เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 185 ทลายสวรรค์กระบวนท่าที่สาม!

บทที่ 185 ทลายสวรรค์กระบวนท่าที่สาม!

บทที่ 185 ทลายสวรรค์กระบวนท่าที่สาม!


“ตอนนี้ข้าเองก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว!”

หลังจากต่อสู้กับสัตว์อสูรมหึมามาอย่างยาวนาน หลัวเฉิงก็รู้สึกว่าร่างกายตนยามนี้จวนหมดเรี่ยวแรงแล้วเช่นกัน หากยังคงฝืนสู้ต่อไปเกรงจะนำภัยมาสู่ตนเท่านั้น

อีกอย่างคือกู่หลิงเฟิงและหยวนจื่อหลานเก็บผลหยวนหลิงไปเรียบร้อยแล้ว หลัวเฉิงก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องสู้กับมันอีกต่อไป จึงหันหลังเตรียมพุ่งตัวหลบเข้าไปในป่า

ฟ่อ!

ในเวลาเดียวกัน งูยักษ์เกล็ดดำก็พบว่าผลหยวนหลิงที่มันเฝ้าปกป้องอยู่นั้นหายไปแล้ว จึงแสยะเขี้ยวส่งเสียงคำรามกึกก้อง

ชั่วขณะหนึ่ง มันจึงสาดแววตาอำมหิตของมันไปหาหลัวเฉิงพร้อมกับปล่อยจิตสังหารอันรุนแรงออกมา

บูม!

เมื่อย่างเท้าก้าวเข้าสู่ป่าทึบ หลัวเฉิงก็สัมผัสได้ถึงการสะเทือนสั่นอย่างรุนแรงของผืนดินเบื้องล่าง ครั้นหันศีรษะกลับไปมอง สิ่งที่เห็นนั้นทำเอาเขาแทบหัวใจหยุดเต้น

เนื่องจากงูยักษ์เกล็ดดำยามนี้ ทั่วทั้งลำตัวมันเต็มไปด้วยหมอกอายสีดำอย่างน่าพรั่นพรึง เลื้อยร่างอันมหึมามุ่งหาเขาอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ใหญ่ขนาดเทียบเท่าสองคนโอบ เมื่อสัมผัสร่างมันก็ต้องหักโค่นลงทันที

“แย่แล้ว!”

หลัวเฉิงอุทานด้วยความตื่นตระหนก พริบตาตั้งสติได้จึงเร่งฝีเท้าลงจากหุบเขาจนสุดกำลัง

หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรไล่ล่ากันอย่างดุเดือด พื้นที่ใดที่สองร่างนั้นข้ามผ่าน ต้นไม้ใหญ่น้อยล้วนหักโค่น กระทั่งพื้นภูเขาที่เป็นหินแข็งยังถูกแหวกกรีดเป็นร่องลึกหลายจั้ง

ปัง! ปัง! ปัง!

ระหว่างที่หลัวเฉิงกำลังเร่งฝีเท้าสุดกำลัง จู่ๆ ต้นไม้ยักษ์หลายต้นก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า กระแทกพื้นรอบๆ ตัวเขาทันที เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วเขาจะช้าลงได้อยู่ไย

งูยักษ์เกล็ดดำตัวนี้ไม่เพียงไล่ล่าเท่านั้น แต่มันยังใช้หางขนาดใหญ่ฟาดต้นไม้พุ่งเข้าใส่หลัวเฉิงอีกต่างหาก

ทว่า หลัวเฉิงมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคม ไหนเลยต้นไม้ยักษ์เหล่านั้นจะสามารถทำอันตรายต่อเขาได้

แม้มันมิอาจทำอันตรายต่อเขาได้ก็จริง แต่การหลบหลีกอยู่บ่อยครั้งทำให้ความเร็วในการหลบหนีช้าลงอย่างชัดเจน เพียงไม่นานระยะห่างระหว่างเขากับงูยักษ์เกล็ดดำก็ย่นเข้ามาเรื่อยๆ

“แค่ผลหยวนหลิงไม่กี่ผล เหตุใดต้องเสี่ยงเอาชีวิตเข้าแลกถึงเพียงนี้?”

หลัวเฉิงรู้สึกเดือดดาลเป็นที่สุด

แต่ระหว่างเขาพึมพำอยู่นั้น งูยักษ์เกล็ดดำก็ได้ตวัดต้นไม้ยักษ์สามต้นพุ่งเข้ามาอีกหน ฟาดเข้าใส่บริเวณที่หลัวเฉิงกำลังวิ่งอยู่

ปัง! ปัง! ปัง!

ต้นไม้ขนาดยักษ์ฟาดเข้ากระแทกพื้นอย่างแรง จนผืนป่าพังทลายแม้แต่ดินยังแตกระแหงเป็นแนวยาว

แม้หลัวเฉิงจะไม่ถูกไม้ใหญ่กระแทกก็ตาม แต่แรงปะทะนั้นรุนแรงมาก กระทั่งส่งเป็นคลื่นอากาศกระทบเขา ทำเอาหลัวเฉิงแทบเสียการควบคุม

งูยักษ์เกล็ดดำเมื่อประสบเห็นโอกาส ไหนเลยมันจะปล่อยให้หลุดมือ เสี้ยววินาทีนั้นมันจึงพุ่งร่างมหึมาเข้าหาหลัวเฉิงทันที

“ต้องสู้เท่านั้น!”

เมื่อรู้ดีว่าการเอาแต่หนีอย่างเดียวไม่มีประโยชน์ หลัวเฉิงตัดสินใจเผชิญหน้ากับมัน แววตาเขาส่องประกายด้วยแสงเยือกเย็น จากนั้นจึงตบฝ่าเท้าลงพื้นกระโจนเข้าหางูยักษ์เกล็ดดำทันที

“ทลายสวรรค์กระบวนท่าแรก สวรรค์ถล่มสายลมชะงัก!”

เมื่ออยู่ท่ามกลางห้วงอากาศ หลัวเฉิงจึงร่ายรำออกกระบวนท่าเพลงกระบี่พลัน กระบี่ทลายสวรรค์ในมือสาดส่องประกายแสงจรัสดั่งดวงดาราในยามราตรี ฟาดกระบี่พุ่งไปยังจุดตายของงูยักษ์เกล็ดดำ

ด้วยการโจมตีครั้งนี้อยู่เหนือการคาดการณ์ของงูยักษ์เกร็ดดำ มันจึงไม่ทันได้ตอบสนองหรือป้องกันตัวแต่อย่างใด ทว่าอายหมอกสีดำที่ปกป้องจุดตายมันยังคงแข็งแกร่งยิ่ง

ฉัวะ!

คมกระบี่ทลายสวรรค์ตัดผ่านม่านหมอกสีดำอย่างยากลำบาก การฟาดฟันนี้จึงสร้างบาดแผลลึกเข้าไปได้เพียงครึ่งฉื่อเท่านั้น

“นี่มันจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”

หลัวเฉิงคาดไม่ถึงว่าอายหมอกสีดำนี้จะเป็นเกราะป้องกันให้มันได้ด้วย อีกทั้งการฟาดฟันครั้งนี้เขาปลดปล่อยพลังไปมากถึงหกหรือเจ็ดส่วนทีเดียว

หากมิใช่เพราะอายหมอกดำนั่น เกรงว่าการฟาดฟันด้วยกระบี่ครั้งนี้ต้องทำให้งูยักษ์ตายในทันทีเป็นแน่

ฟ่อ!

งูยักษ์เกล็ดดำที่ถูกสร้างบาดแผลให้ยิ่งทวีความโกรธแค้น เลือดของมันพุ่งพล่านแม้แต่ดวงตายามนี้ยังถูกย้อมเป็นสีแดงฉานปานโลหิต ร่างกายมหึมาของมันขดม้วนเข้าเป็นวง ทันใดจึงฟาดหางขนาดใหญ่คล้ายแส้ยักษ์เข้าใส่หลัวเฉิงอย่างกะทันหัน

เมื่อเห็นการโจมตีเยี่ยงนี้ มีหรือหลัวเฉิงจะกล้าปะทะตรงๆ จึงกวัดแกว่งกระบี่ขึ้นป้องกันทันที

ปัง!

แม้จะหลีกเลี่ยงแรงปะทะตรงๆ มาได้ ทว่าหลัวเฉิงกลับรู้สึกเหมือนถูกฆ้อนขนาดยักษ์ฟาดเข้าใส่อย่างแรง ร่างถูกซัดลอยละลิ่วแม้แต่ปากก็กระอักเลือดออกมาคำใหญ่

ครืน!

เมื่อเห็นว่าหลัวเฉิงเกิดบาดเจ็บและอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ ไหนเลยมันจะคิดยั้งมือ พริบตามันก็พุ่งร่างเข้าหาเขาอีกครั้ง เสียงปากขนาดใหญ่มันแหวกห้วงอากาศเกิดเสียงกึกก้องกัมปนาทดุจดั่งฟ้าร้อง ทั่วทั้งหุบเขาพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

“แย่แล้ว!”

หลัวเฉิงขมวดคิ้วแสดงสีหน้าวิตกยิ่ง เนื่องจากการโจมตีครั้งนี้ไม่มีโอกาสให้เขาได้หลบหนีแม้แต่น้อย!

ฟ่อ!

ในเสี้ยวลมหายใจนั้น งูยักษ์เกล็ดดำยิ่งแสยะเขี้ยวกว้างเข้ามาใกล้แทบกระชั้นชิด เจตนานั้นชัดเจนว่าจะกลืนหลัวเฉิงในคำเดียว

“เจ้าสัตว์อสูรบัดซบ! คิดหรือว่าข้าจะยอมให้เจ้าฆ่าง่ายๆ!”

สายตาหลัวเฉิงแข็งกร้าวขึ้น ไม่ปรากฏแววคิดหนีอีกต่อไป มือเขาคว้าด้ามกระบี่ทลายสวรรค์ไว้กระชับแน่น ทันใดก็ฟันกระบี่เข้าใส่งูยักษ์เกล็ดดำทันที

ในเวลานั้น หลัวเฉิงไม่มีสิ่งอื่นปรากฏในใจมีเพียงเจตนาเดียวเท่านั้น นั่นคือหวังให้การโจมตีนี้รวดเร็วที่สุด แข็งแกร่งที่สุด รุนแรงที่สุด

เสี้ยวลมหายใจที่กระบี่ถูกรำออกไป หลัวเฉิงสัมผัสได้ถึงปราณที่โคจรผ่านจุดชีพจรในร่าง เขาเพียงตวัดข้อมือเล็กน้อย การเคลื่อนไหวที่ควรจะเป็นทลายสวรรค์กระบวนท่าที่สอง กลับเปลี่ยนแปลงเป็นกระบวนท่าใหม่ทันที

เวลาเดียวกันนั้น วังวนปราณในตันเถียนหลัวเฉิงก็เกิดการสั่นไหว ปราณแท้บางส่วนแผ่ซ่านออกมาหลั่งไหลเข้าสู่กระบี่ทลายสวรรค์

ทันใดนั้น กระบี่ทลายสวรรค์คล้ายหายไปชั่วพริบตา เหลือไว้เพียงประกายแสงบางๆ ที่ลอยเคว้งในห้วงอากาศ ซึ่งเป็นการยืนยันว่ามันยังคงมีอยู่

“ทลายสวรรค์กระบวนท่าที่สาม อัสนีคลั่ง!”

จบบทที่ บทที่ 185 ทลายสวรรค์กระบวนท่าที่สาม!

คัดลอกลิงก์แล้ว