เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 หนีไม่คิดชีวิต

บทที่ 37 หนีไม่คิดชีวิต

บทที่ 37 หนีไม่คิดชีวิต


มีเพียงสัตว์อสูรระดับสองดาวเท่านั้น ที่มีพลังปีศาจอัดแน่นอยู่ในร่าง จนสามารถแผดเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้

หลัวเฉิงไม่แสดงความลังเลแม้แต่น้อย เขาหันไปในทิศตรงข้ามกับเสียงนั่น แล้ววิ่งอย่างรวดเร็วทันที

โครม!

ขณะหลัวเฉิงกำลังวิ่งหนีอยู่นั้น ต้นไม้ใหญ่เมื่อครู่ที่เขาหลบอยู่ ก็ถูกหักโค่นลงโดยวัวปีศาจขนาดใหญ่

วัวปีศาจนั้นมีความยาวลำตัวมากกว่าสิบสองวา มีเขาวาวสีเงินคู่หนึ่งอยู่บนหัว ลำตัวของมันถูกปกคลุมไปด้วยหนังที่แตกเป็นลายคล้ายหิน ซึ่งมันดูราวกับก้อนดินขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนไหวอยู่

“กระทิงเขาเงิน!” หลัวเฉิงมองย้อนกลับ ครั้นปรากฏรูปลักษณ์เขาก็อุทานด้วยความตกใจ

ใบหน้าเขาเปลี่ยนสีเป็นพรั่นพรึง แล้วกัดฟันเร่งความเร็วจนสุดขีด ประหนึ่งหนีไม่คิดชีวิต

มันเป็นสัตว์อสูรระดับสองดาวจริงๆ!

กระทิงเขาเงิน เป็นสัตว์อสูรระดับต่ำสองดาวที่มีพลังป้องกันอันแข็งแกร่งจนน่าอัศจรรย์ แม้นจะใช้ดาบรุมฟาดฟันก็ยากนักจะทำลายได้

ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับหนึ่ง หากได้เผชิญหน้ากับมันก็จำต้องล่าถอยเช่นกัน!

ม่อ!

แม้นหลัวเฉิงจะวิ่งเร็วมากขนาดนี้ แต่ทว่า กระทิงเขาเงินนั้นกลับเร็วยิ่งกว่า มันเร่งฝีเท้าไล่ตามเขาอย่างบ้าคลั่ง กระทั่งต้นไม้ที่ขวางทางมันก็ถูกชนจนโค่นล้มระเนระนาด!

เมื่อเห็นมันพุ่งเข้ามาเช่นนั้น ความหวาดกลัวก็ผุดขึ้นในใจของหลัวเฉิง หากเขาถูกมันใช้เขาคู่นั้นโจมตี เกรงว่าคงมิอาจมีชีวิตรอดออกไปได้แน่!

ตอนนี้เขาต้องหนีให้ได้ หลัวเฉิงมิได้คิดสิ่งใดอีก เขาโยนหีบที่บรรจุชิ้นส่วนสัตว์อสูรออกไปทันที แล้ววิ่งหลบสับฟันปลาซ้ายขวาเพื่อหลบหนี มาตรว่าวิธีนี้อาจทำให้มันช้าลงบ้างก็เป็นได้

โครม โครม…

แต่ดูเหมือนว่า วิธีของเขาจะใช้ไม่ได้ผลเสียแล้ว เสียงต้นไม้ยังหักโค่นอย่างต่อเนื่อง และเขาเงินวาวคู่นั้นก็ยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ร้อยฉื่อ!

หกสิบฉื่อ!

ยี่สิบฉื่อ!

หลัวเฉิงรู้สึกว่าเสียงคำรามของมันนั้นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยระยะห่างที่สั้นลงอย่างต่อเนื่อง พานให้เขารู้สึกหนาวสันหลังเป็นที่สุด แม้แต่หนังศีรษะก็ยังชาในตอนนี้

ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็วาวสว่างขึ้น

ด้วยหนทางข้างหน้าไม่ไกลนัก มีหุบเขาหินที่มีรอยแตกขนาดใหญ่ ซึ่งพอดีกับให้คนหนึ่งเข้าไปได้ เขาจึงตัดสินใจจะเข้าไปหลบอยู่ตรงนั้น

เพียงแต่ขณะนี้ ระยะห่างระหว่างเขากับรอยแตกนั้นราวห้าสิบจั้งเห็นจะได้ ด้วยระยะขนาดนี้เกรงว่าจะมิทันการณ์เป็นแน่

นั่นเพราะ แผ่นหลังเขาขณะนี้ อยู่ห่างจากเขาคู่เงินวาวของกระทิงเพียงเอื้อมมือ!

“หากจะรอด มีแต่ต้องสู้เท่านั้น!”

โดยไร้สิ้นหนทางหนีรอด หลัวเฉิงจึงต้องกัดฟันแล้วหันกลับมาสู้กับมันในทันที

“ย้ายภูผาเคลื่อนมหาสมุทร!” หลัวเฉิงตะคอกต่ำในลำคอ

เขาปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมา แล้วกระโจนปราดเหนือพื้นพสุธา พร้อมโคจรปราณแท้ไปรวมไว้หมัดขวา จากนั้นก็ชกออกไปอย่างรุนแรงด้วยพลังทั้งหมดที่มี

ปัง!

อสูรกระทิงไม่คิดเลยว่า หลัวเฉิงจะกล้าหันหลังกลับมาสู้กับมัน ขณะที่มันไม่ทันระวังตัวก็ถูกหมัดของหลัวเฉิงชกเข้าอย่างแรงจนต้องล่าถอย

หลัวเฉิงอาศัยโอกาสจากแรงปะทะนี้ พุ่งเข้าไปตรงรอยแตกของหุบเขาทันที

บูม!

หน้าผาหินสูงชันและพื้นที่หุบเขาโดยรอบสั่นสะเทือน!

เกือบจะทันทีที่หลัวเฉิงเข้าไปในรอยแตกนั้น กระทิงเขาเงินก็พุ่งเข้ามากระแทกเข้ากับหินผาตรงนั้นอย่างฉับพลัน

ด้วยความแรงของมันทำให้ผาหินแตกกระจาย ส่งเศษหินปลิวกระจายออกไปทั่วอาณาบริเวณโดยรอบ พร้อมพื้นปฐพีในหุบเขาถึงกับสั่นสะเทือน

“เกือบไปแล้ว!”

หลัวเฉิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความโล่งใจเป็นที่สุด

แต่เมื่อเขามองออกไปที่ด้านนอกรอยแตก จู่ๆ ก็ปรากฏเงาทะมึนขนาดใหญ่พุ่งลงมากัดคอของกระทิงเขาเงินอย่างกะทันหัน

ควับ!

สัตว์อสูรขนาดยักษ์แยกเขี้ยว แล้วฉีกหัวของกระทิงออกอย่างรุนแรงจนเลือดสาดกระเซ็นปกคลุมไปทั่วพื้นที่

ครั้นที่มันอ้าปากออกเลือดอันน่าสะอิดสะเอียนของกระทิงก็ไหลหยาดลงบนพื้น ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณ!

“เสือดาวเกล็ดเพลิง สัตว์อสูรระดับกลางสองดาว!”

หลัวเฉิงสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นหันหลังกลับแล้วรีบวิ่งหนีไปให้ไกลจากตรงนี้

ด้วยพลังของเขาในตอนนี้นั้น แทบไม่สามารถสยบสัตว์อสูรระดับต่ำสองดาวได้ หากต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับกลางสองดาว มีเพียงหนทางเดียวนั่นคือความตายเท่านั้น!

โชคดีที่เสือดาวเกล็ดเพลิงกำลังให้ความสนใจกับการกินกระทิงอยู่ มันจึงไม่ทันสังเกตเห็นหลัวเฉิง

อย่างไรก็ตาม หลัวเฉิงก็ไม่กล้าเสี่ยงอยู่ต่อ เขารีบวิ่งออกจากรอยแตกไปทะลุอีกด้านหนึ่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นวิ่งต่อไปไกลกว่าสิบลี้ มาตรว่าไกลพอแล้วจึงหยุดพักหายใจ

“โชคดีที่ข้าวิ่งเร็ว ไม่เช่นนั้นคงได้ตายอยู่ที่นั่นแน่!”

หลัวเฉิงคลายปอดยาวลดความกังวลในใจ แต่เมื่อกวาดสายตามองไปยังพื้นที่โดยรอบ คิ้วของเขาก็พลันขมวดทันที

จบบทที่ บทที่ 37 หนีไม่คิดชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว