เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 187 หวาดระแวง

บทที่ 187 หวาดระแวง

บทที่ 187 หวาดระแวง


ยามนี้หลัวเฉิงกำลังมุ่งหน้าลงเขา

ทว่าระหว่างทางเขาสังเกตเห็นร่องรอยการต่อสู้อันรุนแรงบนเส้นทางเป็นระยะๆ

ไม่นานก็ได้พบศพสองศพ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นตัวเต็งสิบอันดับแรก แต่กลับถูกสังหารด้วยกระบี่เดียวโดยการแทงทะลุลำคอ

หลัวเฉิงคาดการณ์ไว้ว่า ผู้ที่สังหารคนเมื่อครู่คงหนีไม่พ้นกู่หลิงเฟิงเป็นแน่

“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหนีรอดไปได้แล้ว”

หลัวเฉิงรู้สึกโล่งใจเป็นที่สุดหลังไม่พบศพของทั้งสองจึงได้เข้าใจว่าทั้งสองหนีไปได้สำเร็จแล้ว

ด้วยพลังของกู่หลิงเฟิงและหยวนจื่อหลาน หากไม่ถูกล้อมโจมตีจนหมดสิ้นหนทาง การหนีลงจากเขานั้นง่ายเหมือนกับปล่อยปลาลงแม่น้ำ

ฝีมือของทั้งคู่นั้นใช่ธรรมดา ไหนเลยผู้อื่นจะสามารถขวางได้โดยง่าย

หลัวเฉิงไม่ลังเลใจอีกต่อไปรีบกลืนกินวิญญาณยุทธ์จากศพเหล่านั้นทันที แม้แก่นวิญญาณของพวกเขาจะเบาบางมากเนื่องจากตายมาเป็นเวลานาน แต่อย่างไรมันก็ยังดีกว่าคว้าน้ำเหลว

หลังจากนั้นไม่นานหลัวเฉิงก็มาถึงตีนเขา ทั่วบริเวณพื้นที่โดยรอบมีเพียงศพมากมายกับบรรยากาศอันเงียบสงัดผิดปกติ ไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิต

ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาเที่ยงคืนตามที่กำหนดไว้ บรรดาคนอื่นๆ นอกเหนือจากผู้ที่ไล่ล่ากู่หลิงเฟิงและหยวนจื่อหลาน มาตรว่าคงมุ่งหน้าไปยังจุดรวมพลรอขึ้นเรือสำเภาแล้วเป็นแน่

เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลัวเฉิงเองก็กำลังจะไปยังที่นั่น แต่ทันใดก็ต้องหยุดฝีเท้าอย่างกะทันหัน

ฟึบ!

จู่ๆ เงาอึมครึมสองร่างพลันกระโดดออกมาจากป่าทึบ เป็นใครไปมิได้นอกจากกู่หลิงเฟิงและหยวนจื่อหลาน

“หลัวเฉิง!”

เมื่อทั้งสองเห็นหลัวเฉิง สีหน้าก็แสดงถึงความประหลาดใจ หยวนจื่อหลานกระพริบตาแล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย “หลัวเฉิงงูยักษ์เกล็ดดำเล่า?”

“ข้าสลัดมันหลุดแล้ว”

หลัวเฉิงตอบน้ำเสียงตึงเครียด แล้วเอื้อมมือไปคว้าด้ามกระบี่อย่างหวาดระแวง พลางเอ่ยถามย้อนกลับ

“ว่าแต่ เหตุใดพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่? เรามิได้ตกลงกันไว้แล้วหรือว่าจะไปพบกันที่จุดขึ้นเรือสำเภา?”

การต่อสู้ยืดเยื้อกับงูยักษ์เกร็ดดำทำให้หลัวเฉิงสูญเสียพลังไปมาก แม้จะดูดซับพลังวิญญาณจากศพเพื่อฟื้นตัวบ้างแล้วก็ตาม แต่อย่างไรพลังของเขาก็ยังคงเหลือเพียงสามหรือสี่ส่วน

หากกู่หลิงเฟิงและหยวนจื่อหลานร่วมมือกันทรยศเขาในยามนี้ เกรงจะเป็นอันตรายต่อเขามิใช่น้อย

หยวนจื่อหลานเป็นโฉมงามที่ค่อนข้างมีไหวพริบ นางรับรู้ทันทีว่าหลัวเฉิงกำลังคิดสิ่งใดอยู่ จึงแย้มยิ้มเล็กน้อยกล่าวน้ำเสียงนุ่มนวล

“นี่เป็นกลยุทธ์ของกู่หลิงเฟิง เขาบอกว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด พวกเราจึงได้ย้อนกลับมาเพื่อช่วยเจ้า อย่าได้กังวลใจไป”

หลัวเฉิงส่ายศีรษะเล็กน้อย “จะกังวลหรือไม่หาใช่สิ่งสำคัญ แต่การกระทำต่างหากที่สำคัญยิ่งกว่า”

จากประสบการณ์ที่เคยโดนหักหลังมาก่อน ทำให้หลัวเฉิงระแวดระวังมากขึ้น เขายังคงจดจำผลที่ตามมาได้เป็นอย่างดีเมื่อตอนที่ช่วยเหลือโจวจินซวนและหวงซาง

เมื่อเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นแล้วเขาจะวางใจผู้อื่นโดยง่ายได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ทั้งกู่หลิงเฟิงและหยวนจื่อหลานยังมีพลังมากพอที่จะสามารถกุดหัวเขาได้เช่นเดียวกัน การระแวงไว้ก่อนนั้นย่อมมิใช่เรื่องผิด

โดนงูกัดเพียงครั้งเดียว เห็นเชือกเปียกน้ำตกใจกลัวไปสิบปี!

หยวนจื่อหลานหัวเราะเล็กน้อย จากนั้นกลอกตาหยาดเยิ้มกล่าวว่า “ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าผู้มีอายุน้อยกว่าพวกเรา แต่กลับกระทำการสิ่งใดล้วนรอบคอบนัก หากผู้ใดประมาทเกรงต้องพลาดพลั้งเป็นแน่”

นางเป็นสตรีผู้งดงามภายในอาภรณ์แพรพรรณสีฟ้า เรือนร่างแน่งน้อยแต่กลับมีส่วนเว้าโค้งอย่างชัดเจน คิ้วโก่งงดงามดั่งคันศร รอยยิ้มอ่อนหวานพานให้ชายหนุ่มผู้พบเห็นต้องใจละลาย

ร่างอรชรนั้นค่อยๆ ขยับปลายเท้าเข้าหาหลัวเฉิงด้วยท่าทีผ่อนคลายยิ่ง จากนั้นหยิบห่อกระดาษเล็กๆ ออกมาแล้วส่งให้หลัวเฉิง

“นี่เป็นส่วนของเจ้า”

เมื่อหลัวเฉิงเปิดห่อกระดาษออก เขาพบว่าข้างในมีผลหยวนหลิงมากถึงเจ็ดผล ส่งกลิ่นหอมอบอวนต้องปลายจมูกตั้งแต่คราแรก

“ทั้งหมดนี่เป็นของข้างั้นหรือ? เหตุใดจึงมากมายนัก?” หลัวเฉิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

หยวนจื่อหลานแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า “ผลหยวนหลิงมีทั้งหมดสิบเอ็ดผล ข้าและกู่หลิงเฟิงได้หารือกัน ครั้งนี้เจ้าต้องเผชิญหน้ากับงูยักษ์เกล็ดดำเพียงลำพัง พวกเราแทบไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย การแบ่งผลหยวนหลิงอย่างเท่าเทียมจึงนับว่าไม่เป็นธรรมกับเจ้า พวกเราเลยเอาไปคนละสองผล ที่เหลือเจ็ดผลเป็นของเจ้า”

กู่หลิงเฟิงก็พยักหน้าเห็นด้วย

หลัวเฉิงรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับงูยักษ์เกล็ดดำครั้งนี้ เกือบทำให้เขาสูญเสียชีวิต ผลหยวนหลิงเจ็ดผลนี้เขาย่อมสมควรได้รับ จึงไม่ลังเลที่จะรับไว้

“ขอบคุณพวกเจ้ามาก เรารีบไปกันเถอะ ใกล้ถึงเวลาที่เรือสำเภาจะมาแล้ว”

เขากล่าวพร้อมกับเก็บห่อกระดาษผลหยวนหลิงไว้

จากนั้นทั้งสามจึงเริ่มเดินทางมุ่งหน้าไปยังจุดขึ้นเรือสำเภาในทันที

ระหว่างทาง กู่หลิงเฟิงไม่อาจเก็บงำความสงสัยเอาไว้ได้จึงเอ่ยถามอย่างกะทันหัน “หลัวเฉิง เจ้าอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับห้าจริงงั้นหรือ?”

หลัวเฉิงตอบกลับ “เหตุใดเจ้าถามข้าเช่นนั้น?”

“งูยักษ์เกล็ดดำเป็นสัตว์อสูรขั้นสูงสุดสองดาวที่แข็งแกร่งมาก พลังของมันนั้นใกล้เคียงกับสัตว์อสูรขั้นต่ำสามดาวก็ว่าได้ ตัวข้าไม่อาจรับการโจมตีของมันได้แม้เพียงครั้งเดียว แต่เจ้ากลับสู้กับมันได้อย่างสูสี”

กู่หลิงเฟิงหัวเราะเบาๆ ก่อนกล่าววาจาชื่นชม

จบบทที่ บทที่ 187 หวาดระแวง

คัดลอกลิงก์แล้ว