เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 26 อานุภาพทำลายล้าง

CD บทที่ 26 อานุภาพทำลายล้าง

CD บทที่ 26 อานุภาพทำลายล้าง


จ้าวหยู่ไม่ใส่ใจที่จะตอบคำถามใด ๆ ของหลี่เบ่ยหนี หลังจากวางสาย เขาก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในกลุ่มผู้ปกครองเพื่อตามหาตัวคุณแม่ขอนชานชานที่เล่นเปียโนเมื่อเช้านี้

“เฮ้! คุณอยู่นี่เอง” จ้าวหยู่ตามหาตัวเธอเจออย่างรวดเร็ว เขารีบถามคำถามเธอไปในทันที “พี่สาว ตอนที่คุณได้เข้าร่วมการแข่งขันเปียโนเมื่อก่อนน่ะ คุณพอจะจำ คนที่ชื่อเกาเทียน หยวนหลีลี่และหลัวเหม่ยนาหรือคนใดคนหนึ่งในสามคนนี้ได้ไหมครับ”

คุณแม่ของชานชานตัวแข็งทื่อ เธอเดินถอยหลังไปช้า ๆ พร้อมกับส่ายหัวไปมาราวกับกำลังปกปิดอะไรบางอย่างไว้

“ไม่เหรอครับ? ผมรู้ว่ามันก็ผ่านมานานแล้วแต่คุณนึกดูอีกทีได้มั้ยครับ ว่ารู้จักพวกเธอทั้งสามคนมั้ย” จ้าวหยู่ยังคงเร่งเร้าเธอ “พวกเธอเองก็เคยเข้าร่วมการแข่งขันเดียวกันกับคุณเช่นกัน ใช่พวกเธอหรือเปล่าที่คุณเคยแข่งขันด้วย?”

“ฉะฉันจำไม่ได้หรอก!!” แม่ของชานชานท่าตกใจกลัวกับท่าทางของจ้าวหยู่ เธอหันกลับไปมองรอบ ๆ และพยายามหาที่ซ่อนตัวจากเขา

จ้าวหยู่คว้าแขนเธออย่างแรงพร้อมตะโกนว่า “คุณ! คุณกลัวอะไรงั้นหรือครับ? นี่ผมกำลังทำหน้าที่สืบสวนคดีอยู่นะ ให้ความ

ร่วมมือกันหน่อยสิคุณ!”

“นี่คุณ!! คุณผู้ปกครองตรงนั้นน่ะ!” คุณครูท่านหนึ่งไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป เขาลุกขึ้นยืนและตะโกนมาทางจ้าวหยู่ “คุณควรหยุดการกระทำแบบนี้สักที! ไม่เช่นนั้นผมจะแจ้งรปภ.ให้มาพาคุณ

ออกไป!”

“ผมเห็นด้วยครับ!” คุณพ่อท่านหนึ่งม้วนแขนเสื้อขึ้นพร้อมออกความเห็น “คุณไม่เห็นเหรอว่าพวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่ คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน!”

คำเตือนเหล่านั้นทำให้จ้าวหยู่ต้องทำอะไรสักอย่าง เขารีบดึงป้ายชื่อตำรวจตัวเองออกมาโชว์และตะโกนกลับไป

“ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยสืบสวนคดี ตอนนี้ผมกำลังทำหน้าที่สืบสวนอยู่และมันอาจจะเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้ ดังนั้น...” จากนั้น เขาหันกลับไปมองที่คุณแม่ของชานชาน “คุณต้องตอบคำถามผมอย่างตรงไปตรงมาสักทีหรือไม่ก็ไปที่สถานีกับผมตอนนี้เลย!”

เมื่อได้ยินว่าตัวเองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของตำรวจเข้า คุณแม่ของชานชานก็หงายหลังเป็นลมลงไป

ผู้ปกครองที่อยู่ใกล้ ๆ เธอ ต่างพากันปฐมพยาบาลให้เธอกลับมามีสติได้อีกครั้ง

“คุณตำรวจ! คุณจะมาสืบสวนอะไรกันที่นี่!” คุณครูต่างพากันวิ่งเข้ามาบ่นจ้าวหยู่ไม่หยุด

“คุณหันไปดูรอบ ๆ สิว่าพวกเรากำลังทำอะไรกัน ที่นี่มันที่โรงเรียนนะคุณ!”

“ใช่ ๆ!”

ผู้ปกครองอื่น ๆ ต่างเริ่มพากันวิพากษ์วิจารณ์ท่าทางของจ้าวหยู่

“ฉันไม่เห็นจะเคยได้ยินการสืบสวนอะไรที่เกิดจากการประชุมผู้ปกครองแบบนี้เลย! ดูสิว่าคุณกำลังทำให้คนอื่นเขากลัวกันไปหมดแล้ว!”

“คุณเป็นตำรวจจริง ๆ หรือเปล่าเถอะ” ชายคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

“เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาทำแบบนี้ได้ไงกัน คุณครูหวังครับ ผมคิดว่าจะเป็นการดีกว่าถ้าเราไปตรวจสอบป้ายชื่อของเขาเสียก่อนว่าจริงหรือไม่!”

“หุบปากได้แล้ว!” ไม่ต้องรอให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวาย จ้าวหยู่ก็ตะโกนใส่กลับไปในทันที

“ผมจะบอกอะไรพวกคุณให้นะ ว่าคนร้ายมันอาจจะก่อเหตุขึ้นอีกครั้งในวันนี้หรือพรุ่งนี้แล้วก็ได้! หากพวกคุณยังไม่เลิกขัดขวางการทำงานของเจ้าที่แล้วทำให้ คนร้ายมันสามารถก่อเหตุขึ้นมาได้อีกครั้งล่ะก็ พวกคุณเนี่ยแหละจะเป็นตัวการที่ช่วยส่งเสริมคนร้ายก่อคดีสำเร็จ!”

บรรดาผู้ปกครองต่างไม่เคยพบเจอเหตุการณ์และคำขู่แบบนี้ ทุกคนจึงทำท่าสงบลงและไม่กล้าส่งเสียงดังใด ๆ ทั้งสิ้น

“คุณตำรวจคะ เรื่องมันก็ผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้ว” ใบหน้าของคุณแม่ของชานชานยังคงซีดเซียว เธอกล่าวต่ออีกว่า “ฉันจะไปจำชื่อคนแข่งขันคนอื่น ๆ ได้อย่างไรกัน ตอนนั้นฉันเองก็กังวลมากกับการต้องขึ้นไปแสดง ชื่อสามคนนั้นที่คุณเอ่ยมา ฉันสาบานได้ว่าไม่เคย

ได้ยินมาก่อนจริง ๆ ค่ะ!”

จ้าวหยู่เริ่มคิดตามอย่างรวดเร็วถึงเหตุผลที่ว่าทำไมเหยื่อทั้งสามถึงไม่รู้จักกัน

ข้อแรก อาจเป็นเพราะเวลาที่ผ่านมาค่อนข้างนานแล้วพอสมควร อย่างที่สองการแข่งขันเปียโนเป็นการแข่งขันและโชว์ความสามารถของตัวเอง คงไม่มีใครอยากมีปฏิสัมพันธ์อะไรกับคู่แข่งคนอื่น ๆ เข้า

“เดี๋ยวนะ”

จ้าวหยู่นึกอะไรบางอย่างออกมาได้และถามไปยังผู้หญิงตรงหน้า “คุณได้มีส่วนรวมกับการแข่งขันครั้งไหน? อย่างน้อย ๆ คุณก็น่าจะพอจำเรื่องนี้ได้อยู่บ้างใช่ไหม?”

“ฉันเอ่อ ฉันน่าจะพอจำมันได้”

คุณแม่ของชานชานพยายามทำหน้านึกอย่างหนักเพื่อเรียกความทรงจำนั้นกลับมา

“อาจจะเป็นครั้งที่สอง สามหรือสี่นี่แหละค่ะ อย่างไรก็ตาม ตอนที่ฉันเข้าแข่งขัน การประกวดนั้นยังไม่ได้จัดขึ้นมานานเท่าไหร่นัก”

จ้าวหยู่ส่ายหน้าไปมาอย่างหมดหนทาง เหยื่อทุกคนต่างเข้าร่วมการแข่งขันในปีที่สิบทั้งนั้น พวกเธอมีความต่างของเวลากันอยู่หลายปี จึงไม่แปลกที่คุณแม่ของชานชานจะไม่รู้จักชื่อพวกเธอสามคน

ถ้าเป็นอย่างนี้ เขาคงต้องเริ่มจากบันทึกการแข่งขันในครั้งนั้นเป็นอย่างแรก จ้าวหยู่เชื่อว่าในรายชื่อของผู้แข่งขันในปีนั้นจะต้องมีชื่อคนร้ายอยู่ด้วยแน่นอน!

“เฮ้ ครูที่อยู่ตรงนั้น ขอถามอะไรหน่อย?” จ้าวหยู่หันไปถามคุณครูที่มาบ่นเขาเมื่อกี๊

“ผมต้องการข้อมูลการแข่งขันเปียโนที่จัดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ผมจะหามันได้จากที่ไหนบ้าง?”

“คุณคงต้องไปขอร้องกับท่านรองอาจารย์ใหญ่ ท่านผู้รับผิดชอบในด้านดนตรีแต่เรื่องมันก็ผ่านมานานมาก ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าจะยังมีข้อมูลบันทึกนั้นไว้อยู่หรือไม่เหมือนกัน”

“แล้วห้องรองอาจารย์คนนั้นอยู่ไหนกัน ผมจะไปที่นั้นได้ยังไง?” จ้าวหยู่เริ่มออกคำสั่ง ตัวคุณครูเองก็ไม่กล้าขัดขืนจ้าวหยู่แต่อย่างใด เขารีบบอกสิ่งที่จ้าวหยู่ต้องการในทันทีและเมื่อได้ข้อมูลมาครบแล้ว เขาก็รีบออกจากล็อบบี้นั้นไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อจ้าวหยู่ออกไปได้ไม่นาน ผู้ปกครองต่างพากันถอนหายใจออกอย่างโล่งอก

หลังจากผ่านช่วงเวลาที่เงียบงันมานาน ใครคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาว่า

“คน ๆ นั้น เขาเป็นใครกัน? เขาใช่ผู้ปกครองจริง ๆ หรือ?”

“ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ”

คุณครูผมสีขาวกล่าวอย่างสงสัย “ผมเองก็ไม่เคยเห็นเขามาก่อน เขามาจากหน่วยสืบสวนจริง ๆ อย่างงั้นหรือ? ทำไมดูเหมือนพวกนักเลงอันธพาลมากกว่า ถ้านักเรียนคนใดของเรามีพ่อแบบนี้จริง ๆ นั้นก็คงเป็นความโชคร้ายสุด ๆ ไปเลย!”

“ฉันรู้ค่ะ ฉันรู้!”

ทันใดนั้นเอง มีผู้ปกครองท่านหนึ่งยกมือขึ้นตอบ

“ฉันเห็นเขามากับเสี่ยวเฉินค่ะ ฉันว่าเขาเป็นผู้ปกครองของเสี่ยวเฉินเนี่ยแหละค่ะคุณครู!”

*ตึ่ง!!*

ครูคนนั้นตกใจล้มลงกับพื้นไปในทันที!

...

หลังออกมาจากล็อบบี้อาคารเรียนดนตรี จ้าวหยู่รีบตรงไปยังห้องรองอาจารย์ใหญ่ทันที

หลังจากที่จ้าวหยู่โชว์บัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อรองอาจารย์เสร็จ รองอาจารย์ใหญ่ก็ให้ความร่วมมือแต่โดยดี

อย่างไรก็ตาม หลังจากจ้าวหยู่และรองอาจารย์ใหญ่ช่วยกันค้นหาบันทึกการแข่งขันในครั้งนั้นแต่ก็ไม่พบข้อมูล ๆ ที่เกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนั้นเลย ไม่มีแม้แต่บทความหรืออะไรก็ตามที่บ่งชี้ถึงการแข่งขันครั้งนั้นได้

รองอาจารย์ใหญ่บอกว่าการแข่งขันในครั้งนั้นเกิดขึ้นมานานมาก และข้อมูลประเภทนั้นก็ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องเก็บรักษาเอาไว้ ทางโรงเรียนเองก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายสำนักงานอยู่หลายครั้ง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะยังหลงเหลือข้อมูลเอาไว้อยู่

หลังจากได้ยินเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จ้าวหยู่รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เขาขอร้องกับรองอาจารย์ใหญ่ว่าขอให้ช่วยค้นหาข้อมูลต่อไป เผื่ออาจจะเจออะไรเข้า

ทางรองอาจารย์ใหญ่เองก็เข้าใจสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เขาให้สัญญากับจ้าวหยู่ว่าถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรเขาจะรีบติดต่อกลับไปหาในทันที

จ้าวหยู่ปล่อยให้รองอาจารย์ใหญ่ตัวจัดการเรื่องนี้ ทันทีที่เขาออกมาตรงประตูทางเข้าหลักของโรงเรียน ก็มีสายโทรศัพท์จากหลี่เบ่ยหนีเข้ามา

“รุ่นพี่ค่ะ! ฉันมีข่าวดีมาบอกค่ะ! ข้อมูลการแข่งขันเปียโนปีที่สิบของโรงเรียนมัธยมฉินชาน ฉันได้มันมาแล้วค่ะ!”

จบบทที่ CD บทที่ 26 อานุภาพทำลายล้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว