เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 34 ผู้เชี่ยวชาญการตามหาคน

CD บทที่ 34 ผู้เชี่ยวชาญการตามหาคน

CD บทที่ 34 ผู้เชี่ยวชาญการตามหาคน


“ติดสินบนไงคะ!!”

ระหว่างนั่งรถเดินทางไปหมู่บ้านหลี่ หลี่เบ่ยหนีได้แสดงความคิดเห็นของเธอ หลังจากได้ฟังเรื่องราวจากจ้าวหยู่

“อาจจะมีการติดสินบนเด็กคนนั้นด้วยเงินก้อนใหญ่ แล้วเธอก็รับเงินก้อนนั้นมา ทำให้เธอถูกบังคับให้ถอนตัวจากการแข่งขันไป หากไม่มีเด็กคนนั้นที่เป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งมาร่วมงานแล้วล่ะก็ คนที่ยัดเงินให้เด็กคนนั้นก็จะสามารถมีชื่อติดอยู่ในรอบสุดท้ายนี้ก็ได้นะคะ!”

“ก็เป็นไปได้” จ้าวหยู่กล่าวขณะขับรถ “ไม่แน่บางที ใครคนนั้นอาจจะไม่ติดอยู่ในรอบสุดท้าย โดยได้ลำดับที่ 11 จึงติดสินบนกับหลี่ดันจนทำให้เธอถอนตัวและพาตัวเองเข้าสู่รอบสุดท้ายหรือว่าจะเป็นหญิงท้องแก่ที่ได้อันดับที่ 10 คนนั้น!?”

“ไม่ใช่ค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีกล่าว “ลำดับการเข้ารอบไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับอันดับรางวัลที่ได้รับนะคะ คนที่อยู่ลำดับที่ 10 ในตอนนั้น อาจจะเป็นคนชนะอันดับที่ 1 ของการแข่งก็ได้เช่นกัน!”

“โอ้ นั่นก็หมายความว่า เราต้องตรวจสอบว่าใครคือคนโชคดีที่ได้เข้าสู่รอบสุดท้ายจากการถอนตัวของหลี่ดันสินะ?” จ้าวหยู่คิดตามอย่างสงสัย

“เดี๋ยวก่อนค่ะ บางทีเราอาจจะกำลังคิดผิดกันอยู่ก็ได้นะคะ” หลี่เบ่ยหนีไม่เห็นด้วยกับการคาดเดาของตัวเองเมื่อสักครู่นี้ เธอเริ่มแสดงความคิดเห็นอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างออกไป “นี่มันไม่ใช่เรื่องติดสินบนแล้วแหละค่ะ ถ้าลองคิดดูดี ๆ เด็กสาวคนนั้นน่าจะมีความสามารถมากพอที่จะติดอยู่ในสามอันดับแรก แล้วโชคชะตาของเธอก็จะเปลี่ยนไปในทันที ชนิดที่ว่าต่อให้เงินมากแค่ไหนก็ไม่พอต่อการซื้ออันดับเธอได้แน่ ๆ! ถ้าฉันเป็นผู้ปกครองของเด็กคนนั้น ฉันคงจะไม่ยอมรับเงินแค่ก้อนนั้นมาเพื่อตัดโอกาสต่าง ๆ ของลูกตัวแน่ค่ะ เพราะการแข่งขันครั้งนั้นเป็นเพียงโอกาสเดียวในชีวิตเลยนะคะ!”

“นั่นก็จริง ถ้าอย่างนั้นจะเป็นไปได้ไหมว่า เธอถูกข่มขู่?” จ้าวหยู่กำพวงมาลัยรถแน่น “เด็กคนนั้นอาจจะถูกขู่ให้ถอนตัวจากการแข่ง ถ้าเธอไม่ยอมทำตาม ตัวเธอและครอบครัวก็จะถูกฆ่า!”

“เฮ้อ~” หลี่เบ่ยหนีถอนหายใจ “ฟังเหมือนพวกอันธพาลเลยนะคะ เด็กที่เรียนเปียโนอยู่ ณ ตอนนั้น จะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้เชียว?”

“ไม่ว่ายังไง มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันเปียโนในครั้งนั้นแน่! หรือไม่ก็ทุกคนที่มีรายชื่ออยู่ในอันดับสุดท้ายอาจจะตกเป็นเหยื่อในคดีนี้ก็เป็นไปได้!” จ้าวหยู่กล่าวอย่างจริงจัง เขาเร่งความเร็วรถด้วยความกระตือรือร้นที่จะทำการตรวจสอบคดีนี้

อย่างไรก็ตาม จ้าวหยู่ต้องรู้สึกหดหู่ใจเข้าอีกครั้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้า เขาใช้เวลาช่วงเช้าหมดไปกับหลี่เบ่ยหนีเพื่อไปหมู่บ้านหลี่ แต่ก็พบหลักฐานแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ตามที่ผู้ดูแลหมู่บ้านและเพื่อนบ้านเก่า ๆ ได้ให้การเอาไว้ ครอบครัวของเด็กคนนั้นได้ขายบ้านของตัวเองและออกไปจากหมู่บ้านนี้ไปตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้ว

แม้พวกเขาจะมีญาติอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกันมากนักและตั้งแต่เรื่องการแข่งขันครั้งนั้นจบลง พวกเขาก็ไม่เคยได้เห็นครอบครัวนี้อีกเลย

ก่อนหน้านี้ หลี่เบ่ยหนีได้ทำการตรวจสอบข้อมูลของครอบครัวนี้ที่ทางสถานีแล้ว แต่ก็ไม่พบบันทึกใด ๆ เธอคิดว่าการไปที่บ้านอาจจะทำให้ได้รู้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมบ้างแต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว

ดูเหมือนครอบครัวของเด็กอัจฉริยะคนนั้นได้สูญหายไปจากโลกใบนี้ไปแล้ว

จ้าวหยู่และหลี่เบ่ยหนียังคงข้องใจกับการหายไปของพวกเขา

ก่อนที่คดีมือที่หายไปจะถูกปิดลง เขาจะสามารถพบตัวคนร้ายในครั้งนี้ด้วยหรือไม่?

หลังจากที่ไม่สามารถค้นหาครอบครัวของหลี่ดันได้ นั่นหมายความว่าเบาะแสที่มีได้สูญหายไปอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ทำให้จ้าวหยู่รู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก

‘โธ่โว้ย! ทำไมกัน!! ทำไมคดีนี้มันจะยากอะไรขนาดนี้วะ!!’ จ้าวหยู่คิดด้วยความหงุดหงิด

ทุก ๆ ครั้งที่พวกเขาได้ใช้ความพยายามที่จะต่อจิ๊กซอว์ชิ้นเล็ก ๆ นั้นเชื่อมหากัน และสามารถพบอะไรเข้า แต่ก็ต้องมาพบทางตันระหว่างทางตลอด!

จ้าวหยู่ทุบไปที่พวงมาลัยรถด้วยความหงุดหงิด ขณะเดียวกันหลี่เบ่ยหนีก็พยายามปลอบใจเขาอยู่ข้าง ๆ

เขาไม่สามารถล่าช้าได้อีกต่อไป พวกเขาต้องรีบกลับไปปกป้องหลี่ฉินฮัวทันที วันนี้เป็นวันที่ 26 แล้ว พวกเขาทั้งคู่จะไม่ยอมให้คนร้ายมาตัดมือเธอออกไปได้อีก!

“เราไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก!” หลังจากระบายความโกรธเสร็จ จ้าวหยู่ก็ปลุกกำลังใจให้ตัวเองกลับมาอีกครั้ง “ถ้ามันหมดหนทางแล้วจริง ๆ ฉันจะเข้าไปพบกับเหยื่อทั้งสามรายอีกครั้ง แล้วบอกว่าเปียโนคือสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเธอเข้าด้วยกัน เผื่อพวกเธออาจจะจา อะไรขึ้นมาบ้างก็ได้”

“ฟังดูเข้าท่านะคะ! งั้นเรามาแบ่งหน้าที่กันเถอะค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีเหมือนจะคิดอะไรได้ เธอรีบพูดมันออกมาอย่างร้อนรน “โอ้ ใช่แล้ว! ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าบางทีเราอาจจะสามารถตามหาตัวหลี่ดันเจอก็ได้ ถ้าเราไปขอให้ ‘คน ๆ นั้น’ ช่วยเราค่ะ!”

“ใครกัน?” จ้าวหยู่สับสน

“คุณไม่รู้จักหรอกหรือคะ? พวกเรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการตามหาคนอยู่ที่สถานีเราด้วยนะคะ ถ้าเขาเต็มใจช่วยเราล่ะก็ เราอาจจะพบอะไรเข้าก็ได้!”

“มีคนแบบนั้นอยู่ด้วยเหรอ?” จ้าวหยู่ประหลาดใจ เขาคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะเป็นใคร “ทำไมเธอไม่รีบพูดให้เร็วกว่านี้”

“เอ่อ...คน ๆ นี้ เขาค่อนข้างจะนิสัยไม่ดีเท่าไหร่ถ้าเทียบกับคนอื่น ๆ ในแผนกสืบสวน แต่เขาเป็นคนที่เก่งมากในการตามหาตัวคนค่ะ! ฉันได้ยินมาว่าเขามีวิธีลับเฉพาะของเขาเอง ใครก็ตามที่หายตัวไปเป็นปี ๆ เขาก็สามารถเจอตัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว!”

“โอ้ คนแบบนี้มีด้วยเหรอ?” จ้าวหยู่เกาหัวหัวตามอย่างสงสัย “เขาอยู่แผนกคนหายงั้นเหรอ?”

“ไม่เอาสิคะ รุ่นพี่หยุดล้อเล่นได้แล้ว นี่คุณไม่รู้จริง ๆ หรือคะ?” หลี่เบ่ยหนีพูดอย่างขบขัน เธอคิดว่าจ้าวหยู่แกล้งไม่รู้เรื่อง “ก็จางจิงเฟิงไงคะ! คนที่นั่งทำงานข้าง ๆ โต๊ะคุณนั้่นแหละ!”

“อะไรนะ!?” จ้าวหยู่รู้สึกสับสนเล็กน้อย “เป็นหมอนั่นไปได้ยังไง? ใช่เขาจริง ๆ เหรอ?”

“จริงสิคะ! หนึ่งในเจ้าหน้าที่แผนกคดีแช่แข็ง คนที่ทำงานกับเหลียงฮวนที่สร้างทีมประหลาด ๆ จากคนประหลาด ๆ สองคนรวมกันนั่นแหละค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีกล่าวต่อ

“จางจิงเฟิงมีชื่อเสียงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในแผนกคนหาย เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนร่วมงานขอร้องให้เขาช่วยตามหาคนให้ เขามักจะขอสิ่งตอบแทนกลับเสมอ ถ้าไม่มีอะไรให้เขา เขาก็จะบ่ายเบี่ยงปฏิเสธงานนั้นไป เขาได้รับชื่อเล่นมาว่า 'พ่อปลาไหล' เพื่อนร่วมงานของเขาไม่สามารถทนเขาได้อีกต่อไปเลยยื่นรายงานพฤติกรรมของเขาต่อหัวหน้า จนเขาได้ย้ายมาอยู่ในแผนกคดีแช่แข็งนี้เมื่อไม่นานนี่เอง ถ้าคุณอยากจะให้เขาช่วยตามหาคนให้ล่ะก็ คุณคงต้องเตรียมเงินบางส่วนไปตอบแทนเขาหน่อยนะคะ!”

