- หน้าแรก
- ผมเก็บปลาหยกได้ เลยต้องกลายเป็นจอมยุทธ์ในสิบปี
- บทที่ 56 - พยัคฆ์คลั่งล่าราชันย์
บทที่ 56 - พยัคฆ์คลั่งล่าราชันย์
บทที่ 56 - พยัคฆ์คลั่งล่าราชันย์
บทที่ 56 - พยัคฆ์คลั่งล่าราชันย์
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ก็ยังคงเป็นเหตุผลเดิม การบุกตะลุยแบบนี้ไปคนเดียวสะดวกที่สุด... การขี่ม้าถึงอย่างไรก็ขาดความคล่องตัว และม้าก็ไม่อาจเคลื่อนที่ได้ดั่งใจนึกไปเสียทุกอย่าง ไป๋ล่างตัวคนเดียวเป็นเป้าหมายที่เล็กกว่าและเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า หากเป็นฝ่ายเปิดฉากพุ่งเข้าใส่ ย่อมเข้าประชิดกระโจมบัญชาการของจางเซี่ยนจงได้เร็วกว่าขี่ม้าเสียอีก
คนที่จะเข้ามาขวางเขามีไม่น้อย หลายคนไม่ทันได้เห็นความโหดเหี้ยมอำมหิตของไป๋ล่างก่อนหน้านี้ จึงยังมีความกล้าพอที่จะดาหน้าเข้ามาสู้... ก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ไป๋ล่างบุกทะลวงเข้ามาเร็วเกินไป จนพวกทหารแตกทัพที่หนีกระเจิงเมื่อครู่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังหมดแล้ว ไป๋ล่างสู้ด้วยมือเปล่า แต่รังสีอำมหิตบนร่างเขามันเข้มข้นจนเจ้าตัวรู้สึกเหมือนจะมีออร่ารูปเสือโคร่งก่อตัวขึ้นมารอบกาย
"อุปาทานไปเองน่า... แค่อุปาทานไปเอง แต่จิตสังหารที่กระหายเลือดนี่มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดูท่าการใช้วิธีฆ่าคนเพื่อขัดเกลาวรยุทธ์จะมีผลข้างเคียงสินะ?" ไป๋ล่างพยายามกดข่มจิตสังหารของตนไว้ชั่วครู่ ไตร่ตรองดูแล้วค่อยปลดปล่อยมันออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ท่าร่างการจู่โจมของเขายังคงเน้นจากล่างขึ้นบน โดยพุ่งเข้าใส่ช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป สองกรงเล็บและสองหมัดตะปบฟาดอย่างตามใจชอบ สลับกับการกวาดเท้าเตะตัดล่างดุจพายุหมุน ด้วยวรยุทธ์ของเขาในตอนนี้ แค่เฉี่ยวก็ตายโดนจังๆ ก็พิการ คู่ต่อสู้ที่โดนหมัดหรือกรงเล็บเข้าไปส่วนใหญ่ไม่รอด ส่วนพวกที่โดนเตะกวาดก็ได้แต่นอนกอดขาที่หักสะบั้น กลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นด้วยความทรมาน หากไป๋ล่างเตะสูงขึ้นมาหน่อยเข้าที่ช่วงเอว ก็คงตัวหักพับครึ่งท่อนตายคาที่ไปแล้ว
ต่อให้ใส่เกราะโซ่ถักหรือเกราะนวม แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าไป๋ล่าง ความแข็งแกร่งของเกราะพวกนั้นก็เปราะบางไม่ต่างจากกิ่งไม้แห้ง โดยเฉพาะหมัดเท้าของไป๋ล่างที่หนักหน่วงปานค้อนศึกหรือกระบองหนาม ส่วนอาวุธมีคมที่ฟันแทงเข้ามานั้นไป๋ล่างไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เกราะชั้นนอกของเขาคือเกราะเกล็ดภูเขาที่ตีขึ้นอย่างประณีต ด้านในยังมีเกราะโซ่ถักซ้อนอีกชั้น อาวุธธรรมดาแทบไม่มีทางเจาะเข้า ต่อให้เจาะเข้ามาได้ก็ยังติดวิชาระฆังทองคุ้มกายอยู่ดี
"ถ้าเป็นหอกเหล็กกล้าแล้ววิ่งมาแทงเต็มแรงอาจจะพอสะกิดผิวหนังเรียกเลือดได้บ้าง แต่ถ้าจะฆ่าข้ายังห่างไกลอีกเยอะ!" ไป๋ล่างเปรียบเสมือนเสือสมิงที่กระโจนไปมาระหว่างฝูงชน ตะปบไปที่ไหนก็ทิ้งซากศพและความวินาศไว้ที่นั่น ข้อเสียอย่างหนึ่งของการสู้ด้วยมือเปล่าท่ามกลางวงล้อมคือ คนที่ถูกโจมตีมักจะจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ระยะประชิดตรงหน้า จนไม่ทันสังเกตว่าพวกพ้องรอบข้างตายไปมากขนาดไหน ผลก็คือความสามารถในการรับแรงกดดันทางใจของพวกมันเหมือนจะเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว... เพราะคนรุมกินโต๊ะคนคนเดียว ทุกคนเลยไม่ได้วอกแวกมองซ้ายมองขวา
แต่หลังจากที่ไป๋ล่างกระโจนตะปบเหยื่อไปไม่กี่ชุด ในที่สุดก็มีคนเริ่มเอะใจ พอตระหนักได้ขวัญกำลังใจก็พังทลายลงอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ เพียงแค่เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ทหารที่เคยตั้งค่ายกลรุมกินโต๊ะไป๋ล่างก็แตกฮือหนีตายไปคนละทิศละทาง ไป๋ล่างคร้านจะไปไล่ฆ่าพวกสวะพวกนี้ เขาเพียงมุ่งหน้าไปยังกระโจมบัญชาการของจางเซี่ยนจง ด้วยโสตประสาทของเขาในตอนนี้ เขาได้ยินเสียงคนอยู่ข้างใน
จางเซี่ยนจงน่าจะจำหน้าได้ไม่ยาก เพราะโจรเฒ่าผู้นี้มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์ เหตุผลที่ตอนแรกไม่โดนทางการประหารชีวิตก็เพราะหน้าตาแปลกประหลาดนี่แหละ ดังนั้น "จับไอ้คนที่หน้าตาประหลาดๆ ฆ่าทิ้งซะก็ไม่ผิดตัวแน่!" ไป๋ล่างคิดในใจ และตรงหน้าเขาก็ปรากฏชายแต่งกายชุดแม่ทัพที่มีหน้าตาแปลกประหลาดคนหนึ่งยืนอยู่จริงๆ
ไป๋ล่างใช้เวลาฝ่าวงล้อมเข้ามาเพียงแค่ชั่วจิบน้ำชา ต่อให้มีผู้กล้าดาหน้าเข้ามาขวาง ก็ถูกเขาทิ้งเป็นศพไว้เบื้องหลังหมดแล้ว คนตรงหน้านี้ดูหนุ่มแน่น อายุอานามดูไม่น่าจะใช่จางเซี่ยนจง แต่ไป๋ล่างไม่สนหรอก... ในกองทัพจางเซี่ยนจงจะมีคนดีด้วยหรือ? ในอนาคตอาจจะมี แต่ตอนนี้คงไม่มีหรอก
คิดได้ดังนั้นไป๋ล่างก็พุ่งเข้าใส่ทันที แม่ทัพหนุ่มผู้นั้นเห็นว่าคงขึ้นม้าหนีไม่ทัน จึงชักดาบยาวออกมาสู้ตาย เจ้านี่นับว่าห้าวหาญดุดันไม่เบา อานุภาพดาบรุนแรง เพลงดาบก็นับว่ายอดเยี่ยม... หากให้ขี่ม้าบุกตะลวงค่าย ก็นับเป็นยอดขุนพลที่ฝ่าทัพสิบครั้งชนะสิบครั้งได้คนหนึ่ง
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าไป๋ล่าง เพียงกรงเล็บเดียวก็บิดข้อมือที่ถือดาบจนหักสะบั้น แล้วรุกคืบเข้าไปบีบกระดูกแขนจนแหลกละเอียด อีกมือหนึ่งกำหมัดชกออกไปตรงๆ แม่ทัพผู้ห้าวหาญแม้สวมเกราะโซ่ถักก็ไร้ประโยชน์ ช่วงอกและท้องถูกหมัดทะลวงจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ สุดท้ายไป๋ล่างก็กระชากศีรษะมันหลุดติดมือมา พลทหารคนหนึ่งที่เดิมทีรอปรนนิบัติแม่ทัพผู้นี้ขึ้นม้า ถึงกับเข่าอ่อนลงไปกองกับพื้น "ไอ้นี่เป็นใคร?" ไป๋ล่างหันไปถาม
"จาง... จางเข่อว่าง..." พลทหารพูดจบ หน้าก็ถอดสีเขียวคล้ำแล้วขาดใจตายไปดื้อๆ "หา? ตกใจตายซะงั้น?" ไป๋ล่างสบถ "จางเข่อว่าง? มารดาเถอะ หัวสวะไร้ค่า!" เขาโยนหัวในมือทิ้งอย่างไม่ไยดี "ฮ่า! ไอ้คนที่หนีไปนั่นต้องเป็นจางเซี่ยนจงตัวจริงแน่!"
เห็นทหารม้านับสิบคนกำลังคุ้มกันชายคนหนึ่งควบม้าหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ชายคนนั้นถึงขนาดไม่ใส่เกราะด้วยซ้ำ "ไอ้เวรเอ๊ย!" ไป๋ล่างได้ยินเสียงชายคนนั้นตะโกนด่าไปวิ่งไป ไป๋ล่างดีใจจนเนื้อเต้น แผดเสียงคำราม 'พยัคฆ์กัมปนาท' ดังสะเทือนเลื่อนลั่น "โจรเฒ่าแซ่จางอย่าหนี! ยืมหัวมาแลกรางวัลหน่อย!" เสียงคำรามของไป๋ล่างทำเอาม้าศึกพวกนั้นตื่นตระหนกจนเสียจังหวะ
ไป๋ล่างกระชากชุดเกราะเกล็ดภูเขาออกจากตัวโยนทิ้ง เกราะโซ่ถักด้านในถอดไม่ทันก็ช่างมัน เขาใช้วิชาตัวเบา "เหาะเหนือยอดหญ้า" เต็มกำลัง ก่อเกิดลมพายุคาวเลือดไล่กวดจางเซี่ยนจงและองครักษ์ เพียงไม่กี่ก้าวก็ไล่ทันม้าที่กำลังควบตะบึง กรงเล็บตะปบเข้าที่สะโพกม้า ยังไม่ทันจะฉีกเนื้อออก ไป๋ล่างก็อาศัยแรงเกาะเกี่ยวพลิกตัวขึ้นไปเหยียบบนหลังม้าของทหารคนรั้งท้าย
ฝ่าเท้ากระทืบส่งแรง แน่นอนว่าทหารดวงซวยคนนั้นถูกเหยียบจนกระดูกหักพร้อมม้า ล้มกลิ้งโคโล่ไปกองกับพื้น ตายคาที่ทั้งคนทั้งม้า ไป๋ล่างอาศัยแรงส่งนั้นพุ่งตัวไปข้างหน้า สองกรงเล็บตะปบเข้าที่ไหล่ของทหารม้าคนถัดไป ออกแรงบีบจนกระดูกสะบักและซี่โครงแหลกละเอียด ก่อนจะใช้ร่างนั้นเป็นฐานส่งตัวพุ่งทะยานอีกครั้ง... คราวนี้เขาแลนดิ้งลงบนหลังม้าของจางเซี่ยนจงได้สำเร็จ
ไป๋ล่างแสยะยิ้มอำมหิต จางเซี่ยนจงเวลาหนีตายนั้นตั้งหน้าตั้งตาหนีจริงๆ ไม่เคยหันกลับมามองข้างหลัง แต่เวลานี้เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว โดยเฉพาะแผ่นหลังที่รู้สึกเหมือนมีเสือร้ายเกาะติดหนึบ จางเซี่ยนจงก็นับเป็นคนใจเด็ด ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชักมีดสั้นออกมาแทงสวนกลับหลังโดยไม่หันมามอง
มีดนั้นแทงเข้าเต็มเปา แต่มันเหมือนแทงโดนแผ่นเหล็กหนา ผลคือง่ามมือของจางเซี่ยนจงฉีกขาดเพราะแรงสะท้อน "ท่านจอมยุทธ์! ไว้ชีวิตด้วย! ข้ามี..."
"จะบอกว่าเจ้ามีเงินใช่ไหม?" ไป๋ล่างยิ้มร่า พลางจับหัวจางเซี่ยนจงหมุนกลับหลังหนึ่งร้อยแปดสิบองศา จ้องมองเลือดที่ทะลักออกจากปากของมันแล้วเอ่ยว่า "ฆ่าเจ้าแล้วได้เลื่อนยศ ร่ำรวยเงินทอง เดี๋ยวเงินมันก็มาเอง พวกเจ้าว่าจริงไหม?" เขาหันไปถามทหารคนสนิทของจางเซี่ยนจงที่กำลังควบม้าหนีตายอยู่ข้างๆ... คนพวกนี้พอเห็นภาพสยองตรงหน้าก็ไม่มีใครคิดจะเข้ามาช่วยเจ้านาย ต่างคนต่างโกยแน่บ
"จริงสิ เจ้าใช่จางเซี่ยนจงตัวจริงหรือเปล่า?" ไป๋ล่างถามย้ำ "บัดซบ ลงมือเร็วไปหน่อย เจ้านี่พูดไม่ได้ซะแล้ว!" คอของจางเซี่ยนจงถูกบิดกลับหลัง แม้ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ยุคนี้จะรักษาไม่ได้และต้องตายแน่ๆ แต่ตอนนี้มันยังไม่ตายทันที แค่พูดไม่ได้เท่านั้น ไป๋ล่างสบถอย่างหัวเสียแล้วโยนร่างจางเซี่ยนจงลงพื้น ก่อนจะพุ่งตัวออกไปคว้าคอทหารคนสนิทที่วิ่งช้าที่สุดกลับมาได้คนหนึ่ง
"ไอ้นี่ใช่จางเซี่ยนจงไหม? พูดความจริงข้าจะละเว้นชีวิต โกหกข้าจะถลกหนังเจ้าทั้งเป็น!" ไป๋ล่างยังไม่รู้ตัวว่าตอนนี้สภาพของเขาไม่ต่างจากเทพพยัคฆ์ขาวลงมาจุติ ทหารคนสนิทผู้นั้นแค่ได้ยินเสียงและเห็นหน้าเขา ก็ขวัญกระเจิงวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว "นี่คือท่านอ๋องแปด..." มันตะโกนตอบออกมาได้ประโยคเดียว
[จบแล้ว]