- หน้าแรก
- ยินดีต้อนรับสู่เมืองร้างของผม
- บทที่ 28 การสร้างคอนเนคชั่นเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 28 การสร้างคอนเนคชั่นเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 28 การสร้างคอนเนคชั่นเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 28 การสร้างคอนเนคชั่นเริ่มต้นขึ้น
“พี่ฝาน!”
เมื่อได้สติ สวีสิงก็รีบรับโทรศัพท์
ที่แท้คนที่โทรมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นฝานเทียนที่เคยมาตั้งแคมป์ที่นี่และทิ้งเงินไว้ให้สองร้อยเหรียญ
เช่นนี้แล้ว ก็ไม่แปลกใจที่สวีสิงจะประหลาดใจ
“เสี่ยวสวี ตอนนี้ยุ่งอยู่หรือเปล่า?”
วินาทีต่อมา เสียงหัวเราะร่าเริงของฝานเทียนก็ดังออกมาจากโทรศัพท์
“ไม่ครับ พี่ก็รู้ว่าทางผมจริง ๆ แล้วไม่มีอะไรทำ” สวีสิงตอบไปลอย ๆ
“ดีเลย! น้องชาย นายยอดเยี่ยมจริง ๆ! ไม่คิดเลยว่านายจะเคยเรียนหมอมาก่อน! ยิ่งไม่คิดเลยว่าเมื่อคืนนายจะช่วยนักเดินป่าได้อีกคน...” ฝานเทียนหัวเราะอีกครั้ง
“หา? พี่ฝาน... พี่รู้ได้ยังไงครับ...”
“ตอนนี้ในกลุ่มนักปั่นข่าวแพร่ไปทั่วแล้ว มีเพื่อนนักปั่นหลายคนส่งข้อความส่วนตัวมาหา บอกว่าโชคดีที่ฉันแชร์ตำแหน่งของนายในกลุ่มได้ทันเวลาพอดี ทำเอาฉันเขินไปเลย
คนช่วยคือนาย ไม่ได้เกี่ยวกับฉันเลยสักนิด”
ถึงแม้จะพูดอย่างนั้น แต่ก็ฟังออกว่าฝานเทียนดีใจจริง ๆ
“พี่ฝานครับ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ผมหรอกครับ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกพี่หลงพาคนมา คนคนนั้นคงไม่รอดแล้ว” สวีสิงรีบพูดต่อ
อันที่จริง สำหรับการช่วยชีวิตครั้งนี้ เขาคิดมาตลอดว่าพวกหวังหลงต่างหากคือคนที่ช่วยชีวิตอย่างแท้จริง เพียงแต่บังเอิญมาเจอเขาเท่านั้น
“ไม่ต้องถ่อมตัวกันแล้ว! ทั้งนายและพวกเสี่ยวหวังต่างก็ยอดเยี่ยม!”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง ฝานเทียนก็พูดต่อ
“เสี่ยวสวี คืออย่างนี้นะ เมื่อเช้านี้ตอนที่ฉันอยู่ที่เมืองจิ่วเก๋อ ฉันสั่งห้องน้ำเคลื่อนที่ส่งไปให้นายหนึ่งหลัง คาดว่าน่าจะไปส่งถึงประมาณเที่ยงวันพรุ่งนี้ ถึงตอนนั้นนายช่วยรับของด้วยนะ”
“หา? ห้องน้ำเคลื่อนที่เหรอครับ?” สวีสิงตกตะลึง
เขาคิดว่าเหล่าฝานโทรมาก็เพราะเห็นข้อความที่หวังหลงส่งในกลุ่มเลยโทรมาคุยเล่นสองสามคำ แต่ผลคือ... กลับสั่งห้องน้ำให้จากเมืองจิ่วเก๋อ!
ที่สำคัญที่สุดคือทางนี้กำลังจะสร้างห้องน้ำพอดี มันช่างบังเอิญเกินไปแล้ว
ทว่าในขณะที่สวีสิงได้สติและกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เสียงของฝานเทียนก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“เสี่ยวสวี อย่าเพิ่งคิดจะปฏิเสธหรือโอนเงินมาให้ฉันนะ ฟังฉันพูดให้จบก่อน! ถ้าปกติที่นั่นมีแค่นายอยู่คนเดียว จะมีห้องน้ำหรือไม่มีก็ไม่เป็นไร
แต่เพราะฉันเป็นต้นเหตุ ตอนแรกก็มีพวกเสี่ยวหวัง ต่อไปคาดว่าคงจะมีเพื่อนนักปั่นอีกไม่น้อยไปเมืองของนาย
พูดตามตรงนะ มันสร้างความลำบากและความไม่สะดวกให้นายไม่น้อยเลย
โดยเฉพาะเมื่อวานในกลุ่มของเสี่ยวหวังมีผู้หญิงอยู่ด้วย ฉันก็เลยคิดว่าเรื่องเข้าห้องน้ำคงจะเป็นปัญหา
ดังนั้น ห้องน้ำหลังนี้ก็ถือซะว่าเป็นคำขอโทษจากฉันแล้วกัน!”
“พี่ฝานครับ ผม...” สวีสิงถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เมื่อสักครู่เขาคิดจะปฏิเสธโดยตรงหรือโอนเงินค่าห้องน้ำเคลื่อนที่ไปให้ฝานเทียน ต่อให้ตอนนี้เงินในบัญชีไม่พอ ก็ต้องถามราคาให้แน่ชัดก่อน
แต่ผลคือถูกคำพูดของฝานเทียนขวางไว้จนพูดอะไรไม่ออก
“เอาล่ะ เสี่ยวสวี ฉันกำลังจะผ่านจุดตรวจความปลอดภัยแล้ว คุยกับนายมากไม่ได้แล้วนะ ก็ยังเป็นคำพูดเดิม! ถ้านายมาเมืองเยี่ยนเมื่อไหร่ต้องโทรมานะ พี่ฝานคนนี้จะเลี้ยงนายเอง” ตอนนั้น ฝานเทียนก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ ครั้งนี้ก็ขอบคุณในความหวังดีของพี่นะครับ ไว้ไปถึงเมืองเยี่ยนแล้วผมจะเลี้ยงข้าวพี่”
เมื่อพูดกันถึงขั้นนี้แล้ว หากสวีสิงปฏิเสธอีกก็จะดูห่างเหินเกินไป เมื่อคิดดูแล้ว เขาจึงถือว่ารับห้องน้ำเคลื่อนที่หลังนี้ไว้อย่างเป็นทางการ ไว้เจอเหล่าฝานคราวหน้าค่อยขอบคุณดี ๆ ก็แล้วกัน
“ได้! งั้นเราไว้เจอกันที่เมืองเยี่ยนนะ”
หลังจากวางสาย สวีสิงก็จ้องมองหน้าจอที่ดับไปแล้วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือกลับเข้ากระเป๋า
“เหล่าฝานนี่มีคุณธรรมจริง ๆ แถมยังใส่ใจในรายละเอียดมาก คนแบบนี้ความสำเร็จต้องไม่ธรรมดาแน่ อย่างน้อยก็ต้องเป็นเถ้าแก่ที่มีฐานะไม่ธรรมดาคนหนึ่ง ส่วนหวังหลง... ก็คงไม่ใช่เศรษฐีรุ่นสองธรรมดา ๆ แน่”
สวีสิงพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้มลงมองถุงมือในมืออีกครั้ง
ในเมื่อมีห้องน้ำเคลื่อนที่แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเข้าห้องน้ำตอนฝนตกไปอีกพักหนึ่ง และอีกนานก็ยังไม่ต้องสร้างห้องน้ำใหม่
“ไม่ต้องสร้างห้องน้ำแล้ว งั้นก็ถือโอกาสตอนที่ฝนยังไม่ตก ไปหาแต้มสะสมในซากปรักหักพังให้ได้เยอะ ๆ เผื่อไว้ก่อนดีกว่า! ถ้าคาดการณ์ไม่ผิด คืนนี้คุณลุงหลิวกลับมาไม่ทันแน่นอน...”
หลังจากนั้น สวีสิงก็มาที่ห้องครัว หยิบเครื่องมือ ล็อกประตูห้องทุกบาน แล้วมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ด้านเหนือของซากปรักหักพังอีกครั้ง
ไม่นานนัก เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ห่างหายไปนานก็ดังขึ้นข้างหูของสวีสิง
“ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ค้นพบไม้ที่สามารถนำไปสะสมแต้มได้ ต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่?”
…
เมืองจิ่วเก๋อเป็นเมืองระดับจังหวัดที่อยู่ทางตะวันตกสุดของมณฑลซู่ชิง แม้ว่าจะมีพื้นที่ใหญ่กว่าเทศบาลนครแห่งหนึ่งทางตะวันออกมาก แต่จำนวนประชากรกลับไม่มากนัก รวมอำเภอต่าง ๆ แล้วก็มีประมาณสองล้านห้าแสนคนเท่านั้น
แน่นอนว่า สถานะของอำเภออาไซ่ในเมืองจิ่วเก๋อนั้นต่ำที่สุด โดยพื้นฐานแล้วก็แค่มีชื่ออยู่เท่านั้น
ในขณะนี้ ณ ย่านใจกลางเมือง โรงแรมสี่ดาวแห่งหนึ่ง หลิวหนิงกำลังสวมรองเท้าแตะยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองดูการจราจรที่ขวักไขว่ข้างนอกอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงหันกลับมามองข้างหลัง
“ดูเหมือนพยากรณ์อากาศจะแม่นนะ! ตอนเช้าฟ้ายังใสอยู่เลย ตอนนี้กลับครึ้มฟ้าครึ้มฝนแล้ว”
“อืม! ในพยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะเริ่มตกมะรืนนี้” เหอซานพยักหน้า
“งั้นก็ดี ไม่รู้ว่าสองวันนี้สวีสิงทำอะไรอยู่ ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าฝนจะตกนานหน่อย แล้วจะได้พาสวีสิงกลับไปอย่างราบรื่น” หลิวหนิงถอนหายใจแล้วพูดต่อ
ไม่รู้ทำไม ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเมืองจิ่วเก๋อ แต่ในใจกลับไม่ค่อยสงบ โดยเฉพาะทุกครั้งที่ได้รับโทรศัพท์จากสวีหล่าง ก็จะรู้สึกผิดในใจอย่างบอกไม่ถูก
“เขาจะไปทำอะไรได้? ทุกวันก็คงมีแค่ทำกับข้าวแล้วก็นอน! ไม่แน่ว่าตอนนี้อาจจะเบื่อชีวิตที่นั่นแล้วก็ได้! ยิ่งฝนตกด้วยแล้ว...” เมื่อพูดถึงสวีสิง เหอซานก็ส่ายหน้าอย่างมั่นใจ
ถ้าบอกว่าสวีสิงมาถึงเมืองจิ่วเก๋อ เขาก็คิดว่ายังพอจะอยู่ต่อไปได้ ถึงแม้ว่าที่นี่จะเทียบไม่ได้กับเมืองท่าเลย แต่ก็มีครบทุกอย่าง อย่างน้อยก็มีที่กินที่ดื่มที่เที่ยว
แล้วดูสิว่าที่นั่นมีอะไรบ้าง?
แม้แต่ขี้แกะสักก้อนยังไม่เห็นเลย ถ้าอยู่ไปนาน ๆ ไม่มีคนคุยด้วย อาจกลายเป็นโรคพูดไม่ได้ขึ้นมาก็เป็นไปได้
สองวันนี้กิจกรรมบันเทิงเดียวที่เขานึกออกว่าสวีสิงทำได้ ก็คงเป็นการซ่อนตัวเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ในกระท่อมคนเดียว
บางครั้งเขาถึงกับคิดว่าไม่แน่ตอนนี้สวีสิงอาจจะทนไม่ไหวแล้วก็ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะมาถึงเมืองจิ่วเก๋อแล้ว เขาอยากจะกลับไปดูสถานการณ์ที่นั่นจริงๆ
“ก็ได้! แต่ว่านะ พรุ่งนี้เราถือโอกาสตอนที่ฝนยังไม่ตกไปซื้อของกันหน่อย รอฟ้าใสเมื่อไหร่ก็ไปรับคนที่นั่น”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง หลิวหนิงก็พูดต่อ
“หา? ยังจะซื้อของอีกเหรอ? ก่อนหน้านี้เราก็เก็บไว้ที่นั่นบ้างแล้วไม่ใช่เหรอครับ? แล้วอีกอย่างครั้งนี้ไปก็น่าจะรับคนกลับมาได้แล้ว” เหอซานชะงักไป
“ฉันรู้! ก็ซื้อน้อยหน่อย เผื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นระหว่างทาง! ยังไงซะที่นี่ก็ห่างจากซากปรักหักพังนั่นตั้งห้าร้อยกว่ากิโลเมตร” หลิวหนิงพูดต่อ
“งั้นก็ได้ พรุ่งนี้ผมจัดการเอง ซื้อขนมปังกับอาหารอุ่นร้อนได้เลยก็พอ”
“อืม!”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็หกโมงเย็นแล้ว
ในขณะที่พวกหลิวหนิงกำลังวางแผนที่จะซื้อของเล็กน้อย ที่อำเภออาไซ่ หลิวหมิงก็ได้มาปรากฏตัวอยู่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวบนถนนแล้ว
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จเขาก็ออกจากหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็ง
อย่าดูถูกระยะทางแค่หนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรจากหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งไปยังอำเภออาไซ่ สภาพถนนของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 215 ไม่ดีเลย รถโคลงเคลงมาตลอดทาง จนกระทั่งถึงตัวอำเภอก็ปาเข้าไปห้าโมงเย็นกว่าแล้ว
เขาไปจองโรงแรมที่ถนนสายตะวันออกของตัวอำเภอก่อน จัดการเรื่องรถกระบะให้เรียบร้อยแล้วจึงมาปรากฏตัวที่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ต
……….……….……….……….
ผู้แปล: ชื่อก็คล้ายกันเกิ๊น ทุกคนอย่าสับสนนะ ;-;