เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 105 กระบี่วิญญาณสิบดาว

บทที่ 105 กระบี่วิญญาณสิบดาว

บทที่ 105 กระบี่วิญญาณสิบดาว 


หลัวเฉิงไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอะไรอยู่ ดังนั้นเขาจึงหยิบป้ายหยกหลิงเซียวออกมาทันที

“หากใช้สิ่งนี้ จะได้รับส่วนลดสองส่วนใช่หรือไม่?”

“ป้ายหยกหลิงเซียว!”

อากัปกิริยาของหญิงรับใช้คนอื่นๆ เปลี่ยนไปในทันใด สีหน้าเย้ยหยันของพวกนางเหล่านั้นเมื่อครู่ก็หายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยความเคารพอย่างนอบน้อม

หญิงรับใช้หน้ากลมก็แสดงสีหน้าประหลาดใจเฉกเช่นเดียวกัน

เท่าที่นางทราบ สถานะของผู้ที่ได้รับป้ายหยกหลิงเซียวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เขาอาจจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความสามารถอันน่าตกตะลึง หรือไม่ก็ต้องเป็นผู้มีฐานะทางสังคมสูงส่ง

หลัวเฉิงอายุยังน้อย และไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ดังนั้น พวกนางจึงคิดว่าเขามาจากตระกูลใหญ่หรือไม่ก็อัจฉริยะของสำนักบางแห่งก็เป็นได้

“คุณชายโปรดรอตรงนี้สักครู่”

หลังจากฟื้นคืนสติ หญิงรับใช้ก็หันหลังเดินกลับเข้าไปยังห้องโถงด้านข้าง

ไม่ช้า ชายวัยกลางคนผู้มีภาพลักษณ์ละเอียดอ่อน ก็เดินออกมาจากห้องหลังโต๊ะผลึกใสอย่างรวดเร็ว เขาเป็นผู้ดูแลศาลาหลิงอวิ๋นของสังกัดนี้

เขายื่นมือมารับป้ายหยกหลิงเซียว แล้วตรวจสอบมันอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากนั้นส่งมันคืนให้หลัวเฉิงด้วยท่าทางเคารพ

“มันคือป้ายหยกหลิงเซียวจริงๆ ราคาเดิมของสมุนไพรและโอสถคือสองล้านหกแสนตำลึง แต่ด้วยส่วนลดสองส่วน ก็จะเหลือราคาเพียงสองล้านแปดหมื่นตำลึง”

หลัวเฉิงพยักหน้าและหยิบบัตรทองสองล้านแปดหมื่นตำลึงออกมาทันที

ฉากนี้ทำให้หญิงรับใช้หลายคนที่อยู่โดยรอบต่างรู้สึกริษยาและเสียใจ

ค่าตอบแทนพิเศษสำหรับการดูแลลูกค้าคนสำคัญที่ถือป้ายหยกหลิงเซียวนั้น สูงกว่าค่าตอบแทนทั่วไปมาก

ชายวัยกลางคนผู้ละเอียดอ่อนแย้มยิ้มกล่าวว่า “ไม่ทราบว่าคุณชายต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่?”

“ข้าอยากดูอาวุธสมบัติระดับดาวด้วย” หลัวเฉิงกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ

“อาวุธสมบัติระดับดาวอยู่ในโถงใหญ่ข้างๆ”

ชายวัยกลางคนผู้ละเอียดอ่อนกล่าวอย่างรวดเร็ว จากนั้นหันกลับไปกล่าวกับหญิงรับใช้หน้ากลมที่อยู่ข้างๆ “เสี่ยวซวง เจ้าจงนำทางคุณชายไปดูเถิด”

“เจ้าค่ะ คุณชายเชิญทางด้านนี้”

หลังกล่าวจบ เสี่ยวซวงก็เดินนำในทันที

วืด!

ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในโถงหลักข้างๆ จู่ๆ หลัวเฉิงก็รู้สึกถึงแรงกดดันอันน่าประหวั่นใจพร้อมจิตสังหารที่รุนแรง พานให้เขาเกือบจะชักกระบี่ออกมา

เสี่ยวซวงสังเกตเห็นท่าทางของหลัวเฉิง ดวงตาของนางก็ฉายแววความประหลาดใจ จากนั้นนางจึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ดูเหมือนว่าคุณชายจะเป็นนักกระบี่ ทั้งยังมีทักษะกระบี่ที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย”

“ไฉนเจ้าจึงคิดเช่นนั้น?” หลัวเฉิงเอ่ยถามอย่างสงสัย

เสี่ยวซวงกล่าวว่า “โถงนี้ได้เก็บอาวุธสมบัติระดับดาวของศาลาหลิงอวิ๋นเอาไว้ ซึ่งมันเป็นกระบี่วิญญาณระดับสิบดาว มีเพียงนักกระบี่เท่านั้นที่สามารถสัมผัสพลังของมันได้”

“นั่นคือกระบี่เล่มนั้นงั้นหรือ!”

หลัวเฉิงเองก็สังเกตเห็นกระบี่อันโดดเด่นเล่มหนึ่งเช่นเดียวกัน

ที่ด้านหน้าสุดของโถงหลัก เป็นแท่นผลึกใสที่มีกระบี่เล่มหนึ่งแขวนอยู่

กระบี่เล่มนั้นแขวนอยู่ในแนวทแยงมุมของแท่นผลึก

กระบี่เล่มนี้ ทั้งเล่มเปล่งแสงสีแดงพร่างพราวราวกับเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วง โดยมีแสงดาวสิบดวงสะท้อนอยู่ภายในอย่างเลือนลาง!

แม้นจะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยฉื่อ หลัวเฉิงก็รู้สึกถึงปราณกระบี่ที่ร้ายกาจและแรงกดดันอันมหาศาล คราได้สัมผัสถึงพลังของมัน ก็ราวกับว่าจิตวิญญาณของเขาจะถูกสะบั้นขาดออกเป็นชิ้นๆ

“กระบี่นี้ช่างมีพลังร้ายกาจยิ่งนัก!”

หลัวเฉิงอดไม่ได้ที่จะชื่นชม ก่อนทอดถอนสายตาจากการจ้องมองมันทันที

กระบี่วิญญาณสิบดาวไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถซื้อได้ในตอนนี้

หรือต่อให้เขาสามารถซื้อมันได้ แต่ก็ยังไม่สามารถใช้มันได้อยู่ดี

เพียงแค่พลังของกระบี่เล่มนี้ก็สามารถทำร้ายเขาได้แล้ว

นี่มันก็ไม่ต่างอันใดกับการมอบขวานยักษ์ให้กับทารกแม้แต่น้อย

เสี่ยวซวงถามว่า “ข้าขอเสียมารยาทถามท่านได้หรือไม่ ไม่ทราบว่าคุณชายอยู่ในระดับใดแล้ว”

“ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสอง”

เสี่ยวซวงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หากคุณชายอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสอง การใช้อาวุธสมบัติสองดาวนั้นจะเหมาะสมที่สุด เพราะอาวุธสองดาวนั้นสามารถเพิ่มพลังโจมตีให้กับคุณชายได้ถึงสามส่วนจากเดิม”

“หากเปรียบเทียบให้ถูก อาวุธระดับหนึ่งดาวนั้นมีคุณสมบัติด้อยเกินไป และไม่สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ได้มากนัก หากเป็นอาวุธระดับสามดาวก็มีราคาที่สูงเกินไป ทั้งยังเหมาะกับผู้ฝึกยุทธ์ในช่วงปลายของขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์หรือสูงกว่านั้น”

หลัวเฉิงแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า “เจ้าช่างมีความรู้เป็นเลิศนัก ถ้าเช่นนั้นก็พาข้าไปดูอาวุธระดับสองดาวเถิด”

เมื่อได้รับคำชมจากหลัวเฉิง ใบหน้าเล็กๆ ของนางก็เปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ นางตั้งใจหาความรู้เอาไว้เยอะมากเพื่อที่จะได้ทำงานในศาลาหลิงอวิ๋นแห่งนี้

ไม่นานทั้งสองก็มาถึงบริเวณพื้นที่กระบี่สองดาว หลัวเฉิงจึงเริ่มมองกระบี่เหล่านั้นโดยละเอียด

“กระบี่ไร้ลักษณ์! กระบี่แดงจรัส! กระบี่ลายโลหิต! กระบี่วิหคเหิน…”

กระบี่เหล่านี้ล้วนมีคุณภาพดีทั้งสิ้น ทันทีที่พวกมันถูกชักออกจากฝัก มันก็แผ่พลังรัศมีอันแข็งแกร่งออกมา กระบี่แต่ละเล่มล้วนเหนือกว่ากระบี่ของหลัวเฉิงอย่างมาก

ราคากระบี่ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของกระบี่เช่นกัน ซึ่งเริ่มต้นที่ห้าแสนตำลึงไปจนถึงล้านตำลึง

หลัวเฉิงทดลองกวัดแกว่งกระบี่ยาวหลายเล่มในคราเดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่พอใจกับกระบี่เหล่านี้มากนัก

จบบทที่ บทที่ 105 กระบี่วิญญาณสิบดาว

คัดลอกลิงก์แล้ว