เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 สายฟ้าแลบแห่งอาณาจักรอาเธอร์

บทที่ 8 สายฟ้าแลบแห่งอาณาจักรอาเธอร์

บทที่ 8 สายฟ้าแลบแห่งอาณาจักรอาเธอร์


บทที่ 8 สายฟ้าแลบแห่งอาณาจักรอาเธอร์

ไลล์ปล่อยให้กองทัพฝึกซ้อมกันเองอย่างอิสระ ส่วนตัวเขารีบวิ่งตรงมาหาไอรีน

ไอรีนไม่อ้อมค้อมและเข้าประเด็นทันที "ฉันวางแผนว่าจะทดลองบรรจุพลังเวทของมังกรปราชญ์ใส่ในตัวของฉันและเจ้า เพื่อเป็นการทดสอบดู"

ไลล์เข้าใจในทันทีว่านี่คือต้นกำเนิดของ "เวทปราบมังกร" เขาจึงฉีกยิ้มกว้างอย่างขี้เล่นแล้วกล่าวว่า "ฟังดูอันตรายชะมัด องค์ราชินี อย่าทรงเสี่ยงเป็นคนแรกเลยครับ โยนมาทางผมได้เลย ไม่ต้องยั้งมือ"

ไอรีนกลอกตามองบนใส่เขา ไลล์ชอบทำตัวรุ่มร่ามอยู่เรื่อย ถ้าไปอยู่กับกษัตริย์หรือราชินีองค์อื่น เขาคงโดนสั่งประหารไปนานแล้ว มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นแหละที่ถึงจะหงุดหงิดกับเขาบ้าง แต่ก็ยังกล้าใช้งานคนอย่างเขา

"ข้าเองก็คิดว่าให้ไลล์ลองก่อนดีกว่า" มังกรปราชญ์เสนอความเห็น ราชินีมีความสำคัญต่ออาณาจักรดรากูนอฟและพันธมิตรมากเกินกว่าจะยอมให้เกิดความผิดพลาดใดๆ

การทดสอบเวทมนตร์ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าคนหน้าหนาอย่างไลล์นั่นแหละดีแล้ว

ไอรีนเข้าใจถึงความสำคัญของสถานการณ์ดีจึงตอบตกลง แต่เธอก็ทดไว้ในใจเงียบๆ

แม้เธอจะมั่นใจอยู่บ้าง แต่การทดลองเวทมนตร์ย่อมมีความเสี่ยง ไลล์ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อเธอ เธอจะต้องหาทางตอบแทนเขาภายหลังอย่างแน่นอน

"ไปกันเถอะ ตรงนี้ไม่เหมาะจะทำการทดลองต่อหน้าสาธารณชน" ไอรีนกล่าวพลางนำไลล์และมังกรปราชญ์ออกจากลานฝึกซ้อมกลับไปยังพระราชวัง

เธอเลือกพระราชวังเล็กๆ หลังหนึ่ง ไล่คนอื่นออกไปจนหมด ให้เหลือเพียงไลล์อยู่ในห้อง

มังกรปราชญ์ตัวใหญ่เกินกว่าจะเข้ามาในวังได้ จึงพับปีกและหมอบอยู่ด้านนอก โดยใช้ดวงตาแนวตั้งขนาดใหญ่จ้องมองทั้งสองคนผ่านทางหน้าต่าง

ไอรีนชี้ไปที่ท่อนบนของไลล์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ถอดเกราะและเสื้อผ้าของเจ้าออกซะ"

หืม?

ไลล์เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

เธอกำลังคิดจะทำอะไร?

บริการส่วนตัวเหรอ?

มังกรปราชญ์ก็จ้องอยู่ตรงหน้าต่างนี่นะ!

เมื่อเห็นสีหน้าของเขา ไอรีนก็รู้ทันทีว่าเขากำลังจินตนาการไปไกลอีกแล้ว เธออดไม่ได้ที่จะสบถในใจแล้วพูดว่า "ฉันจำเป็นต้องสัมผัสหน้าอกของเจ้าโดยตรง เพื่อให้ถ่ายโอนพลังเวทได้สะดวกและปลอดภัยขึ้นสำหรับตัวเจ้าเอง พอเราเริ่มชำนาญแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้อีก"

อ้อ อย่างนี้นี่เอง... ไลล์รู้สึกฝ่อลงเล็กน้อย แต่เขาก็ยอมถอดเกราะและเสื้อท่อนบนออกแต่โดยดี

นี่เป็นครั้งแรกที่ไอรีนได้เห็นร่างกายของชายหนุ่ม เธออดไม่ได้ที่จะเผลอมองอยู่หลายครั้ง แล้วพบว่าไม่อาจละสายตาได้

ไม่ใช่เพราะไอรีนมีความคิดหมกมุ่น แต่เป็นเพราะร่างกายท่อนบนของไลล์นั้นเต็มไปด้วยแผลเป็นมากมาย ทั้งเก่าและใหม่ ซ้อนทับกันหนาแน่นจนดูน่ากลัว

เธอขมวดคิ้ว รู้ดีว่ารอยแผลเหล่านี้คือสิ่งที่ไลล์ได้รับจากการรับใช้เธอมาตลอดหลายปี ฝ่าฟันกองซากศพและทะเลเลือด มีหลายครั้งที่เขาเกือบจะไม่ได้กลับมา

"ปกติแผลพวกนี้ทำให้เจ้าเจ็บปวดไหม?" น้ำเสียงของไอรีนอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "ให้ฉันใช้เวทมนตร์ลบรอยพวกนี้ให้ไหม มันดูน่ากลัวทีเดียว"

"เฮ้ย เดี๋ยวๆๆ! ฝ่าบาท อย่าพะยะค่ะ!" ไลล์ร้อนรนทันทีเมื่อได้ยินว่าราชินีต้องการลบรอยแผลเป็นบนตัวเขา "แผลเป็นพวกนี้คือเหรียญตราแห่งเกียรติยศ และเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของกระหม่อม ทุกครั้งที่ฝึกทหารใหม่ กระหม่อมต้องถอดเสื้อโชว์แผลพวกนี้ ไม่อย่างนั้นพวกมันจะนับถือกระหม่อมได้ยังไง?"

มังกรปราชญ์ที่ฟังอยู่ถึงกับหัวเราะลั่น "พูดได้ดี! 'แผลเป็นคือเกียรติยศของนักรบ' ในวัฒนธรรมมังกรของเราก็คล้ายกัน หากใครเสียเขา ปีก หรือกรงเล็บในการต่อสู้ ย่อมสามารถนำไปคุยโอ้อวดกับเพื่อนฝูงได้"

ไอรีนอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก "วันๆ คิดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้าเจ้าทำงานดีจริง จำเป็นต้องมีแผลเต็มตัวเพื่อพิสูจน์ตัวเองด้วยหรือ?"

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เธอก็ไม่เซ้าซี้เรื่องจะลบรอยแผลเป็นอีก

ช่วงเวลาต่อมา ไอรีนพยายามถ่ายโอนและบรรจุพลังเวทของมังกรปราชญ์ใส่ร่างไลล์อย่างต่อเนื่อง

หลังจากล้มเหลวหลายครั้ง ในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จหนึ่งครั้ง

ไลล์มองดูพลังเวทสีแดงที่แผ่ออกมาจากมือ เขาโบกมือเบาๆ พื้นดินก็เกิดหลุมขนาดใหญ่เสียงดังสนั่น

เขาถามเสียงอ่อย "ฝ่าบาท กระหม่อมคงไม่ต้องซ่อมหลุมนี้เองหรอกนะ? กระหม่อมเป็นแค่คนจนๆ..."

"เงินรางวัลที่ฉันให้ไปเมื่อเดือนที่แล้วใช้หมดแล้วรึไง?" ไอรีนบีบหว่างคิ้วแล้วดุเขา "บอกให้รู้จักใช้เงิน อย่าฟุ่มเฟือย และอย่าติดเหล้า แต่เจ้าไม่เคยจำใส่สมองเลย"

"แหะๆ นั่นมันงานอดิเรกเดียวของกระหม่อมเลยนะ" ไลล์เกาท้ายทอยแก้เก้อ

มังกรปราชญ์เฝ้ามองอยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้ม แต่ไม่ได้ขัดจังหวะ ทำตัวเหมือนไม่มีตัวตน

ไอรีนจ้องมองมือของไลล์แล้วส่ายหน้า "แม้จะสำเร็จ แต่พลังเวทแค่นี้ใช้ไปไม่กี่ท่าก็หมดแล้ว ไม่สามารถใช้ต่อสู้ระยะยาวได้ แถมเวลาที่ใช้ในการถ่ายโอนและบรรจุก็นานเกินไป"

พวกเขาใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงแต่สำเร็จเพียงครั้งเดียว ดวงอาทิตย์ก็เริ่มจะลับขอบฟ้าแล้ว

ไลล์ปลอบใจเธอ "ของแบบนี้มันต้องฝึกฝน ครั้งแรกก็ขลุกขลักแบบนี้แหละ ครั้งที่สองก็จะดีขึ้น พอมีประสบการณ์ เดี๋ยวก็ทำได้นานขึ้นและเร็วขึ้นเอง"

"คงทำได้แค่นั้น" ไอรีนกล่าว ในฐานะหญิงสาวผู้ไร้เดียงสา เธอไม่เข้าใจมุกตลกสองแง่สองง่ามของไลล์เลยแม้แต่น้อย ส่วนมังกรปราชญ์ที่เป็นเผ่าพันธุ์มังกร ยิ่งมีช่องว่างระหว่างวัยหนักเข้าไปใหญ่

เมื่อไม่มีใครเก็ทมุก ไลล์เลยอดรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยไม่ได้

ในตอนนั้นเอง มังกรปราชญ์ก็เอ่ยขึ้นและเสนอความคิดเห็น "วิธีนี้ยังไงก็ยังไม่สมบูรณ์ ลองคิดดูสิ ราชินีจะต้องใช้เวลาและพลังเวทมากแค่ไหนในการบรรจุพลังมังกรให้ทหารทีละคน? นอกจากจะใช้พลังได้ไม่เต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองพลังรบของราชินีโดยใช่เหตุ"

ไลล์ฉวยโอกาสนี้เสนอแนวคิด "เวทปราบมังกร" ขึ้นมาทันที "เอาแบบนี้ไหมครับ ให้ราชินีวิจัยเวทมนตร์ชุดนี้ ทำให้มันเรียบง่ายที่สุด แล้วสรุปหลักการและแก่นแท้ของมันออกมา ไม่ว่าจะให้มังกรเป็นคนสอนทหาร ให้ราชินีร่ายมนตร์ใส่ หรือให้ทหารเรียนรู้กันเอง แบบนี้น่าจะสะดวกกว่ามาก"

ไอรีนและมังกรปราชญ์พยักหน้าเห็นด้วยเมื่อได้ยิน แนวคิดนี้น่าสนใจ ปัญหาตอนนี้คือจะทำให้มันเป็นจริงได้อย่างไร

จากนี้ไป การทำให้ "เวทปราบมังกร" สมบูรณ์แบบ ขึ้นอยู่กับไอรีนเพียงผู้เดียว

หลายวันต่อมา ไอรีนก็มีความคืบหน้าในการวิจัยเวทมนตร์ใหม่อย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน รายงานข่าวกรองที่น่าเป็นห่วงก็ทยอยส่งมาจากอาณาจักรอาเธอร์อย่างต่อเนื่อง

ไอรีนนั่งอยู่บนบัลลังก์ ฟังรายงานด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น "หมายความว่ายังไง? มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากปรากฏตัวที่ชายแดนฝั่งอาณาจักรอาเธอร์? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

หน่วยลาดตระเวนรีบตอบ "เราได้ข้อมูลจากผู้ลี้ภัยว่า ดูเหมือนจะมีกลุ่มมังกรบุกโจมตีอาณาจักรอาเธอร์ และทำลายเมืองไปหลายแห่งแล้ว กองทัพอาณาจักรอาเธอร์ไม่สามารถแบ่งกำลังมาดูแลผู้ลี้ภัยได้ พวกเขาเลยทะลักเข้ามาในเขตแดนของเรา"

เมื่อได้ยินดังนั้น ไลล์คิดในใจ ในที่สุดก็เริ่มแล้วสินะ

นี่เป็นแค่ออร์เดิร์ฟ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่แท้จริงจะมาพร้อมกับจานหลัก... "เทศกาลราชันมังกร"

ไอรีนและเหล่ารัฐมนตรีเริ่มหารือกันว่าจะจัดการกับกลุ่มผู้ลี้ภัยนี้อย่างไร

ไม่นานหลังจากนั้น มีคนมารายงานว่าทูตจากอาณาจักรอาเธอร์ขอเข้าเฝ้า

ไอรีนเรียกทูตเข้ามา

ทันทีที่ทูตเข้ามาถึง เขาก็คุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้ขอร้องให้ราชินีส่งกองทัพไปช่วยเสริมกำลังให้อาณาจักรอาเธอร์ เพื่อร่วมต้านทานมังกรจากฝ่ายอธรรม

นี่เป็นการยืนยันข่าวลือ: อาณาจักรอาเธอร์กำลังเผชิญหายนะครั้งใหญ่จริงๆ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยปกติของพวกเขา มีหรือจะยอมบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากดรากูนอฟ?

"สถานการณ์การรบเป็นยังไงบ้าง? พวกมังกรบุกไปถึงไหนแล้ว?" ไอรีนถามด้วยความกังวล

ทูตร่ำไห้ "พวกมันบุกถึงเมืองหลวงแล้วพะยะค่ะ! ได้โปรดส่งกองทัพไปโดยเร็วเถิด ไม่อย่างนั้นคงสายเกินแก้!"

ไอรีนตกใจ ตามรายงาน มังกรเพิ่งบุกอาณาจักรอาเธอร์ได้เพียงสัปดาห์กว่าๆ พวกมันบุกถึงเมืองหลวงได้เร็วขนาดนี้เชียวหรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมพวกเขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าต้องการกำลังเสริมตอนที่มังกรบุกถึงเมืองหลวงแล้ว?

ก่อนหน้านี้พวกเขาทำอะไรกันอยู่?

อาณาจักรอาเธอร์เกือบจะถูกกวาดล้างภายในสัปดาห์เดียว นี่อาณาจักรอาเธอร์อ่อนแอกว่าที่คิด หรือมังกรฝ่ายอธรรมแข็งแกร่งเกินจินตนาการกันแน่?

จบบทที่ บทที่ 8 สายฟ้าแลบแห่งอาณาจักรอาเธอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว