เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 106 เจ้ามันช่างดื้อด้านนัก

บทที่ 106 เจ้ามันช่างดื้อด้านนัก

บทที่ 106 เจ้ามันช่างดื้อด้านนัก 


เนื่องจากว่า น้ำหนักของกระบี่เหล่านี้ค่อนข้างเบาเกินไป จึงใช้ได้ไม่ถนัดมือนัก

ซึ่งความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบันมีพลังมากถึงหมื่นหกพันจิน เมื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสามแล้ว ความแข็งแกร่งเขาจะต้องพัฒนามากกว่านี้อย่างแน่นอน!

หากน้ำหนักของกระบี่ที่ใช้เบาเกินไป จะมิอาจสำแดงพลังของมันได้อย่างเต็มที่

“คุณชาย ท่านต้องการกระบี่ที่มีน้ำหนักมากกว่านี้ใช่หรือไม่ เช่นนั้นคุณชายก็ตามข้ามาเถิด ข้าคิดว่ามีเล่มหนึ่งที่เหมาะสมกับท่านอย่างแน่นอน”

เสี่ยวซวงรู้ความต้องการของหลัวเฉิง นางจึงนำทางเขาไปอีกที่หนึ่ง

ณ ที่แห่งนั้น มีโต๊ะผลึกแยกออกมาอยู่ด้านหน้าเพียงโต๊ะเดียว โดยรอบโต๊ะนั้นมีหกหรือเจ็ดร่างกำลังยืนรายล้อมมัน พร้อมกับสนทนากันอย่างออกรส

“ให้ตายเถอะ กระบี่เล่มนี้แพงเกินไป! ราคาตั้งหนึ่งล้านสามแสนตำลึง! แม้นเป็นกระบี่สองดาวระดับสูงทั่วไป ก็มีราคาเพียงแค่ล้านตำลึงเท่านั้น”

“ด้วยราคาที่สูงเช่นนี้ มันสามารถซื้ออาวุธสมบัติระดับสองดาวทั่วไปได้ตั้งสามชิ้น!”

“ข้าจะซื้อมันในราคาหนึ่งล้านตำลึงเท่านั้น!”

แม้นบางคนจะแสดงความโลภต่อกระบี่ที่วางอยู่บนโต๊ะผลึกนั้น แต่พวกเขาก็รู้สึกว่าราคาของมันนั้นสูงเกินไป จึงพานให้ตัดสินใจได้ยาก

หลัวเฉิงเดินไปดูมันด้วยท่าทางสงบ

ในโต๊ะผลึกนั้น ปรากฏมีกระบี่ยาวสีดำทองเล่มหนึ่งซึ่งมีรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย กระบี่ยาวสี่เซี๊ยะและฝักของมันมีดวงดาวระยิบระยับซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง

เสี่ยวซวงแนะนำว่า “กระบี่เล่มนี้มีนามว่าทลายสวรรค์ มันถูกหลอมขึ้นด้วยแร่เหล็กสีดำและแร่ทองคำ มีน้ำหนักเกือบหมื่นจิน ถือเป็นกระบี่ที่ดีที่สุดในระดับสองดาว! คุณชายเห็นเป็นเช่นไรเจ้าคะ?”

“กระบี่ทลายสวรรค์งั้นหรือ?”

หลัวเฉิงเหลือบมองกระบี่ทลายสวรรค์แล้วพยักหน้า “ตกลง ข้าต้องการมัน!”

เขาฝึกฝนเพลงกระบี่ทลายสวรรค์ ซึ่งตรงกับนามของกระบี่เล่มนี้พอดี

นอกจากนี้ กระบี่นี้มีน้ำหนักเกือบหมื่นจิน มันเพียงพอที่จะดึงศักยภาพของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งนับว่าเป็นกระบี่ที่เหมาะมาก

“เขาซื้อมันแล้ว!”

“เด็กหนุ่มคนนี้ร่ำรวยนัก เขาสามารถจ่ายราคาหนึ่งล้านสามแสนตำลึงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย”

คนไม่กี่คนที่ยังต่อรองราคากระบี่เล่มนี้อยู่ก็แสดงสีหน้าตกตะลึงทันที เมื่อเห็นว่าหลัวเฉิงซื้อมันโดยไม่คิดลังเลแต่อย่างใด

ระหว่างที่ เสี่ยวซวงกำลังจะเรียกใครสักคนมาหยิบกระบี่เล่มนี้ให้หลัวเฉิง

“ช้าก่อน นายน้อยของข้าต้องการกระบี่ทลายสวรรค์เล่มนี้!”

ทันใดนั้น ก็ปรากฏหลายร่างเดินเข้ามาเบื้องหน้าของเสี่ยวซวงและหลัวเฉิง โดยมีบุรุษหนุ่มสองคนและหญิงสาวอีกหนึ่งคน

หญิงสาวอายุสิบสี่หรือสิบห้าปี นางสวมอาภรณ์ของคนในวังสีน้ำเงิน รูปลักษณ์ของนางก็หมดจดงดงาม ผิวพรรณนวลเนียนละเอียดอ่อนขาวใสกระจ่างตา

ชายหนุ่มอีกคนมีรูปร่างสูงกำยำ ใบหน้าบูดบึ้ง พร้อมด้วยดวงตารูปสามเหลี่ยมคู่หนึ่ง ซึ่งเปล่งรัศมีอันเฉียบคมออกมา

แต่ทว่า ผู้ที่เด่นสะดุดตาที่สุด คือบุรุษหนุ่มที่กำลังถือพัดสวมอาภรณ์น้ำเงินยืนอยู่ท่ามกลางคนทั้งสอง

ชายผู้นี้มีอายุน้อยสุด ใบหน้าหล่อเหลา พร้อมกระบี่เล่มหนึ่งเหน็บอยู่ที่เอว ท่วงท่าสง่างาม แต่แฝงด้วยพลังอันแข็งแกร่ง และระดับพลังยุทธ์ก็อยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสี่แล้ว!

เบื้องหลังของทั้งสามคนตามมาด้วยคนรับใช้กลุ่มหนึ่ง และเป็นหนึ่งในนั้นเองที่กล่าวหยุดเสี่ยวซวงเมื่อครู่

ไม่กี่คนที่อยู่โดยรอบ เมื่อเห็นต่างก็สัมผัสได้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ธรรมดา และพวกเขาไม่อยากมีปัญหาด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจถอยออกให้ห่าง แล้วสังเกตสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เสี่ยวซวงเหลือบมองทั้งสามคน แล้วแย้มยิ้มกล่าวว่า “ข้าต้องขออภัยด้วย กระบี่เล่มนี้ถูกขายไปแล้ว หากท่านต้องการกระบี่สองดาว ก็สามารถไปเลือกดูเล่มอื่นได้”

“เจ้ากล้าเรอะ!”

คนรับใช้ที่สวมชุดสีเขียวแสดงท่าทางเย่อหยิ่งขณะจ้องมองเสี่ยวซวง

“เจ้ารู้ไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร นายน้อยของข้าคือนายน้อยสามของตระกูลฉินแห่งเมืองซวนเฟิง! นี่คือองค์หญิงฮัว และนายน้อยของตระกูลลู่แห่งเมืองซวนเฟิง ลู่เหยียน! หากเจ้ากล้าปฏิเสธ อีกครั้ง เชื่อหรือไม่ข้าจะทำให้ปากเจ้ากล่าวสิ่งใดไม่ได้อีกเลย!”

หลังคนรับใช้ชุดเขียวกล่าวจบ ทั่วทั้งโถงก็ตกอยู่ในความโกลาหลทันที

“ที่แท้ เขาก็คือฉินหยวนเฟิง นายน้อยสามของตระกูลฉินแห่งเมืองซวนเฟิง!”

“ตระกูลฉินเป็นตระกูลที่มีอำนาจมากสุดของเมืองซวนเฟิง ว่ากันว่า ฉินหยวนเฟิงได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ระดับสูงเจ็ดดาวขึ้นมา อีกทั้งยังทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสี่ได้ตั้งแต่อายุสิบสี่ปี! เขาเป็นอัจฉริยะหนุ่มผู้โด่งดังของเมืองซวนเฟิง”

“ตระกูลลู่แห่งเมืองซวนเฟิงก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ส่วนองค์หญิงฮัว แม้นข้าจะไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับนาง แต่บางทีนางอาจจะมาจากเมืองหลวงก็เป็นได้”

เมื่อได้ยินเสียงสนทนาของผู้คนโดยรอบอย่างบ้าคลั่ง ความอวดดีบนใบหน้าของคนรับใช้ชุดเขียวก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ประหนึ่งว่าเขาเป็นผู้ที่ถูกกล่าวถึงในขณะนี้

“ฮึ่ม! พวกเจ้าไสหัวไปให้หมด!”

เสี่ยวซวงกลัวคนรับใช้ผู้นี้มากจนใบหน้าของนางพลันซีดเซียว แต่นางก็ยังรวบรวมความกล้าแล้วขยับริมฝีปากซีดขาวกล่าวขึ้นทันใด

“พวกท่านทั้งสาม ยังมีกระบี่สองดาวอีกหลายเล่ม พวกท่านสามารถไป…”

“สาวน้อย เจ้ามันช่างดื้อด้านนัก!”

คนรับใช้ชุดเขียวบันดาลโทสะพลางยกมือขึ้นตบเสี่ยวซวง

จบบทที่ บทที่ 106 เจ้ามันช่างดื้อด้านนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว