เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 ช่องว่างระหว่างเราสองคน

บทที่ 71 ช่องว่างระหว่างเราสองคน

บทที่ 71 ช่องว่างระหว่างเราสองคน


การหมั้นหมาย!

วาจาของฉีถิงที่เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาทำให้หลัวเฉิงตกใจมาก

เขาไม่คิดเลยว่า เหตุผลการมาเยือนของตระกูลฉีในครั้งนี้ ก็เพื่อหมั้นหมายเขากับฉีถิง!

เสียงของทั้งสองฝ่ายเงียบงันชะงักขาดไปครู่ จากนั้น ฉีถิงก็กัดฟันกล่าวอีกครั้ง

“ไม่ว่าเจ้าจะคิดอย่างไรก็ตาม ข้าไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้เด็ดขาด!”

“โอ้ ทำไมกันล่ะ”

หลัวเฉิงเลิกคิ้วแล้วแย้มยิ้มเล็กน้อยกล่าวว่า “เพราะวิญญาณยุทธ์ของข้างั้นหรือ เจ้าถึงไม่ต้องการแต่งงานกับข้า”

เมื่อเห็นรอยยิ้มยียวนบนใบหน้าของหลัวเฉิง ฉีถิงจึงกล่าวตามตรงด้วยความรู้สึกรำคาญใจ “ใช่!”

“แม้เรื่องที่เจ้าสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาขั้นสุดยอด แล้วเอาชนะข้าและหลินอวิ๋นได้ มันจะเป็นเรื่องน่าทึ่งก็จริงอยู่ แต่แล้วอย่างไร วิญญาณยุทธ์ที่เจ้ามีคือขยะ ไม่ต้องกล่าวถึงสำนักซวนหยวนเลย ต่อให้เป็นสำนักอันดับสองก็ไม่อาจยอมรับเจ้าเป็นศิษย์ได้!”

“เมื่อเจ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ หรือขั้นเขตแดนลึกลับ ความเร็วในการดูดซับปราณแห่งสวรรค์และโลก และพลังของโอสถวิญญาณจะลดลงอย่างมาก เพราะว่าวิญญาณยุทธ์นั้นคือทุกสิ่งของผู้ฝึกยุทธ์!”

“ไม่ว่าตอนนี้เจ้าจะแข็งแกร่งแค่ไหน สุดท้ายเจ้าก็จะถูกผู้คนก้าวข้ามไปทีละขั้น ไม่ต้องกล่าวถึงข้า แม้แต่น้องชายของข้าก็ยังสามารถก้าวหน้าไปไกลกว่าเจ้าได้”

หลัวเฉิงรับฟังวาจาของฉีถิงอย่าเงียบๆ จนนางกล่าวจบ จากนั้นเขาก็พยักหน้ากล่าวว่า “เจ้าถูกท่านพ่อของเจ้าบังคับมางั้นหรือ แล้วที่เจ้ามาที่นี่ครั้งนี้ ก็เพียงเพื่อจะใช้ข้อแก้ตัวเรื่องข้าในการปฏิเสธการหมั้นหมายใช่หรือไม่”

“ใช่!”

ฉีถิงยกคางขาวราวหิมะขึ้นแล้วกล่าวว่า “ข้าจะบอกความจริงแก่เจ้า ข้าผ่านการทดสอบเข้าสำนักวงแหวนทองคำได้แล้ว ตราบใดที่ข้าเข้าสู่สำนักวงแหวนทองคำ เพียงไม่นานก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้ เมื่อถึงตอนนั้น ช่องว่างระหว่างเราสองคนจะกว้างขึ้น เจ้าคงไม่ต้องการให้ข้ากลับมาอีกครั้งในอนาคต แล้วยุติการหมั้นหมายใช่หรือไม่”

หลัวเฉิงส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น เพราะข้าเองก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก”

ที่เขากล่าวเช่นนั้นก็เพราะ เป้าหมายของหลัวเฉิงไม่ได้อยู่ในเมืองฉีซานเล็กๆ แห่งนี้ ภายในสิบปี เขาจะไปหาตระกูลจีเพื่อทวงความยุติธรรม ด้วยเรื่องเช่นนั้นเขาจะพัวพันกับสตรีได้อย่างไร

เมื่อเห็นหลัวเฉิงกล่าววาจาอย่างเด็ดขาด ฉีถิงก็รู้สึกไม่เชื่อใจจึงตะคอกว่า “เจ้าอย่าได้กลับคำพูดของเจ้าแล้วกัน”

ครั้นเห็นท่าทางนางเช่นนั้น หลัวเฉิงก็เริ่มใจร้อนแล้วกล่าวน้ำเสียงเย็นชา

“เจ้าอย่าได้ลำพองใจคิดว่าเจ้านั้นสามารถปฏิเสธได้ฝ่ายเดียว ต่อให้เจ้าเห็นด้วยข้าก็จะปฏิเสธอยู่ดี! มีสิ่งหนึ่งที่ข้าคิดว่าเจ้ากล่าวถูก นั่นคือช่องว่างระหว่างเราสองคนจะห่างกันออกไปเรื่อยๆ ไปกันเถอะ”

หลัวเฉิงหันหลังแล้วสืบเท้าอย่างไม่แยแสกลับไปยังโถงหลักของตระกูลหลัว

ฉีถิงผงะตกตะลึงในสิ่งที่เขากล่าวเมื่อครู่ ก่อนใบหน้าอันงดงามของนางจะแสดงความอับอายและความรำคาญใจเป็นที่สุด

นางเป็นถึงหญิงสาวผู้งดงาม ที่ถูกโจทย์ขานในเมืองฉีซานแห่งนี้ นางเป็นคุณหนูใหญ่ผู้เพรียบพร้อมของตระกูลฉี ทั้งยังได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ระดับห้าดาวให้ตื่นขึ้นมาอีกด้วย ชายหนุ่มมากมายในเมืองฉีซานล้วนปรารถนาจะครอบครองนางทั้งสิ้น!

ในความคิดของนางตอนนี้ วาจาหลัวเฉิงที่พ่นออกมาเมื่อครู่ เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนไว้เท่านั้น เพียงเพราะเรื่องนี้จึงทำให้เขาปากแข็ง เขาจะไม่ต้องการครอบครองนางเหมือนบุรุษผู้อื่นในเมืองฉีซานได้อย่างไร

แม้นนางจะคิดเช่นนั้น แต่แล้วอย่างไร หากจะกล่าววาจาขัดเขาไปมันจะมีประโยชน์อันใดเล่า ในเมื่อนางไม่ได้ชมชอบในตัวเขาเลย

ส่วนในอนาคต ผู้ใดจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอกว่านั้น เวลาจะเป็นสิ่งพิสูจน์ความจริงเอง

ไม่นาน ทั้งสองก็กลับถึงโถงหลักตระกูลหลัว

หลัวหมิงซานกำลังสนทนากับฉีฟู่ซ่งอย่างสนุกสนาน เมื่อเขาเห็นหลัวเฉิงกลับเข้ามาจึงรีบอธิบาย

“เฉิงเอ๋อร์ ที่ผู้นำตระกูลฉีมาเยือนใน…”

“ข้าทราบจากฉีถิงแล้วขอรับท่านปู่”

หลัวเฉิงพยักหน้ากล่าวอย่างจริงจัง “ท่านปู่ ตอนนี้ข้าแค่ต้องการพัฒนาความสามารถและฝึกฝนวรยุทธเท่านั้น ข้าไม่อยากคิดถึงเรื่องอื่นใด”

เมื่อเห็นหลัวเฉิงปฏิเสธการหมั้นหมายอย่างง่ายดาย ฉีถิงผู้งดงามก็แสดงสีหน้ารำคาญใจเล็กน้อย ก่อนกัดฟันกล่าวอย่างฉะฉาน

“ข้าเองก็ไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน!”

เดิมทีหลัวหมิงซานก็มีความคิดว่า การจะเป็นชายชาตรีย่อมต้องออกท่องยุทธภพ มันยังเร็วเกินไปที่หลัวเฉิงจะมีคู่ครองในตอนนี้ หลังได้ฟังวาจาของผู้เยาว์ทั้งสอง เขาก็หันศีรษะไปกล่าวกับผู้นำตระกูลฉี

“ท่านผู้นำตระกูลฉี เรื่องของเด็กทั้งสองนี้ ก็ปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจกันเองเถิด”

ฉีฟู่ซ่ง ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพยักหน้ารับ “เช่นนั้นก็ตามที่ท่านว่าเถิด”

หลังจากที่ได้รับเมืองหนานเฉิงฟางแล้ว ตระกูลหลัวจะกลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองฉีซานอย่างไร้ข้อกังขาแน่นอน

ตอนแรกฉีฟู่ซ่งคิดว่า หลัวเฉิงคงจะไม่ปฏิเสธงานหมั้นหมายกับฉีถิงในครั้งนี้ ด้วยว่าบุตรสาวเขานั้นเพรียบพร้อมทั้งความงดงามและความสามารถ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ดันกลายเป็นตรงกันข้าม

แต่เขาก็รู้สึกโชคดี หลังได้สนทนากับหลัวหมิงซานแล้ว เขาก็ไม่ได้มีเจตนาจะรื้อฟื้นเรื่องราวความแค้นในอดีต ซึ่งนี่ทำให้ฉีฟู่ซ่งรู้สึกโล่งใจเป็นที่สุด

จบบทที่ บทที่ 71 ช่องว่างระหว่างเราสองคน

คัดลอกลิงก์แล้ว