- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนไร้สิ้นสุด
- บทที่ 10 - ตบะของสหายเต๋ามังกรเหลืองแก่กล้ายิ่งนัก!
บทที่ 10 - ตบะของสหายเต๋ามังกรเหลืองแก่กล้ายิ่งนัก!
บทที่ 10 - ตบะของสหายเต๋ามังกรเหลืองแก่กล้ายิ่งนัก!
ท่ามกลางความว่างเปล่า นักพรตมังกรเหลืองสวมชุดผ้าป่านถือพัดใบกล้วย เดินเท้าเปล่าเหยียบย่างไปบนชีพจรแห่งฟ้าดิน มุ่งหน้าเข้าหาเหล่าเซียนเจี๋ยเจี้ยวอย่างช้าๆ
ทุกย่างก้าวที่เดิน ลมปราณของเขาก็ยิ่งกล้าแข็งขึ้น ทุกย่างก้าวที่เดิน ร่างกายของเขาก็ยิ่งดูสูงใหญ่ขึ้น
แววตาของเขา เปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความเชื่อมั่น
จ้าวกงหมิง เจ้าแม่อวิ๋นเซียว ตัวเป่าเต้าเหริน สามศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของเจี๋ยเจี้ยวไม่อยู่แล้ว ที่เหลือก็เป็นเพียงเศษสวะดินปั้น ไม่ควรค่าแก่การกังวล
ก่อนหน้านี้ที่ประมือกับศิษย์เจี๋ยเจี้ยว เขาทำผลงานได้ไม่ดี พ่ายแพ้อย่างโชคร้าย จนถูกผู้คนในหงฮวงเข้าใจผิด
ครั้งนี้ เขา นักพรตมังกรเหลือง จะล้างอายให้สิ้นซาก ให้สรรพสัตว์ในหงฮวงได้ประจักษ์ถึงฝีมือที่แท้จริงของเขา!
เดินไปได้สักพัก สายตาของเขาก็หยุดนิ่ง เขาเห็นนักพรตผู้หนึ่งที่เขาไม่เคยพบหน้ามาก่อน เดินออกมาจากกลุ่มหมื่นเซียน
นักพรตผู้นี้เป็นชายหนุ่ม สวมมงกุฎมังกรสมปรารถนา กายสวมชุดคลุมลายสนเขียวสีหมึก ยามเยื้องย่าง ธารแห่งชะตากรรมไหลเชี่ยวกรากอยู่ใต้ฝ่าเท้า แต่เมื่อกระแสน้ำแห่งชะตาพัดมาถึงตัวเขา กลับแยกตัวออกโดยอัตโนมัติ ไม่อาจเข้าใกล้กายเขาได้
ระดับต้าหลัวจินเซียน!
"แปลกจริง สำนักเจี๋ยเจี้ยวมีต้าหลัวจินเซียนผู้นี้ตั้งแต่เมื่อใด?"
นักพรตมังกรเหลืองครุ่นคิดอย่างหนัก แต่ก็ก็นึกไม่ออกว่าจอมเซียนเทียนหยวนเป็นใคร
ก็ไม่แปลก เพราะก่อนที่จอมเซียนเทียนหยวนจะเข้าสำนักเจี๋ยเจี้ยว เขาเป็นผู้บำเพ็ญอิสระ ไม่เคยใช้ร่างจริงหรือเผยโฉมหน้าที่แท้จริงให้ใครเห็น ยิ่งเมื่อบรรลุเป็นต้าหลัว การแบ่งภาคอวตารก็ยิ่งสะดวกสบาย ร่างต้นของเขาเอาแต่หมกตัวอยู่ในสถานพำนัก ให้ร่างอวตารจัดการธุระทั้งปวง
ก่อนศึกเฟิงเสิน เคยมีงานชุมนุมศิษย์สามสำนัก จอมเซียนเทียนหยวนก็อ้างเหตุผลว่าถูกจอมปีศาจเก้าวิญญาณหยวนเซิ่งทำร้ายจนบาดเจ็บ ปฏิเสธการเข้าร่วม
ในเมื่อจอมเซียนเทียนหยวนไม่เคยแสดงมรรคผลต้าหลัวของตน อย่าว่าแต่นักพรตมังกรเหลืองเลย แม้แต่อวิ๋นจงจื่อที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเขาบ้าง ก็ยังจำเขาไม่ได้
"สหายเต๋าท่านนี้คือผู้ใด?"
นักพรตมังกรเหลืองหยุดฝีเท้าลงด้วยความสงสัย มองจอมเซียนเทียนหยวนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
จอมเซียนเทียนหยวนเพียงขยับจิต รูปตารางหมากรุกก็ปรากฏขึ้นวูบหนึ่งใต้ฝ่าเท้าแล้วจางหายไป
"สหายเต๋าเทียนหยวน!?"
ในที่สุดนักพรตมังกรเหลืองก็นึกออก ระหว่างคิ้วของเขาผ่อนคลายลงทันที
เขาเคยได้ยินอวิ๋นจงจื่อเล่าว่า จอมเซียนเทียนหยวนเป็นแกะดำในสำนักเจี๋ยเจี้ยว เชี่ยวชาญวิถีแห่งการรักษาตัวรอดเป็นยอดดี คนประเภทนี้ ย่อมไม่ทุ่มสุดตัวเพื่อการต่อสู้ที่ไร้สาระแน่นอน
อวิ๋นจงจื่อแห่งสำนักฉานเจี้ยวกับจอมเซียนเทียนหยวนจัดเป็นคนประเภทเดียวกัน ที่ได้รับฉายาว่าเซียนผู้เปี่ยมวาสนา แท้จริงแล้วก็คือพวกไม่อยากเอาตัวไปเปื้อนกรรม วันๆ เอาแต่หมกตัวในสถานพำนัก หลอมอาวุธ สร้างร่างอวตาร
คนสองคนที่มีความคิดเหมือนกัน มีเป้าหมายเหมือนกัน การที่อวิ๋นจงจื่อจะเดาความคิดของจอมเซียนเทียนหยวนได้ ก็เป็นเรื่องปกติ
เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของนักพรตมังกรเหลือง จอมเซียนเทียนหยวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจตื้นลึกหนาบางในทันที
กว่าจะบรรลุเป็นต้าหลัวได้ยากเย็นแสนเข็ญ ใครจะอยากเอาชีวิตมาทิ้งเพียงเพราะการเอาชนะคะคานกันเล็กน้อย ต่อให้ชนะก็ไม่ได้ช่วยให้บรรลุเป็นมหาปราชญ์เสียหน่อย
"สหายเต๋าเทียนหยวน ท่านเป็นผู้บำเพ็ญที่รักความสงบซึ่งหาได้ยากในสำนักเจี๋ยเจี้ยว หงส์เพลิงร้องที่เขาฉีซาน ราชวงศ์โจวรุ่งเรืองคือลิขิตสวรรค์ ไยสหายเต๋าต้องฝืนลิขิตฟ้า เอาตัวเข้ามาเกลือกกลั้วในวังวนโคลนตมนี้ด้วย"
คำพูดเปิดฉากของศิษย์ฉานเจี้ยว ย่อมต้องเริ่มด้วยการเกลี้ยกล่อม หากกล่อมให้กลับไปได้ ย่อมดีกว่าต้องมาฆ่าแกงกัน
หากไม่มีเทวโองการของประมุขทงเทียน จอมเซียนเทียนหยวนคงพยักหน้าทันที แล้วกล่าวว่า "สหายเต๋ามังกรเหลืองกล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก ข้าน้อยจะกลับสถานพำนักเดี๋ยวนี้ และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก"
อีกฝ่ายก็เป็นถึงต้าหลัวจินเซียน แถมยังมีแบ็คอัพหนุนหลัง พูดจาอ่อนน้อมหน่อยก็ไม่เสียหาย ใครจะรับประกันได้ว่าถ้านักพรตมังกรเหลืองจนตรอก จะไม่ระเบิดตัวเองลากเขาไปตายด้วย?
อีกอย่าง นักพรตมังกรเหลืองแพ้ยังมีหยวนสื่อเทียนจุนมาช่วย แต่ถ้าเขาถูกจับ ใครจะมาเหลียวแล?
น่าเสียดาย เทวโองการของประมุขทงเทียนได้ตัดทางถอยของจอมเซียนเทียนหยวนจนหมดสิ้น
หากเขาถอยหนีในเวลานี้ คนแรกที่จะไม่ปล่อยเขาไว้ ก็คือประมุขทงเทียน
จอมเซียนเทียนหยวนประสานมือคารวะนักพรตมังกรเหลือง กล่าวว่า "ความหวังดีของสหายเต๋า ข้าน้อยขอรับไว้ด้วยใจ แม้ลิขิตสวรรค์มิอาจฝืน แต่เทวโองการของอาจารย์ยิ่งมิอาจขัด"
ความหมายแฝงของเขาคือ ข้าก็ไม่อยากมา แต่อาจารย์บังคับให้มา
นักพรตมังกรเหลืองเข้าใจความหมายนั้น แววตาที่มองจอมเซียนเทียนหยวนจึงเจือไปด้วยความเวทนา
พวกเขาพี่น้องเผชิญเคราะห์กรรมสังหาร หยวนสื่อเทียนจุนก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยแก้ไข ยามศึกค่ายกลแม่น้ำทมิฬเก้าโค้ง ถึงขนาดยอมทิ้งศักดิ์ศรีมหาปราชญ์ลงมาช่วย
จอมเซียนเทียนหยวนเดิมทีไม่อยู่ในเคราะห์กรรม แต่ประมุขทงเทียนกลับบีบบังคับให้เขาเข้าสู่เคราะห์กรรม
นักพรตมังกรเหลืองอดดีใจไม่ได้ที่ตนเองกราบเข้าสำนักฉานเจี้ยว มิใช่เจี๋ยเจี้ยว
แม้เขาจะมีตบะด้อยกว่าศิษย์ร่วมสำนักคนอื่น จนได้รับความโปรดปรานจากหยวนสื่อเทียนจุนน้อยกว่า แต่ความใส่ใจที่หยวนสื่อเทียนจุนมอบให้เขา ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าผู้อื่นเลย
หลังมหาจลียุคมังกรเฟิ่งหวง ผู้อาวุโสเผ่ามังกรต่างหลบซ่อนตัว นักพรตมังกรเหลืองไม่อาจเรียนรู้วิชาสายตรงของเผ่ามังกรได้ หยวนสื่อเทียนจุนจึงลงทุนอนุมานเคล็ดวิชา "เคล็ดมังกรเหลืองเก้าเล็บ" ให้แก่เขาด้วยตนเอง
ใช่แล้ว วิชาหลักของนักพรตมังกรเหลืองมิใช่ "คัมภีร์เก้าบทแห่งหยวนสื่อ" ของตำหนักหยก แต่เป็นวิถีเต๋าแห่งเผ่ามังกร
สอนศิษย์ตามความเหมาะสม ไม่ยึดติดกับกรอบสำนัก นี่แหละคืออาจารย์ของนักพรตมังกรเหลือง!
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ดูท่าการต่อสู้ระหว่างเราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว!"
นักพรตมังกรเหลืองถอนหายใจ
จอมเซียนเทียนหยวนผายมือข้างหนึ่ง "เชิญสหายเต๋าลงมือเถิด!"
นักพรตมังกรเหลืองมองสองมือที่ว่างเปล่าของจอมเซียนเทียนหยวนอย่างงุนงง "สหายเต๋าไม่ใช้ศาสตราวุธวิเศษระดับกำเนิดจักรวาลหรือ?"
จอมเซียนเทียนหยวนมีของวิเศษระดับกำเนิดจักรวาลที่มีอานุภาพร้ายกาจ ศึกกับจอมปีศาจเก้าวิญญาณหยวนเซิ่งทำให้ชื่อเสียงของของวิเศษชิ้นนั้นโด่งดัง
จอมเซียนเทียนหยวนส่ายหน้า "ท่านกับข้าล้วนเป็นศิษย์สำนักเต๋าเหมือนกัน เพียงแค่แลกเปลี่ยนวิชาชี้แนะกันก็พอ หากใช้ของวิเศษระดับกำเนิดจักรวาล เกรงว่าจะทำลายมิตรภาพระหว่างสำนักเปล่าๆ"
ในเมื่อเป็นไพ่ตาย ก็ย่อมเอามาใช้พร่ำเพรื่อเหมือนจ้าวกงหมิงไม่ได้
ใช้ครั้งแรกศัตรูรับมือไม่ทัน ใช้ครั้งที่สองศัตรูยังรับมือไม่ได้ แต่ครั้งที่สามที่สี่ ไพ่ตายของเจ้าก็จะไร้ความหมาย
"สหายเต๋าเทียนหยวนกล่าวได้มีเหตุผล ท่านกับข้าประลองวิชา ไยต้องใช้ของวิเศษระดับกำเนิดจักรวาล"
นักพรตมังกรเหลืองเผยรอยยิ้มออกมาในที่สุด
กล่าวจบ กรงเล็บมังกรข้างหนึ่งก็ตะปบลงมาใส่จอมเซียนเทียนหยวนด้วยอานุภาพถล่มทลาย
กรงเล็บนี้ฉีกกระชากฟ้าดิน เปิดรอยแยกบนท้องนภา ทำลายล้างโลกนับไม่ถ้วนที่อยู่ภายใต้กรงเล็บนั้น
"สำนักฉานเจี้ยวช่างต่ำช้า!"
"ศิษย์น้องเทียนหยวนไร้เดียงสาเกินไปแล้ว สำนักฉานเจี้ยวจิตใจอำมหิต จะไปนับญาติเป็นสำนักเดียวกันได้อย่างไร?"
"แย่แล้ว แย่แล้ว ยังไม่ทันได้ออกท่าก็แพ้เสียแล้ว!"
เหล่าต้าหลัวจินเซียนแห่งเจี๋ยเจี้ยวเห็นดังนั้น ต่างส่งเสียงวิจารณ์ บ้างตำหนินักพรตมังกรเหลือง บ้างโทษจอมเซียนเทียนหยวน แต่ในน้ำเสียงเหล่านั้น ไม่มีใครห่วงใยความปลอดภัยของเขาเลยสักคน
เปรี้ยง!
ท่ามกลางสายตาโกรธเกรี้ยวของชาวเจี๋ยเจี้ยว จอมเซียนเทียนหยวนถูกกรงเล็บของนักพรตมังกรเหลืองกดลงกลางกระหม่อม ร่างกายระเบิดออกอย่างรุนแรง แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
เซียนอูอวิ๋นขยี้ตา เขาเห็นชัดๆ ว่าเป็นตัวจริงของจอมเซียนเทียนหยวน แต่พอถูกโจมตี กลับกลายเป็นเศษซากมิติเวลา
"สหายเต๋าเทียนหยวน วิชาเช่นนี้อย่าได้นำมาใช้ต่อหน้าเพื่อนร่วมวิถีเลยกระมัง?"
นักพรตมังกรเหลืองกลับดูเหมือนคาดการณ์ไว้แล้ว มองไปรอบๆ ความว่างเปล่าเพื่อหาร่องรอยของจอมเซียนเทียนหยวน
ที่แท้ สิ่งที่เขาทำลายไป เป็นเพียงภาพสะท้อนต้าหลัวที่จอมเซียนเทียนหยวนสร้างขึ้นด้วยวิถีแห่งมิติ
"ข้าน้อยก็ไม่อยากใช้ แต่ตบะของสหายเต๋าสูงส่งเหลือเกิน"
จอมเซียนเทียนหยวนเดินออกมาจากความว่างเปล่าด้วยใบหน้าซีดเซียว ท่าทางเหมือนคนไตพร่องอ่อนแรง ที่มุมปากยังมีรอยเลือดไหลซึม
[จบแล้ว]