เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - ตัดสินใจทรยศสำนัก

บทที่ 7 - ตัดสินใจทรยศสำนัก

บทที่ 7 - ตัดสินใจทรยศสำนัก


ในที่สุด นักพรตชงเหอและสหายทั้งห้าก็ได้ลิ้มรสความสิ้นหวังเฉกเช่นเดียวกับธิดาจันทร์วารี

หนึ่งครั้ง... สองครั้ง... สามครั้ง...

พวกเขาโขกศีรษะลงกับพื้นดั่งไก่จิกข้าวสาร โขกตั้งแต่ตะวันขึ้นจนตะวันตกดิน จากตะวันตกดินจนตะวันขึ้นอีกครา บันไดหยกหน้าตำหนักปี้โหยวถูกโขกจนแตกร้าว แต่ประมุขทงเทียนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมให้เข้าเฝ้า

มิหนำซ้ำ การกระทำของพวกเขาดูเหมือนจะส่งผลในทางตรงกันข้าม

ครืน!

ท้องนภาเหนือตำหนักปี้โหยวที่ไม่เคยปรากฏเมฆหมอก บัดนี้กลับมีเมฆดำทะมึนปกคลุมหนาทึบ ภายในหมู่เมฆมีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ส่งเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลือนลั่นเป็นระยะ

ประมุขทงเทียนพิโรธแล้ว!

ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาจะพิโรธ เพราะเขาตกอยู่ในโทสะมาโดยตลอด

สำหรับผู้อื่น ค่ายกลกระบี่ประหารเซียนเป็นเพียงค่ายกลชนิดหนึ่ง แตกแล้วก็แล้วไป ในใต้หล้าไม่มีค่ายกลใดที่ไม่มีวันแตก

แต่สำหรับประมุขทงเทียน ค่ายกลกระบี่ประหารเซียนมิใช่เพียงค่ายกลธรรมดา แต่มันคือปมค้างคาใจ คือความฝันตลอดหนึ่งมหากัปของเขา

ในใจของประมุขทงเทียนซุกซ่อนความลับอย่างหนึ่งเอาไว้ ความลับที่แม้แต่เหล่าจื่อและหยวนสื่อเทียนจุนก็ไม่อาจล่วงรู้ นั่นคือ เขาต้องการท้าทายประโยคที่ปรมาจารย์หงจวินเคยกล่าวไว้ว่า: "ค่ายกลกระบี่ประหารเซียน หากมิใช่สี่มหาปราชญ์ร่วมมือกัน ย่อมไม่อาจทำลายได้!"

ประมุขทงเทียนผู้หยิ่งทะนงเชื่อเสมอว่า อานุภาพของค่ายกลขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้ควบคุมค่ายกล หากผู้อื่นใช้ อาจต้องใช้สี่มหาปราชญ์ทำลาย แต่หากเป็นเขาผู้สำแดงเดช ไม่แน่ว่าต่อให้สี่มหาปราชญ์มาเองก็อาจทำลายไม่ได้?

เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจศึกษา ไม่เพียงเข้าถึงแก่นแท้ของค่ายกลกระบี่ประหารเซียน แต่ยังหลอมรวมค่ายกลเข้ากับมรรควิถีของตนเอง

ทว่าเมื่อค่ายกลสำเร็จลง เขากลับพบว่าตนเองไร้โอกาสจะได้ใชมัน

ทั่วหล้าหงฮวงมีมหาปราชญ์เพียงหกท่าน สองในนั้นเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด ศาสตราวุธเทพจึงไร้ที่สำแดงเดช

มีของดีแต่ไม่ได้ใช้ นี่คือความโศกเศร้าที่สุด

มหาจลียุคเฟิงเสิน ทำให้ประมุขทงเทียนเห็นความหวัง มีเพียงในมหาจลียุคเท่านั้น เขาจึงจะมีข้ออ้างในการลงมือ

ดังนั้น เขาจึงปล่อยปละละเลยให้ศิษย์ออกจากสำนัก ปล่อยให้ศิษย์เผชิญเคราะห์กรรม เพื่อที่ตนเองจะได้เข้าร่วมวงไพบูลย์ได้อย่างสมเหตุสมผล

และเขาก็ทำสำเร็จ!

กว่างเฉิงจื่อมาเยือนตำหนักปี้โหยวสามครา ตัวเป่าเต้าเหรินผู้เชี่ยวชาญการอ่านใจอาจารย์ที่สุด มองออกถึงความกระเหี้ยนกระหือรือในใจประมุขทงเทียน จึงแสร้งยุยงส่งเสริม หาข้ออ้างให้ประมุขทงเทียนวางค่ายกลกระบี่ประหารเซียน

มหาปราชญ์มิใช่ปุถุชน ย่อมมีความคิดความอ่านเป็นของตน หากประมุขทงเทียนไม่มีเจตนานั้นอยู่แต่แรก ต่อให้พวกตัวเป่าเต้าเหรินจะเกลี้ยกล่อมเพียงใด ก็ไม่มีทางสำเร็จ

ทว่า ประมุขทงเทียนต้องผิดหวัง ศึกด่านเจี้ยไผกวน เขาถูกเหล่าจื่อสั่งสอนจนเสียท่า แถมตัวเป่าเต้าเหรินยังถูกจับตัวไปอีก!

เรื่องนี้สำหรับประมุขทงเทียนแล้ว เป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับได้

ข้ออ้างเรื่องสมคบคิดคนนอกมาทำลายค่ายกล เป็นเพียงข้อแก้ตัว

ต่อให้สองมหาปราชญ์แห่งตะวันตกจะก่อตั้งพุทธศาสนา แต่พวกเขาก็ยังเป็นศิษย์ของปรมาจารย์หงจวิน

ศิษย์สามารถคิดค้นวิถีการบำเพ็ญใหม่ หลุดพ้นจากร่มเงาของอาจารย์ ปรมาจารย์หงจวินย่อมต้องยินดีปรีดา

คนเป็นอาจารย์ สิ่งที่ปรารถนาที่สุด มิใช่การเห็นศิษย์เก่งกล้ากว่าอาจารย์หรอกหรือ?

ดังนั้นคำว่าคนนอกจึงฟังไม่ขึ้น

อีกประการ ในยามวางค่ายกล มีหรือที่ประมุขทงเทียนจะคิดไม่ได้ว่า หากเหล่าจื่อและหยวนสื่อเทียนจุนต้องการทำลายค่ายกล จำเป็นต้องไปตามมหาปราชญ์ท่านอื่นมาช่วย?

สาเหตุที่แท้จริงคือ ค่ายกลกระบี่ประหารเซียนถูกทำลายลงแล้ว

ศิษย์เจี๋ยเจี้ยวตายได้ แต่ค่ายกลกระบี่ประหารเซียนจะถูกทำลายไม่ได้ การที่สี่มหาปราชญ์ร่วมมือกันทำลายค่ายกล เท่ากับทำลายความฝันอันสวยหรูของประมุขทงเทียน ล้ำเส้นความอดทน และทำให้เขารู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง ความอับอายจึงแปรเปลี่ยนเป็นโทสะ!

ดังนั้น ประมุขทงเทียนจึงยอมแลกทุกอย่าง เพื่อจะเอาคืนให้ได้สักตา

ศักดิ์ศรีหน้าตาของเขา สำคัญกว่าชีวิตลูกศิษย์มากนัก!

การกระทำของจอมเซียนเทียนหยวนและพวกทั้งหกคนในยามนี้ ในสายตาของประมุขทงเทียน คือการขัดขืนเจตจำนงของเขา แล้วเขาจะไม่โกรธได้อย่างไร?

นักพรตชงเหอและพวกทั้งห้าจมดิ่งอยู่ในโลกของตนเอง จนไม่ทันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ

พวกเขาเพียงมุ่งหวังสิ่งเดียว คือขอให้ประมุขทงเทียนถอนคำสั่ง ไม่ตั้งค่ายกลหมื่นเซียนบนแผ่นดินหงฮวง

แต่จอมเซียนเทียนหยวนกลับมีสติตื่นรู้เป็นที่สุด เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิม จ้องมองตำหนักปี้โหยว จ้องมองความแปรปรวนของท้องนภาเหนือตำหนัก ความเคารพศรัทธาในใจค่อยๆ ลดน้อยถอยลง

เหตุที่สำนักเจี๋ยเจี้ยวเป็นที่เคารพเลื่อมใสของสรรพสัตว์ มิใช่เพราะประมุขทงเทียนมีตบะแก่กล้า หรือมีกำเนิดจากสายเลือดผานกู่ที่แท้จริง

ตบะของจอมมารหลัวโหวไม่สูงส่งหรอกหรือ? แล้วมีสรรพสัตว์กี่ตนที่เคารพบูชาเขา?

สิบสองจอมมารบรรพกาลในอดีตก็เป็นสายเลือดผานกู่ แล้วยังมีใครจดจำพวกเขาได้บ้าง?

สรรพสัตว์ศรัทธาในประมุขทงเทียน เพราะปณิธานของเขาที่ว่า 'สอนสั่งโดยไม่แบ่งแยกชนชั้น' และ 'ไขว่คว้าโอกาสรอดให้แก่สรรพชีวิต'

แต่บัดนี้ เรื่องไม่แบ่งแยกชนชั้นเขาทำได้จริง แต่กลับไม่มีการสั่งสอนที่ดี เรื่องการไขว่คว้าโอกาสรอดก็ทำได้จริง แต่กลับเป็นการแย่งชิงโอกาสรอดของสรรพชีวิตเพื่อความเห็นแก่ตัวของตนเอง

ประมุขทงเทียนที่เป็นเช่นนี้ จอมเซียนเทียนหยวนไม่อาจให้ความเคารพได้อีกต่อไป

"ขอท่านอาจารย์โปรดระงับโทสะ ศิษย์ขอลา!"

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบประโยคหนึ่ง จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

"นี่..."

นักพรตชงเหอและพวกทั้งห้าถึงกับตะลึงงัน หยุดการโขกศีรษะ

พวกเขายังพยายามอยู่แท้ๆ แต่จอมเซียนเทียนหยวนที่เป็นแกนนำกลับถอดใจไปคนแรก นี่มันเรื่องอะไรกัน?

"ศิษย์พี่!"

เจ้าแม่ปี้สุ่ยพยายามส่งเสียงเรียก แต่จอมเซียนเทียนหยวนไม่ชะงักฝีเท้าแม้แต่น้อย เดินตรงลงจากเขาไป

"รีบไปเร็ว ศิษย์พี่เทียนหยวนลงมาแล้ว"

"เจ้ายังจะดูอีก เดี๋ยวโดนศิษย์พี่เทียนหยวนจับได้ จะทำอย่างไร?"

กลุ่มศิษย์เจี๋ยเจี้ยวที่มุงดูเรื่องสนุกต่างตกใจ รีบเก็บกระแสจิตของตน ไม่กล้าสอดรู้สอดเห็นอีก

เรื่องสนุกบางเรื่อง ก็ดูไม่ได้!

ยามที่พวกเขาซุบซิบนินทา ต่างจงใจหลีกเลี่ยงไม่เอ่ยถึงจอมเซียนเทียนหยวน เพราะกลัวจะล่วงเกินเขาจนภัยมาถึงตัว

นักพรตชงเหอและพวกอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ้อนวอนประมุขทงเทียนต่อไป

พวกเขารู้จักประมุขทงเทียนน้อยเกินไป ยังคงมีความเพ้อฝันว่าขอเพียงมีความจริงใจ ประมุขทงเทียนก็จะตอบรับคำขอ

หารู้ไม่ว่า หากค่ายกลหมื่นเซียนพ่ายแพ้ ประมุขทงเทียนจะกวาดล้างศิษย์อย่างพวกเขาให้หายไปพร้อมกันด้วย!

จอมเซียนเทียนหยวนกลับมายังค่ายกลหมื่นเซียน แล้วเงียบหายเข้าไปในค่ายกลวิวัฒน์ฟ้าไร้ประมาณ

ค่ายกลนี้ประกอบขึ้นจากมหาจักรวาลจำนวนนับไม่ถ้วน มหาจักรวาลเหล่านี้ดำรงอยู่ในรูปแบบของโลกธุลีภายในค่ายกล เป็นหน่วยพื้นฐานในการประกอบค่ายกล

ค่ายกลนี้ใช้อานุภาพแห่งจักรวาลอันไร้ประมาณ วิวัฒน์พลังแห่งสวรรค์ออกมาเพียงเสี้ยวหนึ่ง ก็มีอานุภาพทำลายล้างสวรรค์ชั้นฟ้าได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด

ทว่า จอมเซียนเทียนหยวนไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจมัน

เขานั่งนิ่งอยู่กลางค่ายกล ครุ่นคิดถึงหนทางในการทรยศสำนัก

ก่อนหน้านี้เขายังลังเล แต่บัดนี้เขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

นอกจากโอสถทิพย์ของปรมาจารย์หงจวินแล้ว ไม่มียาขนานใดช่วยประมุขทงเทียนได้ ช่วยสำนักเจี๋ยเจี้ยวได้ หลังจบศึกค่ายกลหมื่นเซียน สำนักเจี๋ยเจี้ยวจะต้องล่มสลายอย่างแน่นอน

นี่เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว เมตไตรยและพวกเข้าสู่ค่ายกล ได้รับประทานศาสตราวุธวิเศษจากมหาปราชญ์อย่างไม่เสียดายของ แต่เมื่อศิษย์เจี๋ยเจี้ยวออกรบ ประมุขทงเทียนกลับยืนดูอยู่เฉยๆ

กว่างเฉิงจื่อถูกไล่ล่าสังหาร มหาปราชญ์แห่งตะวันตกยังยื่นมือเข้าช่วย เซียนแสงทองและพวกทั้งสามถูกสยบ กลายเป็นพาหนะ แต่ประมุขทงเทียนผู้เป็นอาจารย์แท้ๆ กลับไม่ยื่นมือเข้าช่วย

ศรัทธาของคนในสำนักเจี๋ยเจี้ยวย่อมต้องแตกสลาย!

อาจารย์เช่นนี้ จะมีผู้ใดจงรักภักดีด้วยอีก

ความภักดีเป็นสิ่งที่ต้องมีทั้งสองฝ่าย ประมุขทงเทียนทรยศศิษย์เจี๋ยเจี้ยวก่อน ศิษย์เจี๋ยเจี้ยวจึงหมดเหตุผลที่จะภักดี

หลังจากเซียนหมื่นตนถูกสังหาร ต่อให้มีผู้รอดชีวิตเพียงพอ ศิษย์ที่รอดเหล่านั้นก็คงไม่กลับมายังเกาะจินอ๋าว และไม่เรียกตนเองว่าศิษย์เจี๋ยเจี้ยวอีกต่อไป

"นักพรตมังกรเหลือง!"

หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน ในที่สุดจอมเซียนเทียนหยวนก็นึกวิธีออก

ในศึกค่ายกลหมื่นเซียน เขาจะท้าสู้กับนักพรตมังกรเหลือง!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - ตัดสินใจทรยศสำนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว