เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 แอนนา

บทที่ 15 แอนนา

บทที่ 15 แอนนา


บทที่ 15 แอนนา

"ฝ่าบาท ข้าอธิบายได้!" ไลล์รีบยกมือขึ้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจทันที

ไอรีนแค่นเสียงอย่างรำคาญ ลุกขึ้นนั่ง และม่านตาเรียวรีของเธอก็กลับเป็นปกติ

เธอรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ตอนที่ไลล์เดินเข้ามาใกล้แล้ว พอลืมตาขึ้นเห็นไลล์จ้องมองเธออย่างอยากรู้อยากเห็น ก็อดรู้สึกโมโหไม่ได้

ไลล์ชักจะลามปามมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากบุกรุกวังหลวง แล้วยังมาแอบดูราชินีอีก เขาคิดว่าข้าจะไม่โกรธจริงๆ หรือไง?

ไอรีนกำลังจะแผลงฤทธิ์ แต่แล้วก็สังเกตเห็นแววตาแปลกๆ ของไลล์จนต้องชะงัก เธอเอื้อมมือไปแตะแก้มและพบว่าผ้าคลุมหน้าของเธอหลุดออกไปแล้ว

เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไลล์ ก่อนจะหันหน้าหนี

นี่เป็นครั้งแรกที่ไลล์ได้เห็นสีหน้าไร้ที่พึ่งและหวาดหวั่นของราชินี ปกติแล้วเธอจะดูสง่างามและน่าเกรงขามอยู่เสมอ

เขารู้สึกว่าควรพูดอะไรสักอย่าง จึงกระแอมแก้เก้อสองสามครั้งแล้วเอ่ยขึ้น "ฝ่าบาท โดยส่วนตัวแล้วกระหม่อมคิดว่าเกล็ดมังกรก็สวยดีนะพะยะค่ะ"

ไอรีนหันขวับมาจ้องเขม็ง

เขาพล่ามเรื่องไร้สาระอีกแล้ว

ไลล์อธิบายต่อ "ในอดีต ผู้คนหวาดกลัวอสูรกายขนาดยักษ์อย่างมังกร และแน่นอนว่าพวกเขาก็ย่อมหวาดกลัวทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมัน แต่พอมังกรปราชญ์เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่นี่ ผู้คนก็เริ่มเข้าใจพวกมังกรมากขึ้น รู้ว่าพวกมันไม่ได้อารมณ์ร้ายเหมือนข่าวลือ อย่างน้อยก็พวกฝ่ายธรรมะ"

ไอรีนหันกลับมาเล็กน้อย ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด

"ตอนนี้ สิ่งของที่เกี่ยวกับมังกรกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในอาณาจักรดรากูนอฟ" ไลล์เล่าอย่างออกรส "เกล็ดมังกรที่ลอกคราบแล้วขายได้ราคาสูงลิ่วในตลาดมืด รอยเท้าที่ขุดจากพื้นดินกลายเป็นของสะสมของพวกขุนนาง และทุกวันนี้จิตรกรต่างพากันต่อคิวเพื่อวาดภาพเหมือนของมังกร"

ไอรีนตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ดี เพราะวัฒนธรรมของมังกรและมนุษย์กำลังค่อยๆ ผสมผสานกลมกลืนกัน เธอจึงอดพยักหน้าตามไม่ได้

"ข้าคิดว่าหากข่าวเรื่องผลข้างเคียงของเวทปราบมังกรแพร่งพรายออกไป คงจะสร้างความตื่นตระหนกอยู่ช่วงหนึ่ง" ไลล์กล่าว "แต่การมีลักษณะของมังกรปรากฏบนร่างกายอาจทำให้เวทมนตร์นี้ได้รับความนิยมยิ่งกว่าเดิมก็ได้ เพราะมันดูเท่ระเบิดไปเลย ข้าคนหนึ่งล่ะที่หวังว่าจะมีเกล็ดมังกรขึ้นที่หลังเหมือนรอยสัก เวลาถอดเสื้อโชว์ พวกทหารใหม่ต้องเทิดทูนบูชาข้าแน่ๆ"

"เจ้าจะทำตัวจริงจังหน่อยไม่ได้หรือไง?" ไอรีนกลอกตามองบน พูดไม่ออกที่ความคิดแรกของไลล์ดันเป็นเรื่องพรรค์นี้

ไลล์ทำตาโตแล้วแย้งว่า "ข้าจริงจังมากนะ... ผลข้างเคียงที่ส่งผลต่ออารมณ์และกระตุ้นความต้องการทำลายล้างมันไม่ได้รุนแรงนัก แต่ในสนามรบ รูปลักษณ์แบบนั้นมันเหมือนการมอบสถานะ 'วีรบุรุษ' ให้กับทหาร เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอไม่ใช่เหรอ...?"

"พอได้แล้ว หยุดพูดเถอะ" ไอรีนขัดจังหวะ "ข้าจะหาวิธีแก้ไขให้ได้ อย่างน้อยก็เพื่อลดผลกระทบด้านลบของมัน"

ถ้าไม่รีบให้เขาหุบปาก อีกเดี๋ยวคงฟังดูเหมือนว่าผลข้างเคียงของเวทปราบมังกรกลายเป็นเรื่องประเสริฐไปเสียฉิบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นทัศนคติของเขา เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง

อย่างน้อยหมอนี่ก็ไม่ได้รังเกียจ

นั่นสินะ ก็เขาคือไลล์นี่นา

ทันใดนั้น เธอก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้และจ้องมองไลล์ "เดี๋ยวสิ เจ้าหมายความว่าเจ้ายังไม่แสดงอาการมังกรภิวัตน์งั้นรึ?"

"ใช่ มังกรปราชญ์ไม่ได้บอกท่านเหรอ?" ไลล์เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ

ไอรีนลุกขึ้นยืนทันทีและออกคำสั่งอย่างตื่นเต้น "ไลล์ ถอดเสื้อผ้าของเจ้าออกซะ!"

หา เอาอีกแล้วเหรอ?

ไอรีนขยับเข้ามาใกล้อย่างหมดความอดทน เอื้อมมือจะดึงเสื้อผ้าของไลล์ออก

เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าคำตอบที่เธอขบคิดมาหลายวันจะอยู่ที่ตัวไลล์ เป็นเครื่องยืนยันคำพูดของมังกรปราชญ์ได้อย่างดี

ไลล์จำใจต้องถอดเสื้อออกแล้วโยนมันไปด้านข้าง

ท่อนบนที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของเขาปรากฏต่อสายตาไอรีนอีกครั้ง

นิ้วที่ค่อนข้างเย็นของไอรีนสัมผัสลงบนหน้าอกของเขา ราวกับกำลังควบคุมเครื่องมือที่แม่นยำ พลังเวทไหลเวียน เผยให้เห็นวงจรเวทมนตร์บนร่างกายของไลล์อย่างรวดเร็ว

"ไลล์ อีกไม่กี่วันข้างหน้า เจ้าต้องตามข้ามาทำการทดลองบางอย่าง" ไอรีนมีความคิดใหม่ผุดขึ้นมา จิตใจเบิกบานขึ้นและดวงตาเป็นประกาย "เจ้าต้องเข้ามาในวังทุกเช้าตอนรุ่งสาง ห้ามสายเด็ดขาด นี่ถือเป็นการไถ่โทษของเจ้า"

ไลล์สงสัยว่าที่เขามีภูมิคุ้มกันต่อผลข้างเคียงของเวทปราบมังกรน่าจะเป็นเพราะ "พร" ที่ได้รับมา แต่ไอรีนอาจค้นพบองค์ความรู้ใหม่ๆ จากร่างกายของเขาได้ เขาจึงพยักหน้าตกลง

ไอรีนเห็นว่าใกล้รุ่งสางแล้วจึงเร่งเร้า "ใส่เสื้อผ้าแล้วลักลอบออกไปเงียบๆ อย่าให้ใครเห็นเข้าล่ะ"

นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันเนี่ย?

"ได้เลย" ไลล์สวมเสื้อ เตรียมปีนออกทางหน้าต่าง แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงหันกลับไปมองไอรีน

อืม ทำไมสภาพข้าถึงดูเหมือนพวกผู้ชายที่แอบมาเป็นชู้ตามบ้านคนอื่นจังนะ?

ปีนเข้าหาตอนดึก แล้วจากไปตอนรุ่งสาง แถมยังออกทางหน้าต่างอีกต่างหาก

ไอรีนเห็นเขาชะงักจึงเร่งอีกครั้ง "รีบไปเร็วเข้า เดี๋ยวคนจะเริ่มพลุกพล่านแถวนี้แล้ว"

ไลล์ส่ายหัว ปีนออกนอกหน้าต่าง ขึ้นไปบนชายคา แล้วจากไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

โชคดีที่เขาออกจากวังได้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นพวกขุนนางคงหาเรื่องมาครหาได้อีกแน่

หลายวันต่อมา ไลล์ปฏิบัติตามคำสั่ง เข้าวังทุกเช้าตรู่และกลับออกมาในตอนเย็น เพื่อให้ความร่วมมือกับการทดลองของไอรีน

แต่ครั้งนี้เขาได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการจากไอรีน ดังนั้นจึงไม่ถือว่าเป็นการบุกรุก

ในช่วงเวลานี้ ไลล์ไม่มีเวลาไปดูแลกองพันปราบมังกร จึงได้แต่มอบอำนาจชั่วคราวให้มังกรปราชญ์ดูแลแทน

มังกรปราชญ์เองก็มีบารมีสูงในกองทัพ เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในระยะสั้น

ณ ชายแดนอาณาจักรดรากูนอฟ สมรภูมิที่เคยใช้ต่อสู้กับฝ่ายมังกรอธรรม แขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่งได้เดินทางมาถึง

พวกเขามีร่างกายมหึมา มีปีก และระบุตัวตนได้ง่ายมาก

กลุ่มนี้คือมังกรที่ไม่ทราบที่มา

เหล่ามังกรสังเกตสภาพสนามรบที่พังพินาศ ภูมิประเทศกินอาณาบริเวณหลายกิโลเมตรเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

หลังจากสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง พวกมันก็สื่อสารกันด้วยภาษามังกร

ในตอนนั้นเอง ฝูงมังกรแหวกทางออก หญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่มมังกรเหล่านั้น

เธออายุไม่เกินสามสิบปี ผมสีทองยาวมัดเป็นหางม้า แววตาคมกริบและมุ่งมั่น

เหล่ามังกรก้มหัวลงและถามเป็นภาษามังกร "แอนนา เราเห็นแล้ว สงครามระหว่างมังกรเกิดขึ้นที่นี่จริงๆ และมีร่องรอยการช่วยเหลือจากมนุษย์ด้วย"

แอนนาพยักหน้า ตอบกลับด้วยภาษามังกรเช่นกัน "ข้าไม่นึกเลยว่านอกจากพวกเราแล้ว ยังมีมนุษย์ที่เป็นพันธมิตรกับเผ่ามังกร แถมยังขัดขวางการบุกของฝ่ายอธรรมได้สำเร็จ นี่เป็นเรื่องดี เป็นสิ่งที่เราหวังไว้พอดี ไปที่เมืองหลวงของดรากูนอฟกันเถอะ เราต้องไปพบราชินีของที่นี่"

"ตกลง พวกเราพร้อมแล้ว" มังกรตัวหนึ่งยื่นกรงเล็บออกมา แบมือวางราบกับพื้น

แอนนาปีนขึ้นไปตามนิ้วมือของมันโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัวอันตราย

มังกรวางแอนนาไว้บนหัว ก่อนจะกระพือปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

เมื่อเห็นดังนั้น มังกรตัวอื่นๆ ก็บินตามหลังไป พวกมันอาศัยจังหวะที่อากาศแจ่มใส บินมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรดรากูนอฟโดยใช้เวลาเดินทางหนึ่งวันเต็ม

จบบทที่ บทที่ 15 แอนนา

คัดลอกลิงก์แล้ว