เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 หยั่งลึกสู่ส่วนกลางหุบเขาเมฆาทมิฬ

บทที่ 36 หยั่งลึกสู่ส่วนกลางหุบเขาเมฆาทมิฬ

บทที่ 36 หยั่งลึกสู่ส่วนกลางหุบเขาเมฆาทมิฬ 


“ดูท่าแล้ว ข้าคงต้องออกล่าสัตว์อสูรเพิ่ม!”

หลัวเฉิงรีบเก็บชิ้นส่วนที่มีค่าของหมาป่าหนามเหล็ก ก่อนรุดหน้าเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว

ในวันต่อมา หลัวเฉิงได้ออกล่าสัตว์อสูรในหุบเขาเมฆาทมิฬจำนวนมาก และกลืนกินวิญญาณของพวกมันอย่างต่อเนื่อง

และเป็นเฉกเช่นวันนี้ต่อไปอีกเจ็ดหรือแปดวัน

ในระหว่างนี้ หลัวเฉิงดูดกลืนวิญญาณสัตว์อสูรระดับสูงหนึ่งดาวไปมากกว่ายี่สิบตัว ทำให้เขาอ่อนเพลียสิ้นเรี่ยวแรงก่อนจะหยุดลงเช่นนี้ทุกวัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากกลืนกินวิญญาณสัตว์อสูรดังกล่าวแล้ว ก็ไม่มีวี่แววที่จะสามารถไปถึงขั้นสุดยอดของขั้นหลอมกายาได้

แม้ตอนนี้ ขั้นหลอมกายาระดับเก้าของเขาจะอยู่ห่างจากขั้นสุดยอดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่ว่า หลัวเฉิงจะพยายามมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถเข้าสู่ขั้นสุดยอดได้

ด้วยเหตุนี้ หลัวเฉิงจึงได้ตระหนักว่า ไฉนจึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถไปถึงขั้นสุดยอดของขั้นหลอมกายาได้สำเร็จ

ขนาดตัวเขาเอง ที่สามารถฝึกฝนโดยการกลืนกินวิญญาณสัตว์อสูรได้ แต่ความก้าวหน้านั้นก็ยังช้ามากเลยทีเดียว สำมะหาอะไรกับคนอื่นๆ ที่ไม่มีพลังวิเศษเช่นนี้

เห็นได้ชัดว่า การล่าสัตว์อสูรแล้วกลืนกินวิญญาณไปจำนวนมากนั้น ยังไม่คุ้มกับที่ลงแรงไปในครั้งนี้

แม้หลัวเฉิงจะไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นสุดยอดของขั้นหลอมกายา แต่ใช่ว่าจะไม่มีสิ่งใดประสบผลสำเร็จเลย

จากการต่อสู้อย่างดุเดือดกับสัตว์อสูรครั้งแล้วครั้งเล่า มันทำให้เพลงหมัดสยบภูผาของเขาถูกฝึกฝนจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบแล้วขณะนี้

เพลงหมัดสยบภูผาที่ฝึกฝนจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบแล้วนั้น แต่ละหมัดที่ปล่อยออกไปล้วนทรงพลังยิ่ง ตอนนี้เขาสามารถเอาชนะหมาป่าหนามเหล็กได้อย่างง่ายดาย!

นอกจากนี้ หลัวเฉิงยังได้รับดอกอวี้หลันซึ่งเป็นโอสถระดับสองดาวโดยบังเอิญ และทำให้มันกลายเป็นโอสถสามเม็ด

โอสถที่สร้างโดยดอกอวี้หลันนั้น ไม่ได้มีพลังหลอมกายาเทียบเท่ากับผลผลึกทับทิม แต่พวกมันสามารถล้างพิษในร่างได้และทำให้กายาบริสุทธิ์ ซึ่งมันช่วยให้เขาสามารถเข้าห้ำหั่นกับสัตว์อสูรระดับสูงหนึ่งดาวที่มีพิษร้ายแรงได้

เข้าสู่วันที่สิบ ณ หุบเขาเมฆาทมิฬ!

ขณะนี้ หลัวเฉิงกำลังดูดกลืนวิญญาณสัตว์อสูรระดับสูงหนึ่งดาวอีกตัว ด้วยสีหน้าท้อแท้ใจเป็นที่สุด

แม้นจะผ่านมาหลายวันแล้ว ที่เขาออกล่าสัตว์อสูรจำนวนมาก แต่กระนั้นก็ยังมิมีทีท่าว่าจะทะลวงเข้าสู่ขั้นสุดยอดได้ และความแข็งแกร่งของเขาหยุดลงที่เก้าร้อยแปดสิบจิน ซึ่งนี่ยังมิอาจเรียกได้ว่าเป็นขั้นสุดยอดเลยด้วยซ้ำ!

“มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ที่จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสุดยอดของขั้นหลอมกายาได้” หลัวเฉิงพึมพำพลางทอดถอนใจ

หลังทำเช่นนี้อยู่หลายวัน ในที่สุดหลัวเฉิงก็ได้รู้ว่าไม่มีทางทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาขั้นสุดยอดโดยการกลืนกินวิญญาณสัตว์อสูรได้

และตอนนี้ พลังยุทธ์ของเขากำลังติดอยู่ที่คอขวด

ก่อนถึงงานชุมนุมล่าสัตว์ เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์

ซึ่งตอนนี้ เพลงหมัดสยบภูผาของเขาก็ได้ฝึกฝนจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว การจะฝืนฝึกฝนต่อไปก็ใช่ว่าจะสามารถทะลวงได้ จึงต้องคิดหาวิธีใหม่เท่านั้น

หลังคิดได้เช่นนั้น เขาก็รีบเก็บชิ้นส่วนของสัตว์อสูรใส่หีบ จากนั้นเขายืนตัวเหยียดตรงมองทอดยาวเข้าไปยังป่าลึกของหุบเขาเมฆาทมิฬ

มันไม่มีประโยชน์ที่จะฝึกฝนที่นี่ต่อไป หรือว่าข้าต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่านี้ แต่หากระดับของมันสูงกว่านี้ก็เป็นการยากที่จะเอาชนะได้

ระหว่างนั้น เขาก็ยืนใคร่ครวญว่าจะกลับออกไปข้างนอก หรือหยั่งลึกเข้าไปในป่า

แต่หากเข้าไปลึกกว่านี้ จะเป็นพื้นที่ตอนกลางของหุบเขาเมฆาทมิฬ และมีโอกาสสูงที่จะได้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสองดาว

สัตว์อสูรระดับสองดาว พลังของมันนั้นเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์! ซึ่งยากจะเอาตัวรอดได้สำเร็จ

“ข้าคงต้องระวังตัวให้มาก หากไม่พบสิ่งใดหลังสำรวจไปสักพัก ค่อยหันหลังกลับก็ไม่สาย!”

ทันใดนั้น หลัวเฉิงก็ตัดสินใจมุ่งลึกเข้าไปในป่า

เพราะที่เขามายังหุบเขาเมฆาทมิฬครานี้ ไม่เพียงแค่ฝึกฝนเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการหาโอสถระดับสี่ดาวเพื่อรักษาปู่ของเขา ซึ่งเขาไม่ต้องการจะกลับไปมือเปล่า

-

ภายในส่วนลึกของหุบเขานั้น โดยรอบมีต้นไม้สูงตระหง่านหลายต้น และหนองน้ำพิษ ทั้งยังได้ยินเสียงอสูรคำรามบ้างบางครั้ง

แต่ทว่า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอันตรายนั้น ยังมีร่างหนึ่งเยื้องย่างอย่างระแวดระวังอยู่ในป่า ร่างนั้นหยุดเดินเป็นบางครั้งแล้วหันซ้ายแลขวาด้วยแววตาหวาดระแวง

ซึ่งร่างนั้นหาใช่ผู้ใดอื่น แต่เป็นหลัวเฉิง ที่กำลังเดินสำรวจส่วนลึกของป่า

เป็นเวลาสองวันแล้ว ที่เขาเข้าสู่ตอนกลางของหุบเขาเมฆาทมิฬ

ตลอดสองวันที่ผ่านมา เขาโชคดีได้พบโอสถระดับสองดาวอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ผลดาราม่วง

อย่างไรก็ตาม เขายังมิอาจค้นหาโอสถระดับสี่ดาวพบ แม้นจะร่วงเลยมาหลายชั่วยามแล้ว

“หรือว่าข้า จะต้องเข้าไปยังป่าที่ลึกกว่านี้งั้นหรือ...”

แต่ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจเขา หลัวเฉิงก็รีบส่ายศีรษะปฏิเสธความคิดไร้สาระในหัว

เขารู้ถึงความแข็งแกร่งของตนเองในยามนี้ดี หากได้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับต่ำสองดาว ก็ยังพอมีโอกาสเอาตัวรอดได้

แต่หากต้องเผชิญกับสัตว์อสูรระดับสูงกว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมีชีวิตรอดออกไปได้!

เพราะที่เขายังลึกเข้ามาในครั้งนี้เพื่อหาโอสถ มิใช่มารนหาที่ตาย

“ลองหาอีกสักวัน หากไม่พบค่อยออกไป”

เขาตัดสินใจที่จะค้นหาโอสถระดับสี่ดาวต่อ เมื่อไม่พบเขาถึงจะยอมแพ้แล้วกลับออกไป

ทันใดนั้น เสียงคลื่นคำรามของสัตว์อสูรก็สะท้านขึ้นอย่างกะทันหัน!

โห่ว!

ด้วยเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวของมัน สร้างความผันผวนสู่ป่าอันเงียบงันก่อนหน้า พื้นที่โดยรอบพลันสั่นสะเทือนจนใบไม้หล่นปลิวว่อนไปทั่ว

“หรือว่าเสียงนั่นจะเป็น สัตว์อสูรระดับสองดาวงั้นหรือ!” หลัวเฉิงอุทานพร้อมใบหน้าเปลี่ยนสีเป็นตกใจทันที

จบบทที่ บทที่ 36 หยั่งลึกสู่ส่วนกลางหุบเขาเมฆาทมิฬ

คัดลอกลิงก์แล้ว