- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนไร้สิ้นสุด
- บทที่ 11 - ข้ายังไม่ได้เอาจริงเลยนะ
บทที่ 11 - ข้ายังไม่ได้เอาจริงเลยนะ
บทที่ 11 - ข้ายังไม่ได้เอาจริงเลยนะ
นักพรตมังกรเหลืองมีสีหน้าตกตะลึงสงสัย ยกฝ่ามือของตนขึ้นมาดูแล้วดูอีก ราวกับจะมองให้ทะลุฝ่ามือของตนเอง
"ตบะของข้าแก่กล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ลงมือเพียงครั้งเดียว ก็สร้างความเสียหายหนักให้แก่ต้าหลัวจินเซียนได้?"
ทว่า ที่เบื้องหน้าเขา สภาพของจอมเซียนเทียนหยวนทำให้เขาจำต้องเชื่อ
จอมเซียนเทียนหยวนร่ายคาถา แสงเซียนต้าหลัวหมุนวนรอบกายเป็นระลอกคลื่น ผ่านไปราวห้าหกดีดนิ้ว สีหน้าซีดเซียวของเขาจึงค่อยทุเลาลง กลิ่นอายรอบตัวเริ่มฟื้นคืนกลับมา
"เฮ้อ!"
เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะมองนักพรตมังกรเหลืองด้วยสายตาเปี่ยมความเลื่อมใส
"เป็นข้าน้อยที่ไม่เจียมตัว สหายเต๋ามังกรเหลืองสมกับเป็นศิษย์สืบทอดของศิษย์ลุงรอง ตบะสูงส่งจนข้าน้อยมิอาจเทียบฝุ่น เพียงท่านลงมือตามอำเภอใจ ข้าน้อยทุ่มเทตบะทั้งหมดยังไม่อาจต้านทาน"
เขาแสดงสีหน้าละอายใจ ส่ายหน้าถอนหายใจไม่หยุด
ในยามนี้ อย่าว่าแต่เหล่าเซียนเจี๋ยเจี้ยวที่ชมดูอยู่เลย แม้แต่นักพรตมังกรเหลืองเอง ก็ปักใจเชื่อแล้วว่าจอมเซียนเทียนหยวนตกเป็นรองอย่างสิ้นเชิง
ระดับต้าหลัวจินเซียน แม้จะเทียบไม่ได้กับมหาปราชญ์ แต่ก็เป็นตัวตนระดับยอดพีระมิดของเหล่าเซียน ย่อมต้องรักศักดิ์ศรีหน้าตา
หากจอมเซียนเทียนหยวนมิได้สู้ไม่ได้จริงๆ เขาคงไม่ยอมทิ้งศักดิ์ศรี แสดงท่าทางทุลักทุเลเช่นนี้ต่อหน้าศิษย์ทั้งสองสำนักและผู้ยิ่งใหญ่ทั่วหล้า
"นักพรตมังกรเหลืองเป็นศิษย์สืบทอดของหยวนสื่อเทียนจุน ส่วนศิษย์น้องเทียนหยวนเป็นเพียงศิษย์สายนอก เข้าสำนักก็ช้า ไม่ได้รับการถ่ายทอดวิชาที่แท้จริงจากอาจารย์ ในสถานการณ์ที่ไม่ใช้ของวิเศษระดับกำเนิดจักรวาล ย่อมไม่ใช่คู่มือของนักพรตมังกรเหลืองเป็นธรรมดา"
"ศิษย์พี่กุยหลิงกล่าวมีเหตุผล พวกท่านดูสิ แสงเซียนซ่างชิงบนตัวศิษย์น้องเทียนหยวนไม่บริสุทธิ์เท่าพวกเรา ก่อนเขาบรรลุเป็นต้าหลัว เขาไม่ได้เรียนรู้แก่นแท้ของมหาคัมภีร์ซ่างชิง และหลังจากบรรลุแล้ว เวลาก็สั้นเกินไป ไม่ทันได้บำเพ็ญมหาคัมภีร์ซ่างชิงให้ถึงระดับต้าหลัว"
"ศิษย์น้องเทียนหยวนคิดตื้นเกินไป ก่อนเขาเข้าสำนักเจี๋ยเจี้ยว อาจจะได้รับวาสนามาบ้าง แต่วาสนาเหล่านั้นจะไปเทียบกับวิถีธรรมแท้ของซานชิงได้อย่างไร"
"ฮึ! เขาแค่โอหังอวดดี คิดว่าตัวเองแน่ ถ้าไม่มีของวิเศษระดับกำเนิดจักรวาล เขาจะสยบจอมปีศาจเก้าวิญญาณหยวนเซิ่งได้หรือ? ครั้งแรกที่เขามาฟังธรรมที่เกาะจินอ๋าว ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าดาษดื่นทั่วไป ขนาดศิษย์สายนอกยังเป็นไม่ได้เลยในตอนนั้น"
เหล่าต้าหลัวจินเซียนแห่งเจี๋ยเจี้ยววิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา จินตนาการหาเหตุผลถึงความอ่อนแอของจอมเซียนเทียนหยวนกันเองเสร็จสรรพ
ฝ่ายต้าหลัวแห่งฉานเจี้ยว ตอนที่นักพรตมังกรเหลืองออกศึก พวกเขาเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือทุกเมื่อ ใครใช้ให้นักพรตมังกรเหลืองมีประวัติถูกจ้าวกงหมิงจับแขวนประจานหน้าค่ายกันเล่า?
แต่ผลการต่อสู้ทำเอาเหล่าต้าหลัวฉานเจี้ยวแว่นตาแทบแตก แม้แต่หยางเจียนและเห่าเทียนเฉวียน (สุนัขเทพ) ที่เป็นรุ่นหลานยังอ้าปากค้างตะลึงงัน
นักพรตมังกรเหลืองดันเป็นฝ่ายได้เปรียบเสียอย่างนั้น!
"ศิษย์น้องอวิ๋นจงจื่อ ในสำนักฉานเจี้ยว มีเพียงเจ้าที่เคยคบหากับสหายเต๋าเทียนหยวนผู้นี้ ตบะของเขา ย่ำแย่ถึงเพียงนี้จริงหรือ?"
กว่างเฉิงจื่อ หัวหน้าสิบสองเซียนทองเอ่ยถามด้วยความสุขุม เขาผู้สามารถสั่งสอนจักรพรรดิเหลืองเซวียนหยวนได้ ย่อมไม่ใช่คนหูเบาไร้สมองเหมือนในนิยายหงฮวงบางเรื่องบนโลกมนุษย์
หลังจากพุทธศาสนารุ่งเรือง เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถต่อกรกับพระยูไลได้ซึ่งหน้า
อวิ๋นจงจื่อลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า "พูดไปศิษย์พี่อาจไม่เชื่อ ตั้งแต่อาตมารู้จักสหายเต๋าเทียนหยวน อาตมาไม่เคยเห็นร่างจริงของเขาเลย อาตมารู้เพียงว่าเขากำเนิดจากเผ่ามนุษย์ บำเพ็ญเพียรลำพังจนถึงขั้นเสวียนเซียน ต่อมาจึงเข้าฟังธรรมที่ตำหนักปี้โหยว แต่ไม่ได้เป็นศิษย์เจี๋ยเจี้ยวในตอนนั้น"
"แล้วอย่างไรต่อ?"
กว่างเฉิงจื่อสีหน้าไม่เปลี่ยน เรื่องพวกนี้แม้แต่เจียงจื่อยายังรู้ ไม่จำเป็นต้องให้อวิ๋นจงจื่อเล่า
อวิ๋นจงจื่อชั่งใจครู่หนึ่ง กล่าวว่า "มีเรื่องหนึ่ง ที่อาตมาได้ฟังมาจากจอมปีศาจเก้าวิญญาณหยวนเซิ่ง ไม่รู้ว่าจริงเท็จประการใด"
"โอ้?"
ไท่อี่เจินเหรินเริ่มสนใจ
เขาหมายตาอยากสยบจอมปีศาจเก้าวิญญาณหยวนเซิ่งมาทำเป็นพาหนะตั้งนานแล้ว แต่ดันถูกจอมเซียนเทียนหยวนตัดหน้าไปก่อน
อวิ๋นจงจื่อกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "จอมปีศาจเก้าวิญญาณหยวนเซิ่งเล่าว่า สมัยยุคราชาแห่งมนุษย์ มันเคยไล่ล่าสหายเต๋าเทียนหยวน ฆ่าสหายเต๋าเทียนหยวนไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่ฆ่าตาย สหายเต๋าเทียนหยวนก็จะปรากฏตัวขึ้นใหม่ในหงฮวง จนกระทั่งก่อนสหายเต๋าเทียนหยวนจะบรรลุธรรม จอมปีศาจเก้าวิญญาณหยวนเซิ่งยังพยายามจะฆ่าเขาอีกครั้ง ผลลัพธ์เป็นอย่างไรศิษย์พี่ทุกท่านก็คงทราบดี"
เหล่าต้าหลัวแห่งฉานเจี้ยวต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่อยากจะเชื่อ
ต้าหลัวจินเซียนฆ่าไท่อี่จินเซียนไม่ตาย ช่างไร้สาระสิ้นดี แต่ความแค้นระหว่างจอมปีศาจเก้าวิญญาณหยวนเซิ่งกับจอมเซียนเทียนหยวนไม่ใช่เรื่องโกหก มันไม่มีเหตุผลต้องกุเรื่อง
กว่างเฉิงจื่อกวาดตามองต้าหลัวแห่งฉานเจี้ยวทุกคน แล้วสั่งกำชับ "สหายเต๋าเทียนหยวนมีรากฐานลึกล้ำ แตกต่างจากพวกเจี๋ยเจี้ยวคนอื่นอย่างสิ้นเชิง หากไม่จำเป็น เวลาประมือกับสหายเต๋าเทียนหยวน ขอให้ยั้งมือไว้ไมตรีด้วย!"
เหล่าต้าหลัวฉานเจี้ยวไหนเลยจะไม่กล้าเชื่อฟัง
ยุคราชาแห่งมนุษย์ห่างจากตอนที่จอมเซียนเทียนหยวนบรรลุธรรมตั้งเก้าแสนหกหมื่นปี ต้าหลัวจินเซียนใช้เวลาเก้าแสนหกหมื่นปียังฆ่าจอมเซียนเทียนหยวนไม่ได้ ตอนนี้เขาเป็นต้าหลัวจินเซียนแล้ว ยิ่งรับมือยากกว่าเดิม
การสร้างความแค้นกับตัวตนประหลาดเช่นนี้ ไม่คุ้มค่าเลยสักนิด
ข้อนี้ นักพรตหรานเติงมีสิทธิ์พูดที่สุด
เขาเป็นเทพแต่กำเนิดคนสุดท้ายที่เข้าสู่ตำหนักจื่อเซียว (ของหงจวิน) และเป็นเทพแต่กำเนิดคนแรกที่ถูกเด็กรุ่นหลังแซงหน้า
ในยุคหงฮวง อย่าว่าแต่จักรพรรดิสวรรค์โบราณเลย แม้แต่สิบมหาเทพใต้บัญชา ก็สามารถตบสั่งสอนนักพรตหรานเติงได้สบายๆ
แต่ทว่า จักรพรรดิสวรรค์โบราณสิ้นบุญไปแล้ว แต่เขานักพรตหรานเติงยังอยู่มาจนถึงบัดนี้ ใครสูงใครต่ำเห็นกันได้ชัดเจน
จอมเซียนเทียนหยวนและนักพรตมังกรเหลืองปะทะกันอีกครั้ง คราวนี้นักพรตมังกรเหลืองผู้ซื่อตรงได้ลดทอนพลังของตนลงส่วนหนึ่ง
"สหายเต๋าเทียนหยวน ท่านไม่ใช้ของวิเศษระดับกำเนิดจักรวาล อาตมาก็จะไม่ใช้ตบะข่มเหงคน ตอนนี้ อาตมากดพลังลงมาให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับท่านแล้ว เชิญท่านสำแดงอิทธิฤทธิ์ได้เต็มที่!"
"สหายเต๋ามังกรเหลืองช่างเป็นวิญญูชนโดยแท้!"
จอมเซียนเทียนหยวนเอ่ยชม เขาประคองมือขึ้น แสงแห่งมรรควิถีต้าหลัวหลั่งไหลออกจากฝ่ามือ แสดงวิถีแห่งเทียนหยวนอันไร้สิ้นสุด
เห็นจอมเซียนเทียนหยวนลงมือ ก็ใช้วิถีแห่งตนออกมาทันที
นักพรตมังกรเหลืองลอบขำ เขาไม่สงสัยในความอ่อนแอของจอมเซียนเทียนหยวนอีกต่อไป
ยิ่งบรรลุธรรมช้า มรรควิถีก็ยิ่งเปราะบาง ในสายตานักพรตมังกรเหลือง จอมเซียนเทียนหยวนคงหมดมุกแล้วจริงๆ
"ศิษย์อาทงเทียนช่างใจดำนัก สหายเต๋าเทียนหยวนอ่อนแอเพียงนี้ ให้เขาเข้าสู่มหาจลียุค ก็เท่ากับบีบให้เขาขึ้นบัญชีเทพเฟิงเสินชัดๆ"
คิดได้ดังนั้น นักพรตมังกรเหลืองจึงตัดสินใจว่า จะไม่ยอมให้ศิษย์ร่วมสำนักคนอื่นส่งจอมเซียนเทียนหยวนขึ้นบัญชีเทพเด็ดขาด
ตราบใดที่มีจอมเซียนเทียนหยวนอยู่ นักพรตมังกรเหลืองก็จะสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของตนเอง!
นักพรตมังกรเหลืองยื่นมือคว้า กรงเล็บมังกรข้างหนึ่งพุ่งสวนออกไปไร้สุ้มเสียง ฝ่ามือของเขาก็ระเบิดแสงแห่งมรรควิถีต้าหลัวอีกชนิดหนึ่งออกมา
สองมรรควิถีปะทะกัน ฟ้าดินระเบิดกัมปนาท!
กาลเวลา มิติ และขอบเขตทั้งหมด ถูกพลังของสองมรรควิถีทำลายล้าง ณ จุดปะทะของทั้งสอง เกิดความโกลาหล (ฮุ่นตุ้น) ขึ้นชั่วพริบตา ตามด้วยโลกนับไม่ถ้วนที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาใหม่
ตูม!
ยื้อยุดกันได้เพียงสามลมหายใจ แขนขวาของจอมเซียนเทียนหยวนก็ระเบิดออก กลายเป็นละอองเลือด
จอมเซียนเทียนหยวนถูกพลังของนักพรตมังกรเหลืองกดดันจนต้องถอยร่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่อาจทรงตัวได้
จอมเซียนเทียนหยวนแพ้อีกแล้ว!
คราวนี้ นักพรตมังกรเหลืองเริ่มสงสัยในชีวิตตัวเอง
"ข้ายังไม่ได้เอาจริงเลยนะ เขาก็ร่วงแล้วหรือ?"
[จบแล้ว]