เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - การสลับมิติครั้งที่สอง

บทที่ 17 - การสลับมิติครั้งที่สอง

บทที่ 17 - การสลับมิติครั้งที่สอง


บทที่ 17 - การสลับมิติครั้งที่สอง

"ได้รับสิทธิ์หอคอยลอร์เรนระดับ 22 ยืนยันการเปิดสลับมิติครั้งที่สองหรือไม่?"

ได้ยินเสียงที่รอคอยมานาน ฟางอวี้ดีดตัวลุกจากเก้าอี้ทันที

ได้รับสิทธิ์ระดับ 22?

เขาเพิ่งเรียนคาถาครบ 6 บทเองนะ การสะสมพลังเวทยังไม่ครบเลย

หรือสิทธิ์ของหอคอยลอร์เรนจะไม่เกี่ยวกับระดับนักเวท?

ฟางอวี้สังเกตเห็นสองจุด: หนึ่ง เสียงในทะเลแห่งสติพูดว่าสิทธิ์ของ "หอคอยลอร์เรน" ไม่ใช่สิทธิ์ของ "ลูกบาศก์" สอง เสียงนั้นใช้คำว่า "สลับ" (Switch) ไม่ใช่ "วาร์ป" (Teleport)

ลองคิดดูดีๆ ตอนกลับมาจากไอ้หอคอยลอร์เรนอะไรนั่นสู่โลกความจริง เสียงนั้นก็ใช้คำว่า "สลับ" เหมือนกัน

สลับอะไร?

ฟางอวี้ยังไม่กดเลือก แต่คว้ากระเป๋ากีฬามาใบหนึ่ง ยัดหนังสือสามเล่มนั้นลงไป ใส่กระบอกน้ำสปอร์ตขนาดลิตรครึ่งที่เติมเครื่องดื่มเกลือแร่จนเต็ม และเนื้อตากแห้งอีกสองชั่ง

หนังสือสามเล่มนี้เขาถ่ายรูปสแกนเป็นไฟล์ดิจิทัลไว้หมดแล้ว การ "สลับ" ครั้งนี้ถ้าเป็นการกลับไปที่หอคอยลอร์เรนนั่นอีก จะได้เอาหนังสือไปคืน แล้วดูว่าจะยืมเล่มใหม่ได้ไหม

จากนั้น ฟางอวี้ก็หยิบ iPod Touch ที่วางทิ้งไว้นานออกมา เอาพาวเวอร์แบงก์หมื่นมิลลิแอมป์ใส่กระเป๋าไปด้วย

สุดท้าย ฟางอวี้ลังเลครู่หนึ่ง ตัดสินใจกลับไปที่หอพัก รื้อต่างหูเพชรยี่ห้อ TSL (Xie Rui Lin) คู่นึงออกมาจากตู้ แต่ละข้างประดับเพชร 30 ตังค์ (0.3 กะรัต) เจียระไนแบบ 3EX (Excellent)

ช่วยไม่ได้ ไม่เคยซื้อเพชรร่วงมาก่อน เลยต้องยอมเป็นหมูให้เขาเชือดอีกรอบ กลับมาคราวนี้ ต้องหาแหล่งซื้อเพชรร่วงไว้บ้างแล้ว กันไว้ดีกว่าแก้

เพชรร่วง 10 ตังค์เกรดทั่วไปราคาไม่กี่ร้อย เกรดดีหน่อยก็พันนิดๆ 30 ตังค์ตอนนี้ก็สองสามพัน ราคาต่างหูคู่นี้ซื้อเพชรร่วงขนาดเท่ากันได้เจ็ดแปดเม็ด

ได้ยินว่าแถวอวี้โจว (เหอหนาน) ตอนนี้มีโรงงานผลิตเพชรสังเคราะห์เกรดจิวเวลรี่ได้จำนวนมากแล้ว ต้องลองตามข่าวดู ในเมื่อเพชรในหอคอยลอร์เรนถูกเรียกว่า "ผลึกเวท" อนาคตคงต้องใช้เยอะ การลดต้นทุนเป็นสิ่งจำเป็น

ไม่รู้ว่าหน้าจอแสงนั่นจะรับเพชรสังเคราะห์ไหม

ยังไงก็ต้องหาทางหาเงิน

ฟางอวี้เก็บต่างหูสองข้างใส่กระเป๋ากางเกง เฮ้อ เดิมทีตั้งใจจะให้เป็นของขวัญวันเกิดวังเสี่ยวหย่าวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ตอนนี้เอามาแก้ขัดก่อน ไม่แน่อาจจะไม่ได้ใช้ก็ได้

กลับมาที่เหวินฮุ่ยการ์เดน ฟางอวี้ล็อกประตูห้อง รูดม่านปิด เปิดไฟทุกดวง สะพายกระเป๋ากีฬาตุงๆ ไว้บนหลัง มือซ้ายจับจักรยานพับ มือขวาจับพนักโซฟา

"ยืนยันการสลับ" ฟางอวี้สูดหายใจลึก ตัดสินใจเลือกอย่างใจเย็น

เหมือนกับการข้ามมิติครั้งที่แล้วที่ไร้ความรู้สึก เพียงวูบเดียว ไม่มีอาการวิงเวียน ไม่มีอุโมงค์แสงสีตระการตา ภาพรอบตัวเปลี่ยนไป ฟางอวี้มายืนอยู่กลางโถงใหญ่ของมหาหอคอยแล้ว

หอคอยลอร์เรน น่าจะเป็นชื่อของมหาหอคอยแห่งนี้

ฟางอวี้ค่อนข้างมั่นใจว่าเสียงที่ดังในหัวต้องเกี่ยวข้องกับลูกบาศก์ น่าจะเป็นเสียงจากลูกบาศก์นั่นแหละ

ฟางอวี้กลั้นหายใจเข้าสู่ทะเลแห่งสติ ลูกบาศก์ยังคงหมุนช้าๆ อยู่ในนั้น และเหนือลูกบาศก์ มีตัวเลขนับถอยหลังลอยอยู่ 07:58:22, 07:58:21...

ตัวเลขนับถอยหลังนี่หมายความว่าเขาอยู่ที่นี่ได้แปดชั่วโมงเหรอ? ฟางอวี้เดาในใจ

ตรวจสอบข้าวของติดตัว

เสื้อผ้าครบ ต่างหูในกระเป๋ากางเกงไม่หาย กระเป๋าเป้และของข้างในอยู่ครบ จักรยานพับในมือซ้ายกางออกขี่ได้ปกติ

นี่แสดงว่าเขาสามารถนำสิ่งของเข้ามาในหอคอยลอร์เรนได้

แต่โซฟาที่มือขวาจับพนักไว้นั้น ไม่ได้ตามมาด้วย

อย่างนี้นี่เอง

ถ้าข้อสันนิษฐานของเขาไม่ผิด กระบวนการ "สลับ" สามารถนำสิ่งของติดตัวมาได้ โดยขอบเขตของสิ่งที่นำมาได้คือ "สิ่งที่อยู่ในการควบคุมของตนเอง"

ชัดเจนว่า คำว่า "อยู่ในการควบคุม" ในกฎการสลับ ถูกกำหนดโดย "สามัญสำนึก"

กระเป๋าเป้ จักรยาน ต่างหูในกระเป๋า ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถ "ควบคุม" (พกพา/ถือ) ได้ตามสามัญสำนึก

ส่วนโซฟา ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามปกติ ต่อให้มือขวาจะจับพนักไว้ ตอน "สลับ" โซฟาก็จะไม่ตามมาที่หอคอยลอร์เรน

กระบวนการ "กลับคืน" ก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกัน

คราวหน้าลองยกโซฟาขึ้นมาดู

ภาพรอบตัวเหมือนกับเมื่อสามวันที่แล้วตอนเขาเพิ่งมาถึงไม่มีผิดเพี้ยน ฟางอวี้หยิบ iPod Touch ออกมา เสียบพาวเวอร์แบงก์ เปิดเครื่อง ตั้งเวลา แล้ววางทั้งสองอย่างไว้กลางโถง

หน้าจอแสงนับไม่ถ้วนในโถงยังคงกะพริบ ฟางอวี้ทาบฝ่ามือลงบนจอหนึ่ง

TR ปี 17328 เดือน 3 วันที่ 21...

คราวที่แล้วก็เหมือนจะเป็นวันนี้ ระบบเสียหรือเปล่า? หรือว่าตอนที่เขาไม่อยู่ เวลาที่นี่หยุดเดิน?

หรือว่าเวลาที่นี่เดินช้ามาก สามวันในโลกสีน้ำเงิน อาจเป็นแค่ไม่กี่นาทีที่นี่?

ฟางอวี้มองดู iPod Touch กลางโถง คราวนี้เขาตั้งใจจะทิ้งเจ้านี่ไว้ที่นี่ คราวหน้ามาค่อยดูว่าเวลาเปลี่ยนไปไหม

"ยืนยันสิทธิ์ระดับ 22 กำลังแสดงรายการบริการตามสิทธิ์"

เป็นไปตามคาด สิทธิ์เพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ บนหน้าจอก็มีบริการใหม่โผล่ขึ้นมา

"หอสมุด"

"การตอบคำถามแบบเก็บเงินของศาสตราจารย์ยอร์ซ"

"การตอบคำถามแบบเก็บเงินของศาสตราจารย์ยอร์ซ? ในหอคอยนี้ยังมีคนเป็นๆ อยู่เหรอ?" ฟางอวี้มองไปรอบๆ จู่ๆ ก็รู้สึกขนลุกซู่

ไม่สิ ไม่น่าจะมี

ภาพนิมิตที่ลูกบาศก์ฉายให้ดู ในหอคอยลอร์เรนนี้เคยมีนักเวทอาศัยอยู่อย่างน้อยหลายหมื่นคน แต่ตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่เงา ทั้งเมืองในหอคอย และซากปรักหักพังข้างนอก ดูเหมือนจะบอกใบ้ว่าที่นี่ประสบหายนะล้างโลก ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหลงเหลือ

งั้น การตอบคำถามของศาสตราจารย์ยอร์ซ ก็น่าจะเป็นบริการสำหรับนักเวทระดับต่ำที่เคยมีอยู่ก่อนการล่มสลาย

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็น่าเสียดายแย่ อุตส่าห์อัปเกรดเป็นระดับ 22 มีบริการเพิ่มมาแค่อย่างเดียว แถมยังใช้ไม่ได้อีก

เหมือนปล้นเพจเจอร์มาสองพันเครื่องดองไว้ โดนจับติดคุกสิบปี ออกมาหวังจะขายเพจเจอร์รวยเละ แต่พบว่าแม้แต่ศูนย์บริการยังเจ๊งไปแล้ว

ฟางอวี้ถอนหายใจ จิ้มไปที่หอสมุดก่อน

ในหน้าหอสมุด นอกจากปุ่มยืมอ่านแล้ว มีปุ่มคืนหนังสือเพิ่มขึ้นมา

ฟางอวี้กดคืนหนังสือ ผนังหลังหน้าจอส่งเสียงครืนคราน ช่องมืดๆ ปรากฏขึ้น

ฟางอวี้หยิบหนังสือสามเล่มออกจากกระเป๋า โยนกลับเข้าไปในช่อง หน้าจอก็ขึ้นตัวเลือกให้ยืมต่อหรือคืนเงินมัดจำ

ฟางอวี้เลือกยืมต่อ เลื่อนดูเมนูอยู่นาน ก็ต้องผิดหวังที่พบว่าแม้สิทธิ์จะเพิ่มขึ้น แต่หนังสือที่เลือกได้ก็ยังเป็นชุดเดิม ไม่มีเล่มใหม่เพิ่มขึ้นมา

โควตายืมหนังสือสูงสุดก็ยังเป็นสามเล่ม ไม่เพิ่มขึ้น

《ปรุงยาศาสตร์ (1)》

《กำแพงแห่งเจตจำนง: บทวิเคราะห์วิชาฝึกฝนบัฟฟิริต》

《บทนำสกุลวิชาเสริมพลัง (Enchantment)》

ฟางอวี้เลือกหนังสือสามเล่มนี้ กดยืนยัน สักพัก ช่องผนังหลังหน้าจอก็เปิดออกอีกครั้ง หนังสือสามเล่มถูกพลังที่มองไม่เห็นโยนมาที่เท้าฟางอวี้

ฟางอวี้เปิด "ปรุงยาศาสตร์ (1)" หยิบมือถือออกมาเตรียมถ่ายรูปทีละหน้า

ฟางอวี้มองหน้าจอมือถือด้วยความงุนงง "ทำไมถ่ายออกมาภาพลายพร้อยแบบนี้?"

รูปในจอเต็มไปด้วยลายเส้นบิดเบี้ยวคล้ายลายมัวเร (Moiré Pattern) พอจะมองออกว่าเป็นรูปหนังสือ แต่จะอ่านตัวอักษรบนนั้น หมดสิทธิ์

ชัดเจนว่าหนังสือสามเล่มก่อนหน้านี้ถ่ายที่ต้าโจวได้ปกติ

ฟางอวี้เปิดอัลบั้มรูป หารูปหนังสือ "ปฐมบทแห่งศาสตร์ลี้ลับ" ที่ถ่ายในหอพัก ก็ชัดแจ๋ว ไม่มีส่วนไหนไม่ชัด

หรือกล้องมือถือพัง?

ฟางอวี้วิ่งไปกลางโถง หยิบ iPod Touch ที่วางทิ้งไว้ เปิดกล้อง ถ่ายรูปไปรอบๆ

รูปที่ออกมา ก็ยังเต็มไปด้วยลายมัวเรเป็นวงๆ

หรือว่าที่นี่มีคลื่นรบกวนบางอย่าง?

ฟางอวี้คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเก็บหนังสือสามเล่มลงกระเป๋าเป้

เดิมทีตั้งใจจะถ่ายรูปสามเล่มเสร็จ แล้วยืมต่ออีกสามเล่ม กะว่าจะใช้เวลาแปดชั่วโมงวันนี้ถ่ายรูปหนังสือตามสิทธิ์ให้หมด ดูท่าจะทำไม่ได้ซะแล้ว

ฟางอวี้เดาะลิ้นอย่างเสียดาย เอาเถอะ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ลองสำรวจดูหน่อยซิว่าหอคอยลอร์เรนนี้ยังมีอะไรอีก

โถงใหญ่ว่างเปล่า มองปราดเดียวก็ทั่ว นอกจากทางเดินยาวที่เชื่อมต่อกับภายนอก ก็ไม่มีทางเข้าออกอื่น ฟางอวี้เดินวนรอบหนึ่ง ไม่พบอะไรน่าสนใจ เลยขี่จักรยาน เตรียมออกไปดูเมืองในหอคอยข้างนอกทางเดินนั่นอีกครั้ง

คราวที่แล้วเขาเหนื่อยแทบขาดใจ เดินโซซัดโซเซเข้ามาในโถง ไม่ได้สำรวจเมืองในหอคอยอย่างละเอียด คราวนี้เสบียงพร้อม ต้องดูหน่อยว่าในเมืองนี้มีของมีค่าอะไรไหม

ฟางอวี้ขี่จักรยานผ่านทางเดินยาว ออกมาเจอแสงแดดจ้าอีกครั้ง

ฟางอวี้หยิบมือถือถ่ายรูปเมืองข้างนอก ก็ยังไม่ชัดเหมือนเดิม

ดูท่าตราบใดที่อยู่ในเขตหอคอยลอร์เรน จะมีคลื่นรบกวนแบบนี้ตลอด

ฟางอวี้เลิกคิดเรื่องกินรวบคำโต ขี่จักรยานกินลมชมวิวไปตามถนนของเมืองที่ดูเหมือนโลกอนาคต

อาคารทุกหลังในเมืองยังคงถูกปกป้องด้วยพลังงานที่มองไม่เห็น เข้าไปไม่ได้

ฟางอวี้เดาว่านี่คงเป็นระบบรักษาความปลอดภัยคล้ายคีย์การ์ด ต้องมีสิทธิ์ที่สอดคล้องกันถึงจะเข้าได้

ฟางอวี้ไม่รีบร้อน ลองเข้าดูทุกตึก เผื่อฟลุคเจอตึกที่ไม่ได้ล็อก จะได้ย่องเบาสักหน่อย

ฟางอวี้ขี่รถวนไปวนมาอยู่สามสี่ชั่วโมง เหนื่อยก็หยุดดื่มน้ำกินเนื้อตากแห้ง เมืองในหอคอยนี้พื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็เกือบยี่สิบตารางกิโลเมตร พอๆ กับเขตเล็กๆ ในเมืองไห่ซี

ฟางอวี้แวะๆ หยุดๆ เจออะไรแปลกตาก็เข้าไปดู สี่ชั่วโมงสำรวจไปได้ไม่ถึงหนึ่งในสาม

ต้องชมว่าสาธารณูปโภคครบครันจริงๆ ทุกๆ สองสามร้อยเมตรจะมีห้องน้ำสาธารณะ

ดูจากรูปลักษณ์อาคาร เมืองนี้น่าจะมีการแบ่งโซน โดยมีเสาหอคอยตรงกลางเป็นจุดศูนย์กลาง แบ่งออกเป็นหกโซน แต่ละโซนฟังก์ชันการใช้งานต่างกัน

"เอ๊ะ? จอที่ตู้ใบนี้ทำไมสว่างอยู่?" ฟางอวี้จอดรถ ริมถนนมีตู้โลหะสีทองเหลืองตั้งอยู่ ด้านหน้าตู้มีหน้าจอแสงคล้ายกับในโถงกลม และแผงควบคุมที่มีคันโยกและปุ่มกด บนหน้าจอมีรูปขวดทรงต่างๆ

ก่อนหน้านี้เขาก็เห็นตู้แบบนี้ริมถนนหลายตู้ เข้าไปดูก็ไม่เห็นมีอะไร แต่ตู้ใบนี้ต่างออกไป หน้าจอแสงมันสว่างอยู่

"น้ำยารักษา 1 วงแหวน, น้ำยาวิริยะ 1 วงแหวน, น้ำยาปัญญา 1 วงแหวน, น้ำยาพละกำลัง 1 วงแหวน, น้ำยาความเร็ว 1 วงแหวน, น้ำยามานา 1 วงแหวน, น้ำยาปรับตัวตามสภาพแวดล้อม, น้ำยาเติบโต, กรดเข้มข้น, น้ำยาหายใจใต้น้ำ, น้ำมันลื่นไหล, น้ำมันอีเธอร์, น้ำมันคมกริบ..."

ฟางอวี้ลองโยกคันโยก เคอร์เซอร์บนหน้าจอก็เลื่อนตาม ฟางอวี้ตาลุกวาว โยกคันโยกเลือกน้ำยาปัญญา แล้วตบปุ่มตกลงบนแผงควบคุม

"ราคา 55 จินบราวน์ (Golden Brown) โปรดชำระที่ช่องหยอดเหรียญ" ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบ

ตู้ขายของอัตโนมัติจริงๆ ด้วย!

สมเป็นอารยธรรมเวทมนตร์ขั้นสูง น้ำยาวิเศษพวกนี้วางขายในตู้กดข้างทางเฉยเลย

จินบราวน์คืออะไร? ที่นี่ไม่ได้ใช้เพชรเป็นเงินตราเหรอ?

ฟางอวี้ลังเลครู่หนึ่ง ล้วงต่างหูข้างหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แกะเพชรบนนั้นออก หยอดลงไปในช่อง

หน้าจอแสดงข้อความ: "ชำระแล้ว 5.13 ผลึกเวท โปรดรอสักครู่"

5.13 ผลึกเวท? เพชร 10 ตังค์เท่ากับ 1 ผลึกเวท เพชรเม็ดนี้ 30 ตังค์ ตู้ตีค่าให้ 5 ผลึกเวท ดูเหมือนที่นี่เพชรยิ่งเม็ดยิ่งใหญ่ยิ่งมีค่าทวีคูณเหมือนกัน

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 17 - การสลับมิติครั้งที่สอง

คัดลอกลิงก์แล้ว