- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนไร้สิ้นสุด
- บทที่ 12 - นัดประลองกับนักพรตมังกรเหลือง
บทที่ 12 - นัดประลองกับนักพรตมังกรเหลือง
บทที่ 12 - นัดประลองกับนักพรตมังกรเหลือง
"ไม่มีเหตุผลเลย! ศิษย์พี่เทียนหยวนดูผิดปกติไป"
นักพรตชงเหอเต็มไปด้วยความสงสัย เขาคิดอย่างไร ก็คิดหาเหตุผลที่จอมเซียนเทียนหยวนพ่ายแพ้ไม่ออก
เขาเคยเห็นกับตา ว่าจอมเซียนเทียนหยวนยืนแลกหมัดเปล่าๆ กับจอมปีศาจเก้าวิญญาณหยวนเซิ่ง บิดหัวสิงโตทั้งเก้าหัวของมันหลุดออกมา แล้วให้ไท่อี่จินเซียนสายพ่อครัวแห่งเผ่ามนุษย์นำไปทำเมนูหัวสิงโตน้ำแดง
นักพรตชงเหอตบะไม่ถึงขั้น มองไม่ออกว่าต้าหลัวจินเซียนใครเก่งกว่าใคร แต่เขาคิดว่า ต่อให้นักพรตมังกรเหลืองจะเก่งกว่าจอมปีศาจเก้าวิญญาณหยวนเซิ่ง จอมเซียนเทียนหยวนก็ไม่น่าจะถึงขนาดไม่มีทางสู้เลยสักนิด
นักพรตหยางจวิ้นที่อยู่ข้างๆ มองเห็นเงื่อนงำบางอย่าง
ในบรรดาทั้งห้าคน นักพรตหยางจวิ้นรับบทเป็นมันสมองของกลุ่ม เขาเริ่มสังเกตเห็นตั้งแต่ประมุขทงเทียนวางค่ายกลกระบี่ประหารเซียน ว่าพฤติกรรมของจอมเซียนเทียนหยวนเริ่มแปลกไป
ยกตัวอย่างเช่นก่อนออกเดินทาง จอมเซียนเทียนหยวนพูดกระทบกระเทียบเปรียบเปรย หาว่าประมุขทงเทียนทำเรื่องไร้สาระ
เรื่องแบบนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อน ไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด
"ศิษย์พี่ ไม่ว่าท่านจะคิดอะไรอยู่ ท่านไม่รู้หรือว่าการทำเช่นนี้ จะทำลายวาสนาบารมี (ชื่อยวิ่น) ของท่านเอง?"
นักพรตหยางจวิ้นร้อนรนแทนจอมเซียนเทียนหยวน
หารู้ไม่ จอมเซียนเทียนหยวนไม่เคยเสียดายวาสนาบารมี
ในมุมมองของเขา วาสนาบารมีก็คือเงินตรา คือสกุลเงิน หาเงินมาก็เพื่อใช้ สะสมวาสนาก็เพื่อเผาผลาญ
เงินหมดก็หาใหม่ได้ วาสนาใช้ไปก็รวบรวมใหม่ได้ แต่ถ้าคนตายไป ก็ไม่เหลืออะไรสักอย่าง
ยอมเสียวาสนาบารมีบ้าง แต่หลุดพ้นจากมหาจลียุคได้ นับเป็นกำไรที่คุ้มค่ามหาศาล
จอมเซียนเทียนหยวนในตอนนี้ ต่อให้ไม่เหลือวาสนาติดตัวแม้แต่นิดเดียว ขอเพียงผ่านพ้นมหาจลียุคเฟิงเสินไปได้ ใครจะทำอะไรเขาได้?
ในหงฮวงมีตัวอย่างด้านลบให้เห็นมากมาย รู้ทั้งรู้ว่ารักษาวาสนาไว้ไม่อยู่ ยังดันทุรังเอาชีวิตเข้าแลก สุดท้ายเสียทั้งคนเสียทั้งวาสนา
เมื่อเห็นจอมเซียนเทียนหยวนพ่ายแพ้อีกครั้ง เหล่าต้าหลัวแห่งเจี๋ยเจี้ยวต่างทุบอกชกตัว ตำหนิติเตียนจอมเซียนเทียนหยวนไม่ขาดปาก
"แค่ศิษย์สายนอกกระจอกๆ ยังกล้าไปประมือกับศิษย์สืบทอดของฉานเจี้ยว ช่างน่าขายหน้าจริงๆ!"
เซียนอูอวิ๋นแค่นหัวเราะเยาะเย้ยจอมเซียนเทียนหยวนไม่หยุด
"จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูก ศิษย์น้องเทียนหยวนเป็นเพียงเผ่ามนุษย์ตัวเล็กๆ รากเหง้าไม่อาจเทียบพวกเราได้ เขาบรรลุเป็นต้าหลัวได้ก็นับเป็นวาสนาสวรรค์แล้ว พวกเราอย่าไปคาดหวังกับศิษย์น้องเทียนหยวนสูงเกินไปนักเลย"
เซียนแสงทองออกมาไกล่เกลี่ย พูด "แก้ต่าง" ให้จอมเซียนเทียนหยวน แต่สีหน้าดูแคลนของเขานั้น ปิดอย่างไรก็ไม่มิด
คนพวกนี้ผลัดกันพูดทับถมดูถูกจอมเซียนเทียนหยวน พวกเขากำหมัดถูมือ อยากจะเปลี่ยนตัวลงไปแทนจอมเซียนเทียนหยวนเสียเดี๋ยวนี้
"สหายเต๋าเทียนหยวน อาตมาลงมือหนักไปหน่อย นี่คือ 'โอสถโลหิตมังกรเก้าวัฏจักร' ที่อาตมาปรุงขึ้น สหายเต๋ากินลงไปแล้วเดินลมปราณสักครู่ พลังวัตรก็จะฟื้นคืน"
นักพรตมังกรเหลืองเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขาเห็นจอมเซียนเทียนหยวนบาดเจ็บหนักขนาดนั้น ก็อดโทษตัวเองไม่ได้
เขารู้อยู่เต็มอกว่าตบะของตัวเองสูงส่ง แต่ดันเผลอใช้พลังมากเกินไปในการประลองกับจอมเซียนเทียนหยวน
จอมเซียนเทียนหยวนรับยาของนักพรตมังกรเหลืองมา กล่าวขอบคุณ "ข้าน้อยขอบคุณสหายเต๋า สหายเต๋าไม่ว่าจะเป็นตบะหรือคุณธรรม ล้วนเหนือกว่าข้าน้อยไปไกล ข้าน้อยเมื่อเทียบกับสหายเต๋า ก็เหมือนแสงหิ่งห้อยเทียบแสงตะวันจันทรา ห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว"
คำพูดนี้เข้าหู นักพรตมังกรเหลืองรู้สึกอิ่มเอิบใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การประลองครั้งนี้ เขาไม่เพียงชนะด้วยวรยุทธ์ แต่ยังชนะด้วยคุณธรรม
"มิกล้า! มิกล้า! ตบะของอาตมาแม้จะสูงส่ง แต่ก็ไม่ได้เก่งกาจเหมือนที่สหายเต๋ากล่าวชมหรอก"
นักพรตมังกรเหลืองประสานมือ ยอมรับคำชมแบบแบ่งรับแบ่งสู้
ที่แนวหลังของฉานเจี้ยว พวกหยางเจียน เหลยเจิ้นจื่อ และเด็กรุ่นหลังต่างดีใจจนเนื้อเต้น
"ชนะแล้ว! ศิษย์ลุงมังกรเหลืองชนะแล้ว!"
"ชนะด้วยตบะนับเป็นเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญคือศิษย์ลุงมังกรเหลืองชนะใจด้วยคุณธรรม ทำให้ศิษย์ลุงฝ่ายเจี๋ยเจี้ยวเอ่ยปากชมไม่หยุด"
"นึกไม่ถึงว่า ในสำนักเจี๋ยเจี้ยวก็ยังมีคนรู้ความเช่นนี้อยู่ด้วย"
กว่างเฉิงจื่อและเหล่าต้าหลัวจินเซียนต่างยิ้มออกมา พวกเขาก็ดีใจแทนนักพรตมังกรเหลือง
ตั้งแต่มหาจลียุคเริ่มขึ้น นักพรตมังกรเหลืองแพ้ซ้ำซาก ไม่เคยสร้างผลงาน บัดนี้ในที่สุดเมฆหมอกก็สลายเห็นแสงจันทร์เสียที
"ใช่แล้ว! หากอาจารย์ทราบเรื่องนี้ ก็คงจะมองศิษย์น้องมังกรเหลืองใหม่เป็นแน่"
กว่างเฉิงจื่อพยักหน้าหนักแน่น
ในสนามรบ จอมเซียนเทียนหยวนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"สหายเต๋ามังกรเหลือง แม้ตบะของสหายเต๋าจะสูงส่ง แต่ข้าน้อยยังมีวิชาที่ยังไม่ได้ใช้ออกมา มิเช่นนั้น ข้าน้อยอาจไม่แพ้สหายเต๋าก็ได้"
คราวนี้ น้ำเสียงของเขาเจือความไม่ยอมรับอยู่หลายส่วน
นักพรตมังกรเหลืองลอบขำในใจ 'หากสหายเต๋าใช้ของวิเศษระดับกำเนิดจักรวาล ก็พอจะสู้กับอาตมาได้จริงๆ นั่นแหละ'
"ไม่! ประลองกับศิษย์สำนักเดียวกัน จะใช้ของวิเศษระดับกำเนิดจักรวาลได้อย่างไร?"
จอมเซียนเทียนหยวนสีหน้าเคร่งขรึม ส่ายหน้าปฏิเสธ
"แล้วคือสิ่งใด?"
นักพรตมังกรเหลืองโล่งอกไปอีกเปราะ
จอมเซียนเทียนหยวนกล่าวอย่างจริงจัง "ข้าน้อยมาจากสำนักเจี๋ยเจี้ยว สิ่งที่ถนัดที่สุดคือค่ายกล ศึกวันนี้ ข้าน้อยแพ้อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก มิสู้เรามานัดกัน เมื่อถึงศึกค่ายกลหมื่นเซียน ขอให้สหายเต๋ามาสู้กับข้าน้อยอย่างยุติธรรมอีกครา"
"ค่ายกลหรือ?"
นักพรตมังกรเหลืองตบหน้าอก ยิ้มกล่าวว่า "ตบะของสหายเต๋าเทียนหยวน อาตมานับถือ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เอาไว้สู้กันวันหลังเถิด!"
จากการประมือ นักพรตมังกรเหลือง "มองทะลุ" ความสามารถของจอมเซียนเทียนหยวนแล้ว ต่อให้บวกค่ายกลเข้าไป ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี
ทว่า ในฐานะผู้บำเพ็ญที่มีคุณธรรม ต้องให้เกียรติคู่ต่อสู้ ให้โอกาสคู่ต่อสู้ รู้ทั้งรู้ว่าต้องชนะ ก็ควรปล่อยให้คู่ต่อสู้ได้ออกท่าบ้าง
"ตกลง!"
จอมเซียนเทียนหยวนรีบรับคำทันทีราวกับกลัวอีกฝ่ายเปลี่ยนใจ "เช่นนั้น เราถือว่าตกลงกันแล้วนะ!"
หลังจากนัดแนะกันเสร็จสรรพ จอมเซียนเทียนหยวนและนักพรตมังกรเหลืองต่างก็กลับค่ายของตนด้วยความเบิกบานใจ
จอมเซียนเทียนหยวนไม่สนใจสายตาดูถูกเหยียดหยามของศิษย์เจี๋ยเจี้ยว นั่งลงด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางคำนวณในใจ
ที่เขายอมแพ้อย่างน่าเกลียดเช่นนี้ ก็เพื่อให้การหนีทัพง่ายขึ้น
เขาพ่ายแพ้อย่างยับเยินต่อนักพรตมังกรเหลืองในตอนนี้ คนอื่นก็จะรู้ว่าเขาไม่ใช่คู่มือของนักพรตมังกรเหลือง
ถึงเวลาจริง เขาถูกนักพรตมังกรเหลืองอัดจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ก็จะเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
และอีกอย่าง การทำเช่นนี้ยังป้องกันไม่ให้หยวนสื่อเทียนจุนมอบของวิเศษระดับมหาปราชญ์ให้นักพรตมังกรเหลือง
ส่วนทางฝั่งประมุขทงเทียน ศิษย์ที่แม้แต่นักพรตมังกรเหลืองยังสู้ไม่ได้ เขาคงไม่ใส่ใจ หนีไปก็ช่างมันเถอะ
"ศิษย์น้องเทียนหยวน เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?"
เซียนมงคลทองถามด้วยความเป็นห่วง
เดิมทีเขาจะออกรบ แต่ถูกจอมเซียนเทียนหยวนตัดหน้าไปก่อน
จอมเซียนเทียนหยวนตอบกลับว่า "บาดเจ็บแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก เพียงแต่ลูกไม้ของศิษย์ฉานเจี้ยวร้ายกาจนัก ศิษย์พี่ต้องระวังตัวให้มาก"
"ขอบใจศิษย์น้องที่เตือน!"
เซียนมงคลทองรับคำอย่างจริงจัง
ในบรรดาศิษย์เจี๋ยเจี้ยว ก็ยังมีคนที่รอบคอบอยู่บ้าง นั่นคือเซียนมงคลทอง
หลังศึกค่ายกลหมื่นเซียน นอกจากพระแม่ไร้ด่างพร้อย ก็มีอีกคนที่หนีรอดไปได้ นั่นคือเซียนมงคลทอง
และเซียนมงคลทองหนีเร็วกว่าพระแม่ไร้ด่างพร้อยเสียอีก พอเขาเห็นเจ้าแม่จินหลิงถูกรุมกินโต๊ะจนตาย เห็นอวี้ติ่งเจินเหรินทั้งสี่ถือกระบี่เซียนสี่เล่มไล่ฟันคนเหมือนหั่นผัก เขาก็ชิงหนีไปไกลลิบแล้ว
[จบแล้ว]