เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 186 ยุติความเจ็บปวด!

บทที่ 186 ยุติความเจ็บปวด!

บทที่ 186 ยุติความเจ็บปวด!


แววตาหลัวเฉิงเปล่งประกายดั่งสายอสุนีบาตที่แหวกผ่านผืนท้องนภายามราตรีกาล เสี้ยวลมหายใจก็ฟาดฟันกระบี่ออกไปทันที

ฉัวะ!

แสงคลื่นกระบี่คล้ายมีจริงคล้ายลวงตา ถูกปลดปล่อยออกจากกระบี่พุ่งตรงเข้าใส่ศีรษะงูยักษ์เกล็ดดำอย่างรุนแรง

ปัง!

ร่างอันมหึมาของงูยักษ์เกล็ดดำ ถูกแรงกระแทกจากปราณกระบี่ซัดกระเด็นไปในทันที

ใต้คางของงูยักษ์เกล็ดดำยามนี้ ปรากฏบาดแผลลึกจวนถึงกระดูกยาวกว่าจั้ง เลือดพุ่งอาบไปตามลำคออย่างน่าสยดสยอง

ระหว่างนั้น งูยักษ์เกล็ดดำที่คุ้มคลั่งยามนี้มันคล้ายจะได้สติกลับมา ดวงตาแดงฉานมันมองหลัวเฉิงด้วยความหวาดผวายิ่ง มันมิกล้าคิดสู้อีกต่อไป จึงหันอีกทางแล้วเลื้อยหนีอย่างรวดเร็ว

“หนีไปแล้วงั้นหรือ?”

หลัวเฉิงมองงูยักษ์เกล็ดดำที่เลื้อยหายเข้าไปในป่าด้วยความรู้สึกประหลาดใจ ทันใดจึงทอดถอนใจยาวด้วยความเหนื่อยล้ายิ่ง

“กระบวนท่านี้ช่างกินแรงยิ่งนัก!”

เมื่อความกดดันในการต่อสู้คลายเบาลง หลัวเฉิงก็รู้สึกว่าปราณแท้ในร่างถูกดูดออกไปจนเกือบหมด แม้แต่แรงจะกระชับกระบี่ทลายสวรรค์ก็แทบจะไม่เหลือ

การฟาดฟันกระบี่ในครั้งนี้ไม่เพียงใช้ปรานแท้ไปมากเท่านั้น แต่ยังทำให้พลังวิญญาณของเขาอ่อนล้าลงมากด้วยเช่นกัน

“เมื่อครู่ นั่นคือปราณกระบี่งั้นหรือ? ทะลายสวรรค์กระบวนท่าที่สาม ‘อัสนีคลั่ง’ มิใช่ต้องมีพลังยุทธ์ถึงขั้นเขตแดนลึกลับก่อนงั้นหรือ…”

เหตุที่เขาคิดเช่นนั้นก็เพราะ ทะลายสวรรค์กระบวนท่าที่สาม ‘อัสนีคลั่ง’ เป็นกระบวนท่าที่ต้องปลดปล่อยปรานกระบี่ โดยปกติแล้วต้องมีพลังยุทธ์ถึงขั้นเขตแดนลึกลับเท่านั้น จึงจะสามารถปลดปล่อยมันได้

หลัวเฉิงเคยพยายามฝึกปรือและทำความเข้าใจกระบวนท่านี้มาก่อนเช่นกัน แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านพลังยุทธ์ที่ยังไม่สูงพอ เขาจึงไม่สามารถฝึกปรือมันได้สำเร็จ

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับงูยักษ์เกรดดำในครั้งนี้ หลัวเฉิงคิดเพียงว่าต้องสังหารงูยักษ์เกรดดำตัวนี้ให้ได้เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญสามารถใช้กระบวนท่าที่สามนี้ได้ จนก่อเกิดเป็นปราณกระบี่ฟาดเข้าใส่งูยักษ์เกล็ดดำทำให้มันบาดเจ็บสาหัสและหนีไปได้

แต่ปราณกระบี่เมื่อครู่นั้นถูกปลดปล่อยโดยมิได้ตั้งใจ

หากจะร่ายรำฟาดฟันมันอีกครั้ง เกรงว่าคงยากแล้ว

“การปลดปล่อยปราณกระบี่ หากข้าฝึกฝนกระบวนท่านี้ได้สำเร็จจริงๆ ในบรรดาผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขั้นเขตแดนลึกลับ ข้าจะกลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน!”

“แต่กระบวนท่านี้ใช้ปราณแท้มากเกินไป หากเมื่อครู่ไม่สามารถขับไล่งูยักษ์เกล็ดดำไปได้ ชีวิตข้าคงไม่พ้นกลายเป็นเหยื่อของมันแทนเป็นแน่”

หลัวเฉิงทอดถอนใจเบาๆ พลางส่ายศีรษะกับความโชคดีของตนในครั้งนี้

เพลงกระบี่เมื่อครู่แทบจะใช้พลังปราณทั้งหมดในร่างที่เขามีเลยทีเดียว

หากมันมิอาจขับไล่งูยักษ์เกล็ดดำตัวนี้ไปได้ ผลที่ตามมาคงน่ากลัวจนเขามิกล้าจินตนาการแม้แต่น้อย

“มิน่าว่างูยักษ์เกล็ดดำตัวนี้อาจจะย้อนกลับมาอีกหนก็เป็นได้ ข้าต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!”

หลัวเฉิงส่ายศีรษะหยุดคิดเรื่องกระบวนท่าเมื่อครู่นี้ไปก่อน แล้วเตรียมตัวจะออกจากที่นั่นทันที ทว่า จู่ๆ หูเขาก็แว่วยินเสียงร้องโหยหวนครวญครางอย่างเจ็บปวด

เมื่อหลัวเฉิงหันศีรษะไปมองทางต้นเสียง ก็ได้บังเอิญพบกับสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง

ท่ามกลางมวลพฤกษาที่รกทึบ บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยคราบเลือดและเศษเนื้อกระจัดกระจาย ผู้ที่อยู่ตรงนั้นเป็นใครไปมิได้นอกจากหลินจินไท่

ในตอนแรกร่างเขามีสภาพอิดโรยอยู่บนเนินเขาเล็กๆ เกรงว่าเนินเขานั้นจะถูกงูยักษ์เกล็ดดำซัดจนถล่มจากการต่อสู้เมื่อครู่จึงได้ตกลงมาที่นี่

ถึงแม้หลินจินไท่จะมีบาดแผลและได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ แต่อย่างไรเขาก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้า ด้วยพลังชีวิตที่แข็งแกร่งยามนี้จึงยังไม่ทันสิ้นลม

“ข้าจะยุติความเจ็บปวดให้เจ้าเอง”

หลัวเฉิงส่ายศีรษะพร้อมเดินเข้าหาแล้วใช้กระบี่แทงเข้าไปที่ลำคอของหลินจินไท่ จากนั้นจึงนั่งเข้าฌานสมาธิเบื้องหน้าแล้วกลืนกินวิญญาณยุทธ์หลินจินไท่ทันที

พัฟ!

วิญญาณยุทธ์ที่เปล่งประกายด้วยดาวห้าดวงปรากฏขึ้น พริบตาก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในฝ่ามือของหลัวเฉิง

ระหว่างนี้ หลัวเฉิงไม่เคลื่อนไหวแต่อย่างใด มีเพียงจิตมุ่งมั่นในการกลืนกินวิญญาณยุทธ์เท่านั้น

หลัวเฉิงรีบกลืนวิญญาณยุทธ์ทันทีที่มันปรากฏเพราะเกรงจะมีผู้ใดมาพบเข้า หากผู้ใดมาพบตอนนี้ก็ไม่เหลือร่องรอยใดแล้ว อาจคิดได้เพียงว่าหลัวเฉิงนั่งสมาธิฝึกปราณเท่านั้น

หลังจากดูดกลืนวิญญาณยุทธ์ของหลินจินไท่แล้ว หลัวเฉิงก็รู้สึกว่าปราณแท้ของเขาฟื้นฟูกลับมาถึงสามส่วน และพลังวิญญาณก็ค่อยๆ ฟื้นตัวเช่นเดียวกัน

“ด้วยพลังของข้าในตอนนี้ เกรงว่าคงยากหากต้องเผชิญหน้ากับราชาแห่งสัตว์อสูรสองดาวอีกครั้ง…”

“แต่ถ้าข้าสามารถฝึกฝนเพลงกระบี่ทลายสวรรค์กระบวนท่าที่สามได้สำเร็จ หรือสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับหกได้สำเร็จ การสังหารงูยักษ์เกล็ดดำก็มิเป็นปัญหาอีกต่อไป!”

เขามองยังทิศทางที่งูยักษ์เกล็ดดำหนีไป ก่อนถอนใจยาวพร้อมกับผลักร่างให้ลุกขึ้นยืน

“ตอนนี้คงถึงเวลาที่ข้าต้องกลับไปแล้ว! หวังว่าพวกกู่หลิงเฟิงจะปลอดภัยดี! เมื่อได้ผลหยวนหลิงมาแล้ว อีกไม่นานข้าต้องสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับหกได้แน่! หรือยิ่งกว่าอาจทะลวงไปถึงขั้นเขตแดนลึกลับก็เป็นได้!”

เมื่อเห็นว่าดวงสุริยันใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที หลัวเฉิงจึงเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วเดินกลับไปทางเดิม ซึ่งเป็นทางลาดลงจากหุบเขา

จบบทที่ บทที่ 186 ยุติความเจ็บปวด!

คัดลอกลิงก์แล้ว