เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 113 วิธีการมีให้เลือกใช้มากมาย อยู่แค่ว่าจะยุ่งยากแค่ไหน?

บทที่ 113 วิธีการมีให้เลือกใช้มากมาย อยู่แค่ว่าจะยุ่งยากแค่ไหน?

บทที่ 113 วิธีการมีให้เลือกใช้มากมาย อยู่แค่ว่าจะยุ่งยากแค่ไหน?


ศิษย์ของยอดเขาอื่นๆ ต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก ‘ในที่สุด! นี่แหละคือชีวิตในนิกายเต๋าอี้ที่ควรจะเป็น’

ทุกวันสงบสุข ไร้ความชุลมุนใดๆ มีความผ่อนคลายอยู่เสมอ ใครจะเป็นเหมือนศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ที่แต่ละคนดูเหมือนคนบ้าคลั่ง ฝึกฝนอย่างเอาเป็นเอาตาย รับภารกิจแบบไม่หยุดยั้ง แม้แต่การแย่งชิงม้าอสูรก็ยังทุ่มสุดตัว

ไม่มีลักษณะของเซียนเลยแม้แต่นิด

แต่เมื่อเทียบกับศิษย์จากยอดเขาอื่นๆ หอผู้คุมกฏและหอภารกิจกลับยิ่งมีความสุขมาก

จะไม่ให้สังเกตเห็นได้อย่างไร ในเมื่อรองอาวุโสใหญ่ของหอผู้คุมกฏที่เคร่งขรึมอย่าง‘ฉีซง’ช่วงนี้มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าบ่อยครั้ง

ในเวลาว่างๆ เขายังมีอารมณ์มานั่งจิบชาในสวนอีกด้วย

“ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

“ตั้งแต่ศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ออกไปที่ด่านชายฝั่งทะเล นิกายก็สงบลงไปมากทีเดียว”

เมื่อได้ยินดังนั้น ฉีซงก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ก็ดีแล้ว ไอ้พวกเด็กพวกนี้ต้องไปเจอความลำบากที่ด่านชายฝั่งทะเลบ้าง ให้พวกเผ่าอสูรน้ำกดดันพวกมันหน่อย”

"ท่านอาวุโสใหญ่พูดถูกแล้ว"

ในสายตาของฉีซง การที่ศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ไปที่ด่านชายฝั่งทะเลนั้น ย่อมไม่สามารถสร้างความวุ่นวายได้เหมือนอยู่ในนิกาย

อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาคิดขึ้นเอง พวกศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็สร้างความวุ่นวายกันจนนิกายแทบจะอยู่ไม่สุข ตอนนี้พวกนั้นได้ไปที่ด่านชายฝั่งทะเลเจอกับพวกเผ่าอสูรน้ำแล้ว พวกเขาจะยังคิดว่าจะเหมือนอยู่ในนิกายเช่นนั้นหรือ?

พวกเผ่าอสูนน้ำนั้นไม่มีทางอ่อนข้อให้เด็กพวกนั้นแน่ๆ

ความคิดของฉีซงก็ไม่ผิดนัก สถานการณ์ที่ด่านชายฝั่งทะเลและในนิกายนั้นต่างกันอย่างแน่นอน เพียงแต่ผลลัพธ์กลับคนละฝั่งกัน

ตอนที่อยู่ในสายตานิกายเต๋าอี้ พวกศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ยังเก็บซ่อนแรงเอาไว้ แต่เมื่อถึงด่านชายฝั่งทะเล มันคือ…

"ท้องฟ้ากว้างที่เหล่านกสามารถโผบินได้ตามใจ ทะเลกว้างใหญ่ที่ปลาสามารถว่ายน้ำได้อย่างอิสระ"

ไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นที่ด่านชายฝั่งทะเล แต่ในขณะนั้นศิษย์ที่พูดก่อนหน้านี้เอ่ยขึ้นว่า

“แต่ช่วงนี้ ศิษย์ยอดเขาบุปผางามดูแปลกไปนะขอรับ”

“หืม? แปลกอย่างไร?”

“อธิบายไม่ค่อยถูก แต่พักนี้พวกเธอออกไปทำภารกิจบ่อยขึ้นมากและแทบทุกครั้ง ภารกิจมุ่งหน้าไปทางใกล้ๆด่านชายฝั่งทะเล”

“จนถึงวันนี้ มีศิษย์ยอดเขาบุปผางามเกินกว่าครึ่ง เริ่มออกเดินทางไปแล้วขอรับ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉีซงขมวดคิ้วรู้สึกคุ้นเคยกับสถานการณ์อย่างนี้บอกไม่ถูก จึงรีบถามต่อทันที

“พวกเธอรับภารกิจครั้งละกี่ภารกิจ?”

“ภารกิจที่รับก็ปกติดีขอรับ ส่วนใหญ่รับครั้งละหนึ่งภารกิจ บางคนก็สองภารกิจ แต่พวกเธอไม่ได้เลือกเฉพาะภารกิจง่ายๆเท่านั้น”

เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น ฉีซงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ‘จริงด้วย!ยอดเขาบุปผางามจะไปเป็นเหมือนยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร พี่สาวไป๋ฮวาย่อมไว้ใจได้มากกว่าเจ้าคนขี้เมานั่นแน่นอน’

“ในเมื่อรับภารกิจตามปกติ ก็ไม่ต้องสนใจหรอก”

เขาไม่ได้คิดอะไรมาก คงเป็นเพียงความบังเอิญ

ศิษย์ที่พูดก็พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็ถอยออกไปด้วยความเคารพ

ไม่มีใครใส่ใจเรื่องของยอดเขาบุปผางามเลย โดยไม่รู้ว่าบนถนนสายหนึ่งที่มุ่งหน้าจากนิกายเต๋าอีไปยังด่านชายฝั่งทะเล ศิษย์ยอดเขาบุปผางามจำนวนมากกำลังเดินทางไปด้วยกัน

“พี่สาว เหลืออีกไกลไหมคะ?”

“ใกล้แล้ว! อีกครึ่งวันก็ถึงด่านชายฝั่งทะเล”

“ช้าจังเลย!”

“จะให้เร็วได้ยังไง คิดว่านี่เป็นยานเหาะของนิกายหรือไง? เรือบินมันก็ช้าแบบนี้แหละ”

“คราวนี้ไปถึงด่านชายฝั่งทะเลแล้ว ฉันจะอยู่ให้เต็มเดือน กินอาหารให้จุถึงค่อยกลับ”

“อยู่ได้ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์หรอก ไม่งั้นพวกอาจารย์ต้องรู้แน่”

“อ๊ะ แค่หนึ่งอาทิตย์เองเหรอ”

“ทำไงได้ กลับนิกายพักสักสองวัน แล้วค่อยรับภารกิจใหม่ออกมาอีก”

“ก็ต้องแบบนั้นแหละ!”

ตั้งแต่กลับมาที่นิกายศิษย์ยอดเขาบุปผางามก็คิดหาวิธีที่จะได้กินอาหารฝีมือศิษย์น้องฉางชิงกันตลอด

สุดท้าย กลุ่มศิษย์ผู้หญิงเหล่านี้ก็ตัดสินใจใช้วิธีเดียวกับศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ นั่นก็คือรับภารกิจ

เพียงแต่ด้วยความเป็นศิษย์ผู้หญิง พวกเธอไม่ได้บ้าระห่ำเหมือนเหล่าศิษย์ชายยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ เมื่อรับภารกิจจึงซื่อตรงมาก มีเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือต้องเป็นภารกิจที่ไปใกล้ๆทางด่านชายฝั่งทะเล

ความคิดนั้นง่ายมาก พวกเธอมีข้ออ้างในการออกจากนิกาย ได้ทำภารกิจและที่สำคัญที่สุดคือได้กินอาหารฝีมือศิษย์น้องฉางชิง

แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกนางคิดง่ายเกินไป นั่นคือพวกเธอคิดว่าถ้าไปถึงด่านชายฝั่งทะเลแล้วจะได้กินอาหาร นี่เป็นความคิดที่ไกลเกินจริงไปหน่อย

ที่ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ การได้กินข้าวนั้นถือเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ใครจะมีสิทธิ์ได้รับเกียรตินั้นทุกคน ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและผ่านบททดสอบจึงจะได้กินอาหารชามนั้น

น่าสงสารเหล่าศิษย์ผู้หญิงน้อยที่ยังไม่รู้เรื่องนี้ คิดแต่เพียงว่าถ้าไปถึงด่านชายฝั่งทะเลแล้วจะได้ลิ้มรสอาหารฝีมือศิษย์น้องฉางชิงอย่างเต็มอิ่ม

แต่คนที่อยากกินอาหารไม่แพ้พวกเธอเลยก็คือสองตาแก่แห่งยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์

ในถ้ำของหงจุ้น เฉิงชือเดินเข้ามาด้วยท่าทางหงุดหงิดทันทีที่เข้าประตูมาก็พูดเสียงดัง

“เจ้าแก่ขี้เมา ข้าอดทนไม่ไหวแล้ว นี่เพิ่งไม่กี่วันเอง ให้ข้ารอไปอีกปี จะทนได้ยังไงกัน!”

“งั้นเจ้าก็ไปด่านชายฝั่งทะเลสิ”

หงจุ้นมองเฉิงชือด้วยความเหยียดหยาม เหมือนจะบอกว่าเขาเองก็อดทนไม่ไหวเหมือนกัน

เมื่อได้ยินดังนั้น เฉิงชือจึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์

“ตอนที่ข้าเข้าร่วมนิกายเต๋าอี้ ข้าทำเพื่อเจ้าเด็กฉางชิงโดยเฉพาะ แต่ตอนนี้เจ้าเด็กฉางชิงไม่อยู่ ข้า...”

“งั้นเจ้าก็ออกจากนิกายไปสิ ข้าไม่ห้ามเจ้า”

ไม่ทันที่เฉิงชือจะพูดจบ หงจุ้นก็พูดแทรกขึ้นทันที

ออกจากนิกาย? เป็นไปไม่ได้แน่นอน ถึงจะเป็นแบบนี้ แต่ให้ข้าออกจากนิกายตอนนี้หรือ? นั่นมันพูดไร้สาระแล้ว!

เฉิงชือทรุดตัวนั่งข้างหงจุ้น รินเหล้าให้ตัวเองแล้วดื่มหมดแก้ว

“ทำไมเราไม่ไปยืนเฝ้าข้างนอกด่านชายฝั่งทะเลล่ะ ให้พวกเด็กๆเอาอาหารมาส่งให้เรา”

ฟังดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ดี แต่หงจุ้นไม่แม้แต่จะขยับตัว ยังคงนอนเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ารอดชีวิตมาได้ยังไง เจ้าจะให้พวกเด็กพวกนั้นส่งอาหารมาให้เจ้า? เจ้าคิดว่าพวกเขาจะทำได้งั้นเหรอ?”

คิดตื้นเกินไป เมื่อได้ยินดังนั้น เฉิงชือก็รู้สึกว่าคงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน ทั้งสองคนจึงตกอยู่ในความเงียบ เสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็นระยะในลาน

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่แสงสว่างเริ่มส่องประกายในดวงตาของหงจุ้นราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ เขาลุกขึ้นนั่งอย่างจริงจังแล้วหันไปมองเฉิงชือ

“เจ้าอยากเข้าไปในด่านชายฝั่งทะเลไหม?”

“พูดบ้าอะไร! แน่นอนว่าอยากสิ ถ้าเข้าไปได้ก็จะได้เจอเจ้าเด็กฉางชิง แล้วก็ได้กินข้าว”

“งั้นพวกเราก็เข้าไปสิ”

“เจ้าสติไม่ดีแล้วหรือ? พวกเราจะเข้าไปในด่านชายฝั่งทะเลได้ยังไง?”

“ใครบอกว่าเข้าไปไม่ได้ล่ะ”

หงจุ้นมองเฉิงชือด้วยสายตาลึกซึ้งเฉิงชือยังไม่เข้าใจในตอนแรก แต่พอผ่านไปสักพักก็รู้ตัวทันที มองหงจุ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ

“เจ้าหมายความว่า...”

“ฮ่า ๆ นี่เป็นวิธีเดียวที่เหลือแล้ว”

“แต่มันหายากมากนะ”

“ยอดเขาไป๋เฉ่ามี ‘เม็ดยาซ่อนอายุ’ และข้าจำได้ว่าเจ้ารู้จักเจ้านิกายแห่งนิกายค่ายกลด้วยไม่ใช่หรือ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเฉิงชือก็เปล่งประกายทันที

เห็นดังนั้นหงจุ้นก็ยิ้มกว้าง เฉิงชือเองก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สองตาแก่จอมวางแผนมารวมตัวกันแล้วหัวเราะอย่างมีความสุข

“เยี่ยมเลย เจ้าแก่ขี้เมา! เจ้าคิดวิธีได้ถึงขนาดนี้เลยได้ไงกัน”

“ฮ่าๆ วิธีการมีให้เลือกใช้มากมายอยู่แค่ว่าจะยุ่งยากแค่ไหน ขอแค่คิดอย่างละเอียดก็จะหาวิธีได้เสมอ”

“พวกเด็กพวกนั้นคิดว่าค่ายกลเหล่านั้นจะขวางข้าได้งั้นเหรอ? ข้ามีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้ แค่จะจัดการพวกเด็กเหลือขอไม่ได้แบบนั้น ข้าจะมีชีวิตมาอย่างยาวนานทำไมกัน ฮ่า ๆ ๆ”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ...”

จบบทที่ บทที่ 113 วิธีการมีให้เลือกใช้มากมาย อยู่แค่ว่าจะยุ่งยากแค่ไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว