เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 25 คุณอยู่ที่ไหน?

CD บทที่ 25 คุณอยู่ที่ไหน?

CD บทที่ 25 คุณอยู่ที่ไหน?


ตามข้อมูลที่จ้าวหยู่ดักฟังได้จากคูปิงและทีม B พบว่า ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนจุดสนใจในการสอบสวนไปยังคดีที่สอง เธอส่งคนในทีมไปสำรวจที่บ้านหลังเก่าของหยวนหลีลี่เพื่อฟื้นฟูคดีนั้นขึ้นมาใหม่

ดูเหมือนว่าคูปิงยังไม่มีความคิดใหม่ ๆ ที่จะสามารถไขคดีนี้ได้เลย

จ้าวหยู่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ‘หึหึ! ความผิดพลาดของพวกแกคือมาประเมินความสามารถของฉันคนนี้ต่ำไป! คราวนี้ฉันจะโชว์ให้พวกแกได้เห็นเองกับตาเอง!’ เขาคิดกับตัวเอง

เขากำลังจดจ่ออยู่กับการจดข้อมูลใหม่ที่ได้รับมาลงบนสมุดบันทึกของเขาและรีบเข้าสู่โหมดความคิดตัวเองอย่างรวดเร็ว

จนถึงตอนนี้เขามั่นใจว่าคดีมือที่หายไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเปียโนด้วยแน่ ๆ แต่มันเชื่อมต่อกันได้อย่างไรเขาเองก็ยังหาคำตอบข้อนั้นไม่ได้เหมือนกัน

ตั้งแต่ที่จ้าวหยู่รู้ว่าเหยื่อ ทั้งสามมีความเกี่ยวข้องกันด้วยเปียโนแถมยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยกันทั้งหมดอีก เขาคิดว่าตัวคนร้ายเองก็น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเปียโนเช่นกัน ลักษณะของเหยื่ออาจเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเปียโนเป็นพิเศษ

ตามข้อมูลที่ได้รับมาจากหลี่เบ่ยหนี เหยื่อทั้งสามคนมาจากโรงเรียนสอนเปียโนที่แตกต่างกันและถึงแม้ว่าทุกคนจะมีระดับเปียโนอยู่ที่ระดับสิบเหมือนกัน แต่ช่วงเวลาที่ใช้ทดสอบนั้นก็ยังต่างกันอีกด้วย

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ทุกคนต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเปียโนเหมือนกัน แต่พวกเขาต่างไม่รู้จักกันมาก่อน

แต่ถ้าเหยื่อแต่ละรายรู้จักกับคนร้ายเป็นการส่วนตัวล่ะ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น จ้าวหยู่จึงโทรหาหลี่เบ่ยหนีให้ไปช่วยตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้งเขาขอให้เธอช่วยตรวจสอบเรื่องประวัติการเรียนเปียโนของเหยื่อทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว เขาต้องการรู้ว่าพวกเธอได้มีการศึกษาเรื่องเปียโนในช่วงเวลาเดียวกันหรือไม่?

ไม่แปลกที่หลี่เบ่ยหนีจะไม่ชอบใจกับคำสั่งให้ไปจัดการในเรื่องนี้ เธอจะต้องวุ่นวายในการโทรถามข้อมูลกับโรงเรียนสอนเปียโนทุกแห่ง และตัวเหยื่อเองก็เป็นนักเรียนเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้ว บางโรงเรียนก็ปิดตัวลงไป จึงเป็นการยากที่จะค้นหาข้อมูล

“ได้โปรดช่วยฉันด้วย ขอร้องล่ะ!”

ตอนนี้หลี่เบ่ยหนีเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ข้างเขา จ้าวหยู่จึงสลัดความศักดิ์ศรีที่มีอยู่ออกไปเพื่อขอร้องเธอ

“ข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ แบบมากที่สุดที่จะช่วยฉันไขคดีนี้ได้ ฉันสัญญาเลยว่าเสร็จคดีเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันจะตอบแทนเธออย่างแน่นอน!”

“ก็ควรจะเป็นแบบนั้นแหละค่ะ!” หลี่เบ่ยหนียิ้มอย่างพอใจ “ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด คุณจ้าวหยู่ก็อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับฉันด้วยนะคะ”

“มีอีกเรื่องหนึ่ง” จ้าวหยู่กล่าวเตือนเธอ “เธอจะต้องทำมันอย่างเงียบ ๆ อย่าให้ใครได้รู้เรื่องนี้เป็นอันขาด โดยเฉพาะคูปิงและทีม B เข้าใจมั้ย?”

“เข้าใจแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ” หลี่เบ่ยหนีวางสายลงทันทีและรีบไปทำหน้าที่ของเธอต่อ

จ้าวหยู่ถูมือตัวเองไปมาอย่างใจร้อน เขาไม่สามารถอดทนรอได้แต่ถึงเขาจะทนต่อไปไม่ได้และต้องการข้อมูลมากแค่ไหนก็ตาม เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้

เขายังมีธุระสำคัญที่ต้องไปจัดการให้เสร็จเสียก่อน ดังนั้นเขาจึงรีบกลับเข้าล็อบบี้ไปอีกครั้ง

การตอบคำถามกำลังเกิดขึ้น คุณครูประจำชั้นกำลังตอบคำถามที่ผู้ปกครองสงสัยอย่างระมัดระวังและผู้ปกครองเองก็กำลังฟังอย่างตั้งใจ เลยมีไม่กี่คนที่สังเกตเห็นว่าจ้าวหยู่กลับมานั่งภายในห้องนี้อีกครั้ง

จ้าวหยู่ไม่ได้สนใจเรื่องการประชุมพวกนี้แต่อย่างใด ในหัวเขากำลังคิดวนเวียนไปมาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคดีและเปียโน ดูเหมือนว่าหลักฐานทุก ๆ อย่างและความเป็นไปได้ทั้งหมดกำลังหมุนไปมาอยู่ภายในหัวเขาและในท้ายที่สุด เขาก็เชื่อมต่อตัวเองเข้ากับระบบปาฏิหาริย์นั่น

เป็นไปได้ไหมว่าการต้องมารับบทเป็นพ่อให้กับเสี่ยวเฉินและต้องมานั่งอยู่ในอาคารเรียนดนตรีแบบนี้และได้รับแรงบันดาลใจจากการเล่นเปียโนของผู้ปกครองคนนั้นคือการผจญภัยในวันนี้?

เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถจดจำคำทำนายตอนเปิดระบบได้

อะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับการผจญภัยในวันนี้กัน?

เขาค่อย ๆ เริ่มจำเรื่องราวที่ผ่านมา ตั้งแต่เดินเข้ามาในล็อบบี้ เห็นคุณแม่ของชานชานกำลังเล่นเปียโน หลังจากที่เธอเล่นเสร็จแล้ว เธอได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีกรึงเปล่า?

คุณแม่ของชานชานบอกว่าเธอไม่ได้เล่นเปียโนมานานมากแล้ว ถ้าคนที่ไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนจะไม่มีทางรู้เลยว่าเธอเล่นเปียโนเป็น มันคล้ายกับเกาเทียนกับหลัวเหลาเหม่ยนา ถึงแม้จะไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้แต่พวกเธอก็ที่มีทักษะด้านเปียโนถึงระดับสิบหรือว่า…คนร้ายอาจจะรู้จักพวกเธอมานานแล้วหลายปี ไม่เช่นนั้นคนร้ายจะรู้ได้อย่างไรว่าเธอเล่นเปียโนได้?

‘คนร้ายอาจจะเป็นศัตรูของพวกเธอมาอย่างยาวนานแล้วก็ได้แต่เดี๋ยวก่อนนะ’

ทันใดนั้น จู่ ๆ จ้าวหยู่ก็รู้สึกจับจุดสำคัญได้บางอย่างเหยื่อ ทั้งสามรายไม่เคยเรียนเปียโนที่เดียวกันหรือรู้จักกันมาก่อนก็จริงแต่มีอยู่ที่ ๆ หนึ่ง ที่ทั้งสามสามารถเจอกันได้!

“จริงสิ!” จ้าวหยู่จำคำพูดของคุณแม่ของชานชานได้ว่า

‘ฉันยังคงจำเรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อนได้อยู่เลยนะคะ ตอนที่ฉันแข่งขันเปียโนและเกือบจะได้รับคัดเลือกไปยังโรงเรียนดนตรีที่เมืองหลวง’

 

“ใช่แล้ว!” ทันใดนั้นร่างกายจ้าวหยู่ก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงระหว่างคนร้าย เหยื่อและเปียโนก็คือการ

แข่งขันนี่เอง!!”

ทั้งสามต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเปียโนที่มาจากเมืองเดียวกันและอายุก็ใกล้ ๆ เคียงกัน พวกเขาอาจจะเคยได้เข้าร่วมการแข่งขันเปียโนที่งานเดียวกันมาก่อนแน่นอน!

“ใช่แล้ว มันต้องใช่เรื่องนี้แน่ ๆ ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้อีก” จ้าวหยู่ตัดสินว่าคนร้ายในคดีนี้ก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วยเช่นกัน! คนร้ายอาจจะเล่นได้ไม่ดีพอจนทำให้ตกรอบไป ทำให้เสียใจเป็นอย่างมาก เลยก่อคดีที่โหดร้ายแบบนี้ขึ้นเพื่อแก้แค้น!!

“หึ ลองคิดสภาพว่าไม่มีมือดูสิ จะเล่นเปียโนต่อไปได้อย่างไรกัน!” จ้าวหยู่ลองนึกภาพคนร้ายว่ากำลังพูดแบบนี้

เขารู้สึกมั่นใจในความคิดของเขามากขึ้นยิ่งไปอีกและเริ่มตื่นเต้นไปกับมัน

ถ้าคนร้ายและเหยื่อต่างมีอายุที่เท่า ๆ กันล่ะก็ ในเวลานั้น ทุกคนต่างอยู่ในวัยเด็ก คนร้ายเองก็เด็กเกินว่าจะมีแรงมาแก้แค้นอะไร

หลักจากเรื่องราวผ่านไปสิบกว่าปี ในที่สุดคนร้ายก็รู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถมากพอเลยเริ่มลงมือก่อคดีมือที่หายไป!

“ให้ตายสิ คนร้ายเสียใจแค่เพราะแพ้เปียโนเนี่ยนะ มันจะคุ้มค่าไหมเนี่ยกับสิ่งที่ทำลงไป”

จ้าวหยู่ยังคงคิดความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ แล้วตอนนั้นเองโทรศัพท์ของเขาก็ส่งเสียงดังขึ้น

เขาตั้งตารอคอยสายนี้มานาน เลยรีบหยิบมันออกมารับสายก่อนที่โทรศัพท์จะได้ส่งเสียงดังไปมากกว่านี้

“รุ่นพี่คะ รุ่นพี่!!” เสียงที่ฟังดูตื่นเต้นของหลี่เบ่ยหนีพูดออกมาจนจ้าวหยู่สามารถสัมผัสมันได้

“ฉัน..ฉันเจอมันแล้วค่ะ! เมื่อสิบแปดปีที่แล้ว ทั้งสามคนเข้าร่วมการแข่งขันเปียโนประจำปีที่สิบที่โรงเรียนฉินชานและการแข่งขันเปียโนครั้งนั้น พวกเธอทั้งสามคนมีชื่อติดอยู่ในผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยค่ะ!”

“มันต้องอย่างนี้สิ!” จ้าวหยู่ตบต้นขาตัวเองอย่างดังและเกือบกระโดดขึ้นด้วยความตื่นเต้นแต่เสียงของเขาดังจนเกินไป จนผู้ปกครองหันมาให้ความสนใจที่เขาอีกรอบ

“บอกฉันมาทีว่าในการแข่งขันครั้งนั้น ยังมีใครที่เข้าร่วมอีก” จ้าวหยู่ยังคงไม่สนใจใครตามเดิมและยังส่งเสียงดังต่อไป

“การแข่งขันครั้งนั้นมันจัดขึ้นเมื่อนานมากแล้วแต่ฉันกำลังตรวจสอบมันอยู่ ที่แน่ ๆ ก็คือ การแข่งขันครั้งนั้นถูกจัดขึ้นที่โรงเรียนฉินชานค่ะ”

เมื่อได้ยินหลี่เบ่ยหนีบอกว่าการแข่งขันครั้งนั้นจัดขึ้นที่โรงเรียนฉินชาน ตัวเขาราวกับถูกฟ้าผ่าลงมาทั้งตัว ตัวเขาเต็มไปด้วยความตกใจ

“มันบังเอิญอีกแล้ว เป็นไปได้ยังไงกัน...? แม่งโครตสุดยอดเลยว่ะ!!”

คำหยาบที่จ้าวหยู่เผลอพูดออกมาทำให้ผู้ปกครองต่างพากันตกใจ

“อาจไม่ใช่ความบังเอิญก็ได้นะคะ” หลี่เบ่ยหนีกล่าวอย่างตื่นเต้นโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว “รุ่นพี่ เรื่องการประกวดนี้ก็ผ่านมานานพอสมควร ฉันเองก็คงบอกข้อมูลทุกอย่างผ่านทางโทรศัพท์นี้ไม่ได้หมด ฉันคิดว่าคุณควรจะไปที่โรงเรียนฉินชานเพื่อตรวจสอบข้อมูลพวกนี้ดูเองนะคะ

ว่าแต่ตอนนี้รุ่นพี่อยู่ที่ไหนคะ?”

จบบทที่ CD บทที่ 25 คุณอยู่ที่ไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว