่ มันกำลังทำหน้าที่ชี้ตำแหน่งของหลี่แดนจนทำให้เกิดฉากที่เขาสามารถจับกุมตัวหลี่ดันไว้ได้

จ้าวหยู่ไม่ได้คิดไว้ว่าหลี่ดันจะทำการขุดหลุมเพื่อใช้เป็นเส้นทางหนีแต่อย่างใด และถึงแม้ว่าหลุมฝังศพนั้นจะว่างเปล่าแต่ต้องเป็นคนใจแข็งได้ระดับไหนกันถึงกล้าที่ลงไปอยู่ในหลุมนั่น ไม่นับเรื่องที่เธอคิดจะซ่อนตัวอยู่ในนั้นหลายวันอีก ไม่มีคนธรรมดาที่ไหนที่จะสามารถทำเช่นนี้ได้เลย

ถ้าตอนนั้นจ้าวหยู่มาไม่ทันเวลาแล้วล่ะก็ เชาลูลู่คงได้กลายเป็นเหยื่อรายที่ 4 ของคดีมือที่หายไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าหากก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ไปตรวจสอบข้อมูลของหลี่ดัน คดีนี้คงจะยังไม่ได้รับการแก้ไขเหมือนก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน

“รุ่นพี่คะ? คุณยังอยู่กับฉันหรือเปล่าคะ? รุ่นพี่!” หลี่เบ่ยหนีเรียกจ้าวหยู่ให้ได้สติกลับมา “รุ่นพี่จะบอกฉันมาได้หรือยังคะว่ารุ่นพี่รู้ได้ยังไง?”

“อืม เธอลองเดาดูสิ” จ้าวหยู่ไม่สามารถหาเหตุผลดี ๆ มาอธิบายให้กับหลี่เบ่ยหนีฟังได้ เขาเลยเลือกที่จะส่งคำถามกลับไปแทน

“อืม ถ้างั้นก็คงจะเป็น” หลี่เบ่ยหนีพยายามคาดเดาเหตุการณ์ “ความจริงแล้วคุณคงไม่ได้อ้างอิงจากหลักฐานอะไรหรอกใช่ไหมล่ะคะ ถ้าตามที่ฉันคิด ยาสลบนั่นคงจะไม่ได้รุนแรงอะไรมาก ก่อนที่คุณจะสลบไปคุณยังคงมีสติอยู่เลยเห็นเธอเดินเข้าหลุมไปเพื่อซ่อนตัวใช่ไหมล่ะคะ?”

จ้าวหยู่แกล้งยกนิ้วโป้งขึ้นมาชื่นชมเธอ “สุดยอด! เดาได้แม่นยำมาก!”

“แน่นอนสิคะ!” หลี่เบ่ยหนีพึงพอใจกับความสามารถของตัวเอง “เพราะคุณรู้อยู่แล้วว่าที่ซ่อนตัวเธออยู่ไหน คุณเลยจงใจโชว์พาวกับรองหัวหน้าหลิวและหัวหน้าทีมคูปิงใช่ไหมละคะ คุณนี่นิสัยแย่จริง ๆ แต่ที่รุ่นพี่ทำไปก็ถือว่าเป็นการระบายความโกรธต่อพวกเขา ฉันพอจะรับได้ค่ะ ฮิฮิ” หลี่เบ่ยหนีลดเสียงลงขณะกำลังจะพูดต่อ “ตอนที่ทั้งคู่เห็นว่าคุณสามารถจับตัวคนร้ายได้ พวกเขาอ้าปากค้าง ทำหน้าเหวอกันไปหมดเลยค่ะ เป็นภาพที่ตลกจริง ๆ ฮิฮิ”

จ้าวหยู่ฝืนยิ้มออกมาเมื่อเห็นรอยยิ้มที่สดใสของหลี่เบ่ยหนี แม้ว่าเขาจะสามารถไขคดีนี้พร้อมทั้งจับตัวคนร้ายได้แล้วก็จริง แต่ทว่าจ้าวหยู่กลับไม่รู้สึกดีใจเลย เขารู้สึกเหนื่อยล้าและพ่ายแพ้แบบไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน

แม้ว่าคดีนี้จะยังคงสืบสวนกันต่อไป แต่จ้าวหยู่เข้าใจรูปแบบการก่อเหตุของคดีทั้งหมดแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกันหลี่แดนเมื่อ 18 ปี ก่อน ถ้าเหตุการณ์ในวันนั้นไม่เกิดขึ้น ก็คงจะไม่มีคดีมือที่หายไปในตอนนี้

เด็กสาวอนาคตสดใสคนหนึ่งต้องกลายมาเป็นปีศาจเพื่อทำการแก้แค้นให้กับชีวิตของเธอ หยวนหลีลี่ต้องการให้ทางตำรวจหาความยุติธรรมให้กับสิ่งที่เธอโดนกระทำ ตอนนี้หลี่ดันเองก็ถูกจับไปแล้ว มันยุติธรรมพอสำหรับเธอหรือยัง?

แล้วหลี่ดันล่ะ? 18 ปีที่แล้วเธอเองก็เคยตกเป็นเหยื่อเหมือนกัน ไหนล่ะความยุติธรรมของเธอ? บางทีการที่หลี่ดันเลือกลงมือก่อเหตุตัดมือคนเหล่านั้นเพราะเธอก็ต้องการความยุติธรรมให้กับตัวเองด้วยเช่นกันหรือเปล่า?

หลายสิ่งหลายอย่างขัดแย้งกันไปหมด ขณะที่จ้าวหยู่กำลังสืบคดีเมื่อตอนกลางวันด้วยความพยายามทั้งหมดที่เขามี ส่งผลให้เขาเครียดมากและคิดว่าคืนนี้เขาน่าจะหลับได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปิดตาลงและตอนนี้คดีก็ได้รับการแก้ไขแล้ว เขาสมควรจะรู้สึกผ่อนคลายสิ แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงนอนไม่หลับกัน!

เมื่อเขากลับมาที่สถานีตำรวจในตอนบ่าย จ้าวหยู่ต้องรายงานกระบวนการสืบสวนของเขาทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนถึงตอนที่สามารถจับตัวหลี่ดันได้ให้กับเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลฟัง เขาไม่อาจพูดเรื่องระบบปาฏิหาริย์และเรื่องของเจียงเสี่ยวเฉินได้ ดังนั้นเขาเลยต้องสร้างเรื่องนักสืบสุดอัจฉริยะขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเขาเอง ความฉลาดในการไขคดีที่มากกว่าโคนันและเชอล็อกโฮมส์ทำให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลถึงกับตกตะลึงกับความสามารถที่จ้าวหยู่มี!

หลังจากบอกเล่าเรื่องราวที่ฟังดูเกินเรื่องเสร็จเรียบร้อย เขาก็ตรงกับบ้าน ในขณะที่กำลังนอนอยู่บนเตียง รายละเอียดที่ซับซ้อนของคดียังคงปรากฏชัดอยู่ในหัวของจ้าวหยู่ไม่หยุดหย่อน เขาดูเหนื่อยล้ามาก เขากำลังคิดถึงเรื่องความถูกต้องเกี่ยวกับคดีนี้อยู่ ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายผิด แล้วใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูก? อย่างไรก็ตาม คดีนี้ช่างเป็นคดีที่ซับซ้อนมากจริง ๆ เป็นไปไม่ได้เลยที่คนสามัญธรรมดาจะสามารถเข้าใจและแยกแยะมันได้ และในตอนสุดท้าย ต้องมีใครสักคนตกหลุมแห่งความค้างคาใจและไม่สามารถขึ้นมาข้างบนได้

ในขณะที่จ้าวหยู่กำลังจมอยู่ในความคิด อยู่ ๆ ก็มีเสียงของระบบที่ดังขึ้น

การผจญภัยวันนี้เสร็จสิ้น อัตราความสำเร็จอยู่ที่ 95% ขอแสดงความยินดี คุณได้รับเครื่องมือห้ารายการ โปรดทำการตรวจสอบ!

“โอ้” จ้าวหยู่กำลังอยู่ในอาการตกใจสุดขีด “95%? ทำไมรอบนี้ได้สูงขนาดนี้? แล้วได้เครื่องมือตั้ง 5 อย่างในคราวเดียว ? โอ้ พระเจ้า!”

จ้าวหยู่รีบเข้าระบบเพื่อทำการตรวจสอบ เสียงของระบบก็ดังขึ้นมาว่า

เครื่องจับเท็จล่องหน 5 ชิ้น เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง หลังจากเปิดใช้งานจะสามารถตรวจจับข้อเท็จจริงได้ประมาณ 10 นาที

“โอ้ นี่มันเครื่องจับเท็จ!” จ้าวหยู่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังกับรางวัลที่ได้มาด้วยอัตราความสำเร็จที่สูงมาก แต่เขากลับได้เพียงเครื่อบจับเท็จแถมยัง 5 ชิ้น อีก มันช่าง…

คิดย้อนกลับไปถึงรางวัลต่าง ๆ ที่เขาได้รับ เช่นอุปกรณ์ดักฟังบ้างล่ะ อุปกรณ์ติดตามบ้างล่ะ มาคราวนี้เป็นเครื่องจับเท็จอีก ดูเหมือนว่าระบบปาฏิหาริย์กำลังจะสร้างตัวตนของเขาให้กลายเป็นสายลับเข้าจริง ๆ!

“ถ้าจะให้ฉันเป็นสายลับก็เอารถสปอร์ตเท่ ๆ เหมือนเจมส์ บอนด์ มาให้ด้วยสิ มือถือเลเซอร์ นาฬิกาสารพัดนึกหรืออะไรก็ได้ที่ฉันจะเอาไปโชว์ได้น่ะ!! เอามาให้ด้วย!”

แต่เมื่อลองนึกดูดี ๆ สิ่งที่เขาได้รับมาก่อนหน้านี้ก็มีประโยชน์อย่างมาก ถ้าเขาไม่มีเครื่องติดตามล่องหนล่ะก็ เขาคงไม่สามารถจับตัวหลี่ดันได้แน่นอน

“เอาล่ะ อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย! ใครจะรู้ ในอนาคตของพวกนี้อาจจะมีประโยชน์ขึ้นมาก็ได้นี่ จริงไหม!?”

หลังจากเสร็จสิ้นจากการเก็บอุปกรณ์เหล่านั้น จ้าวหยู่ก็กำลังทำการไตร่ตรองรายละเอียดต่าง ๆ ของระบบปาฏิหาริย์ ในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา จ้าวหยู่ได้พยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบให้มากยิ่งขึ้น เขารู้สึกว่าแม้เขาจะพยายามอย่างมากในการสืบสวนคดีมือที่ไปหายนี่ก็จริง แต่มันคงเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะระบบปาฏิหาริย์กำลังทำงาน เขาคงไม่ได้ไปร่วมงานประชุมผู้ปกครองของเสี่ยวเฉิน จนสามารถเชื่อมต่อเปียโนเข้ากับคดีนี้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะระบบปาฏิหาริย์ เขาคงไม่ได้เข้าห้องหยางฮงและได้รับรู้เรื่องราวของหลี่ดันและถ้าไม่ใช่เพราะเครื่องมือที่เขาเคยได้รับมา เขาคงไม่สามารถจับตัวหลี่ดันได้

แน่นอนว่าทุกสิ่งมักจะมีสองด้านเสมอ หากมองในมุมอื่น ถ้าจ้าวหยู่ไม่ใส่ใจมากพอกับการตามสืบคดี แม้จะมีระบบช่วยนำทางให้ก็คงไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้อยู่ดี ถ้าเขาไม่คิดเรื่องคดีอยู่ตลอดเวลา เขาคงจะไม่มีวันเชื่อมต่อเปียโนเข้ากับคดีนี้ได้เลย และแม้ว่าหยางฮงจะบอกข้อมูลเรื่องเด็กอัจฉริยะด้ายเปียโนคนนั้นมา แต่ถ้าเขาไม่สนใจ เรื่องมันก็จบอยู่แค่นั้น อาจจะกล่าวได้ว่า หากจ้าวหยู่ไม่ใส่ใจกับการสืบคดีมากพอ แม้ว่าคนร้ายจะมายืนอยู่ตรงหน้าเขาก็จะไม่มีวันรู้ได้เลย!

จ้าวหยู่คิดว่าระบบปาฏิหาริย์ไม่น่าจะเปลี่ยนเรื่องราวหรือโชคดี โชคร้ายอะไรมาให้เขา ระบบเพียงแค่เปิดการผจญภัยให้เขาได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ต่าง ๆ และเขาจะต้องลงมือทำด้วยตัวเขาเอง!

จนในที่สุด เขาก็มีชัยเหนือทุกสรรพสิ่งได้!

จบบทที่ CD บทที่ 48 ชายผู้พิชิตสรรพสิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว