เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 33 เด็กอัจฉริยะ

CD บทที่ 33 เด็กอัจฉริยะ

CD บทที่ 33 เด็กอัจฉริยะ


“คุณหมายถึงอะไร?”

เมื่อได้ยินหยางฮงบอกว่าเธอจำเรื่องแปลก ๆ ในตอนนั้นได้ ทำให้จ้าวหยู่อยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที

“อืม” หยางฮงเริ่มทบทวนเหตุการณ์ในครั้งนั้น “ฉันจำได้ว่าระหว่างการแข่งขันในช่วงแรก ๆ ที่เมืองเฟิงหลิงมีเด็กมหัศจรรย์อยู่คนหนึ่ง ฉันจำชื่อเด็กคนนั้นไม่ได้แต่ฉันมั่นใจว่าเป็นเด็กผู้หญิงแน่นอน ช่วงตอนนั้นเธอมีชื่อเสียงในหมู่พวกเราอย่างมาก เธอสามารถผ่านระดับสิบมาได้ในวัยเพียง 12 ปี เท่านั้น โดยคุณครูที่ดีที่สุดจากเมืองหลวง จัดได้ว่าเธอเป็นเด็กที่พิเศษมาก ๆ คนหนึ่งเลยแหละค่ะ”

หยางฮงเว้นพักหายใจ ก่อนจะเริ่มพูดต่อ

“เท่าที่ฉันจำได้ ฉันมักจะเห็นเธอสวมใส่แต่เสื้อผ้าเก่า ๆ อยู่ตลอด ฉันเดาว่าทางบ้านเธอคงไม่มีเงินมากสักเท่าไหร่แต่ทักษะเปียโนของเธอเข้าขั้นสุดยอดมาก! แม้ว่าตอนนั้นพวกเราจะอยู่ในระดับสิบเช่นเดียวกันกับเธอ แต่ทักษะของเธอเหนือกว่าพวกเราอย่างเห็นได้ชัด”

ขณะที่หยางฮงเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างได้ เธอรีบพูดต่อในทันที

“ใช่แล้ว! เรื่องแปลก ๆ ที่ฉันว่า เกิดขึ้นที่เมืองฉินชานนี่แหละ ด้วยทักษะของเด็กผู้หญิงคนนั้นทำให้คะแนนของเธอสูงต่างจากคนอื่น ๆ แต่เธอกลับไม่ติดอยู่ในรอบการแข่งคนสุดท้าย คนอื่นเขาก็พูดกันว่าเธอขอสละสิทธิ์ในคืนก่อนกลางแข่งขัน คุณว่ามันแปลกไหมล่ะ!”

จ้าวหยู่พยายามคิดตามสิ่งที่หยางฮงพูดอย่างถี่ถ้วน เขาเองก็รู้สึกได้ว่ามันแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน “คุณมั่นใจนะ ว่าคะแนนของเด็กผู้หญิงคนนั้นสูงพอเข้ารอบสุดท้ายได้?”

“อืม ฉันมั่นใจ” หยางฮงเกาหัวของเธอด้วยมือทั้งสองข้างจนผมเกือบยุ่งไปหมด “ฉันไม่แน่ใจเท่าไหร่ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ฉันได้ยินมาจากผู้ปกครองนักเรียนคนอื่นหรือไม่ก็จากแม่ของฉันเอง โอ้ใช่! ฉันลืมไปเลย เรื่องนี้ถ้าจะให้ชัวร์ให้ฉันโทรไปถามจากแม่เลยดีกว่า ต่อให้มันจะผ่านไปเกือบยี่สิบปีแต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเปียโน ยังไงแม่ของฉันก็ต้องจำได้แน่นอน!”

หยางฮงดูจะใส่ใจในเรื่องคดีนี้มากกว่าจ้าวหยู่ที่เป็นคนรับผิดชอบคดีเสียอีก

หยางฮงโทรไปหาหญิงชราโดยไม่สนว่าจะรบกวนเธอรึเปล่า? และยิ่งเป็นตอนช่วงเช้าแบบนี้ด้วย เธอได้เปิดโหมดลำโพงเพื่อให้จ้าวหยู่สามารถได้ยินบทสนาอย่างชัดเจนด้วย

ไม่นานนักเสียงหญิงชราก็ดังขึ้น หยางฮงพยายามอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ให้แม่ของเธอฟังอย่างรวดเร็วและเพื่อให้มั่นใจว่าแม่ของเธอจะยอมร่วมมือด้วย เธออ้างว่าตอนนี้เธอถูกทางตำรวจจับตัวมาเพื่อสอบปากคำ หญิงชรากลัวลูกสาวตัวเองจะเป็นอะไรไป เลยรีบบอกข้อมูลทุกอย่างที่ตัวเองจำได้มาจนหมด ถึงแม้เรื่องราวจะไม่ต่างอะไรกับที่หยางฮงเล่าไปก่อนหน้านี้มากนัก แต่บางจุดก็ค่อนข้างจะละเอียดกว่าของหยางฮงพอสมควร

ข้อมูลที่ได้มาเพิ่มเติมบอกว่า ในปีนั้นที่เมืองเฟิงหลิงมีนักแข่งตัวจริงเอาไว้แล้ว เธอมีใบสัญญาที่ตกลงกันเอาไว้ แม้ว่าครอบครัวของเธอจะมีฐานะที่ค่อนข้างยากจนก็จริงแต่พ่อแม่ของเธอยอมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะส่งเธอเรียนเปียโน

ตามที่คนแถวนั้นได้ลือกัน พวกเขาเล่าว่าพ่อแม่ของเธอยอมขายกระทั่งทุกอย่างที่มีแต่เด็กอัจฉริยะคนนั้นไม่ยอมให้พ่อแม่ของเธอตกต่ำลงกว่าที่เป็นได้อีก

เธอชนะการแข่งขันจนได้รางวัลมากมายและได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองเฟิงหลิง

ก่อนที่เธอจะมาเข้าร่วมการแข่งขันเปียโนที่เมืองฉินชาน ทุกคนต่างคาดหวังในตัวเธอกันไว้สูง พวกเขาต่างมั่นใจว่าอย่างน้อยเธอจะต้องติดอยู่ในรายชื่อสามอันดับแรกแน่ ๆ หนึ่งในวิทยาลัยที่เข้าร่วมก็เล็งตัวเธอมาศึกษาต่อ เด็กคนนั้นสามารถเลือกทางเดินในชีวิตของเธอได้อย่างอิสระ เส้นทางอนาคตของเธอเต็มไปด้วยกลีบกุหลาบ

ช่วงเวลาตอนนั้น เธอมีอายุเท่า ๆ กันกับหยางฮง แม่ของหยางฮงใช้ความสำเร็จต่าง ๆ ของเธอมาพูดเปรียบเทียบหยางฮงอยู่บ่อย ๆ เธอมักจะพูดอยู่เสมอว่า

“พวกเธอทั้งคู่ต่างก็เรียนเปียโนมาเท่า ๆ กัน แต่เห็นเด็กคนนั้นไหม เห็นไหมว่าเธอทำได้ดีกว่าลูกมากแค่ไหน?”

แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เด็กอัจฉริยะที่ใคร ๆ ต่างก็คิดว่าเธอจะต้องเข้ารอบสุดท้ายแน่ ๆ จู่ ๆ เธอกลับมาขอสละสิทธิ์ออกจากการแข่งไปในคืนก่อนเริ่มการแข่งขันใหญ่

ไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริงของเธอแต่กลับมีข่าวลือมากมายเกิดขึ้นมา บ้างก็ว่าเธอซ้อมหนักจนเสียเลือดมากเกินไป บ้างก็ว่าเธอหนีไปกับเด็กผู้ชายคนอื่นก่อนวันแข่ง บ้างก็ว่าเธอโดนลักพาตัว หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ไม่มีใครพบเจอเด็กคนนั้นอีกเลย รวมถึงพ่อแม่ของเธอด้วยและเนื่องจากเป็นสถานการ์ฉุกเฉิน ทางผู้จัดการแข่งขันเลยเปลี่ยนลำดับตำแหน่งของเธอไปไว้ที่ 11 จึงทำให้เธอไม่มีชื่อติดอยู่ในรอบสุดท้าย

หลังจากการแข่งขันจบลง เรื่องราวของเธอยังคงถูกพูดถึงอยู่เรื่อย ๆ แต่เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป เด็กอัจฉริยะและครอบครัวของเธอต่างก็ถูกลืมเลือนไปจากจิตใจของทุกคนไปโดยปริยาย

“เด็กผู้หญิงผู้เป็นอัจฉริยะสินะ?”

เกิดอะไรขึ้นกับเธอในคืนก่อนการแข่งกัน? หลังจากเธอขอสละสิทธิ์เธอหายตัวไปไหน? แล้วครอบครัวของเธอทำไมต้องหายตามไปด้วย?

จ้าวหยู่ไม่ได้สนใจเรื่องราวทั้งหมดแค่เพราะความสงสัยของตัวเองเท่านั้น แต่ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคดีมือที่ไปหายไปเข้าจริง ๆ มันช่างดูเป็นเรื่องที่น่ากลัวเสียเหลือเกินและด้วยสัญชาตญาณของเขา เขามั่นใจว่าเรื่องของเด็กคนนั้นจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีด้วยอย่างแน่นอน ถ้าเขาสามารถหาตัวเธอเจอได้ เขาก็อาจจะได้รับเบาะแสข้อมูลใหม่ ๆ เพิ่มเติม!

“แม่!!” หยางฮงยังคงให้ความสนใจในคดี เธอเอ่ยถามกับแม่ของเธอทางโทรศัพท์ต่อว่า “แม่จำชื่อเด็กอัจฉริยะคนนั้นได้หรือเปล่า?”

“หลี่ดัน!!” หญิงชราพูดออกมาโดยไม่ลังเลนึกคิดเลยสักนิด “ครอบครัวหลี่จากเมืองเฟิงหลิง! ไม่ใช่แค่ว่าเธอมาจากเมืองเดียวกันเท่านั้นนะ ชื่อของเธอยังเหมือนกับป้าของลูกด้วย ลูกรัก ถ้าตำรวจเขาต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็ให้มาถามแม่ได้เลย แม่จะสารภาพทุกอย่างที่แม่รู้ให้เอง ถ้าไม่มีเรื่องจำเป็นก็อย่าไปอยู่โรงพักนานให้มากนัก! เดี๋ยวคนอื่นจะคิดว่าลูกไปทำอะไรไม่ดีมา”

“ได้เลย แม่ งั้นหนูวางสายนี้ก่อนนะ!” หยางฮงทำท่างุ่มง่ามเล็กน้อยและรีบวางสายไปในทันที

คำพูดของหญิงชราที่ว่า ‘แม่จะสารภาพให้เอง’ ฟังดูเหมือนเธอทั้งคู่ไปก่อคดีอาชญากรรมอะไรแบบนั้นมาซะอย่างนั้น

“นี่แหละแม่ฉัน เมื่อเธอได้เริ่มพูด เธอก็จะพูดไม่หยุดแบบนี้แหละ” หยางฮงพูดพลางยกศีรษะขึ้นมา “เป็นไงบ้างคุณตำรวจพอจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมบ้างไหม?”

“เมืองเฟิงหลิง ครอบครัวหลี่!!” จ้าวหยู่ทวนข้อมูลนั้นอีกครั้ง “ผมจะต้องไปสืบเรื่องนี้ต่อ ถ้าเรื่องนี้สามารถช่วยผมได้จริง ๆ ผมจะมอบรางวัลพลเมืองดีเด่นให้คุณเลย!”

“เก็บรางวัลนั้นไว้เถอะ ถือว่าคุณติดหนี้ฉันแล้วนะคะคุณตำรวจ!” หยางฮงกล่าวติดตลก “ครั้งหน้าถ้าคุณจะกระโดดข้ามระเบียงมาอีกก็บอกฉันก่อนแล้วกันนะคะ”

“ไม่มีครั้งหน้าหรอก” จ้าวหยู่ให้สัญญา หลังจากการให้สัญญาพวกเขาทั้งคู่เผลอจ้องตาไปชั่วครู่ บรรยากาศรอบตัวกลับมาอึดอัดอีกครั้ง

“เอ่อ ถ้างั้น เรา” จ้าวหยู่ชี้ไปที่หยางฮงเหมือนกับว่าเขามีอะไรบางอย่างที่อยากจะพูดออกมาแต่ไม่สามารถพูดออกไปได้

“ไม่เป็นไร! ฉันเข้าใจคุณค่ะ!” หยางฮงเข้าใจความหมายของจ้าวหยู่ดี “คดีนี้เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ คุณคงมีเรื่องอะไรมากมายในหัวสินะ ไม่เป็นหรอก ถึงเราจะไม่ได้สนุกกันต่อแต่จุดสำคัญมันอยู่ที่ฉันจะไม่มีทางลืมว่าคุณเคยช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ส่วนเรื่องบริการฟรีนั้น ถือว่าเป็นสัญญาระยะยาวก็แล้วกันนะคะ”

“สุดยอด!” จ้าวหยู่ยกนิ้วโป้งส่งให้เธอ มืออีกข้างก็คว้าโทรศัพท์ของหยางฮงมาไว้กับตัวเอง

“ผมใช้มือถือของยิงไปมือถือของผมแล้ว นั่นเบอร์ผมนะ ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมจับคนร้ายและไขคดีได้ล่ะก็ ตอนนั้นผมจะพาคุณไปโรงแรมสี่ดาวเลย!” จ้าวหยู่ก้มหัวคำนับให้เธอ แล้วออกจากห้องไป

“เดี๋ยวก่อน คุณจะไปแล้วเหรอ แล้วคุณจะกลับเข้าห้องได้ยังไง?” หยางฮงถามอย่างเป็นห่วง “คุณคงจะไม่ไปสถานีตำรวจด้วยสภาพแบบนี้หรอกใช่ไหม ให้ฉันได้หาอะไรให้คุณใส่ก่อนไปเถอะ…”

หยางฮงยังไม่ทันได้พูดจบ เธอก็ได้ยินเสียงปิดประตูห้องไปซะแล้ว

“จะรีบอะไรกันขนาดนั้นนะผู้ชายคนนี้”

หยางฮงมองตามไปยังพื้นที่ที่ว่างเปล่าเธอรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเธอนึกถึงคดีที่จ้าวหยู่เล่าให้ฟัง เธอไม่สามารถหยุดจินตนาการภาพว่าเธอกำลังถูกตัดมือออกไปจากหัวได้เลย

ตอนนี้เธอรู้สึกขนลุกด้วยความกลัว ตัวสั่นเทาเล็กน้อย เธอรีบไปหาเสื้อผ้ามาใส่อย่างรวดเร็ว

จบบทที่ CD บทที่ 33 เด็กอัจฉริยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว