- หน้าแรก
- ยินดีต้อนรับสู่เมืองร้างของผม
- บทที่ 12 ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็คงต้องใช้วิธีพิเศษเสียหน่อย
บทที่ 12 ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็คงต้องใช้วิธีพิเศษเสียหน่อย
บทที่ 12 ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็คงต้องใช้วิธีพิเศษเสียหน่อย
บทที่ 12 ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็คงต้องใช้วิธีพิเศษเสียหน่อย
“เตาดิน!”
เมื่อได้ยินสิ่งที่หลิวหนิงพูด ทั้งสามคนก็ตกตะลึงอยู่ตรงนั้นทันที
ความหมายของการที่สวีสิงก่อเตาดินนั้นชัดเจนยิ่งกว่าอะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อทำอาหาร แล้วจะก่อเตาไปทำไม?
“พี่หลิว พี่แน่ใจนะว่าเขากำลังก่อเตาดิน? ไม่ใช่ทำอย่างอื่น?”
เมื่อได้สติ เหอซานก็อดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง
สองวันนี้การที่สวีสิงกินขนมปังอัดแท่งกลายเป็นความหวังให้พวกเขายืนหยัดต่อไปได้ แต่ตอนนี้การก่อเตาดินกลับหมายความว่าสวีสิงกำลังจะก่อไฟทำอาหาร!
บวกกับบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาด ๆ แล้วแบบนี้จะทำยังไงต่อดี?
“ตอนนี้เตาดินใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เจ้าเด็กนั่นกำลังลองหม้ออยู่ จะผิดได้ยังไง!”
ตุ้บ!
อาจเป็นเพราะได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจไม่น้อย หลิวหนิงจึงไม่ได้ใช้กำแพงเป็นที่ยันตัว แต่กระโดดลงมาจากขอบกำแพงโดยตรง
“ผมขอดูหน่อย”
เหอซานรับกล้องส่องทางไกลแล้วปีนขึ้นไปบนซากกำแพงทันที
ไม่กี่นาทีต่อมา เหอซานก็กระโดดลงมาจากซากกำแพงตามมา ทั้งหมดนิ่งเงียบไปนาน
จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานพอสมควร เหอซานจึงทำลายความเงียบขึ้น “พี่หลิว คราวนี้จะทำยังไงดีครับ? เสบียงของเราเหลือพอแค่สองวัน สู้กับสวีสิงไม่ไหวแน่นอน เจ้าเด็กนั่นต่อให้อยู่ไปอีกสิบวันหรือครึ่งเดือนก็ไม่มีปัญหา”
“เอาอย่างนี้ ฉันจะโทรหาท่านประธานก่อน”
หลิวหนิงเดินไปเดินมา คิดอยู่นาน จึงหันไปมองเหอซาน
ตอนนี้มีคำถามมากมายที่ต้องถามให้กระจ่าง ถึงขนาดที่ตอนเห็นสวีสิงก่อเตาดินก็รู้สึกเหมือนถูกหลอกเลยทีเดียว
ถ้ารู้แต่แรกว่าสวีสิงซ่อมบ้านเป็นแล้วยังก่อเตาดินได้อีก เขาก็ไม่ควรอาสามารับงานนี้เลย
“ครับ!” ทั้งสามคนได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าทันที
จริง ๆ แล้วตอนนี้พวกเขาก็อยากฟังเหมือนกันว่าทางนั้นจะว่าอย่างไร
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด...
เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่มีความเห็นอะไร หลิวหนิงก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาท่านประธานสวีหล่างทันที พร้อมทั้งกดปุ่มเปิดลำโพงด้วย
ทว่าทันทีที่รับสาย ยังไม่ทันที่หลิวหนิงจะได้พูดอะไร เสียงของสวีหล่างที่ค่อนข้างตื่นเต้นก็ดังมาจากปลายสาย
“เหล่าหลิว คุณไปรับคนมาได้แล้วใช่ไหม?”
“ท่านประธาน คืออย่างนี้ครับ! ทางเราเกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อย” หลิวหนิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วจึงกล่าวคำ
“เกิดปัญหาเหรอ? มีเรื่องอะไร? มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของเสี่ยวสิงหรือเปล่า?” น้ำเสียงของสวีหล่างเคร่งเครียดขึ้นทันที
“ท่านประธาน คืออย่างนี้ครับ... ความปลอดภัยของเสี่ยวสิงไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ แต่ว่า...”
หลิวหนิงจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่สวีสิงทำในช่วงสองวันนี้ให้ฟังอย่างละเอียด
หนึ่งนาที... สองนาที...
หลังจากหลิวหนิงพูดจบ ปลายสายก็เงียบไปนานก่อนจะมีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง “อะไรนะ? คุณบอกว่าเสี่ยวสิงไม่เพียงแต่ดัดแปลงซากกำแพงให้เป็นห้องได้ห้องหนึ่ง แถมยังก่อเตาขึ้นมาอีกด้วยเหรอ เป็นไปได้ยังไง นอกจากเมื่อเดือนที่แล้วที่เขาออกไปข้างนอกครั้งหนึ่ง เขาก็ไม่เคยคลาดสายตาพวกเราไปเลยนะ!”
“ท่านประธานครับ เรื่องแบบนี้ผมจะโกหกท่านได้ยังไง! เดี๋ยวผมจะหาวิธีถ่ายวิดีโอส่งไปให้ท่านดูครับ”
เดิมทีหลิวหนิงคิดจะซักไซ้สวีหล่างว่าตั้งใจปิดบังข้อมูลหรือเปล่า แต่เมื่อได้ยินปฏิกิริยาและน้ำเสียงของสวีหล่าง คำพูดที่มาถึงปากก็ถูกกลืนกลับลงไป
ฟังออกได้เลยว่าสวีหล่างประหลาดใจยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก
นั่นก็หมายความว่าสวีหล่างไม่รู้เรื่องจริง ๆ
“ได้!” สวีหล่างพูดขึ้นอีกทันที
โทรศัพท์มือถือของหลิวหนิงเป็นรุ่นท็อปสุดในตลาดตอนนี้ สามารถส่งไฟล์ได้ขณะคุยโทรศัพท์ ไม่นานนัก หลิวหนิงก็ปีนขึ้นไปบนขอบกำแพง แล้วส่งวิดีโอระยะไกลไปให้
และตอนที่ถ่ายวิดีโอระยะไกลก็ยังจงใจใช้โหมดซูมกำลังขยายสูง ทำให้เห็นภาพสวีสิงกำลังทำงานได้อย่างชัดเจนจากในวิดีโอ
“นี่...”
หลังจากดูวิดีโอจบ ผ่านไปนานพอสมควร สวีหล่างจึงเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง “เขาทำได้ยังไงกัน! หรือว่าจะเรียนมาจากอินเทอร์เน็ต? แต่ที่เรียนจากอินเทอร์เน็ตไม่น่าจะชำนาญขนาดนี้นะ”
“ท่านประธาน พวกเราก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ!”
พอได้ยินประโยคนี้ หลิวหนิงก็อดไม่ได้ที่จะนินทาในใจ ‘ลูกชายที่คุณอยู่ด้วยกันทุกวันคุณยังไม่รู้เลย แล้วพวกเราจะไปรู้ได้ยังไง’
“เอ่อ...”
“ท่านประธาน แล้วตอนนี้จะทำยังไงดีครับ? ในเมื่อเสี่ยวสิงก่อเตาเป็น ทำอาหารก็ต้องเป็นแน่ ถึงจะไม่อร่อย รสชาติไม่ดี แต่ทำให้อิ่มท้องได้คงไม่มีปัญหา! บวกกับนิสัยดื้อรั้นของเขา เสี่ยวสิงไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ ในเร็ววันนี้แน่ อีกทั้งเสบียงของพวกเราตอนนี้ก็เหลือพอแค่อีกสองวัน สู้กับเสี่ยวสิงไม่ไหวแน่นอนครับ อีกอย่าง พูดแบบไม่เกรงใจนะครับ ผมรู้สึกว่าถ้ายังดึงดันรอต่อไปแบบนี้ ความหวังมันริบหรี่เต็มที สู้ปล่อยเขาไว้สักพักก่อนดีกว่า ไม่แน่ว่าอีกสักสองสามวันเสี่ยวสิงอาจจะทนความเหงาไม่ไหวแล้วเปลี่ยนใจเองก็ได้ครับ” หลิวหนิงถามอีกครั้ง
ในตอนนี้ หลิวหนิงไม่มีความคิดที่จะทนอยู่ที่นี่ต่ออีกแล้ว
เพียงแค่สองวันสวีสิงก็มอบ “ความประหลาดใจ” ครั้งใหญ่ให้พวกเขาขนาดนี้ ใครจะไปรู้ว่าหลังจากนี้เขาจะสร้างเรื่องอะไรขึ้นมาอีก และที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้ายังอยู่ต่อไป พวกเขาก็คงต้องพลอยอัปเกรดที่พักพิงตามไปด้วย
“ปล่อยไว้สักพักเหรอ? ไม่ได้! ทางนี้ยังมีเรื่องอีกเยอะ รอนานขนาดนั้นไม่ได้!” สวีหล่างชะงักไป
“แต่ว่า...”
“เหล่าหลิว เอาอย่างนี้ไหม พวกคุณลองหาวิธีกลับไปเอาเสบียงยังชีพมาก่อน เสร็จแล้วค่อยกลับไปใหม่” หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สวีหล่างจึงพูดขึ้น
“หา? เอาเสบียงเสร็จแล้วให้กลับมาอีกเหรอครับ? ท่านประธานครับ พวกเรา...” หลิวหนิงอดไม่ได้ที่จะโอดครวญในใจ
“เหล่าหลิว บางครั้งก็ต้องใช้สมองให้มันพลิกแพลงหน่อย ถ้าเรื่องความเป็นอยู่ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ใช้วิธีพิเศษเสียหน่อย บีบให้เขาออกไปก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ใช้วิธีพิเศษเหรอครับ?” หลิวหนิงมองไปทางอีกสามคนโดยไม่รู้ตัว
“อืม! พวกคุณมีสี่คน เขาอยู่คนเดียว การจะบีบให้เขาออกไปมันจะยากอะไรนักหนา? แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง คือความปลอดภัยของเขาจะต้องไม่มีปัญหาเด็ดขาด”
“งั้น งั้น... ก็ได้ครับ! ท่านประธาน พวกเราจะไปหาเสบียงมาก่อนครับ!” เมื่อใคร่ครวญ หลิวหนิงก็ตอบตกลง
เมื่อพูดถึงขนาดนี้แล้วเขาก็ไม่มีทางปฏิเสธได้อีก และอย่างที่ท่านประธานของเขาว่าไว้ ถ้าใช้วิธีพิเศษบางอย่างก็น่าจะบีบให้สวีสิงออกไปได้อย่างรวดเร็ว
“ดี! ทางนั้นมีสถานการณ์อะไรให้รีบโทรมาทันทีนะ”
“ครับ!”
…
ที่เมืองท่า ณ อาคารสำนักงานย่านใจกลางวงแหวนรอบสอง ด้านหน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่จรดพื้น “เขาทำได้ยังไงกันแน่? หรือว่าแค่ดูวิดีโอเหล่านั้นก็เรียนรู้ได้แล้วจริง ๆ เหรอ?”
สวีหล่างยืนอยู่หน้าหน้าต่างเป็นเวลานาน จนกระทั่งหลายนาทีต่อมาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกไปยังหมายเลขหนึ่ง “เพ่ยเพ่ย คุณโทรไปหาคุณแม่ของฝ่ายโน้นหน่อยสิ หาวิธีเลื่อนเวลาที่เด็กสองคนจะเจอกันออกไปหน่อย”
“เลื่อนเหรอคะ? มีอะไรหรือเปล่า?”
เสียงของถูเพ่ยในโทรศัพท์ดังขึ้นมากะทันหัน
“ก็ลูกชายสุดที่รักของคุณนั่นแหละ เดิมทีคิดว่าวันนี้พรุ่งนี้เหล่าหลิวจะพาเขากลับมาได้... แต่ วันนี้เหล่าหลิวส่งวิดีโอมา ลูกชายคนนั้นของคุณไม่เพียงแต่ปรับตัวเข้ากับที่นั่นได้เป็นอย่างดี แถมยังสร้างบ้าน ก่อเตาเองอีกต่างหาก” สวีหล่างเสยผมไปข้างหลังอย่างจนใจ
“หา? ก่อเตาเหรอคะ? ไม่มั้ง เขาเนี่ยนะ...”
ปฏิกิริยาของถูเพ่ยแทบจะเหมือนกับตอนที่สวีหล่างได้ยินรายงานจากหลิวหนิงไม่มีผิด
“เรื่องจริงมันพิสูจน์แล้วว่า พวกเราทุกคนดูถูกความสามารถในการเรียนรู้ของเขาต่ำไป! แต่คุณวางใจได้ ผมจัดการสั่งเหล่าหลิวไว้เรียบร้อยแล้ว ให้พวกเขาใช้วิธีพิเศษหน่อยเพื่อบีบให้เสี่ยวสิงกลับมา! ยังไงก็ตาม เราจะปล่อยให้เขาอยู่ที่นั่นเป็นปี ไม่ได้!”
สวีหล่างมองไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์โดยไม่รู้ตัว
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นประธานของสวีซื่อเมดิคอลกรุ๊ป แต่สวีซื่อเมดิคอลกรุ๊ปก็ไม่ใช่ของเขาคนเดียว แต่เป็นของตระกูลสวีทั้งหมด เขามีหุ้นอยู่เพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เหนือขึ้นไปยังมีคณะกรรมการบริหารของตระกูลอีก
ดังนั้น การที่สวีสิงกลับสู่ตระกูลเร็วขึ้น แต่งงานมีลูกเร็วขึ้น จึงสำคัญต่อเขาอย่างยิ่ง