- หน้าแรก
- จอมราชันวิญญาณมังกร
- บทที่ 36 หยั่งลึกสู่ส่วนกลางหุบเขาเมฆาทมิฬ
บทที่ 36 หยั่งลึกสู่ส่วนกลางหุบเขาเมฆาทมิฬ
บทที่ 36 หยั่งลึกสู่ส่วนกลางหุบเขาเมฆาทมิฬ
“ดูท่าแล้ว ข้าคงต้องออกล่าสัตว์อสูรเพิ่ม!”
หลัวเฉิงรีบเก็บชิ้นส่วนที่มีค่าของหมาป่าหนามเหล็ก ก่อนรุดหน้าเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว
ในวันต่อมา หลัวเฉิงได้ออกล่าสัตว์อสูรในหุบเขาเมฆาทมิฬจำนวนมาก และกลืนกินวิญญาณของพวกมันอย่างต่อเนื่อง
และเป็นเฉกเช่นวันนี้ต่อไปอีกเจ็ดหรือแปดวัน
ในระหว่างนี้ หลัวเฉิงดูดกลืนวิญญาณสัตว์อสูรระดับสูงหนึ่งดาวไปมากกว่ายี่สิบตัว ทำให้เขาอ่อนเพลียสิ้นเรี่ยวแรงก่อนจะหยุดลงเช่นนี้ทุกวัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากกลืนกินวิญญาณสัตว์อสูรดังกล่าวแล้ว ก็ไม่มีวี่แววที่จะสามารถไปถึงขั้นสุดยอดของขั้นหลอมกายาได้
แม้ตอนนี้ ขั้นหลอมกายาระดับเก้าของเขาจะอยู่ห่างจากขั้นสุดยอดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่ว่า หลัวเฉิงจะพยายามมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถเข้าสู่ขั้นสุดยอดได้
ด้วยเหตุนี้ หลัวเฉิงจึงได้ตระหนักว่า ไฉนจึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถไปถึงขั้นสุดยอดของขั้นหลอมกายาได้สำเร็จ
ขนาดตัวเขาเอง ที่สามารถฝึกฝนโดยการกลืนกินวิญญาณสัตว์อสูรได้ แต่ความก้าวหน้านั้นก็ยังช้ามากเลยทีเดียว สำมะหาอะไรกับคนอื่นๆ ที่ไม่มีพลังวิเศษเช่นนี้
เห็นได้ชัดว่า การล่าสัตว์อสูรแล้วกลืนกินวิญญาณไปจำนวนมากนั้น ยังไม่คุ้มกับที่ลงแรงไปในครั้งนี้
แม้หลัวเฉิงจะไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นสุดยอดของขั้นหลอมกายา แต่ใช่ว่าจะไม่มีสิ่งใดประสบผลสำเร็จเลย
จากการต่อสู้อย่างดุเดือดกับสัตว์อสูรครั้งแล้วครั้งเล่า มันทำให้เพลงหมัดสยบภูผาของเขาถูกฝึกฝนจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบแล้วขณะนี้
เพลงหมัดสยบภูผาที่ฝึกฝนจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบแล้วนั้น แต่ละหมัดที่ปล่อยออกไปล้วนทรงพลังยิ่ง ตอนนี้เขาสามารถเอาชนะหมาป่าหนามเหล็กได้อย่างง่ายดาย!
นอกจากนี้ หลัวเฉิงยังได้รับดอกอวี้หลันซึ่งเป็นโอสถระดับสองดาวโดยบังเอิญ และทำให้มันกลายเป็นโอสถสามเม็ด
โอสถที่สร้างโดยดอกอวี้หลันนั้น ไม่ได้มีพลังหลอมกายาเทียบเท่ากับผลผลึกทับทิม แต่พวกมันสามารถล้างพิษในร่างได้และทำให้กายาบริสุทธิ์ ซึ่งมันช่วยให้เขาสามารถเข้าห้ำหั่นกับสัตว์อสูรระดับสูงหนึ่งดาวที่มีพิษร้ายแรงได้
เข้าสู่วันที่สิบ ณ หุบเขาเมฆาทมิฬ!
ขณะนี้ หลัวเฉิงกำลังดูดกลืนวิญญาณสัตว์อสูรระดับสูงหนึ่งดาวอีกตัว ด้วยสีหน้าท้อแท้ใจเป็นที่สุด
แม้นจะผ่านมาหลายวันแล้ว ที่เขาออกล่าสัตว์อสูรจำนวนมาก แต่กระนั้นก็ยังมิมีทีท่าว่าจะทะลวงเข้าสู่ขั้นสุดยอดได้ และความแข็งแกร่งของเขาหยุดลงที่เก้าร้อยแปดสิบจิน ซึ่งนี่ยังมิอาจเรียกได้ว่าเป็นขั้นสุดยอดเลยด้วยซ้ำ!
“มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ที่จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสุดยอดของขั้นหลอมกายาได้” หลัวเฉิงพึมพำพลางทอดถอนใจ
หลังทำเช่นนี้อยู่หลายวัน ในที่สุดหลัวเฉิงก็ได้รู้ว่าไม่มีทางทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาขั้นสุดยอดโดยการกลืนกินวิญญาณสัตว์อสูรได้
และตอนนี้ พลังยุทธ์ของเขากำลังติดอยู่ที่คอขวด
ก่อนถึงงานชุมนุมล่าสัตว์ เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์
ซึ่งตอนนี้ เพลงหมัดสยบภูผาของเขาก็ได้ฝึกฝนจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว การจะฝืนฝึกฝนต่อไปก็ใช่ว่าจะสามารถทะลวงได้ จึงต้องคิดหาวิธีใหม่เท่านั้น
หลังคิดได้เช่นนั้น เขาก็รีบเก็บชิ้นส่วนของสัตว์อสูรใส่หีบ จากนั้นเขายืนตัวเหยียดตรงมองทอดยาวเข้าไปยังป่าลึกของหุบเขาเมฆาทมิฬ
มันไม่มีประโยชน์ที่จะฝึกฝนที่นี่ต่อไป หรือว่าข้าต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่านี้ แต่หากระดับของมันสูงกว่านี้ก็เป็นการยากที่จะเอาชนะได้
ระหว่างนั้น เขาก็ยืนใคร่ครวญว่าจะกลับออกไปข้างนอก หรือหยั่งลึกเข้าไปในป่า
แต่หากเข้าไปลึกกว่านี้ จะเป็นพื้นที่ตอนกลางของหุบเขาเมฆาทมิฬ และมีโอกาสสูงที่จะได้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสองดาว
สัตว์อสูรระดับสองดาว พลังของมันนั้นเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์! ซึ่งยากจะเอาตัวรอดได้สำเร็จ
“ข้าคงต้องระวังตัวให้มาก หากไม่พบสิ่งใดหลังสำรวจไปสักพัก ค่อยหันหลังกลับก็ไม่สาย!”
ทันใดนั้น หลัวเฉิงก็ตัดสินใจมุ่งลึกเข้าไปในป่า
เพราะที่เขามายังหุบเขาเมฆาทมิฬครานี้ ไม่เพียงแค่ฝึกฝนเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการหาโอสถระดับสี่ดาวเพื่อรักษาปู่ของเขา ซึ่งเขาไม่ต้องการจะกลับไปมือเปล่า
-
ภายในส่วนลึกของหุบเขานั้น โดยรอบมีต้นไม้สูงตระหง่านหลายต้น และหนองน้ำพิษ ทั้งยังได้ยินเสียงอสูรคำรามบ้างบางครั้ง
แต่ทว่า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอันตรายนั้น ยังมีร่างหนึ่งเยื้องย่างอย่างระแวดระวังอยู่ในป่า ร่างนั้นหยุดเดินเป็นบางครั้งแล้วหันซ้ายแลขวาด้วยแววตาหวาดระแวง
ซึ่งร่างนั้นหาใช่ผู้ใดอื่น แต่เป็นหลัวเฉิง ที่กำลังเดินสำรวจส่วนลึกของป่า
เป็นเวลาสองวันแล้ว ที่เขาเข้าสู่ตอนกลางของหุบเขาเมฆาทมิฬ
ตลอดสองวันที่ผ่านมา เขาโชคดีได้พบโอสถระดับสองดาวอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ผลดาราม่วง
อย่างไรก็ตาม เขายังมิอาจค้นหาโอสถระดับสี่ดาวพบ แม้นจะร่วงเลยมาหลายชั่วยามแล้ว
“หรือว่าข้า จะต้องเข้าไปยังป่าที่ลึกกว่านี้งั้นหรือ...”
แต่ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจเขา หลัวเฉิงก็รีบส่ายศีรษะปฏิเสธความคิดไร้สาระในหัว
เขารู้ถึงความแข็งแกร่งของตนเองในยามนี้ดี หากได้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับต่ำสองดาว ก็ยังพอมีโอกาสเอาตัวรอดได้
แต่หากต้องเผชิญกับสัตว์อสูรระดับสูงกว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมีชีวิตรอดออกไปได้!
เพราะที่เขายังลึกเข้ามาในครั้งนี้เพื่อหาโอสถ มิใช่มารนหาที่ตาย
“ลองหาอีกสักวัน หากไม่พบค่อยออกไป”
เขาตัดสินใจที่จะค้นหาโอสถระดับสี่ดาวต่อ เมื่อไม่พบเขาถึงจะยอมแพ้แล้วกลับออกไป
ทันใดนั้น เสียงคลื่นคำรามของสัตว์อสูรก็สะท้านขึ้นอย่างกะทันหัน!
โห่ว!
ด้วยเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวของมัน สร้างความผันผวนสู่ป่าอันเงียบงันก่อนหน้า พื้นที่โดยรอบพลันสั่นสะเทือนจนใบไม้หล่นปลิวว่อนไปทั่ว
“หรือว่าเสียงนั่นจะเป็น สัตว์อสูรระดับสองดาวงั้นหรือ!” หลัวเฉิงอุทานพร้อมใบหน้าเปลี่ยนสีเป็นตกใจทันที