- หน้าแรก
- ยินดีต้อนรับสู่เมืองร้างของผม
- บทที่ 6 อาจเป็นเพราะเขาโชคดี
บทที่ 6 อาจเป็นเพราะเขาโชคดี
บทที่ 6 อาจเป็นเพราะเขาโชคดี
บทที่ 6 อาจเป็นเพราะเขาโชคดี
“เอาที่นี่แหละ!”
ไม่กี่นาทีต่อมา หลิวหนิงเดินวนดูรอบ ๆ อยู่พักหนึ่ง ก็เลือกซากกำแพงที่ดูเหมือนจะหนามากแห่งหนึ่ง
“ดีเลย! พี่หลิว งั้นเดี๋ยวผมไปเอาพลั่วสนามมา!”
เหอซานตอบรับทันที
เขาเองก็รู้สึกว่าซากกำแพงนี้ไม่เลว สี่คนช่วยกันเคลียร์สองชั่วโมงน่าจะไม่มีปัญหา
“ได้!”
ประเทศเซี่ยมีพื้นที่เกือบสิบล้านตารางกิโลเมตร มีเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากมาย โดยเฉพาะแถบชายฝั่งทะเล ซึ่งเมืองไห่นั้นโดดเด่นเป็นอันดับหนึ่ง เป็นมหานครระดับนานาชาติ
สิบโมงเช้า ในขณะที่คนวัยทำงานจำนวนมากยังคงทำงานหาเงินอย่างหนัก
ณ ภัตตาคารโต๊ะหมุนบนอาคารสูงระฟ้าแห่งหนึ่งบนถนนวงแหวนรอบที่สอง
หญิงสาวผมยาวประบ่า สวมกางเกงยีนสีฟ้าอ่อน ใบหน้างดงามเกินคำบรรยาย กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าอย่างเหม่อลอย
ตรงข้ามเธอยังมีหญิงสาวอีกคนที่แต่งตัวทันสมัยมากนั่งอยู่
“เธอจะลาออกไปขับรถเที่ยวเองที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือเหรอ? ซู่ซู่ เธอเป็นไข้หรือเปล่า? พูดอะไรเพ้อเจ้อ!”
ครู่ต่อมา หญิงสาวที่แต่งตัวทันสมัยเบิกตากว้าง ยื่นมือออกไปหมายจะแตะหน้าผากของอีกฝ่าย
“ฉันไม่ได้เป็นไข้ ฉันพูดจริง ๆ นะ!”
หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าซู่ซู่ถลึงตาใส่หญิงสาวคนนั้น แล้วปัดมือเรียวบางที่กำลังจะแตะหน้าผากของตนออก
“ทำไมล่ะ? มีใครที่ทำงานแกล้งเธอหรือเปล่า?”
หญิงสาวทันสมัยอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง
สาวสวยตรงหน้าเธอคนนี้ชื่อเล่นว่าฉินซู่ซู่ ชื่อจริงคือฉินจื่อจวิน อายุ 25 ปี เป็นอาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยคมนาคมหมัวตู ขอเพียงตีพิมพ์บทความ SCI(1) อีกสักสองสามฉบับ ก็จะมีคุณสมบัติพอที่จะชิงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ที่อายุน้อยที่สุดได้แล้ว
“ไม่ใช่!” ฉินซู่ซู่ส่ายหน้า
“แล้วทำไมล่ะ? มหาวิทยาลัยคมนาคมหมัวตูเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเซี่ยนะ ดอกเตอร์ที่จบจากมหาวิทยาลัยดัง ๆ ในต่างประเทศหลายคนอยากเข้ายังเข้าไม่ได้เลย...”
หญิงสาวทันสมัยมองฉินซู่ซู่อย่างไม่สบอารมณ์
“ย่วนย่วน เธอไม่รู้หรอก เรื่องนี้มัน... ยังไงก็ตาม ฉันรู้สึกว่าถ้ายังอยู่ที่หมัวตูต่อไป ฉันต้องบ้าแน่ ๆ”
ฉินซู่ซู่กล่าวอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ
หญิงสาวทันสมัยที่นั่งอยู่ตรงข้ามชื่อหลี่ย่วน เป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยมัธยมปลายและเพื่อนสนิทของเธอ
“ตกลงมันเป็นอะไรกันแน่? เธอจะทำให้คนอื่นอกแตกตายหรือไง! ระหว่างเรายังต้องปิดบังกันอีกเหรอ ถ้ามีเรื่องอะไรจริง ๆ ก็พูดออกมาสิ เราจะได้ช่วยกันหาทางแก้ไขไม่ใช่เหรอ?”
หลี่ย่วนยิ่งร้อนใจมากขึ้น
“คือมัน...”
ฉินซู่ซู่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป
“ย่วนย่วน เธอไม่รู้หรอก พ่อแม่ดันหมั้นหมายให้ฉันโดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากฉันน่ะสิ!”
“อะไรนะ? หมั้นหมาย?”
เสียงของหลี่ย่วนดังขึ้นมากะทันหัน ทำให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ในภัตตาคารโต๊ะหมุนหันมามองทางนี้กันเป็นแถว
พอได้สติกลับมา หลี่ย่วนก็รู้ตัวว่าเมื่อสักครู่ตัวเองเสียงดังเกินไป จึงรีบกดเสียงให้เบาลงทันที
“ซู่ซู่ ที่เธอพูดน่ะเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก? นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่อีก! คุณลุงคุณป้าก็เป็นปัญญาชนทั้งคู่ ทำไมถึง...”
“เรื่องจริง!”
ฉินซู่ซู่หันหน้าไปมองนอกหน้าต่างต่อ ใบหน้าด้านข้างที่งดงามไร้ที่ติเผยให้เห็นความจนปัญญาอย่างชัดเจน
“งั้น...”
ในเวลานี้ หลี่ย่วนก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานจึงค่อยถามเสียงเบาว่า
“เป็นเพราะอะไรเหรอ? เหมือนในละครน้ำเน่ากับนิยายออนไลน์น้ำเน่าที่เขียนกันว่า หมั้นหมายกันตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่แบบนั้นหรือเปล่า?”
“ก็ไม่ใช่หมั้นกันตั้งแต่ในท้องหรอก! เป็นเพื่อนทหารของพ่อฉันสมัยก่อน ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มพูดขึ้นมาก่อน สุดท้ายผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านก็ตกลงกันเรียบร้อย!”
ฉินซู่ซู่พูดพลางยิ้มอย่างขมขื่น
เธอไม่คิดเลยว่าวันหนึ่ง เรื่องราวสุดน้ำเน่าแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง
“แล้วบ้านฝ่ายชายทำอะไรล่ะ?”
หลังเงียบไปอีกครู่หนึ่ง หลี่ย่วนจึงเอ่ยปากขึ้น
“บ้านฝ่ายชายเหมือนจะมีบริษัทเกี่ยวกับการแพทย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่แห่งหนึ่ง ชื่ออะไรนะ สวีซื่อเมดิคอล...”
ฉินซู่ซู่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด
“อะไรนะ? สวีซื่อเมดิคอล?”
หลี่ย่วนสูดหายใจเข้าลึกทันที “มิน่าล่ะ! ที่แท้ก็เป็นสวีซื่อเมดิคอล!”
“เก่งมากเหรอ?”
ฉินซู่ซู่ชะงักไป
เธอเพียงแค่ได้ยินจากปากคนในครอบครัวมาบ้างเล็กน้อย ประกอบกับตัวเองก็ต่อต้านเรื่องนี้มากอยู่แล้วจึงไม่ได้ไปใส่ใจทำความเข้าใจ
“อืม! กลุ่มบริษัทสวีซื่อเมดิคอลเป็นกลุ่มบริษัทการแพทย์ชั้นนำของประเทศเซี่ย มีโรงพยาบาลระดับสามเอขนาดใหญ่อยู่ในเครือหลายแห่ง แข็งแกร่งมาก”
หลี่ย่วนพยักหน้า
คนอื่นอาจจะไม่ค่อยรู้ แต่ในฐานะคนในวงการยา เธอก็ได้ยินชื่อเสียงของสวีซื่อเมดิคอลมาไม่น้อย
“แล้ว... แล้ว ‘คู่หมั้น’ ของเธอน่ะ ได้เจอหรือยัง?”
พอได้สติกลับมา หลี่ย่วนกลับรู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่พูดถึงเรื่องความสามารถแล้ว ลูกชายของกลุ่มบริษัทสวีซื่อเมดิคอลก็คู่ควรกับฉินซู่ซู่อยู่
“ยังไม่เจอ! พ่อให้ฉันดูรูปฉันก็ไม่ดู... แค่ได้ยินพวกเขาพูดว่าเป็นดอกเตอร์ทางการแพทย์ที่จบจากต่างประเทศ”
ฉินซู่ซู่ส่ายหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว
“เป็นถึงดอกเตอร์ทางการแพทย์เลยเหรอ? ซู่ซู่ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ถ้าฝ่ายชายหน้าตาไม่ขี้เหร่ จริง ๆ แล้วเธอกับเขาก็...”
หลี่ย่วนโน้มตัวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว
“อะไรกันล่ะ! ฟังแม่ฉันพูดว่าฝ่ายชายปีนี้เพิ่งจะ 22 เอง ฉันยังแก่กว่าเขาตั้งสามปี!”
ฉินซู่ซู่ถลึงตาใส่หลี่ย่วนอย่างแรง เป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายปี แค่มองปราดเดียวเธอก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
“เดี๋ยวนะ? แก่กว่าสามปี? ดอกเตอร์ทางการแพทย์อายุ 22 ปี? พระเจ้า!”
หลี่ย่วนตะลึงไปอีกครั้ง
บัณฑิตปริญญาตรีอายุ 22 ปีเธอก็เคยได้ยินมาเยอะแล้ว แต่ดอกเตอร์ทางการแพทย์อายุ 22 ปีนี่เธอเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
“อืม! เธอบอกสิว่าตอนนี้ฉันควรทำยังไงดี?”
ฉินซู่ซู่มองไปที่หลี่ย่วน
ตอนที่ฟังแม่ของตัวเองแนะนำวุฒิการศึกษาของอีกฝ่ายก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ยิ่งทำให้เธอตัดสินใจปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้อย่างแน่วแน่มากขึ้น คนที่เป็นดอกเตอร์ตอนอายุ 22 ปีแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ปีศาจก็ต้องเป็นพวกวิปริต คนปกติที่ไหนจะจบปริญญาเอกตอนอายุ 22 ปีได้
“นี่ซู่ซู่ ถึงแม้ว่าเรื่องนี้มันจะดูเหลือเชื่อไปหน่อย แต่เธอก็ไม่เห็นต้อง... เอาอย่างนี้ไหม เธอลาพักร้อนยาว ๆ ไปพักผ่อนข้างนอกสักหน่อย รออีกสักพักค่อยว่ากันอีกที? ไม่แน่คุณลุงคุณป้าอาจจะ...”
เนิ่นนาน หลี่ย่วนก็เสนอความคิดของตัวเองออกมา
“เฮ้อ เธอไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่ฉันน่ะทัศนคติแข็งกร้าวแค่ไหน เหมือนโดนผีเข้าเลย ตราบใดที่ฉันยังอยู่ในหมัวตู เรื่องนี้หนีไม่พ้นแน่”
ฉินซู่ซู่ส่ายหน้าอีกครั้ง
“แต่...”
บรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่ง จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานฉินซู่ซู่จึงพูดขึ้นอีกครั้ง
“ย่วนย่วน ยังไงก็ตาม ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมอยู่ที่หมัวตูต่อไปเด็ดขาด ฉันตั้งใจจะขับรถเที่ยวสักรอบก่อน ส่วนเรื่องงานรอให้ปรับสภาพจิตใจให้ดีขึ้นแล้วค่อยหาก็ยังไม่สาย”
“ถ้าอย่างนั้น... เฮ้อ ถ้าจะขับรถไปเที่ยวเองก็ต้องระวังความปลอดภัยด้วยนะ!”
หลี่ย่วนถอนหายใจยาว อ้ำๆ อึ้งๆ สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก พริบตาเดียวก็เที่ยงวันแล้ว
ณ เมืองทะเลสาบน้ำแข็ง
หลิวหนิงและพวกเหอซานมองดูกำแพงที่พังทลายตรงหน้า และกองคานไม้ จันทันไม้ รวมถึงตะปูเหล็กขนาดใหญ่ที่กองอยู่ข้าง ๆ คิ้วของพวกเขาขมวดมุ่นยิ่งขึ้น
“พี่หลิว ไม่คิดเลยว่าในซากกำแพงจะมีขยะจากการก่อสร้างเยอะขนาดนี้ พวกเราทำกันมาหลายชั่วโมงแล้วยังไม่เสร็จเลย ไม่รู้จริง ๆ ว่าเมื่อวานสวีสิงทำได้ยังไง?”
ขณะนวดไหล่ไปพลาง เหอซานอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
จะว่าไป ตอนแรกพวกเขาคิดว่าสี่คนช่วยกันอย่างมากแค่สองชั่วโมงก็น่าจะเก็บกวาดซากกำแพงนี้เสร็จแล้ว แต่ผลกลับกลายเป็นว่า...
นี่ก็เที่ยงแล้ว กำแพงยังเก็บกวาดไปได้แค่ครึ่งเดียวเอง
ถึงขนาดระหว่างที่กำลังเก็บกวาด หลิวหนิงยังเผลอไปโดนตะปูบาดข้อเท้าอีกด้วย
ดูจากความคืบหน้าในปัจจุบัน วันนี้ถ้าสามารถเก็บกวาดซากกำแพงนี้ให้เสร็จได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว คงไม่มีเวลาไปสนใจทางสวีสิงหรอก
“อาจจะเป็นเพราะสวีสิงโชคดีก็ได้ เมื่อวานซากกำแพงที่เขาเก็บกวาดคงไม่มีขยะจากการก่อสร้าง! หรือเอาอย่างนี้ หวังซิน นายไปดูทางนั้นก่อนสิว่าสวีสิงกำลังทำอะไรอยู่? ตอนเที่ยงเขากินบิสกิตอัดแท่งหรือเปล่า! ส่วนพวกเราทำต่ออีกหน่อย!”
ด้านข้าง หลิวหนิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดขึ้น
……….……….……….……….
SCI ย่อมาจาก Spinal Cord Injury หรือ การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ซึ่งหมายถึงความเสียหายต่อไขสันหลัง เป็นส่วนสำคัญของระบบประสาทที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณระหว่างสมองและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย