เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 46 นักพยาธิวิทยามีคนสวยขนาดนี้เลยเหรอ?

CD บทที่ 46 นักพยาธิวิทยามีคนสวยขนาดนี้เลยเหรอ?

CD บทที่ 46 นักพยาธิวิทยามีคนสวยขนาดนี้เลยเหรอ?


จ้าวหยู่อยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของหลิวชางฮู

“งามหน้ากันจริง ๆ!! มีเรื่องสำคัญแบบนี้เกิดขึ้นแต่ฉันดันเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องนี้น่ะเหรอ ห๊ะ! ยังคิดว่าฉันเป็นหัวหน้าอยู่ไหม! หรือคิดว่าฉันแค่แอคท่าเป็นหัวหน้าพวกแกไปวัน ๆ ก็เท่านั้นกัน! ทำไมมีข้อมูลสำคัญแบบนี้ถึงไม่แจ้งให้ฉันรับทราบ! คิดว่ากำลังทำอะไรกันอยู่!! ฟังนะ ถ้าจับคนร้ายไม่ได้ล่ะก็ พวกแกทุกคนเจอดีแน่!!”

เมื่อได้ยินเสียงที่น่าราคาญของหลิวชางฮูทำให้ดวงตาของจ้าวหยู่ก็ค่อย ๆ เปิดมา ทันทีที่เขารู้สึกตัวเขาพยายามจะขยับร่างกายแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากตอนนี้แขนขาของเขาไม่มีแรงเลย

“หัวหน้าหวังคะ เจ้าหน้าที่จ้าวจะเป็นอะไรไหมคะ?” น้ำเสียงแสดงความกังวลของหลี่เบ่ยหนีดังขึ้นข้าง ๆ หูของจ้าวหยู่

“อย่ากังวลไปเลย มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรหรอกนะ” น้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยนของผู้หญิงอีกคนดังขึ้นที่หูอีกข้างของเขา “มันก็แค่ยาชาเท่านั้นแหละ ถึงแม้มันจะออกฤทธิ์เร็วแต่โดนไปนิดเดียวก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก คาดว่าอีกไม่กี่นาทีเขาก็ฟื้นแล้วล่ะ!”

เมื่อสิ้นสุดประโยคของหัวหน้าหวัง จ้าวหยู่ก็ลืมตาพร้อมกับพยายามยันตัวเองขึ้น

“รุ่นพี่ ในที่สุดคุณก็ตื่นแล้ว!” หลี่เบ่ยหนีตะโกนด้วยความดีใจ “คุณตื่นแล้วจริง ๆ ด้วย!”

ขณะนั้นเองจ้าวหยู่ก็พยายามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ว่าเกิดอะไรขึ้น “ให้ตายเถอะ! ฉันถูกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ซัดจนสลบเหรอเนี่ย! พลังของปืนฉีดน้ำนั่นน่ากลัวจริง ๆ”

จ้าวหยู่รีบลุกขึ้นนั่งและพยายามมองดูรอบ ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลี่ดันบ้าง เธอหนีไปได้หรือถูกจับไปแล้ว? อย่างไรก็ตาม ฤทธิ์ยายังคงไหลอยู่ภายในร่างกายเขา ขาของเขาไม่สามารถรับน้ำหนักของตัวเองเอาไว้ได้ หลังจากลุกขึ้นได้เขาก็เดินโซเซไปมา

เมื่อเห็นอาการของจ้าวหยู่ หัวหน้าหวังรีบเข้ามาช่วยพยุงตัวไว้ในทันที แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จ้าวหยู่เผลอทิ้งน้ำหนักลงมาที่ตัวเธอมากจนเกินไป ทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกับพื้นโดยที่ร่างของหัวหน้าหวังอยู่ด้านใต้ของตัวจ้าวหยู่พอดีแต่สิ่งที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นก็คือมือของเขากำลังจับหน้าอกของเธออยู่!

“ว๊าย!!” หลี่เบ่ยหนีที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตกใจเกินกว่าจะพูดอะไรออกมาได้

หัวหน้าหวังเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่นิติเวชแผนกพยาธิวิทยา[1] ชื่อของเธอคือหวังเฟ่ย แม้ว่าชื่อของเธออาจจะดูเหมือนผู้ชายอยู่เล็กน้อย แต่เธอคือสาวงามอย่างแท้จริง แม้ว่าตอนนี้อายุของเธอจะเลย 30 ไปแล้วก็ตามแต่ความงามของเธอเปรียบเหมือนกับดอกไม้ตามธรรมชาติที่สดใสกระทบกับแสงนวลของดวงจันทร์ที่ส่องลงมา หญิงงามคนนี้เป็นหนึ่งในสาวงามที่ดีที่สุดของสถานีตำรวจแห่งนี้เลยก็ว่าได้!

ด้วยเสน่ห์อันล้นเหลือของเธอบวกกับน้ำเสียงอ่อนโยนที่ละลายหัวใจของใครก็ตามที่ได้ฟัง เธอเป็นดั่งหญิงในอุดมคติของใครหลาย ๆ คน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเธอทำงานในฐานะนักนิติวิทยาศาตร์ทำให้หลาย ๆ คนไม่กล้าเข้าใกล้เธอเท่าไหร่นัก ตามข่าวซุบซิบเล่ากันว่า เธอเพิ่งจะหย่าร้างไปเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง เนื่องจากเธอมักจะอยู่กับคนตายมากกว่าคนเป็นเสียอีก

จ้าวหยู่เองก็โดนความงามของเธอเล่นงานด้วยเหมือนกัน ซึ่งมันเป็นนิสัยของเขาที่ติดตัวมาตั้งแต่อดีต แม้ว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มในฝ่ามือตัวเองแต่ก็ไม่ได้รีบถอนมือออกแต่อย่างใด เขากลับคว้าโอกาสตรงหน้าเอาไว้ให้นานกว่าเดิม

โดยปกติแล้วถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงจะลุกขึ้นมาโวยวายแล้วตบจ้าวหยู่ไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าหัวหน้าหวังจะทำตรงกันข้ามกัน เธอไม่ได้สนใจเลยว่าจ้าวหยู่กำลังจับหน้าอกตัวเองอยู่ เธอกางแขนออกพร้อมกับจ้องมองมาที่จ้าวหยู่ด้วยสายตาท้าทายประมาณว่า

‘มาดูกันว่าคุณจับมันไปอีกนานแค่ไหน’

“เอ่อ รุ่นพี่คะ อะแฮ่ม!” หลี่เบ่ยหนีไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป เธอแกล้งส่งเสียงกระแอมและผลักตัวจ้าวหยู่ออก

ขณะนั้นเองจ้าวหยู่ก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ เขามองไปรอบ ๆ แล้วเข้าใจได้ว่าตัวเขายังคงอยู่ที่สุสานแห่งนี้ หลังจากที่ทั้งคู่เผลอล้มลงไป ทั้งเขาและหวังเฟ่ยเนื้อตัวต่างเต็มไปด้วยโคลน จ้าวหยู่รีบเข้าไปช่วยพยุงหวังเฟ่ยให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวขอโทษในเวลาเดียวกัน

“หัวหน้าหวังครับ ผมต้องขอโทษคุณด้วยจริง ๆ ที่เอ่อ...ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะครับ!”

“คิคิ” หวังเฟ่ยลุกขึ้นยืนข้าง ๆ จ้าวหยู่พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ “ฉันได้ยินมาว่าที่ทีม A มีนักสืบเกเรอยู่คนหนึ่ง ไม่คิดมาก่อนเลยนะว่าจะเป็นคุณไปได้ ฉันประทับใจมากทีเดียว คิคิ” หวังเฟ่ยหัวเราะออกมาอย่างหยุดไม่ได้ทั้งที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ชวนอึดอัดใจ

‘น่าสนใจจริง ๆ คน ๆ นี้’ จ้าวหยู่คิด

แม้ว่าเขากำลังดื่มด่ำกับความงานของหวังเฟ่ยอยู่แต่มันก็ถูกความโกรธของหลิวชางฮูเข้ามาแทนที่

“จ้าวหยู่!! ดูซิว่าแกทำอะไรลงไป!” เขาชี้ไปที่จ้าวหยู่และตะโตนโวยวาย “แกทำตัวหยิ่งยโสดีนัก! มีความคืบหน้าเกี่ยวกับตัวคนร้ายขนาดนี้ทำไมไม่ส่งเรื่องรายงานฉัน! คิดว่าตัวเองเป็นใครกันห๊ะ! แกคิดอะไรของแกอยู่กัน! เห็นไหมว่าเรื่องมันเป็นยังไง คนร้ายหนีไปได้ก็เพราะ…เฮ้ย!”

แม้ว่าหลิวชางฮูกำลังตะโกนด่าเขาปาว ๆ แต่จ้าวหยู่ก็หาได้สนใจไม่ เขาเอื้อมแขนไปโอบหลี่เบ่ยหนีเอาไว้พร้อมกับกระซิบเบา ๆ โดยไม่คำนึงเลยว่าหลิวชางฮูเองก็อยู่ที่นั่นด้วย

จ้าวหยู่ถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี หลี่เบ่ยหนีบอกกับเขาว่าเมื่อทีม A ได้รับข้อมูลของหลี่ดันพร้อมหลักฐานมือข้างขวาของเหยื่อทั้งสามคน พวกเขาก็ตระหนักถึงความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงแจ้งรายงานไปยังหลิวชางฮูและคูปิงให้ทราบเรื่องนี้ ทันทีที่ทั้งคู่ได้รับรายงานพวกเขาต่างโกรธและตกใจในเวลาเดียวกัน พวกเขาไม่คิดมาก่อนว่าจ้าวหยู่จะสามารถพบความจริงเบื้องหลังของคดีนี้ไปได้ พวกเขารีบค้นหาตำแหน่งของจ้าวหยู่และรีบพากันมาที่สุสานนี้โดยทันที เมื่อพวกเขามาถึงก็พบเชาลูลู่ที่นอนสลบอยู่พร้อมกับจ้าวหยู่ที่กำลังหมดสติไปด้วย ส่วนหลี่ดันที่เป็นคนร้ายนั้นหนีรอดไปได้และกล้องวงจรปิดในบริเวณนี้ก็ไม่สามารถจับภาพเธอเอาไว้ได้อีกเช่นเคย

“ไม่มีทาง?!” จ้าวหยู่เล่าว่าก่อนหน้าที่เขาจะหมดสติไป เขาได้ยินเสียงไซเรนของตำรวจดังขึ้น แล้วหลี่ดันจะหลบหนีไปได้อย่างไรกัน?

เมื่อเห็นว่าจ้าวหยู่ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเขาเลยยิ่งทำให้หลิวชางฮูโกรธมากขึ้น

“รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตั้งด่านจุดตรวจพร้อมออกค้นบริเวณรอบ ๆ ถนนนี้ให้หมด อย่าให้คนร้ายหลบหนีออกไปได้!” เสียงของคูปิงค่อย ๆ ดังขึ้นใกล้ ๆ ตัวจ้าวหยู่ “มีความเป็นไปได้สูงว่าคนร้ายเองอาจกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ในเวลาสั้น ๆ แบบนี้เธอคงหลบหนีออกไปได้ไม่ไกลมากนัก เราจะต้องรีบจับกุมตัวเธอให้เร็วที่สุด!”

“รับทราบ!” เจ้าหน้าที่ต่างพากันรับคำสั่งพร้อมออกปฏิบัติหน้าที่ในทันที

หลังเสร็จสิ้นการสั่งการคูปิงรีบก้าวเท้ามาหาจ้าวหยู่อย่างรวดเร็ว เธอจ้องมองเขาด้วยความโกรธพร้อมตะโกนด่าว่า

“จ้าวหยู่! คุณช่างเป็นคนเห็นแก่ตัวเสียจริง!” หัวหน้าทีมคูปิงมองเขาด้วยสายตาบึ้งตึง “แค่เพราะสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเรื่องการพนันนั่นมันสำคัญมากขนาดที่ว่ามันทำให้คุณไม่แจ้งเรื่องนี้ให้เราทราบเลยหรือยังไง ทำไมคุณถึงไม่บอกฉันว่าเรื่องเป็นมาอย่างไรก่อนหน้านี้! ถ้าคุณบอกกับเราสักหน่อย ไม่แน่ว่าตอนนี้เราอาจจับตัวคนร้ายได้แล้วก็ได้! แล้วดูตอนนี้สิว่ามันเกิดอะไรขึ้น!” คูปิงตำหนิ “ด้วยความสามารถของคนร้าย ถ้าเธอหลบหนีออกจากฉินชานไปได้ มันจะยิ่งเป็นการยากไปใหญ่ในการเข้าจับกุมเธอ รู้บ้างไหม!!”

“นั่นน่ะสิ!!” ในที่สุดหลิวชางฮูก็ได้มีโอกาสพูดจาโผงผางใส่จ้าวหยู่สักที “จ้าวหยู่ แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกันห๊ะ คิดว่าจะจับตัวคนร้ายด้วยตัวเองได้เพราะข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่รู้มาน่ะหรือ จะบอกอะไรให้นะ ตราบใดที่คนร้ายยังไม่ถูกจับและคดีนี้ยังไม่สามารถปิดได้ล่ะก็ ฉันจะส่งรายงานเรื่องของแกไปให้ผู้บังคับบัญชาทราบในทันที! คอยรับโทษทัณฑ์บนเอาไว้ได้เลย!”

“รองหัวหน้าคะ มันจะไม่มากเกินไปหน่อยหรือคะ” หลี่เบ่ยหนีที่ทนฟังไม่ได้อีกต่อไปเอ่ยขึ้นพร้อมขยับมายืนข้าง ๆ จ้าวหยู่ “เจ้าหน้าที่จ้าวเป็นคนพบเบาะแสทั้งหมดนะคะ! แม้ว่าจะไม่มีผลรางวัลใด ๆ แต่เขาก็ไม่ควรได้รับบทลงโทษแบบนี้!”

“ฉันเองก็เห็นด้วยนะคะว่ามันเกินกว่าเหตุไปหน่อย” หวังเฟยเข้าร่วมวงด้วยอีกคน “ฉันคิดว่าไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องไปลงโทษเขา ถ้าไม่ใช่เพราะจ้าวหยู่ ป่านนี้ผู้หญิงคนนั้นคงจะสูญเสียมือขวาของเธอไปแล้ว!” แม้ว่าน้ำเสียงของหวังเฟ่ยจะฟังดูนุ่มนวลแต่คำพูดที่ออกมาจากปากของหัวหน้าแผนกนิติวิทยาศาสตร์นั้นถือว่ามีน้ำหนักพอสมควร หลิวชางฮูไม่คิดว่าเธอจะพูดเข้าข้างจ้าวหยู่แบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก

“เพราะด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกยิงยาสลบใส่นี่ไงคะ” หลี่เบ่ยหนีกล่าวด้วยความเกรี้ยวกราด “เห็นไหมคะว่าอันตรายขนาดไหน คุณยังต้องทำให้เขาเจอเรื่องลำบาก ๆ อีกงั้นเหรอคะ!?”

“หลี่เบ่ยหนี! มีมารยาทด้วย!” แม้ว่าหลิวชางฮูจะไม่สามารถตอบโต้อะไรหวังเฟ่ยได้ แต่กับเจ้าหน้าที่ฝึกหัดอย่างหลี่เบ่ยหนีนั่นต่างกัน เขายังพูดอีกว่า “ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอที่ช่วยจ้าวหยู่ปกปิดข้อมูลเอาไว้นะ! พวกเธอทั้งสองคนต่างต้องได้รับโทษ คอยดูเถอะ!”

“คุณก็รู้ว่ามันอันตราย ผลของการที่คุณถูกยิงยาสลบนั่นก็เพราะคุณทำตัวคุณเอง คุณก็น่าจะรู้!” คูปิงเอ่ยอย่างเย็นชา

“เห็นได้ชัดว่าแกมันไร้ความสามารถ จ้าวหยู่!” หลิวชางฮูรีบทับถมจ้าวหยู่ทันทีที่มีโอกาส เขาคิดว่าการทำแบบนี้จะทำให้จ้าวหยู่รู้สึกโกรธและโวยวายขึ้นมาได้

อย่างไรก็ตามเขากลับประหลาดใจกับท่าทางที่ตรงกันข้ามกัน จ้าวหยู่ไม่ได้มีท่าทีโกรธแต่อย่างใด หนำซ้ำเขากลับยิ้มออกมาอย่างสดใสราวกับกำลังได้รับคำชมอยู่

[1] พยาธิวิทยา เป็นการศึกษาและวินิจฉัยโรคจากการตรวจอวัยวะ, เนื้อเยื่อ,

เซลล์, สารคัดหลั่ง จากทั้งร่างกายมนุษย์ (จากการชันสูตรพลิกศพ)

จบบทที่ CD บทที่ 46 นักพยาธิวิทยามีคนสวยขนาดนี้เลยเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว