เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 72 ค่าตอบแทนล้านตำลึง

บทที่ 72 ค่าตอบแทนล้านตำลึง

บทที่ 72 ค่าตอบแทนล้านตำลึง 


ฉีฟู่ซ่งยืนขึ้นเพื่อกล่าวคำอำลา ตามด้วยฉีถิงที่เอ่ยขึ้นเกือบจะพร้อมกัน

หลังจากพ้นประตูหน้าของตระกูลหลัว ฉีถิงยังคงโกรธเคืองกับเรื่องที่เกิดขึ้น “ข้าไม่เข้าใจ ขั้นสุดยอดของขั้นหลอมกายามีอะไรดีกัน อีกไม่นานข้าก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ เมื่อถึงตอนนั้นความสามารถของข้าก็จะอยู่เหนือเขาเป็นแน่ ไฉนท่านถึงดูชมชอบเขามากขนาดนี้”

“อีกไม่นานก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้งั้นหรือ หากมิใช่ว่าคุณชายหลัวเฉิงเมตตาเจ้าในงานชุมนุมล่าสัตว์ เจ้าจะยังสามารถมายืนเถียงข้าได้เช่นนี้ได้หรืออย่างไร”

แม้นเขาจะกล่าววาจาเช่นนั้น แต่ในใจของฉีฟู่ซ่งก็แอบเห็นด้วยกับมุมมองของฉีถิงเมื่อครู่

ในวิถีแห่งผู้ฝึกยุทธ์ ยิ่งระดับพลังยุทธ์สูงมากขึ้นเท่าไหร่ วิญญาณยุทธ์ก็จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น

หลังจากตามมาส่งฉีถิงและอีกสองคนของตระกูลฉีกลับไป หลัวเฉิงก็กำลังจะมุ่งหน้าไปยังศาลาหลิงอวิ๋น แต่โดยไม่คาดคิดเลย เถ้าแก่ซูกลับมารอเขาอยู่ก่อนแล้ว

“คุณชายหลัวเฉิง คุณหนูผู้ดูแลศาลาของเราต้องการพบท่าน!”

เถ้าแก่ซูโค้งคำนับเล็กน้อยขนาดกล่าว อากัปกิริยาของเขาที่มีต่อหลัวเฉิงในตอนนี้ เต็มไปด้วยความเคารพอย่างมาก

ภาพที่ได้ประสบพบตรงหน้า พานให้หลัวหมิงซานและคนอื่นๆ ของตระกูลหลัวต่างตกใจเป็นที่สุด

เนื่องจากเบื้องหลังอันยิ่งใหญ่ของศาลาหลิงอวิ๋น เถ้าแก่ซูทำเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้นเมื่อได้พบเขา แม้เขาจะเป็นถึงผู้นำของหนึ่งในสามตระกูลหลักแห่งเมืองฉีซานก็ตาม

“เช่นนั้นเราก็รีบไปกันเถอะ”

หลัวเฉิงไม่รอช้า เขารีบเดินตามเถ้าแก่ซูออกไปในทันที

ทว่า สถานที่ที่เถ้าแก่ซูนำทางไปในครั้งนี้ ไม่ใช่ศาลาหลิงอวิ๋น แต่เขาพาหลัวเฉิงไปยังจวนหลังหนึ่ง ซึ่งที่นั่นมีสวนพฤกษาอันน่าตื่นตะลึงและสวยสดงดงามยิ่งนัก

“คุณชายหลัวเฉิง คุณหนูและคนอื่นๆ รอท่านอยู่ข้างในแล้ว”

เถ้าแก่ซูเปิดปากอธิบาย จากนั้นนำทางหลัวเฉิงเข้าไปในจวน แล้วเดินตรงไปยังสวนพฤกษาแห่งหนึ่งภายในจวนหลังนั้น

ภายในลานของสวนพฤกษา มีสะพานเล็กๆ พร้อมกับลำธารไหลพาดผ่านสายหนึ่ง และสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือต้นหลิว ซึ่งมันถูกลมพัดพริ้วอย่างงดงาม โดยรอบมีเตียงมากมาย ซึ่งพวกมันถูกหุ้มด้วยมวลบุปผาสะพรั่งบาน ดุจเดียวกับสรวงสวรรค์มิมีผิด

“คุณชายหลัว ในที่สุดท่านก็มาถึงแล้ว”

น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลระรื่นหูพลันดังขึ้น พร้อมกับลั่วเหยาที่กำลังขยับร่างอรชรเดินผ่านใต้ต้นหลิว กิ่งก้านของมันลูบไล้เรือนร่างโฉมสะคราญอย่างแผ่วเบา ผิวพรรณของนางเปล่งประกายคล้ายน้ำค้างบริสุทธิ์และขาวผ่องดุจหิมะ สรีระอันละเอียดอ่อนนั้นโค้งเว้าเข้ากันยิ่งนักกับต้นหลิวในยามนี้ ช่างเป็นสตรีผู้มีความงามอันทรงเสน่ห์เข้ากับมวลพฤกษา คล้ายดั่ง เทพธิดาแห่งมวลแมกไม้มิมีผิด

ครั้นหลัวเฉิงได้เห็นฉากราวต้องมนต์สะกดเช่นนี้ เขาก็ถึงกับตกตะลึงในความงามนั้นทันที หากเทียบกับนาง ฉีถิงก็ไม่ต่างอันใดกับลูกเป็ดขี้เหร่ในสระน้ำด้วยซ้ำ

ไม่ช้า ก็ปรากฏภาพชายชราร่างผอม กำลังเดินเข้ามาจากทางด้านหลังของลั่วเหยา

หลัวเฉิงมีความสนใจในตัวตนชายชราผู้นี้ตั้งแต่ตอนงานชุมนุมล่าสัตว์แล้ว

เมื่อได้เห็นชายชราผู้นี้อย่างใกล้ชัดถนัดตา ดวงตาของหลัวเฉิงก็หรี่ลง

ไม่ว่าชายชราผู้นี้จะก้าวไปแห่งใดหรือเดินไปหนไหน ใบหญ้าก็ล้วนไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว เห็นได้ชัดว่าชายชราผู้นี้มีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดาเป็นแน่

หลัวเฉิงถอนสายตาจากชายชราผู้นั้น แล้วมองยังลั่วเหยาก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เนื่องจากข้าได้ให้สัญญาไว้กับผู้ดูแลศาลาลั่ว ข้าจะผิดสัญญาต่อท่านได้อย่างไร”

ลั่วเหยาหัวเราะเบาๆ และสิ่งที่ปรากฏขึ้นพร้อมเสียงนั้น คือเส้นโค้งเนื้อนวลเนียนบนทรวงอกของนางที่กระเพื่อมเป็นลูกคลื่น มันช่างน่าดึงดูดและเย้ายวนรัญจวนใจยิ่ง

“การที่คุณชายเรียกข้าว่าผู้ดูแลศาลาลั่วนั้น ช่างฟังดูเหินห่างยิ่งนัก นอกจากนี้ ข้าจะอยู่ที่เมืองฉีซานและทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลศาลาเพียงชั่วคราวเท่านั้น  คุณชายโปรดเรียกข้าลั่วเหยาก็พอ ว่าแต่เรื่องการหลอมโอสถได้ความอย่างไรบ้าง”

หลัวเฉิงพยักหน้ากล่าวว่า “ข้าได้สอบถามอาจารย์เกี่ยวกับเรื่องที่จะช่วยท่านหลอมโอสถแล้ว อาจารย์ข้าก็ตกลงจะช่วยท่านเช่นกัน เพียงแต่ว่า ท่านจะต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยเงินหนึ่งล้านตำลึงสำหรับการหลอมโอสถวิญญาณแต่ละเม็ด!”

ฮึ่ม!

ทันทีที่หลัวเฉิงกล่าวจบ ชายชราร่างผอมที่อยู่ข้างๆ ก็สูดจมูกแล้วกล่าวน้ำเสียงเย็นชา

“ค่าตอบแทนหนึ่งล้านตำลึงสำหรับโอสถวิญญาณแต่ละเม็ดงั้นหรือ ช่างเป็นวาจาที่ขูดรีดกันยิ่งนัก สมุนไพรระดับสี่ดาวมีมูลค่าไม่ถึงล้านตำลึงด้วยซ้ำ”

หลัวเฉิงเหลือบมองชายชราร่างผอมแล้วกล่าวว่า “ไม่ทราบว่าท่านคือ…”

ลั่วเหยารีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “นี่คือผู้อาวุโสโม่หลินของศาลาหลิงอวิ๋นเรา เขาคือผู้ที่ต้องการหลอมโอสถวิญญาณ”

หลัวเฉิงพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ในเมื่อผู้อาวุโสโม่ไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ ข้าก็ไม่มีอะไรจะกล่าวอีกต่อไป ขอตัวลา”

หลังกล่าววาจาเช่นนั้น หลัวเฉิงก็หันกลับแล้วจากไปในทันใด

“ผู้อาวุโสโม่”

ลั่วเหยาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเป็นกังวลอย่างยิ่ง

นางหวังว่า ด้วยเหตุผลนี้นางจะสามารถออกจากเมืองฉีซานได้ หากปล่อยให้หลัวเฉิงจากไปทั้งแบบนี้ ทุกอย่างที่นางทุ่มเททำมาจะสูญเปล่า

โม่หลินขมวดคิ้วเล็กน้อย สุดท้ายเขาก็ทอดถอนใจแล้วเปิดปากเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“อาจารย์ของเจ้าสามารถหลอมโอสถวิญญาณระดับสี่ดาวให้บริสุทธิ์ได้จริงงั้นหรือ”

จบบทที่ บทที่ 72 ค่าตอบแทนล้านตำลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว