- หน้าแรก
- ข้าคือเทพแห่งการทำอาหาร ทั้งสำนักถูกความหิวครอบงำจนร้องไห้
- บทที่ 146 เจ้าจะให้ม้าอสูรกินเม็ดยาเพิ่มพลังได้อย่างไร?
บทที่ 146 เจ้าจะให้ม้าอสูรกินเม็ดยาเพิ่มพลังได้อย่างไร?
บทที่ 146 เจ้าจะให้ม้าอสูรกินเม็ดยาเพิ่มพลังได้อย่างไร?
เมื่อกล่าวถึงนักปรุงยา เหล่าศิษย์หญิงต่างมีแววตาเต็มไปด้วยความอิจฉา ถ้าหากพวกเธอสามารถปรุงยาได้ด้วยตัวเองก็คงจะดีมาก นั่นจะทำให้นิกายยุ่งยิ่งกว่านี้
บางทีอาจเป็นเพราะวันนี้ได้ผลผลิตดี พวกเธอจึงพากันหยอกล้อกันเล่น
"ศิษย์น้องหลินต้องการคะแนนนิกายไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าจำได้ว่ามีศิษย์พี่จากยอดเขามีดโลหิตที่ชอบเจ้าอยู่ เพียงแค่เจ้ายอมพยักหน้า คะแนนนิกายก็คงมาถึงมือของเจ้าเองแม้เจ้าไม่อยากทำก็ตาม"
"ข้าไม่ต้องการหรอก"
ศิษย์น้องหลินปฏิเสธทันทีที่ได้ยิน ใบหน้าบูดบึ้งของเธอน่ารักจนเหล่าศิษย์พี่อดไม่ได้ที่จะแกล้ง
"แล้วศิษย์พี่จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ล่ะ? ศิษย์พี่เฉินก็ดูไม่น้อยหน้าใครเลยนะ"
"ถ้ายอมทานข้าวด้วยกันล่ะก็ ข้าถึงจะพิจารณา"
"ฮ่าๆ ศิษย์น้องหลิน เจ้าช่างเป็นคนซื่อตรงจริงๆ"
"แล้วมันแปลกอะไร? ท่านไม่คิดเหมือนกันหรือ?"
"ข้าไม่เหมือนเจ้า ข้าคิดมาตลอดว่า ศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์นั้นดี"
"เฮอะ ท่านคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?"
เสียงหัวเราะครึกครื้นดังไปทั่วสวนสมุนไพร จนกระทั่งศิษย์คนหนึ่งสังเกตเห็นว่า จงหลิงยังคงเงียบอยู่ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ศิษย์พี่สาม คิดอะไรอยู่หรอ?"
"ข้ากำลังคิดว่าจะมีวิธีใดที่เราจะย้ายสวนสมุนไพรส่วนตัวของพวกผู้อาวุโสและผู้นำมาไว้ที่นี่ได้บ้าง"
เพียงแค่สวนสมุนไพรของผู้นำคนเดียวก็ทำให้ทุกคนได้กำไรไม่น้อย ถ้าหากพวกเราสามารถได้สวนสมุนไพรส่วนตัวของผู้อาวุโสและผู้นำทั้งหมดที่ยอดเขาไป๋เฉ่ามาไว้ที่นี่ มันคงเป็นความร่ำรวยอย่างแท้จริง
เหล่านักปรุงยาพวกนี้ต่างก็เป็นคนที่มีฐานะจริงๆ ใช้เงินมากมายจนแทบไม่น่าเชื่อ มันยุติธรรมหรือที่จะไม่แบ่งปันทรัพย์สมบัติเหล่านี้มาบ้าง?
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของเหล่าศิษย์หญิงก็สว่างขึ้น
"มารอดูกันพรุ่งนี้ ข้าจะไปติดต่อกับผู้อาวุโสและผู้นำคนอื่นๆ เอง"
วันถัดมา ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามยังคงดูแลสวนสมุนไพรเช่นเดิม ในขณะที่จงหลิงเดินทางไปยังยอดเขาไป๋เฉ่า
ในฐานะศิษย์เอกจากยอดเขาบุปผางาม เธอย่อมรู้จักศิษย์บางคนจากยอดเขาไป๋เฉ่าป็นอย่างดี
เธอพบกับศิษย์เอกของยอดเขาไป๋เฉ่า ชื่อว่า ไป๋หลิงเอ๋อร์
จงหลิงเคยออกไปทำภารกิจร่วมกับไป๋หลิงเอ๋อร์มาก่อน ซึ่งเธอเป็นคนคุ้มกันให้ในขณะที่ไป๋หลิงเอ๋อร์ออกไปเก็บสมุนไพร พวกเธอจึงรู้จักกันดีและเนื่องจากเป็นสตรีทั้งคู่ ความสัมพันธ์ของพวกเธอยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น
เมื่อเห็นจงหลิงมา ไป๋หลิงเอ๋อร์กล่าวอย่างยินดี
"ศิษย์พี่ มาได้อย่างไรคะ?"
"ข้าเพิ่งจะรับงานมาช่วยดูแลสวนสมุนไพรที่ยอดเขาไป๋เฉ่า เลยแวะมาหาเจ้าตอนมีเวลา"
"เอ๊ะ ศิษย์พี่ดูแลสวนสมุนไพรด้วยหรือ?"
ไป๋หลิงเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับอึ้ง จงหลิงเป็นศิษย์เอก ทำไมเธอถึงรับงานมาดูแลสวนสมุนไพร?
เมื่อได้ยินคำถาม จงหลิงก็แกล้งทำตาแดงขึ้นมาทันทีพร้อมกับกล่าวอย่างน่าสงสาร
"เฮ้อ เกิดเรื่องบางอย่างกับศิษย์พี่ ต้องการความช่วยเหลือ ข้าไม่มีทางเลือก"
"ศิษย์พี่ต้องการเท่าไหรคะ?"
ไป๋หลิงเอ๋อร์ตอบโดยไม่ลังเล ในฐานะศิษย์เอกของยอดเขาไป๋เฉ่าและนักปรุงยาระดับห้า เธอเองก็เป็นคนที่มีฐานะมั่งคั่ง
แต่จงหลิงก็ส่ายหัวปฏิเสธทันที
"เจ้ารู้จักนิสัยของศิษย์พี่ดี"
แค่ล้อเล่น จงหลิงย่อมมีขีดจำกัดของตัวเอง หากเธอต้องการโกหก... ไม่สิ แม้เธออยากหลอกลวงเพื่อนก็ทำไม่ลง
แต่ไป๋หลิงเอ๋อร์ผู้ใสซื่อกลับไม่คิดมากเช่นนั้น เธอกล่าวอย่างดื้อรั้น
"พวกเราเป็นเพื่อนกัน เมื่อศิษย์พี่มีปัญหา ศิษย์น้องย่อมต้องช่วยอยู่แล้ว ข้ามีคะแนนนิกายอยู่หนึ่งแสน ให้ศิษย์พี่ไปใช้ก่อนเถอะ"
หนึ่งแสนคะแนน ทำให้จงหลิงรู้สึกหวั่นไหว แต่ในที่สุดเธอก็ยึดมั่นในหลักการของตน พลางฝืนยิ้ม
"ศิษย์พี่รับไว้ไม่ได้จริงๆ หากศิษย์น้องต้องการช่วยศิษย์พี่จริงๆ ทำไมไม่ลองแนะนำให้ศิษย์พี่รู้จักผู้อาวุโสและผู้ดูแลที่ยอดเขาไป๋เฉ่าบ้างล่ะ แล้วศิษย์พี่จะช่วยพวกเขาดูแลสวนสมุนไพรเอง"
เมื่อเห็นจงหลิงยืนกราน ไป๋หลิงเอ๋อร์ก็ไม่อาจขัดได้ จึงพยักหน้าตกลง
ด้วยการช่วยเหลือของไป๋หลิงเอ๋อร์ เรื่องที่เหลือจึงง่ายดาย
พวกเธอเข้าเยี่ยมผู้อาวุโสและผู้ดูแลทีละคน และด้วยวาทะศิลป์ของจงหลิง
พวกเขาก็ยอมมอบหมายงานให้รวดเร็ว แม้ว่าความสัมพันธ์กับไป๋หลิงเอ๋อร์จะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แต่นั่นไม่สำคัญ ขอเพียงให้สวนสมุนไพรอยู่ในมือของเธอก็พอ
"ท่านผู้ดูแล ศิษย์เองก็มาดูแลสวนสมุนไพรด้วยเหตุผลพิเศษ มันไม่บ่อยนักที่ศิษย์เอกจะได้รับโอกาสเช่นนี้"
"คิดดูสิ ในอดีตคนที่ดูแลสวนสมุนไพรล้วนเป็นศิษย์รับใช้ ถึงแม้พวกเขาจะทำงานได้ดีในสายตาคนอื่น แต่ลึกๆ แล้ว พวกเขาย่อมไม่เข้าใจลึกซึ้งและไม่สามารถจัดการได้ดีเพราะข้อจำกัดในระดับพลัง"
"สวนสมุนไพรก็เหมือนอาวุธวิเศษทั้งหลาย ยิ่งนานไปก็ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้น เมื่อเวลาผ่านไป สวนสมุนไพรจะรกร้าง นั่นคงเป็นเรื่องน่าเสียดาย"
"อืม สิ่งที่เจ้ากล่าวก็มีเหตุผล"
"จริงไหมล่ะ ดังนั้นการฝากสวนสมุนไพรไว้กับข้าไม่มีทางผิดพลาด และศิษย์เองก็มีศิษย์น้องจากยอดเขาบุปผางามที่เป็นศิษย์ภายในอยู่หลายคน โอกาสเช่นนี้หาได้ไม่ง่ายเลย"
"ตกลง งั้นสวนสมุนไพรของข้าก็ต้องฝากเจ้าดูแลด้วย"
ในที่สุด พวกเธอก็เจรจากับผู้อาวุโสสามคนและผู้ดูแลหนึ่งคนได้สำเร็จ
เมื่อกลับถึงสวนสมุนไพร จงหลิงเล่าเรื่องนี้ให้เหล่าศิษย์น้องฟัง ทุกคนต่างตื่นเต้นกันมาก
รวมถึงสวนสมุนไพรเดิม ตอนนี้พวกเธอมีสวนสมุนไพรทั้งหมดห้าแห่ง รายได้แต่ละวันจากสวนสมุนไพรแต่ละแห่งอยู่ที่ประมาณยี่สิบคะแนน ซึ่งเท่ากับ 100คะแนนนิกายต่อวัน
"ร่ำรวยแล้ว!"
"ศิษย์พี่สามสุดยอดมาก!"
"พอเสร็จงานนี้ ข้าจะเปลี่ยนยาทิพย์ ไปยังสถานที่บ่มเพาะศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำเพ็ญเพียร และเข้าไปยังหอตำราเพื่อฝึกฝนให้แกร่งขึ้น"
"ข้าก็เหมือนกัน"
พวกเธอได้ตกลงกับผู้อาวุโสและผู้ดูแลไว้เป็นเวลาหนึ่งเดือน เมื่อครบกำหนด พวกเขาจะมาตรวจสอบและตกลงชำระในครั้งเดียว ดังนั้น ผู้อาวุโสและผู้ดูแลไม่ต้องมาตรวจสอบสวนทุกวัน
ขณะที่จงหลิงดูแลสวนสมุนไพรเสร็จ บรรดาศิษย์จากยอดเขาบุปผางามที่ออกไปส่งของก็กลับมาถึง
ใช้เวลาเพียงสองวันเท่านั้น เร็วมากจนเป็นที่น่าประหลาดใจ
แม้แต่ผู้ดูแลที่หอรับจ้างยังตกตะลึง
"เจ้าพึ่งไปส่งของมาใช่ไหม?"
"เจ้าคะ"
"เร็วขนาดนี้? เจ้าขี่นกกระเรียนเซียนคอแดงไปหรือ?"
"ไม่ใช่ แค่ใช้ม้าอสูรจากสนามแข่งเท่านั้น"
ผู้ดูแลถึงกับช็อก ม้าอสูรจะเร็วได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เขาย่อมไม่รู้ว่าเหล่าศิษย์จากยอดเขาบุปผางามขี่ม้าอย่างไร
ขณะเดียวกัน ที่ลานม้าบริเวณเชิงเขา ผู้ดูแลลานม้าก็ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นม้าอสูรหลายตัวนอนล้มลงกับพื้นและมีฟองขาวออกจากปาก เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชิญนักปรุงยาจากยอดเขาไป๋เฉ่ามาตรวจสอบ
พวกม้าอสูรยังอยู่ในสภาพดีๆอยู่เลยเมื่อตอนเหล่าศิษย์จากยอดเขาบุปผางามขี่กลับมา แต่ตอนนี้พวกมันกลับอ่อนล้า
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ‘ดูสิ แม้จะเป็นศิษย์จากนิกายเต๋าอี้เหมือนกัน แต่ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ขี่ม้าอสูรจนม้าหมดแรง ในขณะที่ม้าอสูรของศิษย์จากยอดเขาบุปผางามกลับมายังแข็งแรงเต็มที่หลังจากขี่พวกมันไป’
แต่ไม่นานนัก พวกม้าอสูนก็ล้มลงไปทีละตัว
ขณะที่ผู้ดูแลลานม้าจ้องมองผู้ดูแลจากยอดเขาไป๋เฉ่าที่มาตรวจสอบด้วยความกังวล เขาถามอย่างกังวลใจ
"เป็นอย่างไรบ้าง หวู?"
ได้ยินดังนั้น ผู้ดูแลหวูขมวดคิ้วเล็กน้อยและลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
"เจ้าใช้งานมันไปไกลเกินไปแล้วหรือเปล่า? ทำไมถึงให้อาหารพวกม้าอสูรด้วยยาเพิ่มพลัง? แม้เจ้าจะให้ยาเพิ่มพลังวิญญาณในภายหลังและใช้พลังปราณของตัวเองช่วยให้ม้าอสูรฟื้นฟู แต่ก็ไม่ควรทำเช่นนี้ ดูสิ พวกมันน่าสงสารแค่ไหน และ..."
"เดี๋ยวก่อน เจ้าพูดว่าม้าอสูรพวกนี้กินอะไรนะ?"
"ยาเพิ่มพลัง?"
"อ๊ากกกก...!"
ชั่ววินาทีถัดมา เสียงคำรามด้วยความโกรธดังก้องไปทั่วสนามแข่ง