เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 อาจเป็นเพราะเขาโชคดี

บทที่ 6 อาจเป็นเพราะเขาโชคดี

บทที่ 6 อาจเป็นเพราะเขาโชคดี


บทที่ 6 อาจเป็นเพราะเขาโชคดี

“เอาที่นี่แหละ!”

ไม่กี่นาทีต่อมา หลิวหนิงเดินวนดูรอบ ๆ อยู่พักหนึ่ง ก็เลือกซากกำแพงที่ดูเหมือนจะหนามากแห่งหนึ่ง

“ดีเลย! พี่หลิว งั้นเดี๋ยวผมไปเอาพลั่วสนามมา!”

เหอซานตอบรับทันที

เขาเองก็รู้สึกว่าซากกำแพงนี้ไม่เลว สี่คนช่วยกันเคลียร์สองชั่วโมงน่าจะไม่มีปัญหา

“ได้!”

ประเทศเซี่ยมีพื้นที่เกือบสิบล้านตารางกิโลเมตร มีเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากมาย โดยเฉพาะแถบชายฝั่งทะเล ซึ่งเมืองไห่นั้นโดดเด่นเป็นอันดับหนึ่ง เป็นมหานครระดับนานาชาติ

สิบโมงเช้า ในขณะที่คนวัยทำงานจำนวนมากยังคงทำงานหาเงินอย่างหนัก

ณ ภัตตาคารโต๊ะหมุนบนอาคารสูงระฟ้าแห่งหนึ่งบนถนนวงแหวนรอบที่สอง

หญิงสาวผมยาวประบ่า สวมกางเกงยีนสีฟ้าอ่อน ใบหน้างดงามเกินคำบรรยาย กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าอย่างเหม่อลอย

ตรงข้ามเธอยังมีหญิงสาวอีกคนที่แต่งตัวทันสมัยมากนั่งอยู่

“เธอจะลาออกไปขับรถเที่ยวเองที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือเหรอ? ซู่ซู่ เธอเป็นไข้หรือเปล่า? พูดอะไรเพ้อเจ้อ!”

ครู่ต่อมา หญิงสาวที่แต่งตัวทันสมัยเบิกตากว้าง ยื่นมือออกไปหมายจะแตะหน้าผากของอีกฝ่าย

“ฉันไม่ได้เป็นไข้ ฉันพูดจริง ๆ นะ!”

หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าซู่ซู่ถลึงตาใส่หญิงสาวคนนั้น แล้วปัดมือเรียวบางที่กำลังจะแตะหน้าผากของตนออก

“ทำไมล่ะ? มีใครที่ทำงานแกล้งเธอหรือเปล่า?”

หญิงสาวทันสมัยอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง

สาวสวยตรงหน้าเธอคนนี้ชื่อเล่นว่าฉินซู่ซู่ ชื่อจริงคือฉินจื่อจวิน อายุ 25 ปี เป็นอาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยคมนาคมหมัวตู ขอเพียงตีพิมพ์บทความ SCI(1) อีกสักสองสามฉบับ ก็จะมีคุณสมบัติพอที่จะชิงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ที่อายุน้อยที่สุดได้แล้ว

“ไม่ใช่!” ฉินซู่ซู่ส่ายหน้า

“แล้วทำไมล่ะ? มหาวิทยาลัยคมนาคมหมัวตูเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเซี่ยนะ ดอกเตอร์ที่จบจากมหาวิทยาลัยดัง ๆ ในต่างประเทศหลายคนอยากเข้ายังเข้าไม่ได้เลย...”

หญิงสาวทันสมัยมองฉินซู่ซู่อย่างไม่สบอารมณ์

“ย่วนย่วน เธอไม่รู้หรอก เรื่องนี้มัน... ยังไงก็ตาม ฉันรู้สึกว่าถ้ายังอยู่ที่หมัวตูต่อไป ฉันต้องบ้าแน่ ๆ”

ฉินซู่ซู่กล่าวอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ

หญิงสาวทันสมัยที่นั่งอยู่ตรงข้ามชื่อหลี่ย่วน เป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยมัธยมปลายและเพื่อนสนิทของเธอ

“ตกลงมันเป็นอะไรกันแน่? เธอจะทำให้คนอื่นอกแตกตายหรือไง! ระหว่างเรายังต้องปิดบังกันอีกเหรอ ถ้ามีเรื่องอะไรจริง ๆ ก็พูดออกมาสิ เราจะได้ช่วยกันหาทางแก้ไขไม่ใช่เหรอ?”

หลี่ย่วนยิ่งร้อนใจมากขึ้น

“คือมัน...”

ฉินซู่ซู่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป

“ย่วนย่วน เธอไม่รู้หรอก พ่อแม่ดันหมั้นหมายให้ฉันโดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากฉันน่ะสิ!”

“อะไรนะ? หมั้นหมาย?”

เสียงของหลี่ย่วนดังขึ้นมากะทันหัน ทำให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ในภัตตาคารโต๊ะหมุนหันมามองทางนี้กันเป็นแถว

พอได้สติกลับมา หลี่ย่วนก็รู้ตัวว่าเมื่อสักครู่ตัวเองเสียงดังเกินไป จึงรีบกดเสียงให้เบาลงทันที

“ซู่ซู่ ที่เธอพูดน่ะเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก? นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่อีก! คุณลุงคุณป้าก็เป็นปัญญาชนทั้งคู่ ทำไมถึง...”

“เรื่องจริง!”

ฉินซู่ซู่หันหน้าไปมองนอกหน้าต่างต่อ ใบหน้าด้านข้างที่งดงามไร้ที่ติเผยให้เห็นความจนปัญญาอย่างชัดเจน

“งั้น...”

ในเวลานี้ หลี่ย่วนก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานจึงค่อยถามเสียงเบาว่า

“เป็นเพราะอะไรเหรอ? เหมือนในละครน้ำเน่ากับนิยายออนไลน์น้ำเน่าที่เขียนกันว่า หมั้นหมายกันตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่แบบนั้นหรือเปล่า?”

“ก็ไม่ใช่หมั้นกันตั้งแต่ในท้องหรอก! เป็นเพื่อนทหารของพ่อฉันสมัยก่อน ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มพูดขึ้นมาก่อน สุดท้ายผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านก็ตกลงกันเรียบร้อย!”

ฉินซู่ซู่พูดพลางยิ้มอย่างขมขื่น

เธอไม่คิดเลยว่าวันหนึ่ง เรื่องราวสุดน้ำเน่าแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง

“แล้วบ้านฝ่ายชายทำอะไรล่ะ?”

หลังเงียบไปอีกครู่หนึ่ง หลี่ย่วนจึงเอ่ยปากขึ้น

“บ้านฝ่ายชายเหมือนจะมีบริษัทเกี่ยวกับการแพทย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่แห่งหนึ่ง ชื่ออะไรนะ สวีซื่อเมดิคอล...”

ฉินซู่ซู่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด

“อะไรนะ? สวีซื่อเมดิคอล?”

หลี่ย่วนสูดหายใจเข้าลึกทันที “มิน่าล่ะ! ที่แท้ก็เป็นสวีซื่อเมดิคอล!”

“เก่งมากเหรอ?”

ฉินซู่ซู่ชะงักไป

เธอเพียงแค่ได้ยินจากปากคนในครอบครัวมาบ้างเล็กน้อย ประกอบกับตัวเองก็ต่อต้านเรื่องนี้มากอยู่แล้วจึงไม่ได้ไปใส่ใจทำความเข้าใจ

“อืม! กลุ่มบริษัทสวีซื่อเมดิคอลเป็นกลุ่มบริษัทการแพทย์ชั้นนำของประเทศเซี่ย มีโรงพยาบาลระดับสามเอขนาดใหญ่อยู่ในเครือหลายแห่ง แข็งแกร่งมาก”

หลี่ย่วนพยักหน้า

คนอื่นอาจจะไม่ค่อยรู้ แต่ในฐานะคนในวงการยา เธอก็ได้ยินชื่อเสียงของสวีซื่อเมดิคอลมาไม่น้อย

“แล้ว... แล้ว ‘คู่หมั้น’ ของเธอน่ะ ได้เจอหรือยัง?”

พอได้สติกลับมา หลี่ย่วนกลับรู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่พูดถึงเรื่องความสามารถแล้ว ลูกชายของกลุ่มบริษัทสวีซื่อเมดิคอลก็คู่ควรกับฉินซู่ซู่อยู่

“ยังไม่เจอ! พ่อให้ฉันดูรูปฉันก็ไม่ดู... แค่ได้ยินพวกเขาพูดว่าเป็นดอกเตอร์ทางการแพทย์ที่จบจากต่างประเทศ”

ฉินซู่ซู่ส่ายหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว

“เป็นถึงดอกเตอร์ทางการแพทย์เลยเหรอ? ซู่ซู่ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ถ้าฝ่ายชายหน้าตาไม่ขี้เหร่ จริง ๆ แล้วเธอกับเขาก็...”

หลี่ย่วนโน้มตัวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว

“อะไรกันล่ะ! ฟังแม่ฉันพูดว่าฝ่ายชายปีนี้เพิ่งจะ 22 เอง ฉันยังแก่กว่าเขาตั้งสามปี!”

ฉินซู่ซู่ถลึงตาใส่หลี่ย่วนอย่างแรง เป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายปี แค่มองปราดเดียวเธอก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

“เดี๋ยวนะ? แก่กว่าสามปี? ดอกเตอร์ทางการแพทย์อายุ 22 ปี? พระเจ้า!”

หลี่ย่วนตะลึงไปอีกครั้ง

บัณฑิตปริญญาตรีอายุ 22 ปีเธอก็เคยได้ยินมาเยอะแล้ว แต่ดอกเตอร์ทางการแพทย์อายุ 22 ปีนี่เธอเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

“อืม! เธอบอกสิว่าตอนนี้ฉันควรทำยังไงดี?”

ฉินซู่ซู่มองไปที่หลี่ย่วน

ตอนที่ฟังแม่ของตัวเองแนะนำวุฒิการศึกษาของอีกฝ่ายก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ยิ่งทำให้เธอตัดสินใจปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้อย่างแน่วแน่มากขึ้น คนที่เป็นดอกเตอร์ตอนอายุ 22 ปีแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ปีศาจก็ต้องเป็นพวกวิปริต คนปกติที่ไหนจะจบปริญญาเอกตอนอายุ 22 ปีได้

“นี่ซู่ซู่ ถึงแม้ว่าเรื่องนี้มันจะดูเหลือเชื่อไปหน่อย แต่เธอก็ไม่เห็นต้อง... เอาอย่างนี้ไหม เธอลาพักร้อนยาว ๆ ไปพักผ่อนข้างนอกสักหน่อย รออีกสักพักค่อยว่ากันอีกที? ไม่แน่คุณลุงคุณป้าอาจจะ...”

เนิ่นนาน หลี่ย่วนก็เสนอความคิดของตัวเองออกมา

“เฮ้อ เธอไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่ฉันน่ะทัศนคติแข็งกร้าวแค่ไหน เหมือนโดนผีเข้าเลย ตราบใดที่ฉันยังอยู่ในหมัวตู เรื่องนี้หนีไม่พ้นแน่”

ฉินซู่ซู่ส่ายหน้าอีกครั้ง

“แต่...”

บรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่ง จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานฉินซู่ซู่จึงพูดขึ้นอีกครั้ง

“ย่วนย่วน ยังไงก็ตาม ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมอยู่ที่หมัวตูต่อไปเด็ดขาด ฉันตั้งใจจะขับรถเที่ยวสักรอบก่อน ส่วนเรื่องงานรอให้ปรับสภาพจิตใจให้ดีขึ้นแล้วค่อยหาก็ยังไม่สาย”

“ถ้าอย่างนั้น... เฮ้อ ถ้าจะขับรถไปเที่ยวเองก็ต้องระวังความปลอดภัยด้วยนะ!”

หลี่ย่วนถอนหายใจยาว อ้ำๆ อึ้งๆ สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก พริบตาเดียวก็เที่ยงวันแล้ว

ณ เมืองทะเลสาบน้ำแข็ง

หลิวหนิงและพวกเหอซานมองดูกำแพงที่พังทลายตรงหน้า และกองคานไม้ จันทันไม้ รวมถึงตะปูเหล็กขนาดใหญ่ที่กองอยู่ข้าง ๆ คิ้วของพวกเขาขมวดมุ่นยิ่งขึ้น

“พี่หลิว ไม่คิดเลยว่าในซากกำแพงจะมีขยะจากการก่อสร้างเยอะขนาดนี้ พวกเราทำกันมาหลายชั่วโมงแล้วยังไม่เสร็จเลย ไม่รู้จริง ๆ ว่าเมื่อวานสวีสิงทำได้ยังไง?”

ขณะนวดไหล่ไปพลาง เหอซานอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น

จะว่าไป ตอนแรกพวกเขาคิดว่าสี่คนช่วยกันอย่างมากแค่สองชั่วโมงก็น่าจะเก็บกวาดซากกำแพงนี้เสร็จแล้ว แต่ผลกลับกลายเป็นว่า...

นี่ก็เที่ยงแล้ว กำแพงยังเก็บกวาดไปได้แค่ครึ่งเดียวเอง

ถึงขนาดระหว่างที่กำลังเก็บกวาด หลิวหนิงยังเผลอไปโดนตะปูบาดข้อเท้าอีกด้วย

ดูจากความคืบหน้าในปัจจุบัน วันนี้ถ้าสามารถเก็บกวาดซากกำแพงนี้ให้เสร็จได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว คงไม่มีเวลาไปสนใจทางสวีสิงหรอก

“อาจจะเป็นเพราะสวีสิงโชคดีก็ได้ เมื่อวานซากกำแพงที่เขาเก็บกวาดคงไม่มีขยะจากการก่อสร้าง! หรือเอาอย่างนี้ หวังซิน นายไปดูทางนั้นก่อนสิว่าสวีสิงกำลังทำอะไรอยู่? ตอนเที่ยงเขากินบิสกิตอัดแท่งหรือเปล่า! ส่วนพวกเราทำต่ออีกหน่อย!”

ด้านข้าง หลิวหนิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดขึ้น

……….……….……….……….

SCI ย่อมาจาก Spinal Cord Injury หรือ การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ซึ่งหมายถึงความเสียหายต่อไขสันหลัง เป็นส่วนสำคัญของระบบประสาทที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณระหว่างสมองและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

จบบทที่ บทที่ 6 อาจเป็นเพราะเขาโชคดี

คัดลอกลิงก์แล้ว