“น่าสนใจจริง ๆ!” จ้าวหยู่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจางจิงเฟิงจะเป็นคนแบบนี้ เขาคิดมาตลอดว่าจางจิงเฟิงก็แค่คนหมดไฟในการทำงานและขี้เกียจก็เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะมีความสามารถดี ๆ แบบนี้กับเขาด้วย

จ้าวหยู่รีบโทรหาจางจิงเฟิงทันทีก่อนที่เขาจะกลับไปสถานีตำรวจและอธิบายสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ฟัง จางจิงเฟิงไม่ได้บ่ายเบี่ยงงานและเต็มใจช่วยเหลือจ้าวหยู่อย่างเต็มที่อย่างน่าแปลกใจ เขาขอให้จ้าวหยู่ช่วยส่งข้อมูลที่มีอยู่ให้เขาอย่างเร็วที่สุดและเขาจะช่วยตรวจสอบข้อมูลนั้นให้ที่สถานี

หลังจากวางสาย จ้าวหยู่ยักไหล่ด้วยท่าสบาย ๆ ให้หลี่เบ่ยหนี “เห็นแล้วใช่ไหม? หมอนั่นเต็มใจจะช่วยเรา”

“คะ!?” หลี่เบ่ยหนีถอนหายใจเล็กน้อยอย่างรู้ทัน “นั่นคือเรื่องปกติที่เขาจะทำเมื่อมีใครก็ตามไปขอร้องเขา แต่เขาจะไม่ลงมือทำอะไรให้แน่นอนถ้าคุณไม่ยื่นข้อเสนอไปให้ แล้วถ้าตกลงกันไม่ได้ เขาก็จะไม่ทำอะไรให้คุณเลย!”

“งั้นหรอ?” จ้าวหยู่ถามอย่างไม่แน่ใจ ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเจ้าเล่ห์กันได้ขนาดนี้กัน? มันไม่ต่างอะไรกับพวกอันธพาลสมัยที่เขาเคยเป็นเลยจริง ๆ

เมื่อทั้งสองกลับไปถึงที่สถานีตำรวจ จางจิงเฟิงไม่ได้อยู่ที่นั่น จ้าวหยู่รีบโทรหาเขาในทันที จางจิงเฟิงบอกว่าเขามีอาการท้องเสียนิดหน่อย เขาอาจจะเข้าไปทำงานสาย ทำให้จ้าวหยู่รอเขาอยู่ที่ทำงานก่อน จ้าวหยู่ขอร้องจางจิงเฟิงด้วยความเร่งรีบ เขาให้เหตุผลกับจางจิงเฟิงว่านี่จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถไขคดีนี้ได้ จางจิงเฟิงตกลงอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง เขาให้สัญญาว่าจะรีบจัดการให้ในทันที

เวลาผ่านไปแล้วยี่สิบนาที ไม่มีทีท่าการมาถึงของจงจิงเฟิงแต่อย่างใด เมื่อโทรไปหาก็ไม่รับสายเสียอย่างนั้น

“เห็นไหมล่ะคะ ผิดจากที่ฉันพูดซะที่ไหน” หลี่เบ่ยหนีส่งยิ้มอ่อน ๆ ให้ “ฉันไม่ชอบคนแบบนี้เลยจริง ๆ ถ้าคุณไม่ยื่นผลประโยชน์อะไรให้เขาล่ะก็ เขาก็จะไม่ทำงานให้คุณหรอกค่ะ”

“หึหึ” จ้าวหยู่หัวเราะอย่างสนใจ เขาวางมือบนไหล่หลี่เบ่ยหนีก่อนจะพูดด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม “เธอรอดูไว้ให้ดี ฉันจะไม่เสียเงินสักหยวนแต่หมอนั่นจะยอมช่วยเหลือฉันอย่างแน่นอน!!”

จบบทที่ CD บทที่ 34 ผู้เชี่ยวชาญการตามหาคน

คัดลอกลิงก์แล้ว